ถ้าคืนไหนท้องฟ้าต้องมี “ตัวท็อป” ลงสนาม…คืน ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก นี่แหละคือเกมบิ๊กแมตช์ของคนรักท้องฟ้า เพราะดาวเคราะห์ยักษ์จะสว่างเด่นชนิดที่มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่า “ไม่ธรรมดา” และปี 2569 มีไฮไลท์ตรงๆ คือวันที่ 10 มกราคม ดาวพฤหัสบดีอยู่ใกล้โลกที่สุดในรอบปี ทำให้เห็นได้ยาวๆ ตั้งแต่หัวค่ำไปจนถึงเช้าเลยทีเดียว
บ้านกีฬาขอพาไล่ให้ครบตั้งแต่ “มันคืออะไร” “ดูยังไง” “ต้องใช้อุปกรณ์แค่ไหน” ไปจนถึงทริคถ่ายรูปและเรื่องน่ารู้แบบอ่านแล้วเอาไปใช้ได้ทุกปี
ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกคืออะไร ทำไมคนทั้งวงการถึงตื่นเต้น
คำว่า “ใกล้โลก” ไม่ได้แปลว่ามาเฉียดใกล้แบบน่ากลัวนะ แต่หมายถึง “ระยะห่างน้อยที่สุดของปี” ตามการโคจรของโลกและดาวพฤหัสบดีรอบดวงอาทิตย์
จุดพีกของเหตุการณ์นี้มักเกิดใกล้ช่วงที่ดาวพฤหัสบดีอยู่ใน ตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Jupiter opposition) คือ “ดวงอาทิตย์–โลก–ดาวพฤหัสบดี” เรียงเป็นเส้นตรงโดยโลกอยู่ตรงกลาง ทำให้ดาวพฤหัสบดี
- ขึ้นหลังพระอาทิตย์ตก
- สว่างทั้งคืน
- ตกตอนใกล้รุ่ง
NARIT ระบุชัดว่า วันที่ 10 มกราคม 2569 ดาวพฤหัสบดีอยู่ตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ ส่งผลให้ใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 633 ล้านกิโลเมตร และสังเกตได้ตลอดคืน
(ฝั่งสื่อดาราศาสตร์ต่างประเทศก็อธิบายหลักเดียวกันว่า “opposition” คือช่วงที่ดาวเคราะห์วงนอกจะ “ใหญ่และสว่างที่สุดของปี” สำหรับผู้สังเกตบนโลก)

คืน 10 มกราคม 2569 ต้องมองทางไหน เวลาไหน ถึงจะไม่พลาดช็อตสวย
ข้อมูลจาก NARIT บอกว่าในวันดังกล่าว ดาวพฤหัสบดีจะเริ่มปรากฏ ทางทิศตะวันออกหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า สว่างโดดเด่นและเห็นได้ด้วยตาเปล่า “ยาวทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า”
ถ้าจะเอาแบบบ้านกีฬา “คิกออฟไทม์” ให้เข้าใจง่าย
- หัวค่ำ: เริ่มโผล่ทางทิศตะวันออกหลังตะวันตกดิน (เหมาะกับคนอยากเริ่มดูไว)
- ดึกถึงเที่ยงคืน: มักเห็นสูงขึ้น สังเกตง่ายขึ้น เพราะพ้นสิ่งบังแนวขอบฟ้า
- ใกล้เช้า: ยังเห็นได้ต่อเนื่องจนแสงเช้ากลืนดาว
และสำหรับคนชอบ “ปักหมุดตำแหน่งในฟ้า” สื่อต่างประเทศระบุว่าในช่วงต้นปี 2026 ดาวพฤหัสบดีเด่นในกลุ่มดาว Gemini แถวๆ ดาว Castor และ Pollux ซึ่งช่วยเป็นจุดอ้างอิงได้ดี
ดูด้วยตาเปล่าเห็นอะไรบ้าง และทำไมมันสว่างขนาดนั้น
ข้อดีของดาวพฤหัสบดีคือ “ไม่ต้องมีของก็เริ่มสนุกได้” เพราะคืนใกล้โลกที่สุดมันสว่างแบบเห็นได้ด้วยตาเปล่าอยู่แล้ว
ที่มันสว่างเด่นเพราะ 2 อย่างรวมกัน
- ตัวมัน “ใหญ่ยักษ์” ระดับราชาแห่งดาวเคราะห์
- ชั้นเมฆสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดี ทำให้เรามองเห็นเป็นดวงสว่างนิ่งๆ ไม่กระพริบแบบดาวฤกษ์
มีบทความอธิบายว่า ช่วง opposition ดาวพฤหัสบดีจะขึ้นตอนตะวันตกดินและสว่างทั้งคืน และความสว่างอาจเด่นจนเป็น “วัตถุสว่างอันดับต้นๆ” บนฟ้าคืนนั้น
ถ้ามีกล้อง…เกมจะมันส์ขึ้นทันที: แถบเมฆ 4 ดวงจันทร์ และ “จุดแดงใหญ่”
นี่คือช่วงที่คนเล่นกล้องยิ้มมุมปาก เพราะดาวพฤหัสบดีไม่ใช่แค่ “จุดสว่าง” แต่เป็นดาวที่มีรายละเอียดให้ลุ้นจริง
NARIT แนะนำว่า
- ใช้กล้องโทรทรรศน์กำลังขยายตั้งแต่ 30 เท่า ขึ้นไป จะเริ่มเห็น ดวงจันทร์กาลิเลียน และแถบเมฆบนดาวพฤหัสบดีได้
- ถ้าขยับไปที่กำลังขยาย 100 เท่า ขึ้นไป มีโอกาสเห็น จุดแดงใหญ่ ได้ชัดขึ้น ซึ่ง NARIT อธิบายว่าเป็นพายุหมุนยักษ์ขนาดใหญ่กว่าโลกประมาณ 1.3 เท่า
ส่วน “4 ดวงจันทร์กาลิเลียน” ที่เป็นตัวชูโรงเวลามองผ่านกล้อง ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนิมีด คัลลิสโต (คืนไหนฟ้าใสๆ คุณจะเห็นมันเรียงเป็นเม็ดไฟเล็กๆ ข้างดาวพฤหัสบดีแบบน่าทึ่งมาก)
โบนัสความรู้สายฮาร์ดคอร์: NASA ระบุว่าดาวพฤหัสบดีมี “วัน” สั้นมาก หมุนรอบตัวเองประมาณ 9.9 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ลายเมฆ/รายละเอียดบนผิวดาวดูมีชีวิต มีมูฟเมนต์ให้ติดตาม
“จุดแดงใหญ่” คืออะไร ทำไมใครๆ ก็อยากเห็น
ถ้าดาวพฤหัสบดีเป็นนักเตะ…จุดแดงใหญ่ก็คือซูเปอร์สตาร์ที่คนรอถ่ายรูปด้วย
มันคือพายุหมุนขนาดมหึมาบนบรรยากาศดาวพฤหัสบดี ซึ่ง NASA เคยอธิบายว่าเป็นพายุหมุนที่ “ใหญ่กว่าโลก” และเป็นสัญลักษณ์ประจำดาวพฤหัสบดีจนคนจำได้ทันที
และ NARIT ยังเล่าว่า ภาพถ่ายคืน 10 ม.ค. 2569 ที่บันทึกด้วยกล้อง 0.7 เมตร ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ.เชียงใหม่ เป็นช่วงที่ “จุดแดงใหญ่หันเข้าหาโลกพอดี” ทำให้ปรากฏเด่นในภาพ สวยมาก

ทำไมเหตุการณ์นี้ถึงผูกกับ “วันเด็ก” แล้วเกี่ยวอะไรกับ NARIT AstroFest 2026
ปีนี้มันยิ่งพิเศษเพราะ 10 มกราคม 2569 ตรงกับ “วันเด็กแห่งชาติ” และ NARIT ใช้จังหวะท้องฟ้าเป็นใจ จัดงาน NARIT AstroFest 2026 มีทั้งกิจกรรมกลางวันและกิจกรรมดูดาวกลางคืน
สถานที่จัดกิจกรรมตามข่าวของ NARIT คือ
- อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ.เชียงใหม่
- และหอดูดาวภูมิภาค นครราชสีมา, ขอนแก่น, ฉะเชิงเทรา, สงขลา
โดยไฮไลท์กลางคืนคือการชมดาวพฤหัสบดี เห็นแถบเมฆ เห็นดวงจันทร์กาลิเลียน และยังมีวัตถุท้องฟ้าอื่นๆ อย่างดาวเสาร์ กระจุกดาวลูกไก่ เนบิวลาในกลุ่มดาวนายพราน ฯลฯ
อุปกรณ์แนะนำแบบไม่ต้องเปลือง: มือใหม่เริ่มยังไงให้เห็นผลจริง
ถ้าอยากเริ่มแบบคุ้มๆ บ้านกีฬาแนะนำเป็นลำดับนี้
- ตาเปล่า
เห็นแน่นอนในคืนใกล้โลก เพราะดาวพฤหัสบดีสว่างโดดเด่นมาก - กล้องสองตา
สื่อบางแห่งชี้ว่ากล้องสองตาก็ช่วยให้เห็น “ดวงจันทร์บริวาร” ได้ (ขึ้นกับกำลังขยายและท้องฟ้า) - กล้องโทรทรรศน์ 4 นิ้วขึ้นไป + กำลังขยายเริ่ม 30x
นี่คือจุดที่ “แถบเมฆ” และ “4 ดวงจันทร์กาลิเลียน” เริ่มชัดตามที่ NARIT แนะนำ - อยากล่าจุดแดงใหญ่: ลอง 100x+
NARIT ระบุว่ากำลังขยายระดับนี้ช่วยให้เห็นจุดแดงใหญ่ชัดขึ้น
เทคนิคดูให้ฟิน: แก้ปัญหาฟ้าเมือง แสงรบกวน และภาพสั่น
ปัญหาหลักของการดูดาวในเมืองไม่ใช่ “ไม่มีดาว” แต่คือ “แสงเมืองกินหมด”
- ถ้าทำได้ เลือกมุมมืดๆ ของบ้าน ปิดไฟหน้าบ้าน ลดแสงรบกวน
- หาที่โล่งทางทิศตะวันออกช่วงหัวค่ำ (เพราะดาวขึ้นจากฝั่งนั้น)
- ใช้ขาตั้งกล้อง/ตั้งกล้องให้มั่น เพราะกำลังขยายสูงๆ ภาพจะสั่นง่ายมาก
- ปล่อยให้ตาปรับกับความมืดสัก 10–15 นาที แล้วจะเห็นรายละเอียดดีขึ้น
Q&A แบบเคลียร์ชัด: “ใกล้โลก” นี่ใกล้แค่ไหน อันตรายไหม
คำตอบสั้นๆ แบบไม่ต้องลุ้น: ไม่อันตราย และยัง “ไกลมาก”
NARIT ระบุระยะห่างราว 633 ล้านกิโลเมตร ในคืนใกล้ที่สุดของปี 2569
สื่ออย่าง The Guardian ก็ย้ำว่ามันยังห่างระดับหลายร้อยล้านกิโลเมตร เพียงแต่ “ความสว่างและขนาดปรากฏ” ทำให้รู้สึกเหมือนมันเด่นใกล้ขึ้นมาก

ทำไมปรากฏการณ์นี้เกิดซ้ำได้ และจะเกิดบ่อยแค่ไหน
NARIT ระบุว่า Jupiter opposition เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น “ทุกๆ ประมาณ 13 เดือน” นั่นแปลว่าแทบทุกปีเราจะมีช่วงเวลาให้ลุ้นดาวพฤหัสบดีสว่างสุด/ใกล้สุดของรอบมัน เพียงแต่วัน-เดือนจะเลื่อนไปเรื่อยๆ
ถ้าคุณพลาดคืนเดียว ไม่ต้องหัวเสีย—เพราะเกมนี้มีรีแมตช์เสมอ แค่รอจังหวะฟ้าและฤดูกาล
สรุป: อย่าปล่อยให้ “ราชาแห่งดาวเคราะห์” เล่นคนเดียวบนฟ้า
คืน ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก คือโมเมนต์ที่ฟ้าทั้งผืนเหมือนจัดโชว์ให้เราโดยเฉพาะ—เห็นด้วยตาเปล่าก็สนุก พอมีกล้องก็ยิ่งมันส์ เพราะได้เห็นแถบเมฆ เห็น 4 ดวงจันทร์กาลิเลียน และถ้าดวงดี+อุปกรณ์ถึง ก็ได้เห็นจุดแดงใหญ่แบบชัดๆ ตามสไตล์นักล่าท้องฟ้าตัวจริง
ขอขอบคุณรูปภาพจาก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

