Jujutsu Kaisen Season 3 เปิดสนาม “Culling Game” เดือดตั้งแต่นาทีแรก

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ถ้าคุณคิดว่า “ชิบูย่า” คือจุดพีคของความเจ็บปวด…ซีซั่นนี้จะมาบอกตรงๆ ว่านั่นแค่การวอร์มอัป เพราะ jujutsu kaisen season 3 (พาร์ท “The Culling Game Part 1”) กลับมาในโหมดจริงจังแบบไม่เสียเวลา เปิดฉากด้วยตอนพิเศษ 2 ตอนรวด และเดินเกมหนักทั้งแอ็กชันและอารมณ์—ยูจิ อิตาโดริยังไม่ทันล้างเลือดออกจากมือดี ก็ต้องถูกผลักลงสนามประลองที่ชื่อ “เกมล่าชีวิต” อีกแล้ว

ที่สำคัญ ซีซั่นนี้ไม่ได้ “ขายฉากต่อย” อย่างเดียว แต่พยายามกอดบาดแผลของยูจิให้แน่นขึ้น—เด็กมัธยมคนหนึ่งที่แบกความผิดของ “การสังหารหมู่” ไว้ทั้งเมือง และยังยอมรับชะตาว่าถ้าต้องตายเพื่อชดใช้…ก็เหมือนจะโอเค นี่แหละความโหดที่ทำให้ซีซั่น 3 กลายเป็นเรื่องที่ทั้งหลงรักและเจ็บปวดพร้อมกัน

เกริ่นเรื่องแบบเข้าใจไว: หลังชิบูย่า โลกเวทมนตร์พังยับ และ “อำนาจ” กำลังแย่งกันเอง

หลังเหตุการณ์ชิบูย่า โกโจ ซาโตรุถูกผนึกไว้ใน Prison Realm โลกผู้ใช้คุณไสยเข้าสู่ภาวะสุญญากาศทันที—ไม่มี “เสาหลัก” ค้ำไว้ เกมการเมืองก็เริ่มทำงาน โดยเฉพาะตระกูลเซ็นอินที่หัวหน้าตาย (นาโอบิโตะ) ทำให้เกิดศึกชิงบัลลังก์แบบเลือดสาด: ตามพินัยกรรม เมงุมิ ฟุชิงุโระถูกระบุให้ขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูล แต่ “นาโอยะ เซ็นอิน” ไม่ยอม และเลือกวิธีสั้นๆ คือ “ล่าเมงุมิทิ้ง” พร้อมเหมารวมยูจิไปด้วยในแผนยิงนัดเดียวได้นกสองตัว

อีกด้าน ยูจิกับโชโซกำลังเตรียมตัวเข้าสู่ Culling Game—แบตเทิลรอยัลที่เคนจากุเป็นคนจุดไฟ เป้าคือบีบให้ผู้คนปลดปล่อยพลังคำสาปผ่านการฆ่าฟันอย่างต่อเนื่องเพื่อ “เร่งวิวัฒนาการ” ของมนุษย์ (แปลไทยให้เข้าใจง่าย: บังคับให้โลกทั้งใบกลายเป็นสนามทดลอง)

และแล้ว “ยูตะ โอคคตสึ” ก็โผล่มาแบบไม่ปรานี—พร้อมคำสั่งชัดเจนว่าให้ “ประหารยูจิ” ทันที นี่คือช็อตที่ทำให้แฟนๆ สะดุ้ง เพราะฮีโร่จาก Jujutsu Kaisen 0 กลับถูกวางให้เป็นเหมือนวายร้ายชั่วคราวในสายตาคนดู…ก่อนเรื่องจะค่อยๆ เผยว่า “งานนี้มันมีเงื่อนไข”

รีวิวตอนแรก: ไม่อ้อมค้อม—ยูตะโหด, นาโอยะโดนรุมยำ และสีสันของ MAPPA ที่เล่นกับอารมณ์ได้เฉียบ

ตอนเปิดของซีซั่น 3 จุดเด่นคือ “จังหวะเล่าเรื่อง” ที่ไม่เสียเวลาอธิบายยืดยาวให้คนดูหายหิว แต่โยนลงสนามเลยว่าทุกคนกำลังอยู่ในสถานการณ์บีบคั้นแบบไหน: ยูจิถูกไล่ล่า, เมงุมิถูกหมายหัว, โกโจถูกผนึก, และ “กติกาใหม่” ของโลกกำลังถูกวางทับลงมาทีละชั้น

สิ่งที่บ้านกีฬาอยากชมแบบเต็มปากคือคุณภาพงานภาพของ MAPPA ที่ยังรักษามาตรฐานความลื่น ความหนัก และการ “จัดเฟรมให้รู้สึกเจ็บ” ได้เหมือนเดิม โดยหลายฉากปล่อยให้ความเงียบทำงาน—ให้ลมหายใจของยูจิ “เล่าแทนคำพูด” ก่อนตัดเข้าความรุนแรงแบบไม่ต้องขออนุญาต

อีกประเด็นที่หลายคนพูดถึงคือ “สี” ซีซั่นนี้ไม่ได้มีแค่โทนแดงเลือด แต่ใช้สีแบบคุมอารมณ์ บางช็อตสวยจนเหมือนภาพวาด แต่ความสวยนั้นกลับทำให้ความเศร้าหนักขึ้นไปอีก เพราะมันเหมือนบอกว่า—โลกนี้ไม่ได้พังเพราะคำสาปอย่างเดียว มันพังเพราะความรู้สึกผิดของเด็กคนหนึ่งด้วย

ยูจิ: ซีซั่นนี้ไม่ปล่อยให้ความเจ็บเป็นแค่ฉากหลัง แต่กลายเป็น “แรงผลัก” ของทั้งเรื่อง

หัวใจของตอนแรกไม่ใช่แค่การเปิดกติกา Culling Game แต่คือการพายูจิกลับไปยืนหน้ากระจกแห่งบาป—ชิบูย่าทำให้เขาเห็นว่าตัวเอง “เป็นอาวุธ” ของสุคุนะ และผลคือผู้คนล้มตายเป็นกอง ความคิดที่ว่า “ถ้าฉันตาย ทุกอย่างอาจดีขึ้น” จึงไม่ใช่ดราม่าเล่นๆ แต่มันคือภาวะคนที่ถูกบีบจนยอมแพ้ทางใจ

สิ่งที่ซีซั่น 3 ทำได้น่าจับตา (และเป็นมุมที่หลายสื่อชื่นชม) คือการให้พื้นที่กับความนิ่ง ความผิด และความกลัว—ไม่รีบตัดไปฉากมันส์ทุก 30 วินาที แต่ทำให้การต่อสู้ “มีต้นทุนทางอารมณ์” จริงๆ

ยูตะ โอคคตสึ: ผู้สืบทอดเงาโกโจแบบที่คนดูทั้งรักทั้งระแวง

ยูตะเป็นตัวละครที่แปลก—เก่งระดับท็อป แต่มีความ “มนุษย์” สูงมาก พอเขารับคำสั่งประหารยูจิ คนดูเลยเจ็บสองชั้น: ชั้นแรกคือกลัวว่ายูจิจะตาย ชั้นสองคือกลัวว่ายูตะจะถูกย้อมให้เป็น “คนใจดำ” ทั้งที่แก่นของเขาไม่ใช่แบบนั้น

และนี่คือเสน่ห์ของซีซั่นนี้—มันเอาตัวละครที่เรารักมาอยู่ในสถานการณ์ที่ “ถูกต้องก็ทำ เจ็บก็ต้องทำ” เพราะเมื่อไม่มีโกโจ โลกเวทมนตร์ก็เหมือนทีมที่ไร้กัปตัน ทุกคนต้องตัดสินใจบนความเสี่ยงล้วนๆ

นาโอยะ vs โชโซ: ศึกนี้ไม่ได้มีแค่หมัด แต่มีศักดิ์ศรีตระกูลและความคั่งค้าง

อีกไฟต์ที่เด่นคือการปะทะระหว่างนาโอยะกับโชโซ—มันไม่ใช่แค่ “ฉากโชว์ท่า” แต่เป็นการชนกันของ “ความหยิ่งยโส” กับ “ความแค้นที่มีเหตุผล” ซึ่งทำให้คนดูจำนวนไม่น้อยเผลอเชียร์ฝั่งที่กำลังรุมยำคนปากเสียแบบไม่รู้ตัว (ใช่…หลายคนรอฉากนี้มานาน)

Culling Game คืออะไร ทำไมต้องดูให้ทันตั้งแต่ตอนแรก

ถ้าอธิบายแบบบ้านกีฬา: Culling Game คือ “ลีกมรณะ” ที่บังคับให้ผู้เล่นทำแต้มด้วยการต่อสู้/ฆ่าฟันภายใต้กติกาเฉพาะ ใครไม่เล่นก็โดนลงโทษ ใครเล่นก็เจ็บหนักอยู่ดี เป้าหมายของผู้คุมเกม (เคนจากุ) คือสร้างสภาวะที่พลังคำสาประเบิดไม่หยุด เพื่อดันมนุษย์ให้ “เปลี่ยนสปีชีส์” ทางพลัง

เสน่ห์ของอาร์กนี้คือมันเปิดพื้นที่ให้ตัวละครใหม่ๆ เข้ามาแบบต่อคิว และทำให้คำถามใหญ่ของเรื่องคมขึ้น:

  • ถ้าความแข็งแกร่งคือสิ่งเดียวที่ทำให้รอด…แล้ว “ความเป็นคน” ยังเหลืออะไร
  • ถ้าโกโจกลับมาไม่ได้ทันเวลา ใครจะยืนเป็นเสาหลักแทน
  • และสุคุนะ “ต้องการเมงุมิ” ไปทำไมกันแน่ (คำถามที่ซีซั่นนี้จะค่อยๆ ปล่อยเบาะแส)

เพลงเปิด-เพลงปิด และทีมงาน: ซีซั่นนี้ “งานระบบ” แน่นเหมือนเดิม

ด้านดนตรีและงานโปรดักชัน ซีซั่น 3 ยังขนทีมหลักกลับมา พร้อมรายละเอียดที่ยืนยันชัด:

  • เพลงเปิด “AIZO” โดย King Gnu
  • เพลงปิด “Yoake no Uta (Song of Dawn)” โดย jo0ji
  • ผู้กำกับ: Shota Goshozono
  • บท/โครงเรื่อง: Hiroshi Seko
  • ดีไซน์ตัวละคร: Yosuke Yajima, Hiromi Niwa
  • ดนตรีประกอบ: Yoshimasa Terui
  • สตูดิโอ: MAPPA

ฝั่งนักพากย์หลักที่มีรายชื่อยืนยันในข่าวเปิดซีซั่น ได้แก่ ยูจิ (Junya Enoki), เมงุมิ (Yuma Uchida), โชโซ (Daisuke Namikawa), ยูตะ (Megumi Ogata) และเทนเก็น (Yoshiko Sakakibara)

ตารางฉายและช่องทางรับชม: ออกทุกพฤหัสฯ และมีตอนสรุปพิเศษคั่นกลาง

สำหรับคนที่ถามหา “ต้องดูวันไหน” ตอนนี้มีข้อมูลตารางฉายที่สื่อหลายเจ้าอัปเดตตรงกันว่า ซีซั่น 3 เปิดตัวด้วย 2 ตอนรวด วันที่ 8 ม.ค. 2026 และปล่อยตอนใหม่รายสัปดาห์ทุกวันพฤหัสฯ บน Crunchyroll (ในหลายภูมิภาค)
ส่วนกำหนดการช่วงแรกมี “ตอนสรุปพิเศษ” วันที่ 19 ก.พ. 2026 และเดินหน้าต่อไปจนถึงปลายมีนาคม (ตามตารางที่เผยแพร่โดยสื่อสายอนิเมะ)
หมายเหตุ: เวลาออกอากาศ/การเข้าถึงในแต่ละประเทศอาจต่างกันได้ ควรเช็กในแพลตฟอร์มที่รับชมอีกครั้ง

สำหรับคนอยากตามให้ทัน: ดูอะไรก่อนดี (แบบไม่โดนสปอยล์)

ถ้าเพิ่งจะเข้าวงการ หรือดูค้างไว้ บ้านกีฬาแนะนำเส้นทางนี้เพื่อ “เก็บอารมณ์ให้ครบ” ก่อนลง Culling Game

  • ซีซั่น 1: ปูโลกคำสาป—ยูจิเข้าสาย, โกโจขึ้นแท่น “ตัวท็อป”
  • Jujutsu Kaisen 0: ทำความรู้จักยูตะให้ลึก จะเข้าใจความหนักในซีซั่น 3 มากขึ้น
  • ซีซั่น 2: Hidden Inventory/ชิบูย่า—จุดเปลี่ยนใหญ่ของทั้งจักรวาล
    แล้วค่อยกระโดดเข้าซีซั่น 3 แบบไม่หลง

ทำไมซีซั่น 3 ถึง “สำคัญ” กว่าที่คิด: เพราะนี่คือบทพิสูจน์ว่าโลกนี้อยู่ได้ไหมถ้าไม่มีโกโจ

ซีซั่น 1-2 ทำให้เราชินกับการมีโกโจเป็นเหมือน “ประกันชีวิต” ต่อให้เรื่องเละยังไง คนดูก็ลึกๆ รู้สึกว่าเดี๋ยวโกโจมาจบ แต่ซีซั่น 3 คือการดึงประกันนั้นออกจากระบบ แล้วปล่อยให้ทุกคนต้องแก้เกมเอง—ยูจิที่กำลังแตก, เมงุมิที่ถูกล่า, ยูตะที่ต้องเลือกข้าง, และเกมที่กติกาถูกออกแบบมาให้คน “หมดความเป็นมนุษย์” มากขึ้นเรื่อยๆ

และเมื่อเดิมพันกลายเป็น “ชีวิตจริง” ไม่ใช่แค่ชัยชนะ—ทุกฉากต่อสู้เลยมีน้ำหนักเหมือนแมตช์ชี้ชะตา ไม่ใช่ไฟต์โชว์ของ

อัปเดตฝั่งโรงภาพยนตร์: เวอร์ชันรวมเหตุการณ์ชิบูย่ากับจุดเริ่ม Culling Game ก็มี

ใครเป็นสายดูจอใหญ่ ในไทยมีหน้าเพจโรงภาพยนตร์ที่ลงข้อมูล “มหาเวทย์ผนึกมาร เดอะมูฟวี่ อุบัติการณ์ชิบูย่า × จรดลล้างบาง” ซึ่งเป็นงานรวมเหตุการณ์สำคัญเพื่อพาคนดูเชื่อมเข้าสู่ช่วง Culling Game ด้วย

สรุปแบบบ้านกีฬา: ตอนแรกคือ “ประกาศศึก” ที่บอกเลยว่าซีซั่นนี้ไม่มีใครรอดง่ายๆ

ตอนเปิดของ มหาเวทย์ผนึกมาร ซีซั่น 3 ไม่ได้มาเล่นๆ มันเหมือนเสียงนกหวีดเริ่มเกมที่ดังปุ๊บก็มีคนล้มปั๊บ—เดินหน้าเร็ว แต่ไม่ลืมขยี้อารมณ์ โดยเฉพาะแผลของยูจิที่ซีซั่นนี้ตั้งใจ “ไม่ปล่อยผ่าน” และถ้าเส้นเรื่องยังคุมโทนได้แบบนี้ต่อไป บอกเลยว่า Culling Game จะเป็นทั้งอาร์กที่มันส์ที่สุด และเจ็บที่สุดของแฟนๆ อีกครั้ง

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา