
จาก : ผลบอลสด อีเอฟแอลแชมเปียนชิป ระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 เวสต์ บรอมมิช อัลเบียน วันนี้ 6/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกอีเอฟแอล แชมเปียนชิป เกมนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดคิง เพาเวอร์ สเตเดียม รับการมาเยือนของเวสต์ บรอมมิช อัลเบียน จบลงด้วยสกอร์ 2-1 แบบดราม่าทดเจ็บ นาทีสุดท้าย ใครกดเช็ก ผลบอลสด อยู่มีหัวใจวายเบาๆ แน่นอน เพราะรูปเกมทั้งแมตช์เวสต์บรอมฯ คือฝ่ายรัวบุก แต่เลสเตอร์ใช้ความเฉียบคมบวกความเด็ดขาดปิดเกมได้ในวินาทีสำคัญ บ้านกีฬา ขอบอกเลยว่านี่คือเกมเปลี่ยนโมเมนตัมฤดูกาลของจิ้งจอกจริงๆ
⏱ ครึ่งแรก – ยิงกันคนละดอก เกมเปิดแลกเดือด
เลสเตอร์ของ มาร์ติ ซิฟวนเตส มาในแผน 4-2-3-1 เน้นต่อบอลเร็วสวนกลับ ใช้ จอร์แดน อายิว ยืนหน้าเป้า โดยมี อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮาคู กับ บ็อบบี รีด และ จูเลียน มงกา ปั้นเกมด้านหลัง ส่วนเวสต์บรอมฯ ของ ไรอัน เมสัน ใช้แท็กติก 4-2-3-1 เหมือนกัน มี คาร์ลาน แกรนต์, แมตตี จอห์นสตัน และ ไอแซ็ค ไพรซ์ ปั้นเกมอยู่หลังหัวหอก อันเดรียส เฮ็กเกอเบอ
เปิดฉากมาเวสต์บรอมฯ ครองบอลได้เหนือกว่า จ่ายกันลื่นไหลกว่าชัดเจน แต่เลสเตอร์ใช้จังหวะสวนกลับลงโทษเต็มๆ นาที 18 เจมส์ จัสติน เอ๊ย เจมส์ เจมส์ ดันเกมขึ้นมาจากกลางสนามก่อนแทงทะลุช่องให้ จอร์แดน อายิว หลุดเข้าไปแปเสียบเสาอย่างเยือกเย็น เจ้าถิ่นนำ 1-0 ทั้งที่โอกาสลุ้นน้อยกว่าชัดเจน
โดนนำแบบนี้ทีมเยือนยิ่งเดินเกมใส่เลสเตอร์หนักกว่าเดิม บอลต่อเนื่องจากกลางไปริมเส้นซ้ายขวา ก่อนจะมาตีเสมอนาที 34 เมื่อ คาร์ลาน แกรนต์ ลักไก่สอดขึ้นมารับบอลทางฝั่งซ้ายแล้วไหลย้อนเข้าเขตโทษให้กัปตันทีม อเล็กซ์ โมเว็ตต์ เติมมาซัดเน้นๆ ไม่เหลือ 1-1 และหลังจากนั้น “เดอะ แบ็กกีส์” ยังเป็นฝ่ายคุมจังหวะได้ดีกว่า แต่ติดเซฟ ยาคุบ สโตลาร์ชิค หลายหน ทำให้ครึ่งแรกจบที่สกอร์เสมอ
🔁 ครึ่งหลัง – เวสต์บรอมฯ บุกทั้งเกม แต่ฟาตาวูปิดบัญชีทดเจ็บ
ครึ่งหลังรูปเกมยังเป็นของเวสต์บรอมฯ ชัดเจน ครองบอลได้เหนือกว่า กดเลสเตอร์ถอยไปตั้งโซนรับลึก หน้าปากประตูสโตลาร์ชิคโดนทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ยังยืนตำแหน่งเหนียวแน่น เซฟลูกยิงทั้งใกล้–ไกล ขณะที่แนวรับอย่าง โอคอลี กับ เนลสัน ช่วยกันบล็อกช็อตสำคัญไว้หลายจังหวะ
นาที 70 เลสเตอร์เริ่มขยับแก้เกม ส่ง หลุยส์ เพจ กับ สเตฟี มาวิดิดี ลงมาแทน บ็อบบี รีด และ จูเลียน มงกา เพื่อเติมความสดริมเส้น ขณะที่เวสต์บรอมฯ เปลี่ยนเอา จอช มายา ลงมาหาแอสซิสต์และประตู นาที 72 ก่อนตามด้วยการขยับคู่กลางใหม่ ส่ง อุสมาน เดียคิเต้ และ ซามูเอล อิลลิง จูเนียร์ ลงมานาที 79 เพื่อเร่งเรตสปีดเกมรุกให้เร็วขึ้น
เลสเตอร์เองมีจังหวะหวาดเสียวเมื่อ ฮัมซา ชูดูรี โดนใบเหลืองนาที 77 จากจังหวะพุ่งเสียบกลางสนาม แต่หลังจากนั้นเจ้าถิ่นเริ่มตั้งหลักได้ มีโอกาสสวนกลับบ้าง นาที 80 เปลี่ยนเอา แพ็ตสัน ดาก้า ลงมาแทน จอร์แดน อายิว เพื่อเพิ่มความจัดจ้านในแดนหน้า
เกมทำท่าว่าจะจบที่ผลเสมอ แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+4 เลสเตอร์ได้จังหวะสวนกลับเร็วอีกครั้ง มาวิดิดี กระชากบอลทางซ้ายก่อนเปิดทะลุช่องเข้ากลางให้ อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮาคู สอดเข้าไปล็อกแล้วซัดเต็มข้อตุงตาข่าย กลายเป็นประตูชัย 2-1 ที่ทำให้ทั้งสนามระเบิด บ้านกีฬา บอกเลยว่าแฟนจิ้งจอกที่กดดูจากหน้า บ้านผลบอล นี่เฮกันลั่นบ้านแน่นอน

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริง, คะแนน และการเปลี่ยนตัว
🦊 เลสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1)
ผู้จัดการทีม: มาร์ติ ซิฟวนเตส
- ผู้รักษาประตู: ยาคุบ สโตลาร์ชิค (7.9)
- กองหลัง: ริคาร์โด เปเรย์รา (7.5), ชีดี้ โอคอลี (7.3), เบน เนลสัน (7.0), ฮัมซา ชูดูรี (6.4)
- กองกลางตัวรับ: โอลิเวอร์ สคิปป์ (6.7), เจมส์ เจมส์ (6.7)
- กองกลางตัวรุก: จูเลียน มงกา (6.3), บ็อบบี รีด (6.6), อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮาคู (7.2)
- กองหน้าตัวเป้า: จอร์แดน อายิว (7.3)
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- หลุยส์ เพจ (6.8) – แทน บ็อบบี รีด นาที 70
- สเตฟี มาวิดิดี (6.7) – แทน จูเลียน มงกา นาที 70
- แพ็ตสัน ดาก้า (6.4) – แทน จอร์แดน อายิว นาที 80
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
อัสมีร์ เบโกวิช, ลุค โธมัส, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, โอลาบาเด อลูโก, วันยา มาร์คาล มาดิวาดูอา, ซิลโก โธมัส
🐦 เวสต์ บรอมมิช อัลเบียน (4-2-3-1)
ผู้จัดการทีม: ไรอัน เมสัน
- ผู้รักษาประตู: เจค กริฟฟิธส์ (6.6)
- กองหลัง: คัลลัม สไตล์ส (7.0), คริส เมแพม (6.7), เนธาเนียล ฟิลลิปส์ (6.8), จอร์จ แคมป์เบลล์ (7.1)
- กองกลางตัวรับ: เจสัน โมลัมบี (6.9), อเล็กซ์ โมเว็ตต์ (กัปตัน, 7.7)
- กองกลางตัวรุก: ไอแซ็ค ไพรซ์ (6.5), แมตตี จอห์นสตัน (6.6), คาร์ลาน แกรนต์ (7.1)
- กองหน้าตัวเป้า: อันเดรียส เอส. เฮ็กเกอเบอ (6.0)
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- จอช มายา (6.4) – แทน อันเดรียส เฮ็กเกอเบอ นาที 72
- อุสมาน เดียคิเต้ (6.4) – แทน อเล็กซ์ โมเว็ตต์ นาที 79
- ซามูเอล อิลลิง จูเนียร์ (6.7) – แทน ไอแซ็ค ไพรซ์ นาที 79
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
โจ ไวลด์สมิธ, อัลฟี กิลคริสต์, ชาร์ลี เทย์เลอร์, คริสเตียน บีลิก, โอลิเวอร์ บอสต็อก, ดารีล ไดค์
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ถ้าเปิดโหมด วิเคราะห์บอล แบบเข้มข้น ต้องบอกว่าเลสเตอร์เล่นเกมนี้ด้วยจริตทีมรองบ่อนชัดเจน แม้จะเล่นในบ้านแต่ยอมปล่อยให้เวสต์บรอมฯ ถือบอลมากกว่า ใช้คู่กลาง สคิปป์–เจมส์ คุมโซนหน้าเซ็นเตอร์ แพ็กแนวรับเป็นบล็อก 4-2 แน่นๆ แล้วรอจังหวะสวนกลับ โดยเฉพาะการขึ้นเกมริมเส้นทางฝั่งขวาของ เปเรย์รา กับ ฟาตาวู ที่พอบอลหลุดเพรสแรกได้ทีไร เกมรับทีมเยือนก็มีรอยโหว่ทันที
เกมรับเลสเตอร์อาจจะไม่ได้อ่านขาดทุกช็อต แต่การยืนตำแหน่งของ โอคอลี กับ เนลสัน ช่วยให้ทีมรอดจากจังหวะครอสและบอลยาวหลายครั้ง ที่สำคัญคือสโตลาร์ชิคคุมพื้นที่ในกรอบ 6 หลาได้ดี ทำให้เวสต์บรอมฯ แม้จะหาช่องยิงได้ถึง 18 ครั้ง แต่เปลี่ยนกลายเป็นประตูได้แค่ลูกเดียว
ฝั่งเวสต์บรอมฯ แผน 4-2-3-1 เน้นครองบอลและเซตเกมจากคู่กลาง โมลัมบี–โมเว็ตต์ ขยับขึ้นซัพพอร์ตไลน์รุกตลอด เปิดบอลออกซ้ายขวาให้ แกรนต์ กับ ไพรซ์ ดึงแนวรับเลสเตอร์ออกจากตำแหน่ง ก่อนหาช่องตัดเข้าในหรือเปิดเข้ากรอบให้เฮ็กเกอเบอทำงาน รูปเกมตรงนี้พวกเขาทำได้ดีมาก การเคลื่อนที่ของ แกรนต์ ถือว่าเด่นสุดในทีมเยือน แต่ปัญหาคือจังหวะสุดท้ายขาดความเฉียบคม ทั้งการยิงที่ไปตรงตัวผู้รักษาประตู และการจบสกอร์ที่ช้าไปครึ่งจังหวะ
พอเข้าสู่ช่วงท้ายเกม เลสเตอร์ปรับมาเน้นรุกด้านข้างชัดเจนขึ้นหลังส่ง มาวิดิดี กับ เพจ ลงมา ทำให้ฟูลแบ็กเวสต์บรอมฯ ต้องถอยไปป้องกัน 1 ต่อ 1 มากขึ้น ไม่ได้เติมขึ้นช่วยเกมบุกเท่าเดิม เมื่อความกดดันถาโถมกลับมาที่แนวรับทีมเยือน กลายเป็นว่าเลสเตอร์ใช้ความสดและความเร็วโจมตีจนมาได้ประตูชัยจากฟาตาวูแบบเจ็บลึกในช่วงทดเจ็บ

📊 สถิติการแข่งขัน
แมตช์นี้ตัวเลขชัดเจนว่าเวสต์บรอมฯ คือฝ่ายคุมเกมเกือบทั้งหมด พวกเขามีโอกาสยิงถึง 18 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง ขณะที่เลสเตอร์ยิงแค่ 8 ครั้ง เข้ากรอบ 3 แต่กลายเป็นฝ่ายเก็บสามแต้มเต็ม ความต่างจุดใหญ่ๆ คือประสิทธิภาพการจบสกอร์และฟอร์มของผู้รักษาประตู สโตลาร์ชิคที่ยืนเด่นเป็นสง่าในฝั่งเจ้าบ้าน
การครองบอล เวสต์บรอมฯ เหนือกว่าเล็กน้อยที่ 54% ต่อ 46% แสดงให้เห็นว่าทั้งสองทีมไม่ได้ห่างชั้นกันมาก เพียงแต่รูปแบบการเล่นต่างกัน เลสเตอร์ยอมเสียบอลเพื่อแลกพื้นที่สวนกลับ จึงมีฟาวล์มากกว่าที่ 9 ครั้ง ขณะที่เวสต์บรอมฯ ฟาวล์ 6 ครั้ง เกมนี้ไม่มีใบแดง มีเพียงใบเหลืองใบเดียวให้ชูดูรี ส่วนเตะมุมแบ่งกันฝั่งละ 4 ครั้ง ย้ำภาพว่าทั้งคู่เปิดเกมรุกใส่กันตลอด 90 นาที
⏱ เหตุการณ์สำคัญในเกม
- ⚽ 18′ เลสเตอร์ขึ้นนำ 1-0 จอร์แดน อายิว จบสกอร์จากการแทงทะลุช่องของ เจมส์ เจมส์
- ⚽ 34′ เวสต์บรอมฯ ตีเสมอ 1-1 อเล็กซ์ โมเว็ตต์ เติมขึ้นมายิงจากการทำทางของ คาร์ลาน แกรนต์
- 🔁 70′ เลสเตอร์เปลี่ยนตัวคู่เดียวพร้อมกัน หลุยส์ เพจ แทน บ็อบบี รีด และ สเตฟี มาวิดิดี แทน จูเลียน มงกา เพื่อเร่งเกมริมเส้น
- 🔁 72′ เวสต์บรอมฯ ส่ง จอช มายา ลงแทน อันเดรียส เฮ็กเกอเบอ เติมความสดแดนหน้า
- ⚠️ 77′ ฮัมซา ชูดูรี โดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าปะทะกลางสนาม
- 🔁 79′ เวสต์บรอมฯ ปรับแดนกลาง อุสมาน เดียคิเต้ ลงแทน อเล็กซ์ โมเว็ตต์ และ ซามูเอล อิลลิง จูเนียร์ ลงแทน ไอแซ็ค ไพรซ์
- 🔁 80′ เลสเตอร์เปลี่ยน แพ็ตสัน ดาก้า ลงมาแทน จอร์แดน อายิว เพิ่มสปีดแนวรุก
- ⚽ 90+4′ เลสเตอร์ได้ประตูชัย 2-1 อับดุล ฟาตาวู อิสซาฮาคู ซัดจ่อๆ จากการเปิดของ สเตฟี มาวิดิดี
⭐ Player of the Match – ยาคุบ สโตลาร์ชิค
แข้งยอดเยี่ยมของเกมนี้ต้องยกให้ ยาคุบ สโตลาร์ชิค ผู้รักษาประตูเลสเตอร์ที่ได้คะแนนสูงสุด 7.9 จากผลงานเซฟสำคัญหลายครั้งตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะลูกยิงไกลและลูกโหม่งในช่วงครึ่งหลังที่ถ้าไม่ใช่เขา เกมนี้อาจกลายเป็นฝันร้ายของแฟนจิ้งจอกไปแล้ว การยืนตำแหน่งนิ่ง อ่านทางบอลได้ดี และออกมาคว้าลูกกลางอากาศอย่างมั่นใจ ทำให้แนวรับที่เหลือเล่นง่ายขึ้นเยอะ บ้านกีฬา มองว่านี่คือฟอร์มระดับเซฟแต้มให้ทีมแบบเต็มๆ ก่อนฟาตาวูจะมาปิดงานในช่วงทดเวลา

📉 สถานการณ์ในตารางคะแนนแชมเปียนชิป
สามคะแนนจากเกมนี้ส่งผลชัดเจนต่อหน้าตา “ชาร์ต” แชมเปียนชิป เลสเตอร์ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 12 มี 37 คะแนนจาก 26 นัด ไล่จี้โซนเพลย์ออฟอันดับ 6 อย่างวัตฟอร์ดเหลือแค่ 4 แต้มเท่านั้น ทำให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวปลุกความหวังลุ้นเลื่อนชั้นกลับพรีเมียร์ลีกขึ้นมาอีกครั้ง
ส่วนเวสต์บรอมฯ แพ้นัดนี้ยังรั้งอันดับ 18 มี 31 คะแนนจาก 26 เกม แม้จะยังห่างโซนตกชั้นอยู่พอสมควร แต่การสะดุดบ่อยๆ แบบนี้ทำให้แรงกดดันเริ่มก่อตัว โดยเฉพาะเมื่อทีมในโซนท้ายตารางเริ่มเก็บแต้มได้เรื่อยๆ หากไม่รีบกลับมาชนะเร็วๆ อันดับอาจรูดลงล่างได้ทุกเมื่อ
🗓 ตารางบอลและโปรแกรมบอลนัดถัดไป
มองไปข้างหน้า “ตารางบอล” ของสองทีมยังแน่นเอี้ยด เลสเตอร์มีภารกิจบอลถ้วยก่อน ในเกมเอฟเอ คัพ ที่จะบุกไปเยือนเชลท์แนม วันที่ 10 มกราคม 2026 เวลา 19.15 น. ก่อนกลับมาเล่นศึกแชมเปียนชิปนัดสำคัญบุกเยือนโคเวนทรี ซิตี้ วันที่ 17 มกราคม 2026 เวลา 19.30 น. แฟนจิ้งจอกต้องจับตา โปรแกรมบอล ช่วงนี้ให้ดี เพราะหากรักษาฟอร์มเก็บชัยต่อเนื่องได้ โอกาสไต่ขึ้นโซนเพลย์ออฟเปิดกว้างทันที
ด้านเวสต์บรอมฯ ก็มีคิวบอลถ้วยเช่นกัน ต้องยกพลไปเยือนสวอนซี ซิตี้ ในศึกเอฟเอ คัพ วันที่ 11 มกราคม 2026 เวลา 21.30 น. จากนั้นกลับมาเล่นเกมลีกสำคัญเปิดบ้านรับมิดเดิลสโบรห์ วันที่ 17 มกราคม 2026 เวลา 03.00 น. เกมนี้อาจเป็นจุดชี้ชะตาโมเมนตัมของฤดูกาล ว่าพวกเขาจะดีดตัวขึ้นหรือจมอยู่ครึ่งล่างของตารางต่อไป
🏠 ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา
ใครที่อยากเกาะติดทุกช็อตเดือดของแชมเปียนชิป อังกฤษ รวมถึงลีกใหญ่ทั่วโลก บ้านกีฬา แนะนำให้ไม่พลาดเช็กสกอร์ผ่านหน้า บ้านผลบอล และอัปเดต ผลบอลสด แบบเรียลไทม์ เพราะนอกจากจะรู้ผลไวกว่าเพื่อน เรายังเสิร์ฟสถิติ ข้อมูลก่อน–หลังเกม และมุมมองดุดันสไตล์คอลัมนิสต์ลูกหนังให้ครบจบในที่เดียว แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ บ้านกีฬา

