บ้านผลบอล สรุปหลังเกม พรีเมียร์ลีกเดือดกลางตาราง! มาเตต้า-แคร์นีย์ ยิงคนละดอก คริสตัล พาเลซ เจ๊า ฟูแล่ม 1-1 ศึกชิงพื้นที่ครึ่งบนยังไม่จบง่ายๆ

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก ระหว่าง คริสตัล พาเลซ 1-1 ฟูแล่ม วันนี้ 2/1/69 – บ้านกีฬา

ค่ำคืนนี้แฟนบอลสายเช็ก ผลบอลสด คงไม่ได้นั่งดูเฉยๆ เพราะนี่คือเกมกลางตารางที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีเต็มๆ คริสตัล พาเลซ ของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เปิดเซลเฮิร์สต์ พาร์ก รับมือฟูแล่มของมาร์โก ซิลวา สองทีมแต้มเท่ากัน ลุ้นกระโดดขึ้นครึ่งบนของตาราง ใครพลาดมีสิทธิ์รูดลงไปโดนกลุ่มหนีตายดูดลงไปง่ายๆ บ้านกีฬา เลยขอพาไล่จังหวะเดือดทุกช่วงโมเมนต์ของเกมนี้แบบเข้มข้น

⏱️ ครึ่งแรก: พาเลซกดดันไม่เยอะ แต่ Mateta คมจัดขึ้นนำ 1-0

ต้นเกมรูปเกมออกมาชัดเจน ฟูแล่มพยายามครองบอลจากแดนหลัง ใช้คู่มิดฟิลด์อย่าง ซานเดอร์ แบร์เก้ กับ ซาช่า ลูคิช คอยต่อบอลขึ้นหน้า ขณะที่พาเลซตั้งรับในระบบสามกองหลัง เปิดพื้นที่ให้ฟูแล่มต่อบอล แต่รอจังหวะสวนกลับเร็วผ่านความขยันของ อดัม วอร์ตัน, วิลล์ ฮิวจ์ส และการสอดขึ้นของวิงแบ็กสองฝั่ง

แม้ฟูแล่มจะดูนิ่งกว่าในช่วงแรก แต่โอกาสจะแจ้งกลับเป็นของเจ้าถิ่น จังหวะเซ็ตเพลย์และลูกโยนจากด้านข้างบีบให้แนวรับทีมเยือนต้องถอยลึกเป็นระยะ นาทีที่ 19 ฮอร์เก้ ควนก้า พุ่งฟาวล์หนัก ทำให้พาเลซได้ตั้งเกมบุกใกล้เขตโทษ และเป็นสัญญาณว่าแนวรับฟูแล่มเริ่มเจองานละเอียดของเจ้าบ้าน

ประตูขึ้นนำมาในนาทีที่ 39 ตามสไตล์ “เล่นไม่เยอะ แต่คมโคตร” นาธาเนียล ไคลน์ เติมเกมทางขวาไหลบอลเข้าเขตโทษให้ ฌ็อง-ฟิลิปป์ มาเตต้า แต่งแล้วซัดเต็มกำลัง บอลพุ่งหนีมือ แบรนด์ เลโน่ เข้าไปอย่างเด็ดขาด พาเลซออกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงเฮสะเทือนอัฒจันทร์ ก่อนจะทดเวลาครึ่งแรก 4 นาที จบ 45 นาทีแรก เจ้าบ้านกุมความได้เปรียบ ทั้งสกอร์และความมั่นใจ

🔁 ครึ่งหลัง: ซิลวาแก้เกมแม่น Cairney ลงมาพลิกหน้าเสมอให้เจ้าสัว

กลับมาครึ่งหลัง มาร์โก ซิลวา ไม่รอช้า ปรับเกมทันที นาที 51 ถอด เคนนี่ เตเต้ ที่โดนบีบหนักทางขวา ออกส่ง ทิโมธี กาสตานเญ่ ลงมาเติมพลังริมเส้น แล้วเร่งจังหวะเพรสซิ่งตั้งแต่แดนบน พาเลซเริ่มตั้งเกมยากขึ้น ต้องให้ ดีน เฮนเดอร์สัน เซฟช่วยหลายจังหวะ

ด้านกลาสเนอร์ตอบโต้ด้วยการส่ง เจย์ดี แคนวอต ลงมาแทน วิลล์ ฮิวจ์ส นาที 56 เพื่อเพิ่มพลังไล่บอลในแดนกลาง แต่จุดเปลี่ยนจริงๆ มาตกในนาที 67 เมื่อฟูแล่มถอด ซานเดอร์ แบร์เก้ ออก แล้วใส่ ทอม แคร์นีย์ ลงมาเป็นจอมทัพตัวจริงเสียงจริง

ตั้งแต่วินาทีนั้นจนจบเกม แคร์นีย์คุมจังหวะรุกของฟูแล่มแทบทั้งดุ้น รับบอลระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลังพาเลซ แล้วค่อยๆ โขลกเกมให้ทีมเยือนบุกเป็นระลอก จนในนาที 80 ฟูแล่มได้ประตูตีเสมอที่ตามหามานาน ลูคิช แทงทะลุช่องให้ แคร์นีย์ หลุดเข้าเขตโทษซัดผ่านเฮนเดอร์สัน ตุงตาข่าย 1-1 แบบเฉียบคม สมกับเป็นจอมทัพอารมณ์ดีแต่ฝีเท้าโหด

หลังจากนั้นเกมเดือดขึ้นทุกจังหวะ แคร์นีย์โดนใบเหลืองนาที 81 จากการตัดเกมกลางสนาม พาเลซรีบเปลี่ยน รอแม็ง เอสเซ และ คริสตันทัส อูเช ลงมาเติมความสด ขณะที่ฟูแล่มตอบโต้ด้วย แฮร์ริสัน รีด และ อดาม่า ตราโอเร่ ในนาที 85 เพื่อกดดันท้ายเกม

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 6 นาที เจ้าบ้านส่ง บอร์น่า โซซ่า ลงมาแทนไคลน์ หวังให้ลูกครอสซ้ายจัดช่วยปิดบัญชี แต่สุดท้ายทั้งคู่ยิงเพิ่มไม่ได้ จบเกมที่สกอร์ 1-1 แบบแฟร์ๆ ต่างฝ่ายต่างมีช่วงเวลาของตัวเอง

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว

🦅 คริสตัล พาเลซ

ระบบ 3-4-2-1 ของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์

  • ผู้รักษาประตู: ดีน เฮนเดอร์สัน (7.5) ยืนเซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกบุกหนาแน่นช่วงครึ่งหลัง
  • กองหลัง: มาร์ก เกฮี กัปตันทีม (7.1), มักซ็องซ์ ลากรัวซ์ (6.8), นาธาเนียล ไคลน์ (7.5) ทั้งสามคนคุมพื้นที่ในกรอบเขตโทษค่อนข้างดี โดยเฉพาะไคลน์ที่นอกจากเกมรับยังทำแอสซิสต์ให้ประตูนำ
  • แดนกลาง: เจฟเฟอร์สัน เลอร์ม่า (6.3), อดัม วอร์ตัน (7.5), วิลล์ ฮิวจ์ส (7.1), เจย์ เดฟเวนนี่ (6.7) ช่วยไล่บี้กลางสนามและต่อบอลสวนกลับ
  • ตัวรุกด้านหลัง: เยเรมี ปิโน่ (6.1) ทำเกมเชื่อมระหว่างกลางกับหน้า แม้จังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ
  • ศูนย์หน้า: ฌ็อง-ฟิลิปป์ มาเตต้า (7.0) ฮีโร่ประตูขึ้นนำ แข็งแกร่งเล่นงานเซ็นเตอร์ฟูลแล่มได้ตลอด

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • เจย์ดี แคนวอต (6.6) แทน ฮิวจ์ส นาที 56
  • รอแม็ง เอสเซ (6.5) แทน เดฟเวนนี่ นาที 82
  • คริสตันทัส อูเช (6.6) แทน ปิโน่ นาที 82
  • บอร์น่า โซซ่า (6.8) แทน ไคลน์ นาที 90+2

ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: วอลเตอร์ เบนิเตซ, ดีน เบนามาร์, คาเดน ร็อดนีย์, โจเอล เดรกส์-โธมัส, เบนจามิน เคซีย์

นักเตะโดดเด่นของพาเลซ นอกจากมาเตต้าแล้ว ยังต้องยกให้ วอร์ตัน ที่ตัดเกมและจ่ายบอลเนียนตา รวมถึงไคลน์ที่เล่นได้ครบเครื่องทั้งรุกและรับ

🐾 ฟูแล่ม

ระบบ 4-2-3-1 ของมาร์โก ซิลวา

  • ผู้รักษาประตู: แบรนด์ เลโน่ (7.3) เซฟช่วยทีมไม่ให้โดนมากกว่า 1 ประตู โดยเฉพาะลูกบุกเร็วของพาเลซ
  • กองหลัง: เคนนี่ เตเต้ (6.8), โยอาคิม อันเดอร์เซน กัปตันทีม (7.4), ฮอร์เก้ ควนก้า (7.5), แอนโทนี โรบินสัน (7.1) คู่เซ็นเตอร์เล่นลูกกลางอากาศดีมาก โดยเฉพาะควนก้าที่อ่านเกมเร็วตัดบอลได้หลายจังหวะ
  • มิดฟิลด์คู่กลาง: ซานเดอร์ แบร์เก้ (7.0), ซาช่า ลูคิช (6.7) ช่วยพาบอลขึ้นหน้าและคุมจังหวะเกมก่อนโดนเปลี่ยนออก
  • ตัวรุกสามคนด้านหลัง: แฮร์รี วิลสัน (6.3), เอมิล สมิธ โรว์ (6.5), เควิน (6.6) พยายามหาพื้นที่ระหว่างไลน์ แต่ยังเจาะแนวรับพาเลซแบบเน้นๆ ไม่ได้มากนัก
  • ศูนย์หน้า: ราอูล ฆิเมเนซ (6.0) แม้ไม่ได้มีช็อตยิงแบบหวือหวา แต่ช่วยดึงตัวประกบและเปิดทางให้เพื่อนเติมขึ้นมากดดัน

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • ทิโมธี กาสตานเญ่ (6.9) แทน เตเต้ นาที 51
  • ทอม แคร์นีย์ (7.8) แทน แบร์เก้ นาที 67
  • แฮร์ริสัน รีด (7.0) แทน เควิน นาที 85
  • อดาม่า ตราโอเร่ (6.5) แทน วิลสัน นาที 85

ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: เบนจามิน เลอคองต์, อิสซ่า ดิย็อป, ซามูเอล อามิสซาห์, เซธ ริดจ์ออน, โจนาห์ คูซี-อาซาเร

ฝั่งฟูแล่ม นักเตะที่โดดเด่นที่สุดหนีไม่พ้น ทอม แคร์นีย์ ซูเปอร์ซับที่ลงมาพลิกเกม และคู่เซ็นเตอร์อย่างอันเดอร์เซน-ควนก้าที่คุมแผงหลังได้อย่างแข็งแกร่ง

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

ถ้าเปิดกระดานแท็กติกดู เกมนี้คือการดวลหมากของสองสไตล์ต่างขั้วแบบชัดเจน ซึ่งแฟนสาย วิเคราะห์บอล ดูแล้วเพลินแน่นอน

คริสตัล พาเลซ เลือกใช้ระบบ 3-4-2-1 เน้นความแน่นในเขตโทษเป็นหลัก สามเซ็นเตอร์ยืนต่ำไม่หลุดโซน ปล่อยให้วิงแบ็กอย่างไคลน์กับมิทเชลล์ไล่บีบด้านข้าง เมื่อแย่งบอลได้จะสวนกลับเร็วไปที่ปิโน่และเดฟเวนนี่คอยเชื่อมเข้าหามาเตต้า จุดเด่นคือความกระชับในแดนตัวเอง แทบไม่ปล่อยให้ฟูแล่มมีพื้นที่ยิงโล่งๆ ในกรอบเขตโทษ

ปัญหาของพาเลซคือจังหวะออกบอลจากหลังสู่กลางยังขาดความต่อเนื่อง หากวอร์ตันถูกบีบ ปล่อยให้เลอร์ม่าหรือฮิวจ์สต้องหันหลังรับบอล เกมสวนกลับจะช้าลงทันที ทำให้ครึ่งหลังเมื่อฟูแล่มเร่งเพรส พาเลซเลยถอยไปตั้งบล็อกลึกมากขึ้นเรื่อยๆ

ฝั่งฟูแล่มในระบบ 4-2-3-1 ใช้คู่กลางแบร์เก้-ลูคิชเป็นหัวใจ ทั้งคู่ยืนต่ำคอยรับบอลจากอันเดอร์เซนและควนก้า ก่อนจะกระจายออกปีกหรือไส้ในให้สมิธ โรว์ รับช่วงต่อ จุดเด่นคือการเซ็ตบอลจากหลังที่นิ่งมาก ตัวเลขการส่งบอลและเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลสะท้อนชัดว่าฟูแล่มคุมเกมได้เหนือกว่า

อย่างไรก็ตาม จนกว่าจะถึงนาทีที่ 67 เกมรุกของฟูแล่มยังจืดไปหน่อย เพราะตัวรุกสามคนหน้า ฆิเมเนซ ไม่สามารถเจาะพื้นที่แคบๆ ที่พาเลซยืนอัดกันหน้าเขตโทษได้ แต่พอแคร์นีย์ลงมา ทุกอย่างเปลี่ยนทันที เขาเติมมิติการจ่ายทะลุช่อง เคลื่อนที่หาพื้นที่ว่างระหว่างไลน์ ทำให้ลูคิชมีตัวให้ฝากบอลมากกว่าเดิม ผลคือแนวรับพาเลซถูกดึงออกจากตำแหน่ง และโดนเล่นงานในประตูตีเสมอ 1-1 อย่างที่เห็น

เกมรับของฟูแล่มแม้โดนยิงก่อน แต่โดยรวมยังถือว่าทำงานได้ดี การดันไลน์ของอันเดอร์เซนกับควนก้าช่วยตัดบอลก่อนถึงมาเตต้าได้หลายหน จุดเดียวที่พลาดคือปล่อยให้ไคลน์ได้เวลาพักบอลและเปิดเข้าเขตโทษมากเกินไปในครึ่งแรก

พูดง่ายๆ เกมนี้คือภาพชัดของ “พาเลซแน่น แต่งานไม่จบ” กับ “ฟูแล่มเนียน แต่ขาดคมจนต้องพึ่งจอมทัพลงมาปิดบัญชี”

📈 ภาพรวมสถิติการแข่งขัน

แม้สกอร์จะจบเสมอ 1-1 แต่ตัวเลขหลังเกมชี้ชัดว่าฟูแล่มเป็นฝ่ายขึงเกมบุกมากกว่า ทั้งจำนวนยิงทั้งหมด 15 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง เหนือกว่าพาเลซที่ได้ลุ้นยิง 11 ครั้ง เข้ากรอบแค่ 2 หน การครองบอลก็เอียงไปหาอาคันตุกะ 58% ต่อ 42% รวมถึงจำนวนการผ่านบอล 530 ครั้ง ต่อ 380 ครั้ง และความแม่นยำในการจ่ายของฟูแล่มแตะระดับ 86% เหนือกว่าพาเลซที่อยู่ที่ 79%

ด้านความดุดัน ฟูแล่มทำฟาวล์มากกว่า 10 ต่อ 8 แถมเก็บใบเหลืองไปถึง 5 ใบ ขณะที่พาเลซไม่มีใบเหลืองเลย แต่โดนบีบจนล้ำหน้าไป 5 ครั้ง ในขณะที่ฟูแล่มล้ำหน้าเพียง 1 ครั้ง ลูกเตะมุมพาเลซได้มากกว่าที่ 6 ต่อ 3 สะท้อนว่าจังหวะสวนกลับของเจ้าบ้านอันตรายไม่น้อย แต่ขาดความเฉียบคมในการเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นประตูที่สอง

🧨 เหตุการณ์สำคัญในเกม

  • ⚠️ นาที 19 ฮอร์เก้ ควนก้า ฟาวล์หนักใส่แข้งพาเลซ ทำให้เจ้าถิ่นได้ตั้งเกมบุกบริเวณหน้ากรอบเขตโทษฟูแล่ม
  • ⚽ นาที 39 คริสตัล พาเลซขึ้นนำ 1-0 นาธาเนียล ไคลน์ เติมเกมฝั่งขวาเปิดให้ ฌ็อง-ฟิลิปป์ มาเตต้า ซัดผ่านมือเลโน่เข้าไป
  • ⏱️ นาที 45+4 ผู้ตัดสินโทนี่ แฮร์ริงตัน เป่าจบครึ่งแรก พาเลซนำ 1-0
  • 🟨 นาที 46 โยอาคิม อันเดอร์เซน รับใบเหลืองจากจังหวะโวยคำตัดสินต้นครึ่งหลัง
  • 🔁 นาที 51 ทิโมธี กาสตานเญ่ ลงมาแทน เคนนี่ เตเต้ ให้ฟูแล่มเพิ่มพลังริมเส้นขวา
  • 🟨 นาที 51 กาสตานเญ่โดนใบเหลืองทันทีจากจังหวะตัดฟาวล์เกมสวนกลับ
  • 🔁 นาที 56 พาเลซส่ง เจย์ดี แคนวอต แทน วิลล์ ฮิวจ์ส เสริมพละกำลังแดนกลาง
  • ⚠️ นาที 60 เอมิล สมิธ โรว์ ทำฟาวล์กลางสนาม เกมเริ่มดุเดือดมากขึ้น
  • 🔁 นาที 67 ฟูแล่มเปลี่ยนเกมรุก ถอด ซานเดอร์ แบร์เก้ ส่ง ทอม แคร์นีย์ ลงมาคุมเกมรุก
  • ⚽ นาที 80 ฟูแล่มตีเสมอ 1-1 ซาช่า ลูคิช แทงทะลุช่องให้ ทอม แคร์นีย์ หลุดเข้าไปยิงผ่านเฮนเดอร์สันอย่างเฉียบคม
  • 🟨 นาที 81 แคร์นีย์ถูกใบเหลืองจากการไปตัดเกมแดนกลางหลังยิงประตูได้ไม่นาน
  • 🔁 นาที 82 พาเลซเปลี่ยนสองคนรวด ส่ง รอแม็ง เอสเซ แทน เดฟเวนนี่ และ คริสตันทัส อูเช แทน ปิโน่
  • 🔁 นาที 85 ฟูแล่มเติมความสด เปลี่ยน แฮร์ริสัน รีด แทน เควิน และ อดาม่า ตราโอเร่ แทน แฮร์รี วิลสัน
  • 🟨 นาที 88 กาสตานเญ่โดนใบเหลืองอีกครั้งจากจังหวะเข้าสกัดหนักริมเส้นขวา
  • 🔁 นาที 90+2 พาเลซส่ง บอร์น่า โซซ่า ลงแทน ไคลน์ หวังเพิ่มความคมจากลูกครอสซ้าย
  • ⏱️ นาที 90+6 เป่าจบเกมอย่างเป็นทางการ สกอร์ยุติที่ 1-1 แบ่งแต้มกันไป

⭐ Player of the Match: Tom Cairney

ทอม แคร์นีย์ สมควรได้รับตำแหน่ง Player of the Match แบบไร้ข้อกังขา ลงสนามนาที 67 แต่ยกระดับเกมรุกฟูแล่มทันที การจับบอลแรกนุ่มนวล หาพื้นที่ระหว่างไลน์แนวรับพาเลซได้ตลอด ทำให้คู่เซ็นเตอร์เจ้าบ้านต้องถอยไปปิดช่อง เปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมสอดขึ้นมาบุก

ประตูตีเสมอนาที 80 คือภาพรวมความฉลาดของแคร์นีย์ เขาอ่านจังหวะลูคิชได้ดี หลุดขึ้นมารับบอลก่อนซัดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้เฮนเดอร์สันตั้งตัว นอกจากนั้นยังมีจังหวะเชื่อมเกมและจ่ายบอลคิลเลอร์พาสอีกหลายครั้ง คะแนน 7.8 จึงไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือผลงานที่ทำให้ฟูแล่มรอดพ้นความพ่ายแพ้แบบหวุดหวิด

🏆 สถานการณ์ล่าสุดในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ผลเสมอเกมนี้ทำให้ทั้งสองทีมยังเดินเคียงกันในโซนกลางตาราง คริสตัล พาเลซ แข่ง 19 นัด ชนะ 7 เสมอ 6 แพ้ 6 ยิงได้ 22 เสีย 21 ประตูได้เสียบวกหนึ่ง มี 27 คะแนน ยึดอันดับ 10 ไว้แบบเฉียดๆ

ด้านฟูแล่ม แข่ง 19 นัดเท่ากัน ชนะ 8 เสมอ 3 แพ้ 8 ยิงได้ 26 เสีย 27 ประตูได้เสียติดลบหนึ่ง เก็บเพิ่มเป็น 27 คะแนนเช่นกัน อยู่ถัดลงมาในอันดับ 11 ความต่างมีเพียงสถิติประตูได้เสียเท่านั้น ทำให้กลุ่มกลางตารางของพรีเมียร์ลีกแน่นเอี้ยด จนสะกิดเดียวก็มีสิทธิ์โดนทีมข้างล่างแซงทันที

ในขณะที่หัวตารางนำโดยอาร์เซน่อล ตามมาด้วยแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแอสตัน วิลล่า ช่องว่างคะแนนยังพอให้ทีมอย่างพาเลซหรือฟูแล่มฝันถึงพื้นที่ยุโรปได้บ้าง แต่ต้องรีบกวาดชัยในช่วงโปรแกรมต่อจากนี้ให้ได้ก่อนจะสายเกินไป

📅 ตารางบอลและโปรแกรมบอลนัดถัดไป

มองไปที่ ตารางบอล ช่วงต้นเดือนมกราคม สองทีมนี้ยังมีภารกิจหนักรออยู่

คริสตัล พาเลซ ต้องออกไปเยือนนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด วันที่ 4 ม.ค. เวลา 22.00 น. เกมที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก ไม่มีคำว่าง่าย เพราะสาลิกาดงกำลังไล่ล่าคะแนนขยับขึ้นบนเช่นกัน หลังจากนั้นวันที่ 8 ม.ค. เวลา 02.30 น. พาเลซจะกลับมาเล่นในบ้านเจอกับแอสตัน วิลล่า ทีมฟอร์มแรงจากกลุ่มหัวตาราง โปรแกรมชุกและหินแบบนี้เป็นบททดสอบสำคัญว่าแนวรับสามเซ็นเตอร์ของกลาสเนอร์จะยืนระยะได้แค่ไหน

ฝั่งฟูแล่มก็ไม่เบา เริ่มจากการเปิดบ้านรับลิเวอร์พูล วันที่ 4 ม.ค. เวลา 22.00 น. เจอแนวรุกจัดเต็มของหงส์แดง ใครหลุดโฟกัสนิดเดียวอาจโดนลงโทษทันที ตามด้วยแมตช์ในบ้านอีกเกม วันที่ 8 ม.ค. เวลา 02.30 น. พบเชลซี ที่กำลังพยายามยืนระยะลุ้นท็อปโฟร์เช่นกัน ถ้าซิลวาเก็บชัยได้สักนัดจากสองเกมนี้ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาลทันที

ใครอยากวางแผนเช็ก โปรแกรมบอล ล่วงหน้า บอกเลยว่าช่วงนี้ของพรีเมียร์ลีกไม่มีคืนไหนน่าเบื่อ ทุกแต้มมีค่าและทุกเกมมีเรื่องราวให้ตามเชียร์

📺 เช็กผลฟุตบอลและบ้านผลบอลสดๆ ได้ที่ บ้านกีฬา

สำหรับคอบอลที่อยากตามทุกช็อตเดือด ทั้งสกอร์ทันใจ สถิติลึกๆ ไปจนถึงมุมมองเจาะแท็กติกสไตล์นักข่าวสนามจริง บ้านกีฬา พร้อมอัปเดตข่าวสารฟุตบอลรอบโลกและอัปเดตสกอร์แบบอิงสไตล์เว็บ บ้านผลบอล ให้คุณไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญของพรีเมียร์ลีก รวมถึงลีกดังอื่นๆ อีกเพียบ เข้ามาเช็กก่อน ใครแทงบอล ใครเชียร์ทีมรัก รับรองได้ข้อมูลครบกว่าเพื่อน

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา