อโมริมย้ำจุดยืน คุมแมนยูในฐานะ “ผู้จัดการทีม” ไม่ใช่แค่โค้ช
กระแสกดดันถาโถมใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่อง แต่ รูเบน อโมริม ยังยืนระยะไม่สั่นไหว กุนซือชาวโปรตุกีสย้ำชัดว่า เขามาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดในฐานะ “ผู้จัดการทีม” ที่ต้องบริหารทุกมิติของสโมสร ไม่ใช่แค่ “โค้ช” ที่ทำหน้าที่จัดแท็กติกข้างสนามเท่านั้น และที่สำคัญคือเจ้าตัวไม่เคยมีคำว่า “ลาออก” อยู่ในหัวแม้แต่นาทีเดียว
สำหรับแฟนบอลปีศาจแดง การมีคนออกมายอมรับความรับผิดชอบแบบตรงไปตรงมาถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าอโมริมพร้อมชนทุกดราม่า พร้อมเผชิญทั้งเสียงเชียร์และเสียงโห่ โดยตั้งใจจะทำงานของตัวเองให้ดีที่สุดจนกว่าจะถึงวันที่บอร์ดบริหารตัดสินใจเปลี่ยนแปลง
ผลงานยังไม่เปรี้ยง เสมอลีดส์ 1-1 จุดชนวนความกดดันรอบใหม่
แม้โครงสร้างทีมจะพยายามถูกปรับให้เข้ากับไอเดียของอโมริม แต่ในสนามผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ตอบโจทย์แฟนบอล ผลล่าสุดการบุกไปเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กลายเป็นชนวนให้กระแสวิจารณ์เรื่องคุณภาพเกมรุก เกมรับ และบุคลิกของทีมถูกขุดขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง
แฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองว่าผลการแข่งขันระดับ “แค่เสมอ” กับคู่แข่งที่ไม่ใช่ทีมลุ้นแชมป์ ยังไกลจากมาตรฐานที่สโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง “ปีศาจแดง” ควรจะเป็น ขณะที่สื่ออังกฤษก็โหมประเด็นเก้าอี้ร้อนของอโมริมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกคำพูดของเขาหลังเกมยิ่งถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ
คำพูดชัดเจนในห้องแถลงข่าว อโมริมไม่หนี ไม่ถอย ไม่ลาออก
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ อโมริมเลือกตอบกลับแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อม เขาเปิดใจแบบชัดทุกคำให้ทั้งสื่อและแฟนบอลได้ยินตรงกันว่า
“ผมมาที่นี่ในฐานะผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ใช่แค่โค้ชของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรื่องนั้นชัดเจน ผมรู้ว่าชื่อของผมไม่ใช่ (โธมัส) ทูเคิ่ล, ไม่ใช่ (อันโตนิโอ) คอนเต้, ไม่ใช่ (โชเซ่) มูรินโญ่ แต่ผมเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และมันจะเป็นแบบนี้ไปอีก 18 เดือนหรือจนกระทั่งบอร์ดจะมีการเปลี่ยนแปลง”
ประโยคนี้สะท้อนชัดว่า เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ได้มีชื่อชั้นระดับตำนานกุนซือยุโรปหลายคน แต่ในมุมของเจ้าตัว เขาแบกตำแหน่ง “ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” แบบเต็มภาคภูมิ และจะอยู่บนเก้าอี้นี้ต่อไปตามสัญญา เว้นแต่ว่าบอร์ดบริหารจะลงมาเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองเท่านั้น
อโมริมยังขยายความท่าทีของตัวเองต่อว่า
“นั่นคือประเด็นที่ผมพูดไว้เมื่อวันศุกร์ และผมอยากย้ำตรงนี้เป็นการปิดท้าย ผมจะไม่ลาออก ผมจะทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป จนกว่าจะมีคนอื่นเข้ามาที่นี่เพื่อแทนที่ผม”
นี่คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับคำถามว่า เขาคิดจะวางมือหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่มีทาง”
ทำไมอโมริมถึงเน้นคำว่า “ผู้จัดการทีม” ไม่ใช่แค่เฮดโค้ช
ในฟุตบอลอังกฤษ ตำแหน่ง “ผู้จัดการทีม” มักมีความหมายมากกว่าแค่คนสั่งการริมเส้น ผู้จัดการทีมคือคนที่ต้องคุมทั้งห้องแต่งตัว บารมีในทีม โครงสร้างซ้อม การพัฒนาเยาวชน ไปจนถึงการคุยกับบอร์ดเรื่องการเสริมทัพและทิศทางระยะยาว
การที่อโมริมเน้นย้ำว่าตัวเองคือ “ผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” จึงเป็นการส่งสัญญาณว่า เขามองโปรเจ็กต์นี้เป็นงานระยะยาว ไม่ใช่แค่รับจ๊อบคุมแท็กติกไปวันๆ เขาต้องการให้แฟนบอลเห็นว่าเบื้องหลังฟอร์มที่อาจยังไม่สุด มีแผนงานและความรับผิดชอบเต็มรูปแบบที่เขากำลังพยายามผลักดันอยู่
สำหรับแฟนบอลไทยที่ติดตาม บ้านกีฬา เป็นประจำ มุมมองแบบนี้ทำให้เห็นชัดขึ้นว่า ทำไมอโมริมถึงไม่ยอมพูดคำว่าลาออกง่ายๆ เพราะในสายตาเขา การหนีปัญหาไม่ใช่วิธีทำทีมระดับยักษ์ แต่ต้องยืนรับแรงเสียดทานและค่อยๆ แก้ไขไปทีละจุด
มุมมองแฟนบอลปีศาจแดงต่ออนาคตของอโมริม
แม้กุนซือโปรตุกีสจะยืนกรานไม่ถอย แต่อนาคตของเขากับ แมนฯ ยูฯ ก็ยังถูกผูกติดกับผลการแข่งขันแบบหนีไม่พ้น หากทีมยังสะดุดต่อเนื่อง เสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงก็จะยิ่งดังขึ้นเป็นเงาตามตัว
ส่วนแฟนบอลบางกลุ่มมองว่า หากสโมสรตัดสินใจเลือกทางอโมริมแล้ว ก็ควรให้เวลาเขาสร้างทีมอย่างน้อยตามกรอบที่เจ้าตัวพูดถึง 18 เดือน เพื่อดูว่าปรับโครงสร้างทีม เปลี่ยนสไตล์การเล่น และปลูกแนวคิดใหม่ๆ ให้กับนักเตะได้มากแค่ไหน ก่อนจะตัดสินกันด้วยผลลัพธ์ในระยะยาว
ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ เก้าอี้ผู้จัดการทีมแมนยูไม่เคยเป็นงานง่าย และทุกคำพูดของคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นล้วนถูกจับตาแบบทุกวินาที
บทเรียนจากเก้าอี้ร้อน โค้ชใหญ่ทีมใหญ่ที่ต้องเจอเสมอ
ถ้าเรามองในภาพกว้าง วงการฟุตบอลระดับสโมสรยักษ์ใหญ่เต็มไปด้วยตัวอย่างของกุนซือที่ต้องเผชิญแรงกดดันแบบเดียวกับอโมริม ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ทีมฟอร์มตก ตัวหลักเจ็บ หรือบอร์ดบริหารลงทุนไปมหาศาลแล้วผลงานยังไม่มา ความคาดหวังมักจะสูงจนแทบไม่มีพื้นที่สำหรับคำว่า “ผิดพลาด”
แฟนบอลที่ตามวงการลูกหนังมานานจะรู้ดีว่า หลายครั้งกุนซือที่ถูกด่าหนักในปีแรก กลับกลายเป็นคนที่พลิกสถานการณ์และสร้างทีมให้แข็งแกร่งในระยะยาวได้ หากได้รับโอกาสและความเชื่อใจพอ ดังนั้นเคสของอโมริมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงไม่ใช่แค่ข่าวดราม่ารายวัน แต่ยังเป็นตัวอย่างของการบริหารความกดดันและการยืนหยัดในสายลมแรงของวงการฟุตบอลยุคนี้ด้วย
ตามเชียร์ดราม่าลูกหนังโลกต่อได้ที่บ้านกีฬา
เรื่องราวของรูเบน อโมริม กับเก้าอี้ผู้จัดการทีมแมนยูยังห่างไกลจากคำว่าจบง่ายๆ ทุกเกมต่อจากนี้คือบทพิสูจน์ ทั้งฟอร์มในสนาม ผลงานในตาราง และการบริหารทีมในห้องแต่งตัว แฟนบอลไทยที่อยากตามทุกจังหวะความเดือดของทีมใหญ่ยุโรป เรื่องแท็กติก ดราม่ากุนซือ ไปจนถึงเสียงวิจารณ์จากสื่ออังกฤษ บอกเลยว่าห้ามกระพริบตา
ใครที่อยากอัปเดตทุกมุมของโลกฟุตบอล ตั้งแต่ข่าวกุนซือเก้าอี้ร้อน ตลาดซื้อขายนักเตะ ไปจนถึงบรรยากาศก่อน–หลังเกม สามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา เราพร้อมเสิร์ฟข่าวบอลเข้มข้น สไตล์จัดจ้าน โดนใจแฟนลูกหนังชาวไทยทุกวัน

