ภาพรวมดราม่าในถิ่นสิงห์บลูส์
สถานการณ์ของ เชลซี ตอนนี้ร้อนฉ่าจนแทบจับต้องได้ เมื่อสื่อใหญ่ในอังกฤษทั้ง สกายสปอร์ตส์, เดอะ การ์เดี้ยน และ เดอะ เทเลกราฟ พร้อมใจกันรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า เอ็นโซ่ มาเรสก้า กำลังเข้าสู่ “โค้งอันตราย” บนเก้าอี้ กุนซือ สิงห์บลูส์ หลังผลงานในเดือนธันวาคมดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีสัญญาณชัดเจนว่าบอร์ดบริหารเปิดโต๊ะประเมินอนาคตอย่างจริงจัง
สำหรับแฟนบอลที่ตาม ข่าวบอล อังกฤษมาตลอด ต่างรู้ดีว่าเก้าอี้ผู้จัดการทีมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่เคยมั่นคงอยู่แล้ว แต่รอบนี้ชื่อของ มาเรสก้า ถูกลากขึ้นมาพูดอย่างหนาหูเป็นพิเศษ เพราะผลงานในสนามดร็อปลงพร้อม ๆ กับกระแสข่าวร้าวฉานในทีม ทำให้อนาคตของเขากับสโมสรเริ่มถูกตั้งคำถามหนักขึ้นทุกวัน
ฟอร์มเดือนธันวาคม จุดแตกหักของเชลซี
ตัวเลขไม่เคยโกหก ตลอดทั้งเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เชลซี ลงเล่นในลีก 6 นัด แต่เก็บชัยชนะได้เพียงเกมเดียวเท่านั้น ผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา กลายเป็นเชื้อไฟก้อนใหญ่ให้กระแสกดดันลุกลามไปทั่วสโมสร
เกมล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอ บอร์นมัธ 2-2 คือภาพสะท้อนชัดเจนที่สุด ทั้งในแง่แท็กติกที่ยังมีคำถาม และในแง่บรรยากาศที่เริ่มไม่เป็นมิตร โดยจังหวะที่ มาเรสก้า ตัดสินใจเปลี่ยน โคล พาลเมอร์ ออกจากสนาม กลายเป็นจุดแตกหักกับเสียงโห่สนั่นจากแฟนบอลเจ้าถิ่น ที่ส่งสารแบบชัด ๆ ว่าเริ่มหมดความอดทนกับทิศทางของทีมในตอนนี้
รอยร้าวในห้องแต่งตัว และ 48 ชั่วโมงที่มืดมน
นอกจากเกมในสนามแล้ว รายงานจากอังกฤษยังระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า มาเรสก้า กำลังเผชิญหน้ากับความไม่ลงรอยภายในทีม ทั้งในระดับนักเตะและคนในโครงสร้างสโมสร ข้อมูลที่หลุดออกมาชี้ว่าเขาเคยพูดถึงช่วงเวลา 48 ชั่วโมงที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เข้ามารับงานในถิ่นสิงห์บลูส์ เพราะรู้สึกไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนในสโมสรมากเท่าที่ควร
ตรงจุดนี้ มาเรสก้า ยังไม่เคยชี้ชัดว่าเขาหมายถึงใครกันแน่ แต่สำหรับคนทำทีมระดับท็อป หากต้องทำงานโดยที่รู้สึกว่า “ไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกันทั้งหมด” ความตึงเครียดย่อมทวีคูณ และส่งผลต่อการตัดสินใจในทุก ๆ นัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บอร์ดบริหารเริ่มขยับ สัญญายาวก็ไม่ช่วยการันตี
กระแสข่าวรอบล่าสุดระบุชัดว่า บอร์ดบริหารของ เชลซี กำลังเริ่มพิจารณาอนาคตของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า อย่างจริงจัง หากผลงานในช่วงเดือนมกราคมยังไม่กระเตื้องขึ้น พวกเขาอาจตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แม้ทั้งสองฝ่ายจะยังมีสัญญากันยาวถึงปี 2029 ก็ตาม
สโมสรยุคใหม่อาจให้สัญญาระยะยาวเพื่อการวางแผนโปรเจ็กต์ระยะยาว แต่ในโลกของฟุตบอลระดับท็อป โดยเฉพาะใน พรีเมียร์ลีก สัญญายาวไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป และชื่อของ มาเรสก้า กำลังกลายเป็นตัวอย่างล่าสุดของความจริงข้อนี้
ข่าวลือหนัก มาเรสก้าอาจเลือกเดินลงเอง
ไม่ใช่แค่กระแส “ถูกปลด” เท่านั้น แต่ยังมีรายงานตามมาว่า มาเรสก้า เองก็เริ่มไม่แฮปปี้กับทิศทางของโปรเจ็กต์ภายในสโมสร จนมีข่าวลือว่าเขากำลังพิจารณาทางเลือก “ลาออกเอง” หลังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่พร้อมผลักดันไอเดียฟุตบอลของเขาอย่างเต็มที่
ประเด็นที่ทำให้ไฟลุกแรงขึ้นคือกรณีหลังจบเกมกับ บอร์นมัธ ที่เขาไม่ได้ออกมาพูดในงานแถลงข่าวตามปกติ โดยมีการอ้างว่าเป็นเพราะมีอาการป่วยจากฝั่ง วิลลี่ กาบาเยโร่ มือขวา แต่รายงานจากหลายสื่อก็แย้งว่าเบื้องหลังแท้จริงอาจมาจากความไม่พอใจในสถานการณ์ปัจจุบันของทีมมากกว่า
เชลซีในยุคเปลี่ยนผ่าน วัฒนธรรมปลดโค้ชที่ไม่เคยหายไป
ถ้ามองให้กว้างขึ้น สถานการณ์ของ มาเรสก้า ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ เชลซี คือหนึ่งในสโมสรที่มีวัฒนธรรม “เปลี่ยนกุนซือเมื่อไม่พอใจผลงาน” มายาวนาน แฟนบอลจึงไม่แปลกใจกับข่าวลือปลดเฮดโค้ช เพราะเห็นภาพนี้เกิดขึ้นมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว
ในยุคที่ทีมกำลังรีบูตใหม่ ใช้โครงสร้างนักเตะอายุน้อย และลงทุนมหาศาลในตลาดนักเตะ ความอดทนของทั้งแฟนบอลและบอร์ดบริหารยิ่งสั้นลงกว่าเดิม เพราะทุกคนคาดหวังให้ทีมกลับมาอยู่ในแถวบนของตารางอย่างรวดเร็ว ผลงานที่แผ่วต่อเนื่อง บวกกับกระแสห้องแต่งตัวที่ไม่ลงรอยกัน จึงเป็นส่วนผสมอันตรายที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ
สำหรับแฟนสิงห์ การเปลี่ยนโค้ชกลางซีซั่นอาจกลายเป็นเรื่องชินตา แต่ทุกครั้งที่เปลี่ยน ย่อมหมายถึงการเริ่มต้นใหม่ทั้งเรื่องระบบการเล่น บทบาทนักเตะ และแผนงานระยะยาว นี่คือเหตุผลว่าทำไมทุกข่าวลือเกี่ยวกับ มาเรสก้า ถึงควรถูกมองอย่างมีสติ ไม่ใช่แค่ปล่อยอารมณ์ในช่วงผลการแข่งขันไม่ดีเท่านั้น
สิ่งที่แฟนบอลต้องจับตาในช่วงต่อจากนี้
ช่วงเดือนมกราคมจึงกลายเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งสโมสรและ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผลงานในสนามจะเป็นตัวชี้วัดว่าเขายังมีเครดิตมากพอจะเดินหน้าต่อกับทีมชุดนี้หรือไม่ ขณะเดียวกัน บรรยากาศในห้องแต่งตัว การให้สัมภาษณ์ต่อสื่อ และท่าทีของบอร์ดบริหารก็จะกลายเป็นสัญญาณสำคัญให้แฟนบอลจับตาแบบเกาะติด
แฟนเชลซีอาจต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า อยากเห็นทีมเดินหน้าต่อกับโปรเจ็กต์ระยะยาวภายใต้ มาเรสก้า หรือพร้อมจะรีเซ็ตใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่มีคำตอบไหนง่ายหรือสบายใจ 100% แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ทุกนัดจากนี้ไป จะไม่ใช่แค่เกมลีกธรรมดา แต่คือการเล่นเพื่อ “อนาคต” ของเฮดโค้ชชาวอิตาเลียนและทีมงานทั้งหมด
และถ้าอยากตามทุกพัฒนาการของสโมสรดังในอังกฤษ ทั้งข่าวลือปลดโค้ช ความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขาย และบทวิเคราะห์สไตล์ดุดันมันส์สะใจ แฟนบอลชาวไทยห้ามพลาด อัปเดตเรื่องร้อนในวงการลูกหนังได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา ตลอดทั้งซีซั่น

