เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน? กับโปรเจ็กต์รีสตาร์ทของพรีเมียร์ลีก

ในช่วงที่กีฬาแต่ละประเภทออกมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า บางทัวร์นาเมนต์ต้องยกเลิก หรือเลื่อนการแข่งขัน กีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างฟุตบอลก็ทยอยหาข้อสรุปในรูปแบบของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ภูมิภาคที่ได้รับความสนใจมากที่สุดเห็นจะเป็นทวีปยุโรป เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยลีกชั้นนำแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่เว้นแม้แต่พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ลีกฟุตบอลขวัญใจชาวไทย

อย่างไรก็ตามการจะยกเลิกการแข่งขันในฤดูกาลนี้ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีทั้งเรื่องของรายได้ที่จะเสียไปเป็นจำนวนมหาศาล และการตัดสินอันดับในลีกที่ส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ ทีม ดังนั้นทิศทางในการกลับมาแข่งต่อจึงได้รับความเห็นชอบมากที่สุด ทั้งจากสโมสร, ฝ่ายจัดการแข่งขัน และรัฐบาล ซึ่งในช่วงหลังเราจะได้เห็นคำว่า “โปรเจ็กต์รีสตาร์ท” ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจากสื่อหลาย ๆ แห่ง แต่สิ่งนี้คืออะไร และโอกาสในการกลับมาแข่งต่อของลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมีมากน้อยแค่ไหน ไปติดตามกันเลย

อะไรคือโปรเจ็กต์รีสตาร์ท?

เป็นชื่อเล่นที่ตั้งโดยพรีเมียร์ลีกในความพยายามที่จะกลับมาจัดแข่งขันต่อในฤดูกาลที่เหลือ หลังจากต้องหยุดชะงักเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งไม่มีการจัดแข่งมาตั้งแต่ มิเกล อาร์เตต้า เฮดโค้ชของอาร์เซน่อลถูกตรวจพบว่ามีเชื้อโควิด-19 ก่อนจะมีการออกคำสั่งระงับการแข่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 เมษายน โดยบรรดาสโมสรและผู้ถือหุ้นต่างประชุมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อหาทางแก้ไข ส่วนข้อมูลที่ได้จากการประชุมล่าสุดคืออาจจัดแข่งในสนามกลาง เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน แต่ต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาล

แผนของพรีเมียร์ลีกคืออะไร?

ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 เมษายน พรีเมียร์ลีกเสนอแผนว่าทั้ง 92 แมตช์ที่เหลือจะจัดแข่งภายใน 6 สัปดาห์ ณ สนามที่ได้รับการอนุมัติ บางเกมจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ พร้อมกับมีช่วงเวลาให้นักเตะ “ปรีซีซั่น” 3 สัปดาห์เพื่อเตรียมความพร้อม โดยผู้เล่นของ อาร์เซน่อล, ไบร์ทตัน, เวสต์แฮม และสเปอร์ส ต่างกลับมาฝึกซ้อมกับสโมสร ตามข้อกำหนดของการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม 6 ทีมท้ายตารางคือ ไบร์ทตัน, เวสต์แฮม, วัตฟอร์ด, บอร์นมัธ, แอสตัน วิลล่า และ นอริช ไม่เห็นด้วยกับแผนเตะสนามกลางเท่าไรนัก เพราะจะทำให้ขาดรายได้รวมทั้งไม่มีข้อได้เปรียบจากการได้เล่นในสนามของตัวเองเพื่อลุ้นหนีตกชั้น

ขณะเดียวกันพรีเมียร์ลีกยังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะปิดสนามแข่งในฤดูกาลหน้า หากยังไม่มีวัคซีนต่อต้านเชื้อไวรัส ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะผลิตออกมาได้สำเร็จในช่วงกลางปี 2021

ปลอดภัยมั้ย?

ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับมาตรการของแต่ละสโมสรที่ได้รับการอนุมัติโดยรัฐบาลและที่ปรึกษาด้านสุขภาพ ซึ่งในแผนที่ออกมายังรวมทั้งการนำนักเตะและเจ้าหน้าที่ทีมไปกักตัวในโรงแรมที่กำหนดเป็นเวลา 6 สัปดาห์ แต่ละทีมจะเดินทางจากโรงแรมไปยังสนามแข่งในเส้นทางปลอดเชื้อก่อนจะรับการตรวจ ทุกสนามจะมีการจำกัดจำนวนคน โดยมีการคำนวนว่าเมื่อรวมเจ้าหน้าที่, สตาฟฟ์ และสื่อมวลชนแล้ว อย่างน้อยที่สุดน่าจะอยู่ที่ 300 คนต่อนัด

มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในสหราชอาณาจักร?

ถึงแม้รัฐบาลจะมีแนวโน้มว่าต้องการให้กลับมาแข่งโดยเร็วที่สุด แต่ด้วยการที่ต้องใช้ชุดทดสอบมากกว่า 2 ล้านชุด และการขนส่งที่มีค่าใช้จ่ายมหาศาลเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย จึงยังต้องรอการอนุมัติต่อไป ขณะเดียวกันบางทีมในพรีเมียร์ลีกยังกังวลถึงการให้แฟนบอลเข้ามาในสนามถ้ากลับมาเตะต่อ รวมทั้งเกรงว่าฟุตบอลจะตกเป็นเป้าโจมตีหากละเมิดกฎและคำแนะนำในเรื่องการเว้นระยะทางกายภาพจนส่งผลให้ผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มมากขึ้น

ลีกอื่น ๆ ในยุโรป ตัดสินใจอย่างไร?

ถ้าแบบที่มีผลลัพธ์ชัดเจนแล้วคือ เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ ซึ่งตัดจบฤดูกาลโดยไม่มีการตัดสินแชมป์และไม่มีการตกชั้น ส่วน ลีก เอิง ฝรั่งเศสที่ตัดจบเช่นกันแต่มีการตัดสินแชมป์และทีมตกชั้นจากการนำคะแนนล่าสุดไปหาค่าเฉลี่ยต่อนัด ทำให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้าแชมป์ไปครอง ขณะที่ โปร-ลีก ของเบลเยียมก็ตัดจบแต่ยังต้องลงคะแนนรับรองต่อไปเพราะอาจละเมิดกฎของยูฟ่า

ด้าน บุนเดสลีกา เยอรมนี บางสโมสรเรียกนักเตะกลับมาซ้อมแล้ว โดยตอนแรกมีแผนจะกลับมาแข่งในวันที่ 9 พฤษภาคม แต่รัฐบาลเลื่อนการตัดสินใจออกไป ก่อนที่ล่าสุดจะประกาศอนุมัติโดยจะกำหนดวันแข่งอีกครั้ง

ลา ลีกา สเปน แต่ละสโมสรจะเรียกนักเตะมาซ้อมแบบรายบุคคลในสัปดาห์นี้ และฝ่ายจัดการแข่งขันตั้งเป้ากลับมาเตะในเดือนมิถุนายน โดยทุกกระบวนการต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของลีกซึ่งได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่ด้านกีฬาและสาธารณสุขของรัฐบาลสเปนรวมทั้งต้องรับรองความปลอดภัยของนักเตะและทีมงาน

ปิดท้ายที่ เซเรีย อา อิตาลี อนุญาตให้กลับมาซ้อมรายบุคคลในสัปดาห์นี้ และอาจซ้อมแบบทีมในวันที่ 18 พฤษภาคม หลังจากนายกรัฐมนตรีประกาศปลดล็อกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดขั้นแรก โดยอาจกลับมาแข่งได้ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน ซึ่งจะไปจบฤดูกาลช่วงต้นเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตามยังไม่มีการประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ หรือแม้แต่การจัดแข่งในสนามปิดก็ตาม

บทความจาก https://stadiumth.com/