วันเลือกตั้ง อบต. 11 ม.ค. 2569 กาบัตรกี่โมง และต้องจำ “สีบัตร” ให้แม่น
วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 คือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่ 08.00–17.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งตามรายชื่อของผู้มีสิทธิ
จุดที่ กกต. เน้นย้ำเป็นพิเศษคือ “สีบัตรเลือกตั้ง” เพราะวันเดียวกันกาหลายตำแหน่ง บัตรจึงแยกสีชัดเพื่อกันสับสน
- บัตรเลือกตั้ง ส.อบต. = สีเขียว
- บัตรเลือกตั้ง นายก อบต. = สีชมพู
บ้านกีฬาแนะนำแบบตรงไปตรงมา: ก่อนเข้าคูหาให้มอง 2 อย่างให้ชัวร์เสมอ “สีบัตร” และ “หมายเลขผู้สมัคร” ที่หน้าหน่วย เพราะกาผิดสี = ผิดตำแหน่ง โอกาสพลาดมันเกิดได้ในเสี้ยววินาที
ใครมีสิทธิเลือกตั้ง อบต. ได้บ้าง เช็ก 4 ข้อให้จบ
คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.อบต. และนายก อบต. ตามข้อมูลประชาสัมพันธ์ที่อ้างอิงกันโดยทั่วไป มีแกนหลักดังนี้
- สัญชาติไทย (กรณีแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี)
- อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง
- มีคุณสมบัติอื่นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด

ลักษณะ “ต้องห้าม” ที่ไปถึงหน่วยแล้วอาจใช้สิทธิไม่ได้
ในวันเลือกตั้ง หากเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ก็เป็นบุคคลที่ไม่อาจใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เช่น
- เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
- ถูกคุมขังโดยหมายศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
- วิกลจริต/จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
- หรือมีลักษณะอื่นตามกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
ไปเลือกตั้งต้องเตรียมอะไร: บัตรประชาชนหมดอายุก็ใช้ได้ แต่ “บัตรอื่น” ต้องไม่หมดอายุ
หลักฐานยืนยันตัวตนที่ใช้ได้ ได้แก่
- บัตรประจำตัวประชาชน (แม้หมดอายุก็ใช้ได้)
- บัตร/เอกสารราชการที่มีรูปถ่ายและเลขบัตรประชาชน (ต้องยังไม่หมดอายุ) เช่น บัตรข้าราชการ ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง
- หลักฐานอิเล็กทรอนิกส์จากแอปของรัฐที่กฎหมายรองรับ เช่น ThaID หรือใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ
ขั้นตอนลงคะแนนแบบไม่พลาด: 5 สเต็ปจบ จำง่าย ทำตามนี้
- ตรวจรายชื่อและลำดับที่จากบัญชีรายชื่อหน้าหน่วยเลือกตั้ง
- ยื่นหลักฐานแสดงตน และลงลายมือชื่อ/พิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อ
- รับบัตรเลือกตั้ง (โดยทั่วไปจะได้รับ 2 ใบ: นายก อบต. และ ส.อบต. แล้วแต่พื้นที่/กรณีการเลือกตั้ง)
- เข้าคูหา กากบาท X ให้ถูกช่อง (เลือกผู้สมัคร หรือทำ X ในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หากไม่ประสงค์เลือก)
- พับบัตรและหย่อนบัตรด้วยตนเองลงหีบเลือกตั้ง
ไปไม่ได้ต้องทำไง: “แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ” ภายใน 7 วันก่อน หรือ 7 วันหลัง
ประเด็นสำคัญสุดของข่าวนี้คือ ใครที่ “ไปใช้สิทธิไม่ได้จริง” ต้องรีบทำเรื่อง แจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามกรอบเวลา
- ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือ
- ภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง
ช่องทางการแจ้งเหตุทำได้หลายแบบ
- แจ้งด้วยตนเอง
- มอบหมายผู้อื่นไปยื่นแทน
- ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน
- แจ้งผ่านระบบออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ กกต. หรือระบบของกรมการปกครอง และแอป Smart Vote
โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่รัฐเปิดให้ใช้งานเพื่อความสะดวก ระบุชัดว่า สามารถแจ้งได้ผ่านเว็บของ กกต./กรมการปกครอง หรือผ่าน Smart Vote ในหัวข้อการแจ้งเหตุจำเป็น
สิ่งที่ต้องมีในหนังสือ/คำร้องแจ้งเหตุ (ให้ครบตั้งแต่ครั้งแรก จะได้ไม่เสียเที่ยว)
- เลขประจำตัวประชาชน
- ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
- เหตุจำเป็นที่ทำให้ไปใช้สิทธิไม่ได้
และถ้าเคยแจ้งเหตุไว้แล้ว แต่ภายหลัง “เหตุสิ้นสุดลง” ผู้มีสิทธิก็ยังสามารถไปเลือกตั้งในวันจริงที่หน่วยของตนได้

เหตุจำเป็นที่ใช้แจ้งได้ มีอะไรบ้าง (สรุปแบบคนอ่านเข้าใจทันที)
ตัวอย่างเหตุจำเป็นที่พบได้บ่อย เช่น
- มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วน ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
- เจ็บป่วย เดินทางไปใช้สิทธิไม่ได้
- คนพิการ/ทุพพลภาพ/ผู้สูงอายุ เดินทางไม่ไหว
- เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
- ที่อยู่ห่างจากหน่วยเลือกตั้งเกิน 100 กม.
- ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
- เหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่นที่ กกต. กำหนด
ไม่ไปเลือกตั้งและไม่แจ้งเหตุ = โดนจำกัดสิทธิ 2 ปี บอกเลย “เจ็บจริง”
ถ้าไม่ไปใช้สิทธิและไม่แจ้งเหตุภายในเวลาที่กำหนด จะถูกจำกัดสิทธิครั้งละ 2 ปีนับจากวันเลือกตั้ง
ตัวอย่างสิทธิที่ถูกจำกัด (สรุปตามแนวทางประชาสัมพันธ์ที่อ้างอิงกัน)
- สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส./สว./สมาชิกสภาท้องถิ่น/ผู้บริหารท้องถิ่น
- สมัครเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
- เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง/ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ ที่ปรึกษา ฯลฯ
- ดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น และตำแหน่งช่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ความพร้อมก่อนวันจริง: กกต. ลงพื้นที่ตรวจการส่งมอบบัตร-อุปกรณ์ เล็งให้ทุกขั้นตอน “สุจริต เที่ยงธรรม”
ก่อนวันลงคะแนนจริง (10 ม.ค. 2569) มีรายงานว่า ผู้บริหาร กกต. ลงพื้นที่สังเกตการณ์การส่งมอบบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ รวมถึงการเตรียมหน่วยเลือกตั้งในหลายจังหวัด เช่น สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นนทบุรี และพิษณุโลก เพื่อกำกับกระบวนการให้เป็นไปตามกฎหมายและความเรียบร้อย
เช็กลิสต์ก่อนออกจากบ้าน: ทำให้ “1 สิทธิ” ของคุณไม่หลุดมือ
- เช็กชื่อ-หน่วยเลือกตั้งของตัวเองให้ชัวร์ (ดูประกาศหน้าหน่วย/ช่องทางทางการ)
- เตรียมหลักฐานยืนยันตัวตน (บัตรประชาชนดีที่สุด)
- จำสีบัตรให้แม่น: เขียว = ส.อบต., ชมพู = นายก อบต.
- ถ้าไปไม่ได้จริง รีบแจ้งเหตุภายในกรอบ 7 วันก่อน/หลัง เพื่อไม่ให้สิทธิทางการเมืองของคุณโดนล็อกยาว
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

