มาดามแป้งยกมือรับเต็มๆ ช้างศึกไร้ทองซีเกมส์เพราะคิวไทยลีกเบียดจนล้า สมาคมต้องเรียนรู้ไม่ให้พลาดซ้ำ

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

มาดามแป้งออกโรงรับผิด ช้างศึกพลาดทองต่อหน้าแฟนบอลไทย

แรงกระแทกครั้งใหญ่ในวงการลูกหนังไทยหนนี้ หนีไม่พ้นชื่อของ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ออกมายอมรับแบบไม่เอาตัวรอด ว่าผลงานของ ทีมชาติไทย ในซีเกมส์ล่าสุดที่พลาดเหรียญทอง โดยเฉพาะฝั่งฟุตบอลชาย เป็นความผิดพลาดในการบริหารจัดการของสมาคมเอง โดยเฉพาะการจัดโปรแกรมที่ปล่อยให้แข่งลีกทับซ้อนกับทัวร์นาเมนต์สำคัญระดับชาติ ทำให้นักเตะต้องวิ่งลุยทั้งสองฟรอนต์จนหมดแรง

จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 4 เหรียญทองเต็มๆ สุดท้ายฟุตบอลชายและ ฟุตซอล ชายทำได้แค่เหรียญเงิน ส่วนฟุตบอลหญิงและฟุตซอลหญิงจบเพียงเหรียญทองแดง กลายเป็นภาพที่ทั้งสื่อและแฟนบอลตั้งคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับมาตรฐานช้างศึก” ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ที่ดังขึ้นรอบด้าน

ดราม่าซีเกมส์ 33: เหรียญทองหลุดมือเพราะอะไร

ศึก ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม ถูกมองว่าเป็นเวทีที่ฟุตบอลไทย “ต้อง” กลับมาครองความยิ่งใหญ่ให้ได้ ทั้งเพราะเล่นในบ้าน ทั้งเพราะบรรยากาศการเชียร์แน่นสนาม แต่บทสรุปกลับตรงกันข้าม ทองที่เล็งไว้ไม่มา มีเพียงเงินกับทองแดงติดมือกลับห้องประชุมสมาคม

สิ่งที่แฟนบอลเห็นชัดคือภาพความล้าของผู้เล่น โดยเฉพาะชุดฟุตบอลชายที่ต้องรับบทพระเอกทั้งในนามสโมสรและทีมชาติ แข่งลีกจบไม่ทันหายใจหายคอ ก็ต้องวิ่งลงไปลุยต่อในสีเสื้อทีมชาติในทัวร์นาเมนต์ที่ใช้พลังมหาศาลอย่างซีเกมส์ ความฟิต ความสด และสมาธิ ถูกกร่อนลงไปทีละนิด ก่อนระเบิดเป็นปัญหาในช่วงสำคัญอย่างรอบชิงชนะเลิศ

คำขอโทษกลางที่ประชุมโอลิมปิคฯ

ในที่ประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ล่าสุด นวลพรรณ ล่ำซำ เลือกพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม สมาคมต้องแบกคำว่ารับผิดชอบไปเต็มๆ

มาดามแป้ง ระบุว่า
“ก่อนอื่นต้องขอโทษคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ที่ผลงานฟุตบอลในซีเกมส์ไม่สามารถคว้าเหรียญทองได้ โดยเฉพาะฟุตบอลชาย ซึ่งยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ไม่สามารถให้นักเตะพักจากการเตะลีกได้ เนื่องจากช่วงเก็บตัวซีเกมส์ไม่ตรงกับฟีฟ่าเดย์”

คำพูดนี้สะท้อนชัดว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่นักเตะ “ไม่ดีพอ” หรือสตาฟฟ์ “ทำทีมไม่ถึง” เพียงอย่างเดียว แต่โครงสร้างการจัดโปรแกรมคือจุดเริ่มต้นของหายนะ ทั้งที่รู้กันดีว่าทัวร์นาเมนต์แบบแข่งถี่ ใช้ร่างกายและสภาพจิตใจหนักขนาดไหน

โปรแกรมไทยลีกชนทัวร์นาเมนต์ จุดหักเหของช้างศึก

หัวใจของดราม่ารอบนี้คือโปรแกรม ไทยลีก ที่ทับซ้อนกับซีเกมส์ นักเตะตัวหลักหลายคนต้องลงเล่นให้สโมสรแบบไม่มีทางเลือก เพราะสโมสรเองก็ต้องลุ้นอันดับ ลุ้นโควตาทวีป และมีผลต่อรายได้โดยตรง

พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า
“ซีเกมส์ที่ผ่านมา ฟุตบอลชายจบแมตช์หนึ่งก็ต้องกลับไปเล่นให้สโมสร สโมสรก็จำเป็นต้องใช้ผู้เล่นตัวหลัก นักเตะกลับมาก็ล้า เห็นได้ชัดในช่วงต่อเวลารอบชิงฯ ว่าโดนเวียดนามแน่ เวียดนามเองก็เล่นดีด้วย”

ภาพในสนามจึงออกมาอย่างที่เห็น นักเตะไทยวิ่งแล้วขาไม่มีแรงเร่งสปีด เกมรับเริ่มอ่านจังหวะช้า เกมรุกหมดมิติในช่วงสำคัญ ขณะที่เวียดนามสดกว่า คมกว่า และใช้จังหวะต่อเวลาพังประตูได้อย่างเฉียบขาด กลายเป็นภาพที่แฟนบอลไทยต้องนั่งกลืนไม่ลงต่อหน้าจอทีวีและในสนามเหย้าตัวเอง

บอลลีกแข็งแกร่ง แต่ทีมชาติต้องไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ประมุขลูกหนังไทยยังย้ำว่า วันนี้ฟุตบอลลีกไทยไม่ได้ย่ำอยู่กับที่อีกต่อไป ค่าสัมประสิทธิ์ของลีกขยับขึ้นไปอยู่ระดับเดียวกับลีกจีน สิทธิ์ในการไปเล่นฟุตบอลถ้วยสโมสรระดับเอเชียเพิ่มขึ้น โอกาสทางธุรกิจ สปอนเซอร์ และมูลค่าทีมก็ไต่ระดับตามไปด้วย นั่นคือด้านสว่างที่ทุกคนดีใจกัน

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ลีกที่แข็งแรง ถ้าไม่จัดสมดุลให้ดี ก็กลายเป็นแรงกระแทกใส่ทีมชาติได้เช่นกัน เพราะทุกฝ่ายต่างมี “เดิมพัน” ของตัวเอง สโมสรต้องการผลงานเพื่ออยู่รอดและเติบโต ทีมชาติต้องการความพร้อมและความสดเพื่อไปแย่งความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ เมื่อไม่มีการวางแผนร่วมกันอย่างรัดกุม คนที่โดนบีบกลางทางก็คือนักเตะ

“จากนี้ต้องมีการพูดคุยกับสโมสรให้มากขึ้น แต่เราต้องบาลานซ์ทั้งสองขาให้ดีทั้งเรื่องทีมชาติและไทยลีก ซึ่งเป็นเรื่องยาก การบริหารสมาคมต้องยืดหยุ่นมาก แป้งอยู่ตรงนี้ได้เพราะต้องบาลานซ์ทุกอย่างมาตลอด” มาดามแป้งกล่าว

บทเรียนเรื่องการบาลานซ์สโมสร–ทีมชาติ

สิ่งที่ถูกสะท้อนชัดเจนจากซีเกมส์ครั้งนี้คือ การบริหารฟุตบอลสมัยใหม่ไม่ใช่แค่การเลือกโค้ชหรือเรียกตัวผู้เล่น แต่คือการวางแผนภาพใหญ่ทั้งระบบ ตั้งแต่ปฏิทินแข่งขัน การสื่อสารกับสโมสร ไปจนถึงการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยวัดความเสี่ยงเรื่องอาการล้าและอาการเจ็บ

เธอยังเน้นย้ำอีกครั้งว่า
“ทุกท่านรู้หรือไม่ว่า ฟุตบอลชายจบแมตช์หนึ่งต้องกลับไปแข่งให้สโมสร สโมสรก็ต้องใช้ตัวหลัก นักเตะก็ล้า เห็นชัดช่วงต่อเวลาว่าโดนเวียดนามแน่ ส่วนแป้งเองก็ต้องบริหารทุกอย่างให้เกิดความสมดุลเพื่อให้ทำงานต่อไปได้”

คำว่าบาลานซ์ในที่นี้ ไม่ได้แปลว่าต้องเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่หมายถึงการหาจุดลงตัวที่ทำให้ทั้งสโมสรและทีมชาติเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้ โดยไม่ต้องมีใคร “สังเวย” ความสำเร็จให้กับอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

มุมมองระยะยาวต่ออนาคตฟุตบอลไทย

หากมองให้ไกลกว่าแค่ทัวร์นาเมนต์เดียว ซีเกมส์ครั้งนี้คือสัญญาณเตือนให้ทุกคนในวงการยอมรับร่วมกันว่า ฟุตบอลไทยต้องมี “มาตรฐานใหม่” ในการจัดการปฏิทินแข่งขัน การเตรียมทีมชาติ และการพูดคุยกับสโมสรอย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งเรื่องการวางแผนล่วงหน้าหลายปี การกำหนดช่วงพักแข้งของผู้เล่นตัวหลัก รวมถึงการดันดาวรุ่งขึ้นมาแบ่งเบาภาระรุ่นพี่ในช่วงที่โปรแกรมถี่ยิบ

หากแก้โจทย์ตรงนี้ได้จริง ไม่ใช่แค่ซีเกมส์เท่านั้นที่มีโอกาสกลับมาเถลิงทอง แต่ฟุตบอลไทยทั้งระบบ ตั้งแต่เยาวชนไปจนถึงทีมชาติชุดใหญ่ จะมีพื้นฐานที่มั่นคงพอจะยืนสู้ในระดับเอเชียได้แบบไม่ต้องกลัวเรื่องความล้าเล่นงานในช่วงสำคัญอีกต่อไป

แฟนบอลไทยรอดูจังหวะเด้งกลับของช้างศึกกับบ้านกีฬา

แม้ซีเกมส์ครั้งนี้จะจบลงแบบเจ็บๆ แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ด้านลบ เพราะการที่ผู้นำออกมายอมรับผิด เปิดหน้าอธิบาย และพูดถึงการปรับตัวอย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลง แฟนบอลไทยจึงยังมีสิทธิ์หวังได้ว่าบทเรียนครั้งนี้จะไม่สูญเปล่า

จากนี้คือช่วงเวลาที่ทุกสายตาจะจับจ้องว่า สมาคมจะจริงจังกับการบาลานซ์สโมสร–ทีมชาติแค่ไหน จะกล้าปรับปฏิทิน จะกล้าคุยกับสโมสรอย่างตรงไปตรงมามากขึ้นหรือไม่ และช้างศึกจะกลับมาล่าแชมป์ในทัวร์นาเมนต์ต่อๆ ไปได้อย่างที่ทุกคนคาดหวังหรือเปล่า

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของวงการลูกหนังไทย ทั้งข่าว ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา ช้างศึก ไทยลีก และเวทีเอเชีย อย่าลืมติดตามข่าวเด่น ข่าววันนี้ และบทวิเคราะห์เข้มข้นได้ที่ บ้านกีฬา เราจะไม่ปล่อยให้คุณตกข่าวในเกมสำคัญอีกต่อไป

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา