ภาพใหญ่ที่โลกกำลังจับตา: เกิดอะไรขึ้นกับเวเนซุเอลา
เช้ามืดวันที่ 3 มกราคม 2026 โลกสะเทือนอีกระลอก เมื่อมีรายงานว่า สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารในกรุงการากัส ก่อนประกาศควบคุมตัวผู้นำเวเนซุเอลาอย่าง นิโคลัส มาดูโร และภริยา “ซิเลีย ฟลอเรส” เพื่อนำไปดำเนินคดีในนิวยอร์ก โดยประธานาธิบดี ทรัมป์ ระบุว่า วอชิงตันจะ “ดูแล/บริหาร” สถานการณ์ในเวเนซุเอลาชั่วคราวจนกว่าจะเกิด “การเปลี่ยนผ่านที่ปลอดภัย” ซึ่งทำให้เสียงวิจารณ์เรื่องอธิปไตยและความชอบธรรมระเบิดทันที
ในมุมบ้านกีฬา…นี่ไม่ใช่แค่ข่าวจับกุมผู้นำประเทศ แต่มันคือ “เกมเพลย์ออฟของภูมิรัฐศาสตร์” ที่เดิมพันด้วยเสถียรภาพทั้งละตินอเมริกา—และทรัพยากรที่ทั้งโลกอยากได้ที่สุดอย่าง น้ำมันเวเนซุเอลา
#BREAKING: Nicolas Maduro just did the 'perp walk' through DEA’s NYC HQ. pic.twitter.com/QpWGhDcCy1
— Insider Wire (@InsiderWire) January 4, 2026
จาก “Superbigote” สู่ห้องขัง: สงครามภาพลักษณ์ที่หักมุม
หลายปีที่ผ่านมา มาดูโรสร้างภาพการเมืองแบบ “ปลุกอารมณ์มวลชน” และใช้สื่อ/สัญลักษณ์เชิงชาตินิยมเป็นเกราะ—หนึ่งในนั้นคือคาแรกเตอร์ “Superbigote” ที่ถูกเล่าเป็นเหมือนฮีโร่ต้านจักรวรรดิ แต่เมื่อเกมพลิกในชั่วข้ามคืน ภาพฮีโร่ก็ถูกกระชากลงจากโปสเตอร์ เหลือเพียงคำถามเดียวว่า “ยุคมาดูโรจบจริงไหม?” เพราะถึงตัวผู้นำถูกคุมตัว แต่โครงสร้างอำนาจในประเทศยังมีแรงเฉื่อยของตัวเอง
ข้อกล่าวหาที่ไล่บี้: ยาเสพติด–อาวุธ–เครือข่ายอำนาจ
ฝั่งสหรัฐฯ อ้างเหตุผลด้านคดีอาญา โดยมีการพูดถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธ รวมถึงการดำเนินคดีในศาลสหรัฐฯ ซึ่งสื่อหลายสำนักรายงานในทิศทางเดียวกันว่าคดีมีความร้ายแรงและอาจลากยาวไปถึง “จำคุกตลอดชีวิต” ได้
ขณะเดียวกัน เวทีโลกก็ไม่ได้มองแค่ “คดียา” เพราะประเด็นสิทธิมนุษยชนในเวเนซุเอลาถูกพูดถึงมานานแล้ว โดยศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เคยเปิดการสอบสวนต่อข้อกล่าวหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในประเทศนี้ และปลายปี 2025 ยังมีข่าวว่าเวเนซุเอลาเคลื่อนไหวเรื่องสถานะกับธรรมนูญกรุงโรมด้วย ยิ่งทำให้เรื่อง “ความรับผิดทางกฎหมายระหว่างประเทศ” ถูกหยิบมาโยงกับการเมืองแบบเต็มข้อ

“ใครคุมเกมต่อ?” เดลซี โรดริเกซ และสุญญากาศอำนาจ
หลังเหตุการณ์ สื่อรายงานว่าเกิดการขยับสถานะผู้นำชั่วคราวภายในเวเนซุเอลา โดยชื่อของรองประธานาธิบดี “เดลซี โรดริเกซ” ถูกพูดถึงอย่างมาก แต่รายละเอียดหลายส่วนยังสับสนและขัดกันในคำกล่าวอ้างจากหลายฝ่าย จึงต้องจับตาว่าอำนาจในประเทศจะ “จัดตัวจริง” อย่างไร—รัฐบาล/กองทัพ/ศาล/กลุ่มการเมือง จะยืนฝั่งไหน และจะเกิดการต่อต้านหรือการต่อรองแบบใด
ทำไม “น้ำมัน” ถึงเป็นหัวใจของเรื่องนี้
ถ้าจะสรุปแบบภาษาบอล—นี่คือเกมที่มี “บอลอยู่กลางสนาม” ชื่อว่าน้ำมัน เวเนซุเอลาถือครองปริมาณน้ำมันสำรองระดับใหญ่ที่สุดของโลก ราว 303,000 ล้านบาร์เรล แต่การผลิตทรุดลงอย่างหนักในช่วงหลายทศวรรษจากปัญหาการบริหาร การลงทุน และมาตรการคว่ำบาตร จนเหลือราว ๆ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงหลัง
และเมื่อทรัมป์พูดถึงการให้บริษัทสหรัฐฯ เข้าไปช่วย “ฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมัน” กระแสสงสัยเรื่องแรงจูงใจจึงพุ่งทันที—นี่คือช่วยประเทศให้รอด หรือคือการ “รีเซ็ตอำนาจ” เพื่อทรัพยากร?
แผลลึกที่ลากยาว: เศรษฐกิจพัง–คนหนี–สังคมแตก
ต่อให้ไม่พูดเรื่องการทหาร แค่ดูภาพสังคมก็เห็นว่าเวเนซุเอลาเจอวิกฤตหนักมานาน ปัญหาเงินเฟ้อรุนแรง การขาดแคลน การย้ายถิ่นขนาดใหญ่ ทำให้เกิด วิกฤตผู้อพยพเวเนซุเอลา ที่กระทบทั้งภูมิภาค โดย Reuters รายงานว่ามีชาวเวเนซุเอลาอพยพออกนอกประเทศราว 7.7 ล้านคนตั้งแต่ปี 2014 และชุมชนพลัดถิ่นในหลายประเทศออกมาแสดงความหวังว่า “อาจได้กลับบ้าน” หากเกิดการเปลี่ยนผ่านจริง
First images of Nicolás Maduro getting off the plane at Stewart Air National Guard Base, after being captured by US forces. He was then transferred to the DEA office in Manhattan to capture his biometric data. Will be presented before a judge next week. pic.twitter.com/MUp2Qrl5wo
— César Báez (@cesarbaezc) January 4, 2026
นี่คือแกน “ความจริงแบบไม่ต้องปรุง” ของเวเนซุเอลา: ประเทศที่เคยร่ำรวยจากพลังงาน แต่ถูกวิกฤตรุมกินโต๊ะ จนประชาชนจำนวนมหาศาลต้องเลือกทางย้ายออกเพื่อความอยู่รอด
การเมืองเวเนซุเอลา: บาดแผลเลือกตั้งและความชอบธรรม
อีกชนวนหนึ่งคือ “ความชอบธรรมจากการเลือกตั้ง” เพราะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเมื่อ 28 กรกฎาคม 2024 ถูกถกเถียงหนัก มีทั้งผลที่หน่วยงานรัฐประกาศ และตัวเลข/การอ้างอิงจากฝ่ายต่อต้านที่ไม่ตรงกัน ซึ่งกลายเป็นรอยร้าวยาวมาถึงการเมืองปี 2025–2026 และเป็นฉากหลังสำคัญของความขัดแย้งในวันนี้
เกมนอกสนาม: จีน–คิวบา–ยูเอ็น และแรงสั่นสะเทือนระดับโลก
แรงกระแทกไม่ได้หยุดแค่ในทวีปอเมริกา รายงานระบุว่า จีนออกมาประณามการใช้กำลังต่อประเทศอธิปไตยอย่างรุนแรง ขณะที่คิวบาก็เดือดไม่แพ้กัน ส่วนสหประชาชาติถึงขั้นมีการนัดประชุมคณะมนตรีความมั่นคงเพื่อหารือผลกระทบและความชอบด้วยกฎหมายของปฏิบัติการ
นี่คือจุดที่ทำให้เรื่อง “เวเนซุเอลา” กลายเป็นข่าวต่างประเทศระดับหัวแถวทันที เพราะมันลากทุกคำใหญ่ ๆ ขึ้นกระดานพร้อมกัน—อธิปไตย, การแทรกแซง, พลังงาน, ความมั่นคง, และการจัดระเบียบโลก
Nicolas Maduro on board the USS Iwo Jima. pic.twitter.com/omF2UpDJhA
— The White House (@WhiteHouse) January 3, 2026
เวเนซุเอลาจะไปทางไหนต่อ: 3 ฉากทัศน์ที่ต้องจับตา
บ้านกีฬามองว่าทางแยกต่อจากนี้มี 3 ภาพใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น (และอาจผสมกันได้)
- การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองเกิดจริง: จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล เลือกตั้งใหม่ ฟื้นความเชื่อมั่นนานาชาติ
- ภาวะอำนาจซ้อนอำนาจ: โครงสร้างเดิมยังยืนได้บางส่วน เกิดการต่อรองยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนสูง
- ความตึงเครียดบานปลาย: หากมีแรงต้านภายในหรือการตอบโต้ทางภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์อาจลากยาวและกระทบประชาชนหนักขึ้น
ไม่ว่าฉากไหน “ประชาชน” คือคนที่ต้องจ่ายราคา และนี่คือเหตุผลที่ข่าวเวเนซุเอลาไม่ควรถูกเล่าด้วยความสะใจ แต่มองด้วยข้อมูลและผลกระทบจริง
สรุป: เมื่อเสียงเฮยังไม่ใช่ชัยชนะ—เวเนซุเอลายังต้องสู้ต่ออีกหลายยก
การคุมตัวมาดูโรคือจุดเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลาในรอบหลายปี แต่การเปลี่ยนผู้นำ “ไม่เท่ากับ” การซ่อมประเทศในทันที เพราะสิ่งที่พังมันพังทั้งระบบ—เศรษฐกิจ สังคม ความเชื่อมั่น และโครงสร้างอำนาจ
บ้านกีฬาเชื่อว่าเกมนี้ยังไม่จบใน 90 นาที มันกำลังเข้าสู่ช่วงทดเจ็บที่ยาวที่สุด และทุกวินาทีต่อจากนี้จะกำหนดอนาคตของประเทศทั้งประเทศ
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

