คัมแบ็กจากฝันร้าย! ตุรกีล้างแผลโดนสเปนถล่ม 0-6 พลิกศรัทธาเดินหน้าล่าตั๋วบอลโลก 2026 ผ่านเพลย์ออฟ

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จากค่ำคืนพังยับ สู่ความหวังใหม่บนเส้นทางฟุตบอลโลก

คืนวันที่ 7 กันยายน 2025 คือหนึ่งในค่ำคืนมืดหม่นที่สุดของ ทีมชาติตุรกี เมื่อโดนสเปนไล่ถล่ม 6-0 ในรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2026 เสียงวิจารณ์กระหน่ำจากสื่อและแฟนบอล คำอย่าง “หายนะ” และ “น่าอับอาย” กลายเป็นพาดหัวเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ ขณะที่ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า เฮดโค้ชชาวอิตาเลียนต้องเจอคำถามหนักหน่วงแทบทุกทิศทาง ทั้งเรื่องแท็กติกและการจัดตัว
แต่เวลาผ่านไปเพียง 4 เดือน บรรยากาศรอบทีมกลับเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง ตุรกีตั้งหลักใหม่ โชว์ฟอร์มแข็งแกร่ง ไม่มีแพ้อีกในเกมคัดเลือก และวันนี้พวกเขากำลังยืนอยู่หน้าประตูเพลย์ออฟ ที่อาจพาไปสู่รอบสุดท้ายที่แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกาได้จริง

มอนเตลล่ากับการพลิกเรือรั่ว: รับผิดเต็ม ๆ แล้วพาทีมกลับมาสู้

หลังความพ่ายแพ้ย่อยยับต่อสเปน มอนเตลล่าไม่หนีความจริง เขาออกมายอมรับผิดเต็ม ๆ ทั้งแท็กติกและการตัดสินใจ พร้อมเตือนทุกคนว่าอย่าเพิ่งตัดสินทีมนี้เร็วเกินไป
เขาพูดชัดเจนว่า “อย่าเพิ่งด่วนตัดสินตุรกีแบบฟันธงและสิ้นสุดตั้งแต่ตอนนี้”
คำพูดนั้นไม่ใช่แค่ข้ออ้าง เพราะในเกมถัดมา ตุรกีระเบิดฟอร์มถล่มบัลแกเรีย 6-1 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ความมั่นใจกลับเข้าสู่แคมป์ทีมชาติอย่างรวดเร็ว จากนั้นพวกเขาอัดจอร์เจียและบัลแกเรียแบบไม่ไว้หน้า รักษาสถิติไร้พ่ายในช่วงที่เหลือของรอบคัดเลือก
ไฮไลต์สำคัญคือการบุกไปเสมอสเปน 2-2 ที่เซบีย่า ทั้งที่ก่อนเกมต้องแบกภาระประตูได้เสียตามหลังถึง 14 ลูก โอกาสแย่งแชมป์กลุ่มแทบจะเป็นแค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่เป้าหมายของตุรกีคือ “ห้ามปล่อยให้สเปนเก็บชัยชนะ 100%” และพวกเขาก็ทำได้จริง จนสื่อในตุรกีพากันยกให้แมตช์นี้เป็น “การลุกฮือที่เซบีย่า” ในความรู้สึกของแฟนบอล
หลังเกมนั้น มอนเตลล่าพูดด้วยความโล่งใจว่า
“ทัศนคติของทีมผมวันนี้น่าพอใจยิ่งกว่าผลการแข่งขันเสียอีก”
แม้เขาจะโดนวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการหมุนเวียนนักเตะ ใช้นักเตะไปแล้วถึง 28 คน รวมทั้งการดันแข้งหนุ่มหลายรายขึ้นมา แต่ผลลัพธ์ในสนามคือความสด ความดุดัน และสปิริตที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

บรรยากาศก่อนเพลย์ออฟ: ความหวัง ศรัทธา และแรงกดดันมหาศาล

บรรยากาศก่อนถึงเพลย์ออฟยุโรปในเดือนมีนาคม เต็มไปด้วยความหวังแบบระแวดระวัง แฟนบอลตุรกีรู้ดีว่าทีมชาติของพวกเขาห่างหายจากเวที ฟุตบอลโลก มานาน ครั้งสุดท้ายต้องย้อนไปปี 2002 ที่คว้าอันดับ 3 โลกได้อย่างยิ่งใหญ่ วันนี้คือการลุ้นกลับไปยืนตรงนั้นอีกครั้ง
ฝ่ายหนึ่งคือความเชื่อมั่นในทีมชุดปัจจุบันที่ดู “กำลังบาน” ทั้งดาวรุ่งและตัวเก๋า อีกฝ่ายคือความกลัวว่าหากพลาด โทนดราม่าและบรรยากาศด้านลบอาจถาโถมหนักกว่าเดิม แต่ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของฟุตบอลที่ผูกชีวิตคนทั้งชาติไว้กับ 90 นาทีในสนาม

เส้นทางเพลย์ออฟ: โรมานีอาก่อน แล้วรอชนสโลวาเกียหรือโคโซโว

โจทย์ของตุรกีชัดเจนและโหดแบบไม่ต้องอธิบายยาว พวกเขาต้องลงเล่นรอบรองชนะเลิศ เพลย์ออฟ กับโรมาเนียในวันที่ 26 มีนาคม จากนั้นหากผ่านได้จะไปเล่นนัดชิงตั๋วกับผู้ชนะระหว่างสโลวาเกียกับโคโซโว ในอีก 5 วันถัดมา
นี่คือ “สองนัดชี้ชะตา” ที่ไม่เปิดช่องให้ผิดพลาด ถ้าชนะรวด ตุรกีจะได้ตั๋วไปลุยรอบสุดท้ายทันที และจะถูกจับไปอยู่กลุ่มที่มีเจ้าภาพอย่างสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และปารากวัย รออยู่ ซึ่งถือเป็นกรุ๊ปที่ทั้งท้าทายและเปิดโอกาสให้สร้างเซอร์ไพรส์ได้พอสมควร

แกนหลักสายบู๊: จากกูลเลอร์ถึงชาลฮาโนกลู ทีมที่มีทั้งไอเดียและประสบการณ์

ช่วงเพลย์ออฟนี้คือเวทีพิสูจน์ใจของบรรดาสตาร์สายใหม่และตัวเก๋าที่ต้องแบกชาติไว้บนบ่า
อารด้า กูลเลอร์ ถูกมองว่าเป็น “วันเดอร์ไคด์” ของวงการลูกหนังตุรกี ด้วยเทคนิคสุดเนียน ไอเดียการจ่ายบอลสร้างสรรค์ และความกล้าเล่นในพื้นที่อันตราย เขามีศักยภาพจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมได้ทุกนาที
ในแดนกลาง เขาจะทำงานร่วมกับสองเสาหลักอย่าง ฮาคาน ชาลฮาโนกลู และ ซาลิห์ ออซชาน ที่ผ่านเกมน็อกเอาต์ระดับสูงมาแล้วในรายการใหญ่ของยุโรป ทั้งประสบการณ์และความนิ่งคือสิ่งที่ทีมต้องใช้ในเกมกดดันสูงแบบนี้
ฝั่งแนวรุก เคนัน ยิลดิซ คืออีกหนึ่งเพชรเม็ดงามที่ถูกจับตามอง เขาสามารถเล่นได้ทั้งศูนย์หน้าตัวเป้าและกองหน้าตัวสนับสนุน จุดเด่นคือความคล่องตัวในการเลี้ยงบอลและความเฉียบคมเวลาได้จบสกอร์ ทำให้แนวรุกของตุรกีดูมีมิติมากขึ้นอย่างชัดเจน
ซาลิห์ ออซชาน พูดถึงเป้าหมายของทีมแบบไม่อ้อมค้อมว่า
“พวกเราเชื่อมั่นในตัวเอง และเป้าหมายยังคงเหมือนเดิมคือการไปฟุตบอลโลก หลังจากเกมนี้ (กับสเปน) เชื่อว่าทุกชาติจะให้ความเคารพเรามากขึ้น”

คำมั่นของมอนเตลล่า: สองนัดสุดท้ายบนเส้นทางสู่เวทีโลก

เหนือสิ่งอื่นใดคือความเชื่อของกุนซือใหญ่คนนี้ มอนเตลล่าไม่ได้มองเพลย์ออฟเป็นแค่เกมนัดพิเศษ แต่เปรียบมันเป็น “รอบชิงชนะเลิศสองนัดติด”
“เรามีรอบชิงอยู่ข้างหน้า 2 นัด และเราจะก้าวไปทีละขั้นเพื่อเข้าใกล้เป้าหมาย เราจะผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกให้ได้”
นี่คือคำมั่นสัญญาที่ทั้งแฟนบอลและนักเตะทุกคนได้ยินเหมือนกันหมด โค้ชแสดงให้เห็นแล้วว่าเขากลับมาคุมสถานการณ์ในห้องแต่งตัวได้อีกครั้ง เหลือเพียงการพิสูจน์บนสนามว่าคำพูดจะกลายเป็นความจริงหรือไม่

มิติที่กว้างกว่าผลสกอร์: ทำไมฟุตบอลโลกสำคัญกับตุรกีขนาดนี้

สำหรับชาติที่หลงใหลฟุตบอลอย่างตุรกี การไป ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการแข่งขัน แต่มันคือเรื่องของศักดิ์ศรีและตัวตนของคนทั้งประเทศ แฟนบอลตุรกีกระจายอยู่ทั่วทวีปยุโรป การได้เห็นธงจันทร์เสี้ยวโบกสะบัดในทัวร์นาเมนต์ที่คนทั้งโลกจับตามอง คือช่วงเวลาที่ทุกคนกลับมารวมกันใต้สีเสื้อเดียว
ประสบการณ์เคยไปไกลถึงอันดับ 3 โลกเมื่อปี 2002 ทำให้ความคาดหวังของแฟนบอลในยุคนี้ไม่เคยต่ำลงเลย ยิ่งทัวร์นาเมนต์ 2026 ขยายเป็น 48 ทีม โอกาสเข้ารอบมากขึ้นก็จริง แต่แรงกดดันก็เพิ่มตาม เพราะไม่มีข้ออ้างเรื่องจำนวนทีมอีกต่อไป ถ้าพลาด แปลได้คำเดียวว่า “ผิดหวัง”

มุมมอง บ้านกีฬา: เพจแดงพร้อมเขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่หรือยัง?

เมื่อมองภาพรวม ทั้งฟอร์มการเล่น สปิริตทีม ตัวเลือกนักเตะ และแรงผลักดันจากแฟนบอลทั่วประเทศ ตุรกีในยุคมอนเตลล่าดูพร้อมกว่าหลายช่วงเวลาในอดีต แม้รอยแผลจากการแพ้สเปน 0-6 จะยังไม่ลืม แต่ในเกมระดับนี้ ทีมที่ล้มแล้วลุกได้เร็วคือทีมที่น่ากลัวที่สุด
หากผ่านเพลย์ออฟได้สำเร็จ พวกเขาจะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในรอบแบ่งกลุ่มกับสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และปารากวัย ว่าทีมชุด “เจเนอเรชันใหม่ผสมตัวเก๋า” นี้ แค่โชว์ฟอร์มดีช่วงหนึ่ง หรือพร้อมขยับขั้นขึ้นไปอยู่ในแถวหน้าของยุโรปจริง ๆ
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะข่าวคัดเลือกบอลโลก เพลย์ออฟสุดเดือด และประเด็นร้อนลูกหนังจากทั่วโลก อย่าลืมติดตามข่าวเด่น ข่าววันนี้ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา