พรีเมียร์ลีกเดือด! สิงห์บลูส์เด้ง มาเรสก้า สะเทือนเก้าอี้ก่อนบุกถ้ำแมนซิตี้ โรซีเนียร์โผล่เต็งเสียบแทน

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

เชลซีช็อกแฟน เด้งกุนซือก่อนเกมใหญ่กับแมนซิตี้

สถานการณ์ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อ เชลซี ประกาศแยกทางกับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า แบบสายฟ้าแลบ ทั้งที่กำลังมีโปรแกรมหนักต้องบุกเยือน แมนซิตี้ ในเกมใหญ่ศึก พรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์นี้ ทำให้บรรยากาศรอบทีมเต็มไปด้วยคำถามและความกดดันแบบสุดขีดต่อผู้เล่นและบอร์ดบริหาร

เชลซี สโมสรดังของอังกฤษยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม ว่าได้ตกลงแยกทางกับกุนซือชาวอิตาเลียนเรียบร้อยแล้ว หลังร่วมงานกันได้เพียงไม่นาน ท่ามกลางผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา และแรงกดดันจากทั้งในสนามและนอกสนามที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด

เบื้องหลังรอยร้าว บอร์ด–มาเรสก้า

แม้จะเพิ่งเข้ามารับงานได้ไม่นาน แต่กระแสข่าวจากลอนดอนรายงานตรงกันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างบอร์ดบริหารกับมาเรสก้าไม่สวยหรูอย่างที่คิด ทั้งในเรื่องแนวทางการทำทีม การเสริมทัพ และทิศทางของสโมสรในระยะยาว ขณะที่ในสนามผลงานก็ไม่ช่วยประคองสถานการณ์ โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมที่เชลซีคว้าชัยในเกมลีกได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น

สำหรับสโมสรที่ตั้งมาตรฐานเอาไว้สูงลิบอย่างเชลซี ฟอร์มแบบนี้ถือว่า “รับไม่ได้” และเมื่อผลงานไม่เป๊ะ บวกกับความเห็นไม่ตรงกันในระดับนโยบาย การแยกทางจึงกลายเป็นทางเลือกที่ทั้งสองฝ่ายมองว่าดีกว่าการฝืนเดินหน้าต่อไป

แถลงการณ์เชลซี ย้ำความสำเร็จยังจารึกในประวัติศาสตร์

เชลซีออกแถลงยกย่องผลงานของมาเรสก้า ระบุถึงโทรฟี่สำคัญที่เขาฝากไว้กับสโมสร รวมถึงบทบาทในหน้าประวัติศาสตร์ของทีมว่า

“ตลอดระยะเวลาที่เขาอยู่กับสโมสร เอ็นโซ่ นำทีมประสบความสำเร็จในการแข่งขัน ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ความสำเร็จเหล่านั้นจะยังคงเป็นส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์สโมสร เราขอขอบคุณเขาสำหรับการทำงานให้สโมสร”

พร้อมกันนั้น แถลงการณ์ยังสะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายที่สโมสรยังต้องเดินหน้าต่อไปในฤดูกาลนี้ว่า

“ด้วยเป้าหมายสำคัญที่ยังต้องทำให้สำเร็จใน 4 รายการ รวมถึงการผ่านเข้าไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก เอ็นโซ่ และสโมสรเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ทีมมีโอกาสที่ดีที่สุดในการกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องของฤดูกาล เราขออวยพรให้ เอ็นโซ่ ประสบความสำเร็จในอนาคต”

ข้อความดังกล่าวสะท้อนชัดว่า เชลซีมองฤดูกาลนี้ว่ายังไม่จบ และพร้อมจะ “รีเซ็ต” ทิศทางทีมใหม่ เพื่อรักษาเป้าหมายพื้นที่ยุโรประดับสูงให้ได้

ตัวเต็งเสียบแท่นคุมสิงห์บลูส์คนต่อไป

ฝั่งสื่ออังกฤษเริ่มขยับทันทีหลังเชลซีประกาศเด้งกุนซือ โดยรายงานรายชื่อเต็งที่จะเข้ามารับงานต่อจากมาเรสก้า นำโดย เลียม โรซีเนียร์ กุนซือสายหนุ่มที่ถูกยกย่องเรื่องไอเดียการทำทีมสมัยใหม่, โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เทรนเนอร์สายแท็กติกที่ขึ้นชื่อเรื่องเกมรับเป็นระบบ, ชาบี เอร์นานเดซ ที่เพิ่งแยกทางกับบาร์เซโลน่า และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตำนานของสโมสรที่เคยผ่านประสบการณ์คุมเชลซีมาแล้ว

แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ชื่อของโรซีเนียร์ถูกพูดถึงมากเป็นพิเศษ เนื่องจากสอดคล้องกับแนวทางของเชลซีในยุคใหม่ที่เน้นกุนซืออายุน้อย มีแนวคิดชัดเจน และพร้อมเติบโตไปกับโครงการระยะยาวของสโมสร

เส้นทางคุมทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ก่อนบอกลาสแตมฟอร์ด บริดจ์

มาเรสก้า วัย 45 ปี เข้ามาคุมเชลซีเมื่อปี 2024 หลังจากสร้างชื่อในฐานะกุนซือเลสเตอร์ ซิตี้ และเคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับทีมงานของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้เขาถูกมองว่าเป็นโค้ชสายแท็กติกที่เข้าใจฟุตบอลเกมรุกแบบละเอียดลึก

ฤดูกาลแรกกับเชลซี มาเรสก้าพา “สิงห์บลูส์” คว้าแชมป์ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก 2024/25 และแชมป์สโมสรโลก 2025 ซึ่งเป็นโทรฟี่สำคัญที่ช่วยประคองศรัทธาจากแฟนบอลในช่วงแรก แต่เมื่อผลงานในลีกไม่ต่อเนื่อง ทีมยังแกว่ง และไม่สามารถยืนระยะในโซนหัวตารางได้ ความกดดันจึงเริ่มพุ่งกลับมาที่ตัวกุนซือแบบเต็ม ๆ

ความคาดหวังที่สูงลิ่วของเชลซีในยุคเจ้าของใหม่ รวมถึงการลงทุนเสริมทัพมหาศาล ทำให้พื้นที่ “โอกาส” สำหรับกุนซือมีจำกัด หากไม่สามารถทำผลงานสม่ำเสมอ การถูกปลดก็แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติในสายตาแฟนบอลยุคนี้ไปแล้ว

เชลซีกับวัฒนธรรมเด้งโค้ช – สิ่งที่แฟนบอลต้องเข้าใจ

ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา เชลซีคือหนึ่งในสโมสรที่เปลี่ยนกุนซือบ่อยที่สุดในยุโรป ไม่ว่าจะยุคโรมัน อบราโมวิช หรือยุคเจ้าของใหม่ ปรัชญาใกล้เคียงกันคือ “ถ้าผลงานไม่ถึงเป้า ก็ต้องเปลี่ยน” แม้จะดูโหด แต่สไตล์นี้ก็เคยพาสโมสรประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย ทั้ง พรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก และฟุตบอลถ้วยอื่น ๆ

สำหรับแฟนบอล นี่คือภาพสะท้อนของสโมสรที่ไม่ยอมปล่อยให้ทีมถอยหลังนานเกินไป พอเห็นว่าทีมเริ่มหลุดเส้นทาง ก็พร้อมตัดสินใจครั้งใหญ่ทันที จุดนี้ทำให้เชลซีเป็นทีมที่ “คาดเดายาก” ทั้งในแง่แท็กติกและการบริหาร แต่ในขณะเดียวกันก็ตื่นเต้นและดราม่าตลอดเวลา เหมาะกับยุค ข่าวบอลวันนี้ ที่ทุกอย่างเปลี่ยนได้ในพริบตา

ในระยะยาว แฟนบอลเชลซีจึงต้องจับตาทั้งผลงานในสนามและท่าทีของผู้บริหารไปพร้อมกัน เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงบนม้านั่งกุนซือย่อมส่งผลต่อโครงสร้างทีม การเสริมทัพ และอนาคตของนักเตะแกนหลักเสมอ

มุมมองต่ออนาคตสิงห์บลูส์จากสายตา บ้านกีฬา

การปลดโค้ชก่อนบุกเยือนทีมแกร่งอย่างแมนซิตี้ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาและไม่ใช่การตัดสินใจเล่น ๆ แน่นอน เชลซีเลือกเดินหมากเสี่ยงในจังหวะสำคัญของฤดูกาล หวังให้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็น “ช็อกเวฟ” ปลุกห้องแต่งตัวให้กลับมามีไฟอีกครั้ง

ระยะสั้น เชลซีอาจเน้นการใช้แรงกระตุ้นใหม่ในทีม นักเตะหลายคนจะพยายามพิสูจน์ตัวเองต่อสตาฟฟ์ชุดใหม่ ส่วนระยะยาวต้องรอดูว่าใครจะได้เข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือถาวร และมีเวลาพอในการวางแผนสร้างทีมจริง ๆ หรือไม่ เพราะหากยังหมุนโค้ชถี่แบบเดิม ความต่อเนื่องในผลงานก็จะเป็นคำถามที่วนกลับมาซ้ำไปซ้ำมา

แฟนบอลที่เฝ้ามองสถานการณ์นี้ คงต้องเตรียมใจรับทั้งความหวังและดราม่าในคราวเดียวกัน แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนโค้ชกี่ครั้ง เสียงเชียร์ของแฟนสิงห์บลูส์ทั่วโลกยังคงเป็นพลังสำคัญที่ผลักดันทีมเดินหน้าต่อไปเสมอ

และถ้าอยากตามทุกจังหวะข่าวเดือดบนโลกฟุตบอล ทั้งกระแสเด้งโค้ช เกมใหญ่ของบิ๊กทีม ไปจนถึงประเด็นร้อนในวงการลูกหนัง อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา