บาส-ปอป้อ : นักแบดมินตันคู่ผสมไทยที่ดีที่สุดในรอบทศวรรษ

บาส-ปอป้อ เดชาพล ทรัพย์สิรี แบด

ย้อนกลับไปในช่วงต้นทศวรรษที่ 20 แบดมินตันไทยเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ยืนอยู่ในระดับแนวหน้าของวงการ เรียกได้ว่ามีครบทุกประเภทที่ให้คนได้ลุ้นได้ตามเชียร์อยู่ตลอด

โดยเฉพาะประเภทคู่ผสมการจับคู่กันของ “เต่า-ส้ม” สุดเขต ประภากมล กับ สรารีย์ ทุ่งทองคำ ที่เริ่มจับคู่กันในปี 2003 ใช้เวลาเพียงปีเดียวเศษ ก็พากันเขย่าวงการแบดมินตันโลก ด้วยผลงาน 2 เหรียญทองแดงชิงแชมป์โลก 2005-2006 และแชมป์เอเชีย 2005 รายการที่เปรียบเสมือนแชมป์โลก เพราะในทวีปเอเชียมีแต่นักแบดมินตันระดับท้อป 10 ของโลก ยังคว้าแชมป์ซูเปอร์ซีรีส์ 3 รายการ ที่ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, อินโดนีเซีย และเคยได้รองแชมป์ “ออล อิงแลนด์” 2011 และขึ้นไปครองคู่มือ 2 ของโลก

ผ่านโอลิมปิกเกมส์ 3 สมัย ปี 2004 , 2008 และ 2012 และด้วยอายุที่มากขึ้น นับตั้งแต่ปี 2012 คู่เต่า-ส้มก็เริ่มราลงไป หลังจากนั้นยังไม่มีนักแบดมินตันไทยในประเภทคู่ผสมที่ทำผลงานได้ใกลเคียงกันอีกเลย จนกระทั่งในช่วงปลายปี 2015 ได้มีนักแบดมินตันหญิง-ชายอยู่คู่หนึ่ง ได้ลองมาจับคู่กันเล่นๆ แต่นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคู่ผสมไทยที่ดีที่สุดในรอบทศวรรษ “บาส-ปอป้อเดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

บาส-ปอป้อ ทำอะไรก่อนถึงปี 2015
อย่างที่เกริ่นไว้ บาส-ปอป้อ เริ่มจับคู่กันปลายปี 2015 แต่ว่าก่อนหน้านั้นทั้งสองคนต่างก็มีเส้นทางของตัวเอง โดย “บาส” เดชาพล ตลอดการเล่นอาชีพไม่เคยเล่นประเภทเดี่ยวเลย นับตั้งแต่เทิร์นโปรตอนปี 2012 ผ่านการจับคู่ทั้งหมด 8 คน ในประเภทชายคู่ 3 คน คู่ผสมอีก 5 คน ซึ่งก่อนที่ บาส จะมาเจอกับปอป้อ ได้จับคู่ทั้งหมด 4 คน วิรัลพัชร หงษ์ชูเกียรติ คู่ผสม , กิตติพงษ์ เกตุเรน ชายคู่ , พุธิตา สุภจิรกุล คู่ผสม และชานิศา เตชวรสินสกุล คู่ผสม ในช่วงนั้นจับคู่กับใครก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย อันดับโลกไม่ติด 1 ใน 100 ด้วยซ้ำ

ส่วน ปอป้อ เริ่มเทิร์นโปรในประเภทหญิงเดี่ยวและหญิงคู่ ตั้งแต่ปี 2009 และดูเหมือนจะไปได้ดีทั้งสองประเภท ในประเภทหญิงเดี่ยว ได้แชมป์ยูธโอลิมปิก 2010 ที่สิงคโปร์ , แชมป์ยูเอสโอเพ่น 2013 , รองแชมป์หญิงเดี่ยวเยาวชนเอเชีย 2010 และมีคะแนนสะสมขึ้นไปถึงมือ 14 ของโลกในช่วงปี 2013 ส่วนในประเภทหญิงคู่ ในปี 2009 เคยได้อันดับ 3 เยาวชนเอเชียและเยาวชนโลก

อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2014 ปอป้อ ดูเหมือนจะเริ่มเอาจริงเอาจังกับการเล่นคู่มากกว่าประเภทเดี่ยว และดูจะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จับคู่กับ เอิร์ธ ได้แชมป์ซีเกมส์ 2013 ที่พม่า แถมอันดับโลกคู่นี้ยังติดท็อป 20 ของโลก รวมไปถึงประเภทคู่ผสม ที่ได้จับคู่กับ เอ มณีพงษ์ จงจิตร อีกหนึ่งคนที่ถนัดการเล่นคู่ แม้ว่าในช่วงนั้นจะยังไม่มีแชมป์ แต่ก็ไต่อันดับโลกไปถึงที่ 12 เรียกว่าสูงที่สุดของไทยในเวลานั้น

เคมีที่ตรงกัน
นับตั้งแต่ บาสกับปอป้อ จับคู่กัน พวกเขาใช้เวลาแค่ครึ่งปี อันดับก็ทะยานขึ้นไปติดท็อป 20 ของโลก จากนั้นอีก 6 เดือนก็ขยับขึ้นไปติดท็อป 10 ของโลก ซึ่งน่าเสียดายที่การจับคู่ของทั้งสองคนมาช้าไปเล็กน้อย ทำให้เก็บคะแนนไม่ทันสำหรับโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล

ความพิเศษของคู่นี้ ที่ทำให้ทั้งสองคนเข้าคู่กันได้ดีทั้งในและนอกสนาม ด้วยสไตล์การเล่นที่ลงตัว บาส นั้นแข็งแรง รวดเร็ว และผาดโผน พร้อมบินเก็บลูกไปทั่วคอร์ด ส่วน ปอป้อ เองก็มีความเข้าใจเกมค่อนข้างสูง แถมยังเป็นผู้หญิงร่างเล็กที่มีเทคนิค เกมรับเยี่ยม รับลูกตบได้ทุกรูปแบบ

ส่วนเรื่องนอกสนามทั้งสองคนแม้อายุจะห่างกัน ปอป้อ (28) มากกว่าบาส (23) แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะบาสเองก็เป็นเด็กที่ให้ความเคารพปอป้ออย่างมาก ส่วนปอป้อเองก็วางตัวได้ดีน่าเคารพและชื่นชม ด้วยนิสัยของทั้งคู่ที่ไม่ใช่คนเรื่องเยอะหรือคิดมาก ทำให้ทั้งสองคนดูเข้ากันดีเป็นพิเศษ ซึ่งเชื่อว่าแฟนแบดมินตันก็คงไม่เคยเห็นคู่นี้บ่นกันในสนาม แถมยังมีเสียงให้กำลังใจกันเล็ดลอดผ่านหน้าจอโทรทัศน์ให้พวกเราได้ยิน

อีกเรื่องที่สำคัญซึ่งเคล็ดลับคู่นี้ที่พากันไปถึงรองแชมป์โลก 2019 และครองคู่มือ 3 ของโลกไม่ใช่อะไร แต่เป็นความเชื่อใจที่มีให้กันทั้งในฐานะพี่น้องทั้งในชีวิตจริงและในคอร์ดแบด อย่างในปี 2017 ที่ ปอป้อ เจ็บในช่วงซีเกมส์ บาสเองก็เชื่อใจและให้กำลังใจปอป้อว่าจะกลับมาได้ และทำได้ดีอีกครั้ง ซึ่งสุดท้ายการกลับมาจับคู่กันของทั้งคู่มีแต่ทำได้ดีขึ้นจนมีทุกวันนี้

คู่ผสมที่ดีที่สุดของไทยในรอบ 10 ปี
จะบอกว่าดีสุดในรอบ 10 ปีก็คงไม่ผิดนัก เพราะคู่นี้จับคู่กัน 5 ปี มี 5 แชมป์ ประกอบด้วย ซีเกมส์ 2017 , สวิส โอเพ่น 2017 , มาเก๊า โอเพ่น 2019 , โคเรีย โอเพ่น และสิงคโปร์ โอเพ่น

แถมยังมีรองแชมป์อาชีพอีก 4 รายการ รองแชมป์โลก , รองแชมป์เอเชีย และล่าสุดรองแชมป์ประวัติศาสตร์ออลอิงแลนด์ 2020 อย่างละ 1 ครั้ง สถิติตัวเลขเหล่านี้ย่อมไม่โกหกอยู่เป็นผลงานที่ชัดเจนว่า นับตั้งแต่คู่ “เต่า-ส้ม” วางมือไป ก็เพิ่งจะมีคู่นี้และที่ก้าวไปถึงระดับโลกได้ พร้อมกับกลายเป็นความหวังของแบดมินตันที่รอคอยเหรียญรางวัลแรกในโอลิมปิก 2020