บ้านผลบอล สรุปหลังเกม พรีเมียร์ลีก ดุเดือด! หงส์คมไม่พอ คอนาเต้ยืนค้ำแต่เจาะลีดส์ไม่เข้า เจ๊า 0-0 ทำแต้มลุ้นแชมป์สะดุด

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก ระหว่าง ลิเวอร์พูล 0-0 ลีดส์ ยูไนเต็ด วันนี้ 2/1/69 – บ้านกีฬา

ค่ำคืนที่แอนฟิลด์ออกอากาศแบบสดๆ ผ่านสกอร์จากหน้าเว็บ ผลบอลสด แฟนหงส์หลายคนคงถอนหายใจยาว ลิเวอร์พูลเปิดบ้านล้อมลีดส์ยูไนเต็ดแทบทั้งเกม แต่สุดท้ายเจาะไม่เข้า เสมอ 0-0 เก็บได้เพียงหนึ่งแต้ม ทั้งที่รูปเกมเหนือกว่าเกือบทุกมิติ

⏱️ ครึ่งแรก: หงส์ล้อมแต่ไม่คม

ลิเวอร์พูลของอาร์เน่ สลอตจัด 4-2-3-1 เดินเกมบุกตั้งแต่ต้น นาทีต้นๆ ตัวรุกอย่าง ฟลอเรียน เวิร์ตซ์, เคอร์ติส โจนส์ และเฌเรมี่ ฟริมปง สลับตำแหน่งวิ่งกดดันแนวรับทีมเยือนตลอด ฝั่งลีดส์ของดาเนียล ฟาร์เค่ เลือกเล่น 3-5-2 เน้นรับลึกแล้วหาจังหวะโต้ ตัดเกมกลางสนามด้วย เอธาน แอมพาดู และ อิลิอา กรูเยฟ

แม้หงส์จะครองบอลเหนือกว่าชัดเจน แต่จังหวะจบไม่เฉียบขาด บอลครอสของโรเบิร์ตสันกับฟริมปงมักไปติดหัวเซ็นเตอร์สามคนของลีดส์ หรือไม่ก็ถูก ลอเรนโซ เปร์รี ผู้รักษาประตูทีมเยือนเซฟเอาไว้ โอกาสยิงตรงกรอบของลิเวอร์พูลมีไม่มากเท่าที่ควร ขณะที่ลีดส์ได้สวนกลับอันตราย 1–2 ครั้งจาก บรูเก้ อารอนสัน และ ลูคัส เอ็นเมชา แต่ก็เจอ อิบราฮิม่า โกนาเต้ กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ อ่านเกมบล็อกไว้ได้หมด

จบครึ่งแรกสกอร์ยัง 0-0 แฟนเจ้าถิ่นเริ่มรู้สึกได้ว่าคืนนี้ไม่ง่าย แต่ยังกดดันต่อเนื่องด้วยเสียงเชียร์ในบ้าน

🔁 ครึ่งหลัง: เปลี่ยนทั้งแผนทั้งคนแต่สกอร์นิ่งสนิท

ครึ่งหลังรูปเกมยังเหมือนเดิม ลิเวอร์พูลบุกเป็นพายุ ลีดส์รัดแผงรับแน่นขึ้นอีก จนเกมเริ่มเดือดในกลางสนาม แอมพาดูโดนใบเหลืองจากจังหวะแฮนด์บอล นาที 61 ต่อด้วย ยาสมิน บิโยล ที่โดนจดชื่อเพิ่มเพราะไปประท้วงผู้ตัดสิน ทำให้แนวรับทีมเยือนต้องเล่นอย่างระวังมากขึ้น

นาที 66 สลอตแก้เกมชุดใหญ่ ส่ง มิลอช เคร์เคซ, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ โคดี้ กัคโป ลงมาพร้อมกันแทน โรเบิร์ตสัน, โจนส์ และเวิร์ตซ์ เกมริมเส้นฝั่งซ้ายดูสดขึ้นทันที เคร์เคซเติมสูงเปิดบอลได้ลุ้นหลายครั้ง แม็ค อัลลิสเตอร์คุมจังหวะกลางสนาม ทำให้ลิเวอร์พูลเร่งบุกต่อเนื่อง

ฟาร์เค่ไม่ยอมแพ้ นาที 70 ส่ง โนอาห์ โอกาเฟอร์ กับ โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ลงมาเพิ่มมิติในแดนหน้าแทน อารอนสัน และเอ็นเมชา ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูลเปลี่ยนแบ็กขวา ซีมูส แบรดลีย์ ออกให้ เฟเดริโก้ เคียซ่า ลงมาเพิ่มความจัดจ้านทางขวา นาที 79 ก่อนที่ ริโอ เอ็นกูโมฮา จะลงมาแทนฟริมปง นาที 84 หวังใช้ความเร็วป่วนแนวรับลีดส์อีกชั้น

ทดเวลาช่วงท้าย ลีดส์ส่ง อาโอะ ทานากะ แทน กรูเยฟ นาที 90+2 เพื่อปิดเกมรับให้แน่นที่สุด ลิเวอร์พูลยังคงโหมบุกจนวินาทีสุดท้าย แต่เปร์รีและแนวรับทีมเยือนช่วยกันสกัดทุกลูก จบเกมเสมอ 0-0 แบบแฟนหงส์ต้องบ่นว่าบอลไหลแต่ไม่เข้าไปกองก้นตาข่าย

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน

🔴 ลิเวอร์พูล (4-2-3-1)

ผู้จัดการทีม: อาร์เน่ สลอต

ผู้รักษาประตู

  • อาลีสซง เบ็คเกอร์ (6.5)

กองหลัง

  • คอเนอร์ แบรดลีย์ (6.4) – แบ็กขวา
  • อิบราฮิม่า โกนาเต้ (8.3) – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
  • เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ (8.0) – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ กัปตันทีม
  • แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (6.7) – แบ็กซ้าย

กองกลางตัวรับ/กึ่งกลาง

  • ไรอัน กราเฟนเบิร์ช (7.1)
  • โดมินิค โซบอสซ์ไล (6.5)

กองกลางตัวรุกและตัวริมเส้น

  • เฌเรมี่ ฟริมปง (6.9) – ขวา
  • เคอร์ติส โจนส์ (7.0) – กลางรุก
  • ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ (6.5) – ซ้าย

กองหน้า

  • อูโก เอกิติเก้ (6.5)

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • มิลอช เคร์เคซ (6.7) แทน โรเบิร์ตสัน นาที 66
  • อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (7.0) แทน โจนส์ นาที 66
  • โคดี้ กัคโป (6.4) แทน เวิร์ตซ์ นาที 66
  • เฟเดริโก้ เคียซ่า (6.3) แทน แบรดลีย์ นาที 79
  • ริโอ เอ็นกูโมฮา (6.6) แทน ฟริมปง นาที 84

ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้: จอร์จี้ มามาร์ดัชวิลี, คัลวิน แรมซีย์, เวลิลิตี้ ลักกี้, เทรย์ นโยนี

🟡 ลีดส์ ยูไนเต็ด (3-5-2)

ผู้จัดการทีม: ดาเนียล ฟาร์เค่

ผู้รักษาประตู

  • ลอเรนโซ เปร์รี (7.2)

กองหลังสามคน

  • เซบาสเตียน บอร์นาว (6.9)
  • ยาสมิน บิโยล (7.2) – ได้ใบเหลือง
  • ปาสคาล สตรุยค์ (7.5)

วิงแบ็กและมิดฟิลด์

  • เจมส์ จัสติน (7.5) – วิงแบ็กขวา
  • โยฮันน์ กุดมันด์สสัน (7.0) – วิงแบ็กซ้าย
  • เอธาน แอมพาดู (7.0) – คุมเกมรับกลางสนาม ได้ใบเหลือง
  • อิลิอา กรูเยฟ (7.3)
  • อันเดรียส สตาคห์ (6.6)

กองหน้า

  • เบรนเดน อารอนสัน (6.5)
  • ลูคัส เอ็นเมชา (6.3)

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • โนอาห์ โอกาเฟอร์ (6.4) แทน อารอนสัน นาที 70
  • โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (6.3) แทน เอ็นเมชา นาที 70
  • เจย์เดน โบเกิล (6.7) แทน บอร์นาว นาที 83
  • อาโอะ ทานากะ แทน กรูเยฟ นาที 90+2

ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้: คาร์ล ดาร์โลว์, แซม ไบรัม, แจ็ค แฮร์ริสัน, วิลฟรีด ญอนโต้, โจเอล พีโร

ผู้เล่นบาดเจ็บ/ติดโทษแบนที่หายไปจากเกมนี้ฝั่งลิเวอร์พูล ได้แก่ โจวานนี เลโอนี, วาตารุ เอ็นโด, โจ โกเมซ, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, สเตฟาน บายเชติช และอเล็กซานเดอร์ อิสัค ส่วนลีดส์ขาด ดาเนียล เจมส์, ฌอน ลองสตาฟฟ์ และโจ โรดอน

🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

บ้านกีฬา มองรูปเกมนี้ชัดๆ แล้วต้องบอกว่าเป็นตัวอย่างคลาสสิกของทีมใหญ่เจอตัวรับแน่นสุดคอหอย ลิเวอร์พูลวางระบบ 4-2-3-1 คุมเกมด้วยสองกลางอย่างกราเฟนเบิร์ชกับโซบอสซ์ไล พยายามดันฟูลแบ็กทั้งโรเบิร์ตสันและแบรดลีย์ขึ้นสูงเพื่อสร้างความได้เปรียบด้านกว้าง แต่การเคลื่อนที่ในกรอบเขตโทษของเอกิติเก้ยังไม่มากพอ ทำให้บอลครอสหลายลูกไม่มีคนจบสกอร์ที่เด็ดขาดอย่างเคยเมื่อไม่มีซาลาห์อยู่ในสนาม

จุดเด่นของหงส์คือการเพรสซิ่งทันทีหลังเสียบอล ทำให้ลีดส์แทบไม่สามารถต่อบอลขึ้นเกมสวยๆ ได้เลย แต่ปัญหาคือพื้นที่ระหว่างไลน์กองกลางกับแนวรุกไม่ถูกใช้อย่างเต็มที่ โจนส์กับเวิร์ตซ์มักรับบอลในจุดที่แนวรับลีดส์ยังจัดตัวทัน ทำให้ต้องหันบอลออกด้านข้างมากกว่าลากจี้เข้าไปลุ้นยิง

ด้านลีดส์ เลือกแผน 3-5-2 ที่วางบล็อกสองชั้นหน้าเขตโทษอย่างมีวินัย แอมพาดูยืนเป็นสวีปเปอร์แดนกลาง ตัดบอลก่อนถึงแนวรับหลายครั้ง ขณะที่กรูเยฟคอยไล่บี้ไม่ให้ลิเวอร์พูลมีเวลาคิด บอลส่วนใหญ่จึงถูกบีบให้ต้องเปิดจากด้านข้าง ซึ่งเข้าทางสามเซ็นเตอร์สูงใหญ่ของทีมเยือน

เกมรุกของลีดส์เน้นโต้กลับเร็ว ใช้การพักบอลของเอ็นเมชาและอารอนสันแล้วแทงออกริมเส้นให้วิงแบ็กอย่างจัสตินหรือกุดมันด์สสัน แต่ด้วยจำนวนคนบุกที่ไม่มากและเจอกำแพงคู่หู โกนาเต้–ฟาน ไดค์ ทำให้โอกาสจบสกอร์มีไม่บ่อยนัก การเปลี่ยน เอ็นเมชา ออกแล้วส่งคัลเวิร์ต-เลวินลงมา แม้เพิ่มลูกกลางอากาศ แต่บอลจากแดนกลางไปหน้าไม่แม่นพอ

ในเชิง วิเคราะห์บอล ถ้ามองอีกมุม นี่คือเกมที่แสดงให้เห็นว่าลิเวอร์พูลยังขาด “ตัวจบคมแบบฆาตกร” ในวันที่คู่แข่งอุดลึกสุดชีวิต ขณะที่ลีดส์แสดงให้เห็นถึงวินัยเกมรับระดับสูงและการจัดบล็อกที่ชัดเจน หากรักษามาตรฐานนี้ได้ การหนีพื้นที่ตกชั้นไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

📊 สถิติการแข่งขันบอกอะไรบ้าง

ตัวเลขหลังเกมพูดแทนทุกอย่าง ลิเวอร์พูลยิงทั้งหมด 16 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง ส่วนลีดส์ได้ลองส่องเพียง 4 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้งเท่านั้น เจ้าถิ่นครองบอล 66% ต่อ 34% ส่งบอลมากถึง 619 ครั้ง ความแม่นยำสูงถึง 90% ขณะที่ทีมเยือนส่งบอลเพียง 282 ครั้ง ความแม่นยำ 69%

ด้านเกมรับ ลีดส์ต้องตัดเกมบ่อยจนมีฟาวล์ 8 ครั้ง มากกว่าหงส์ที่ทำไป 9 ต่อ 8 ใบเหลืองทั้งหมดอยู่ฝั่งทีมเยือน 2 ใบจากแอมพาดูและบิโยล แสดงให้เห็นว่ารับแบบไม่ถอยง่ายๆ ลิเวอร์พูลล้ำหน้าถึง 6 ครั้ง บ่งบอกว่าพยายามวิ่งตัดไลน์กองหลังตลอด ส่วนลูกเตะมุมเจ้าถิ่นได้ถึง 8 ครั้ง ลีดส์ได้เพียง 3 โดยรวมแล้วทุกสถิติชี้ว่าแดงเดือดฝ่ายเดียว แต่สกอร์บอร์ดกลับดื้อแพ่งแสดงเลขศูนย์คู่ให้แฟนหงส์ปวดตับ

⏱️ เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที

  • ⚠️ นาที 61 เอธาน แอมพาดู โดนใบเหลืองจากจังหวะแฮนด์บอลกลางสนาม
  • ⚠️ นาที 62 ยาสมิน บิโยล โดนใบเหลืองจากการประท้วงผู้ตัดสิน
  • 🔁 นาที 66 ลิเวอร์พูลเปลี่ยนสามคนรวด มิลอช เคร์เคซ, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และโคดี้ กัคโป ลงมาแทน โรเบิร์ตสัน, เคอร์ติส โจนส์ และฟลอเรียน เวิร์ตซ์
  • 🔁 นาที 70 ลีดส์ส่ง โนอาห์ โอกาเฟอร์ และโดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ลงแทน เบรนเดน อารอนสัน กับลูคัส เอ็นเมชา เพื่อเพิ่มความสดแดนหน้า
  • 🔁 นาที 79 ลิเวอร์พูลถอด ซีมูส แบรดลีย์ ส่ง เฟเดริโก้ เคียซ่า ลงมาเล่นแบ็กขวาเติมเกมรุก
  • 🔁 นาที 83 ลีดส์ถอด เซบาสเตียน บอร์นาว ส่ง เจย์เดน โบเกิล ลงมาเสริมความเร็วทางขวา
  • 🔁 นาที 84 ลิเวอร์พูลให้โอกาสดาวรุ่ง ริโอ เอ็นกูโมฮา ลงแทน ฟริมปง
  • 🔁 นาที 90+2 ลีดส์เปลี่ยนตัวสุดท้าย ส่ง อาโอะ ทานากะ ลงมาแทน อิลิอา กรูเยฟ เพื่อปิดเกมรับช่วงทดเวลา
  • 🔔 จบเกม ลิเวอร์พูล 0-0 ลีดส์ ยูไนเต็ด สกอร์นิ่งแต่ความเดือดเต็ม 90 นาที

⭐ Player of the Match

รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ จากหลายสำนักเทไปหา อิบราฮิม่า โกนาเต้ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟลิเวอร์พูลที่ได้คะแนนสูงถึง 8.3 บ้านกีฬาเห็นด้วยแบบไม่ต้องคิดนาน ทั้งเกมเขาอ่านบอลได้เฉียบขาด ชนะดวลลูกกลางอากาศแทบทุกครั้ง เก็บบอลยาวจากแนวรับลีดส์ได้หมด แถมยังช่วยดันไลน์เกมรับสูงเพื่อบีบให้ทีมเยือนไม่มีพื้นที่เล่น

นอกจากสกัดสำคัญหลายครั้ง โกนาเต้ยังกล้าเลี้ยงพาบอลขึ้นมาช่วยต่อเกม ทำให้ลิเวอร์พูลสามารถกดคู่แข่งไว้หน้าเขตโทษได้ต่อเนื่อง ถ้าไม่ใช่ฟอร์มระดับสุดยอดของเซ็นเตอร์เบอร์ 5 รายนี้ หงส์อาจไม่จบด้วยคลีนชีตก็เป็นได้

📌 สถานการณ์บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

หนึ่งแต้มจากเกมนี้ทำให้ลิเวอร์พูลแข่ง 19 นัด มี 33 คะแนน รั้งอันดับ 4 ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอลที่มี 45 แต้มอยู่ 12 คะแนน และยังโดนแมนเชสเตอร์ ซิตี้กับแอสตัน วิลล่าคั่นอยู่ตรงกลาง เส้นทางลุ้นแชมป์ยังไม่จบ แต่การสะดุดในบ้านแบบนี้ทำให้ทุกแต้มต่อจากนี้สำคัญขึ้นอีกเท่าตัว

ฝั่งลีดส์ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 21 แต้มจาก 19 นัด อยู่อันดับ 16 ยังไม่หลุดจากโซนเสี่ยงตกชั้น แต่การบุกมาแบ่งแต้มจากทีมใหญ่อย่างลิเวอร์พูลจะเพิ่มความมั่นใจให้ลูกทีมของฟาร์เค่ไม่น้อย หากรักษาวินัยเกมรับแบบนี้ได้ต่อเนื่อง โอกาสอยู่รอดในลีกสูงสุดก็ยังเปิดกว้าง

📅 ตารางบอลพรีเมียร์ลีกนัดถัดไป

มองไปข้างหน้าใน โปรแกรมบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลมีภารกิจหนักต่อเนื่อง ต้องออกไปเยือนฟูแล่มในวันที่ 4/01/26 เวลา 22:00 น. ก่อนจะบุกไปดวลอาร์เซนอลจ่าฝูงที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม วันที่ 09/01/26 เวลา 03:00 น. สองเกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าหงส์ยังพร้อมไล่จี้หัวตารางหรือไม่

ส่วนลีดส์ยูไนเต็ดมีคิวไปเยือนนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด วันที่ 08/01/26 เวลา 03:15 น. และกลับมาเล่นในถิ่นพบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันที่ 04/01/26 เวลา 19:30 น. สองนัดนี้หนักพอๆ กัน แต่ถ้ายังเล่นเกมรับได้เหนียวแน่นอย่างที่ทำในแอนฟิลด์ แฟนยูงทองอาจได้เห็นคะแนนสำคัญเพิ่มในกระเป๋า

🏠 ติดตาม บ้านผลบอล และข่าวบอลมันส์ ๆ ที่ บ้านกีฬา

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ไม่ว่าจะเช็กสกอร์แบบเรียลไทม์ผ่านหน้าเว็บ บ้านผลบอล ดูสถิติหลังเกมเชิงลึก หรืออัปเดตข่าวเดือดนอกสนาม บ้านกีฬา พร้อมยกทั้งสนามมาเล่าให้ฟังแบบมันส์ๆ สไตล์คนดูบอลตัวจริง กดเข้ามาเมื่อไหร่ รับรองไม่พลาดทุกลูกยิง ทุกเสียงนกหวีด และทุกดราม่าบนและนอกสนามแน่นอน

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา