สิ้น “ศ.นพ.ประเวศ วะสี” ปราชญ์ของแผ่นดิน หมอนักคิดนักปฏิรูป ผู้ทิ้ง “มรดกทางปัญญา” ไว้ให้สังคมไทย

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

วงการวิชาการและสังคมไทยต้องหยุดยืนไว้อาลัยให้กับการจากไปของ ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส หมอนักคิดนักปฏิรูป และปัญญาชนสาธารณะที่คนไทยจำนวนมากยกให้เป็น “เข็มทิศทางปัญญา” ของประเทศ—รายงานข่าวระบุว่า ท่านถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบในคืนวันที่ 10 มกราคม 2569 ด้วยวัย 93 ปี

บ้านกีฬาอยากพาคุณอ่านเรื่องนี้แบบ “ครบ-แน่น-ลึก” เพราะชื่อของท่านไม่ได้อยู่แค่บนหน้าหนังสือหรือห้องประชุม แต่มันฝังอยู่ในระบบสุขภาพไทย แนวคิดการพัฒนาชุมชน และคำว่า “ปฏิรูป” ที่สังคมไทยพูดกันมาหลายทศวรรษ

จากไปอย่างสงบ “ไม่ไปโรงพยาบาล” วาระสุดท้ายที่เลือกเอง

รายงานจากหลายแหล่งข่าวตรงกันว่า ในช่วงท้ายชีวิต ท่านเลือก “ไม่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล” และจากไปอย่างสงบ—ไทยพีบีเอสระบุว่า นพ.บัญชา พงษ์พานิช โพสต์แจ้งข่าวผ่านเฟซบุ๊กเวลา 23.33 น. ของวันที่ 10 ม.ค. พร้อมถ้อยคำสะเทือนใจที่สะท้อน “ท่าทีต่อความตาย” ของท่านอย่างชัดเจน

ขณะที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกระบุว่า ท่านถึงแก่อนิจกรรมราวเวลา 20.53 น. วันที่ 10 มกราคม 2569 ณ บ้านพัก สิริอายุ 93 ปี

นี่ไม่ใช่แค่ “ข่าวการเสียชีวิต” แต่มันคือภาพสุดท้ายของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนหยัดกับความคิดเรื่องความเป็นธรรมชาติของชีวิต—ไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย

ชีวประวัติ: จากริมแควน้อย สู่ศาสตราจารย์ศิริราช

ไทยพีบีเอสระบุว่า ศ.นพ.ประเวศ เกิดวันที่ 5 สิงหาคม 2475 ที่จังหวัดกาญจนบุรี บนฝั่งลำน้ำแควน้อย ต.เกาะสำโรง อ.เมือง เป็นบุตรคนที่ 4 ของนายคลาย และนางกิม วะสี

เส้นทางการศึกษาของท่าน “แน่น” แบบคนที่เอาจริงกับชีวิตตั้งแต่เด็ก

  • เรียนระดับต้นในท้องถิ่น ก่อนย้ายสู่สายวิชาการเข้มข้น
  • เข้าศึกษาเตรียมอุดมศึกษา (มัธยมปลาย) และสอบเข้าเตรียมแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • จบแพทยศาสตร์ศิริราช (พ.ศ. 2498) เกียรตินิยมอันดับ 1 และเหรียญทองคะแนนอันดับ 1 ตลอดหลักสูตร

หลังจากนั้น ท่านเดินสาย “กว้าง-ไกล-หนัก”

  • สำเร็จปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยโคโลราโด เดนเวอร์ สหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2503)
  • ต่อด้วยมนุษยพันธุศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน สหราชอาณาจักร (ปีถัดมา)

ชีวิตส่วนตัว ไทยพีบีเอสระบุว่า ท่านสมรสกับแพทย์หญิงจันทพงษ์ วะสี มีบุตร 2 คน

นักวิจัยโลหิตวิทยา: งาน “ธาลัสซีเมีย” ที่ส่งเสียงถึงระดับโลก

หากจะพูดถึง “ตัวตนเชิงวิชาการ” ของท่าน คำตอบคือ…งานวิจัยที่จริงจังและทรงอิทธิพล โดยเฉพาะเรื่อง ธาลัสซีเมีย (โรคโลหิตจางจากพันธุกรรม) ซึ่งไทยพีบีเอสเล่าว่า ท่านทำวิจัยความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงจากกรรมพันธุ์ จนได้รับการยอมรับกว้างขวาง ถูกเชิญไปบรรยายในหลายประเทศ และมีบทความวิชาการตีพิมพ์ต่างประเทศมากกว่า 150 เรื่อง

นี่คือ “ด้านหมอ” ที่หนักแน่นแบบนักวิทยาศาสตร์
แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อ “ประเวศ วะสี” กลายเป็นตำนาน—คือเขาไม่หยุดอยู่แค่ในห้องแล็บ

คนปฏิรูประบบสุขภาพไทย: องค์กร “ตระกูล ส.” ที่คนไทยใช้จริงทุกวัน

หลายคนอาจไม่รู้ว่า…ระบบที่คุณใช้สิทธิรักษาพยาบาล ระบบสร้างเสริมสุขภาพ ไปจนถึงมาตรฐานโรงพยาบาล—ล้วนมีรากความคิดที่ท่านร่วมผลักดัน

ไทยพีบีเอสระบุว่า ท่านเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขหลายแห่ง และกรุงเทพธุรกิจสรุปรายชื่อองค์กรด้านระบบสุขภาพไว้ชัดเจน เช่น

  • สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
  • สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)
  • สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
  • สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)

พูดให้เห็นภาพแบบบ้านกีฬา:
นี่คือ “โครงสร้างหลังบ้าน” ที่ช่วยพยุงสุขภาพคนทั้งประเทศ—ไม่ใช่แค่คนเมือง ไม่ใช่แค่คนมีเงิน แต่คือประชาชนทั้งระบบ

รางวัลเกียรติยศ: “แมกไซไซ” และการยอมรับระดับนานาชาติ

ในบรรดารางวัลมากมาย หนึ่งในหมุดหมายที่ถูกพูดถึงเสมอคือ รางวัลแมกไซไซ สาขาบริการรัฐ (ปี 2524) ซึ่งไทยพีบีเอสระบุไว้ชัดเจน

ด้านมูลนิธิ Ramon Magsaysay Award (เว็บไซต์ทางการ) ระบุว่า การมอบรางวัลให้ท่านในปี 1981 เป็นการยกย่องทั้งผลงานวิจัยทางการแพทย์ และบทบาทที่ทำให้การแพทย์สมัยใหม่ “เข้าถึงคนจนและชุมชน” มากขึ้น

รางวัลอื่น ๆ ที่ไทยพีบีเอสรวบรวมไว้ เช่น รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น, บุคคลดีเด่นของชาติ, เหรียญ Tobacco and Health ของ WHO, เหรียญ Comenius จาก UNESCO และตำแหน่งราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ฯลฯ

“สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” อาวุธทางความคิดที่สังคมไทยยังใช้ได้เสมอ

หนึ่งในแนวคิดที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดคือ สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ซึ่ง Hfocus ระบุว่าท่านเป็นผู้ผลักดันแนวคิดนี้อย่างต่อเนื่อง

ไทยเฮลท์ (สสส.) อธิบายชัดว่า “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” คือการทำให้เรื่องยากเป็นไปได้ ด้วยการทำ 3 ส่วนให้สมดุลและเชื่อมกัน คือ

  • สร้างความรู้
  • ขับเคลื่อนความเคลื่อนไหวทางสังคม
  • เชื่อมกับอำนาจรัฐ/นโยบาย

บ้านกีฬาขอแปลเป็นภาษาคนอ่านข่าว:
อยากแก้ปัญหาใหญ่ อย่าหวังพึ่ง “ดราม่ากระแส” อย่างเดียว
ต้องมีข้อมูลจริง + คนร่วมมือจริง + นโยบายที่ทำได้จริง
สามมุมนี้ประกบกันเมื่อไร ภูเขาก็ขยับได้เมื่อนั้น

ราษฎรอาวุโส: ปิดฉากรุ่นใหญ่ 3 เสาหลักความคิดไทย

คำว่า “ราษฎรอาวุโส” ไม่ใช่ตำแหน่งราชการ แต่เป็นคำที่สะท้อนบทบาท “ผู้ใหญ่ของสังคม” โดยไทยโพสต์ระบุว่า การจากไปของท่านทำให้ท่านเป็นราษฎรอาวุโสคนสุดท้าย ต่อจาก ศ.ระพี สาคริก (ถึงแก่อนิจกรรม 17 ก.พ. 2561) และ ศ.เสน่ห์ จามริก (จากไป 9 เม.ย. 2565)

นี่คือการปิดม่านยุคหนึ่งของปัญญาชนที่พูดเรื่อง “สิทธิชุมชน การมีส่วนร่วม และการพัฒนาที่ยั่งยืน” แบบเอาจริงเอาจังมาทั้งชีวิต

กำหนดการพิธี และการร่วมอาลัย

รายงานข่าวระบุว่าจะมีพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดมกุฏกษัตริยาราม ในวันที่ 12 มกราคม โดยรายละเอียดอย่างเป็นทางการจะมีการแจ้งเพิ่มเติมอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน Hfocus ระบุด้วยว่า จะมีพิธีรดน้ำศพวันที่ 12 ม.ค. เวลา 10.00 น.
(บ้านกีฬาขอแนะนำผู้อ่านติดตามประกาศจากครอบครัว/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความชัดเจนของสถานที่และกำหนดการ)

มรดกที่ยังอยู่: บทเรียนที่คนไทยหยิบใช้ได้ตลอดเวลา

การจากไปของท่านทิ้ง “คำถามใหญ่” ไว้กับสังคมไทย—ไม่ใช่คำถามเชิงปรัชญาลอย ๆ แต่เป็นคำถามแบบจับต้องได้

  • เรากำลังสร้างระบบที่ทำให้คนธรรมดา “เข้าถึงบริการสาธารณะ” จริงไหม
  • เราให้ค่ากับความรู้และหลักฐาน มากพอที่จะไม่หลงทางกับวาทกรรมหรือเปล่า
  • เราเชื่อในพลังชุมชนแค่ไหน หรือเรายังติดกับดัก “สั่งจากบนลงล่าง” ตลอดไป

แนวคิดเรื่อง “สังคมสุขภาวะ” และการปฏิรูปจากฐานราก ถูกพูดถึงในรายงานข่าวหลายแห่งในฐานะหัวใจงานของท่าน
และนี่แหละคือเหตุผลที่ชื่อของท่านจะไม่หายไปจากสังคมไทยง่าย ๆ—เพราะมันผูกกับ “โครงสร้างชีวิต” ของผู้คนจริง ๆ

สรุป: จากหมอผู้วิจัย สู่ครูของสังคมไทย

ศ.นพ.ประเวศ วะสี คือภาพของคนที่เอาวิชาการออกมาชนกับปัญหาจริง เอาศีลธรรมมาวางบนโต๊ะนโยบาย และเอาความหวังไปฝากไว้กับประชาชนตัวเล็ก ๆ

การจากไปในคืนวันที่ 10 มกราคม 2569 อาจทำให้บ้านเมืองเงียบลงไปหนึ่งเสียง
แต่เสียงนั้น…ฝาก “ระบบ” ฝาก “แนวคิด” และฝาก “คำถาม” ให้เราทุกคนสานต่อ

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา