
จาก : ผลบอลสด เอฟเอ คัพ ระหว่าง พอร์ทสมัธ 1-4 อาร์เซนอล วันนี้ 11/1/69 – บ้านกีฬา
ศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 3 ที่แฟนเช็ก ผลบอลสด กันตั้งแต่นาทีแรก สนามแฟรัตตัน พาร์ก กลายเป็นเวทีโชว์ของอาร์เซนอลเต็มตัว พอร์ทสมัธออกสตาร์ตได้ยอดเยี่ยมยิงนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 จากโคลบี้ บิชอป ทำเอากองเชียร์เจ้าบ้านหวังได้กลิ่นละครบิ๊กทีมร่วง แต่หลังจากนั้นปืนใหญ่เร่งเครื่องแบบไม่ปรานี ยิงคืนรวดเดียว 4 เม็ด พลิกชนะ 4-1 พร้อมแฮตทริกโหดของกาเบรียล มาร์ติเนลลีย์ที่ขโมยทุกแสงไฟในค่ำคืนนี้
🕒 ครึ่งแรก – พอร์ทสมัธนำก่อน แต่ปืนใหญ่พลิกเกม
เปิดเกมมาแค่ไม่กี่ลมหายใจ พอร์ทสมัธกดดันใส่ทันที และนาทีที่ 3 ก็ได้เฮทั้งสนาม เมื่อโคลบี้ บิชอปเก็บจังหวะหลุดเข้าไปยิงจ่อ ๆ ไม่เหลือ เจ้าถิ่นนำ 1-0 แบบทำอาร์เซนอลตั้งตัวไม่ติด แฟนที่กำลังเปิดหน้าเว็บ บ้านผลบอล เห็นสกอร์แล้วต้องขยี้ตา
แต่ความกดดันจากทีมเยือนเริ่มไต่ระดับ นาทีที่ 8 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่ออันเดร โดเซลล์ พยายามช่วยเกมรับแต่สกัดพลาดกลายเป็นทำเข้าประตูตัวเอง ส่งอาร์เซนอลตีเสมอ 1-1 อย่างโชคช่วยให้หลุดจากหลุมวิกฤติ
จากนั้นเกมเป็นของปืนใหญ่ชัดเจน นาทีที่ 25 นอนี มาดูเอเก้ เปิดเตะมุมเข้าไปให้กาเบรียล มาร์ติเนลลีย์โหม่งจ่อไม่พลาด แซงนำ 2-1 ก่อนที่เจ้าตัวจะมีโอกาสส่องไกลและยิงชนเสาอีกหลายครั้ง พอร์ทสมัธพยายามสวนกลับโดยใช้สปีดของฮาร์วีย์ แบลร์ แต่เคปา อาร์ริซาบาลากาเซฟเอาไว้ได้
ท้ายครึ่งแรกมีดราม่าเพิ่ม นาที 42 อาร์เซนอลได้จุดโทษจากการที่แซ็ก สวอนสันทำฟาวล์ในกรอบ แต่นอนี มาดูเอเก้ดันซัดหลุดเสาอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้จบครึ่งแรกปืนใหญ่ยังนำแค่ 2-1 เกมยังเปิดกว้าง
🔁 ครึ่งหลัง – มาร์ติเนลลีย์ปิดบัญชีแฮตทริก
เริ่มครึ่งหลังพอร์ทสมัธพยายามยกระดับไล่เพรสสูง หวังทวงประตูตีเสมอ และได้ลุ้นจากจังหวะเตะมุมต่อเนื่อง แต่จบไม่ได้เอง ก่อนที่อาร์เซนอลจะลงโทษแบบโหด นาทีที่ 51 กาเบรียล เฆซุสเปิดลูกตั้งเตะไปเสาไกล มาร์ติเนลลีย์สอดมาแปเน้น ๆ เป็นประตู 3-1 ทำเอาแนวรับเจ้าบ้านเป๋กันทั้งแผง
เกมเข้าสู่นาที 60 เป็นต้นไปเป็นของทีมเยือนเต็มรูปแบบ เคปาแทบไม่มีงานยากนอกจากจัดระเบียบเกมรับ ขณะที่พอร์ทสมัธต้องแก้เกมด้วยการส่งมาร์ลอน แพ็ค และคอนเนอร์ โอกิลวีลงมาเสริมแดนกลางและแนวรับ
มิเกล อาร์เตต้าไม่ยอมผ่อน นาที 69 ส่งชุดสำรองคุณภาพระดับตัวจริงอย่างเบน ไวท์ออกแล้วให้เยอร์เรียน ทิมเบอร์ลง รวมถึงมาร์ติน โอเดการ์ดและไค ฮาแวร์ตซ์เพื่อคุมจังหวะเกม เพิ่มมิติการครองบอล ก่อนที่นาที 72 มาดูเอเก้จะเปิดเตะมุมอีกครั้งให้มาร์ติเนลลีย์โหม่งตุงเป็นแฮตทริกส่วนตัว สกอร์ไหลห่าง 4-1 ปิดจ๊อบเรียบร้อย
ช่วงท้ายเกมพอร์ทสมัธยังพยายามยิงไกลบ้าง แต่เคปายังอยู่ครบ 90 นาทีบวกทดเจ็บไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมอาร์เซนอลบุกถล่ม 4-1 คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบต่อไปอย่างสมศักดิ์ศรีทีมใหญ่

⚽️ รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🔵 พอร์ทสมัธ – ระบบ 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู
- จอช เบอร์ซิค (26) – เรตติ้ง 5.8
กองหลัง
- รีกาน พูล (5) – 7.1
- คอเนอร์ ชอเนสซี (6) – 6.5
- ลุค เลอ รูซ์ (16) – 7.0
- เทรเวอร์ เดฟลิน (24) – 6.5
กองกลาง
- อังเดร โดเซลล์ (21) – 6.7 ยิงเข้าประตูตัวเอง 1 ลูก
- อาเล็ก เซเกซิช (10) – 6.2
- แซ็ก สวอนสัน (22) – 5.2
- ฮาร์วีย์ แบลร์ (29) – 6.7
- คอเนอร์ แชปลิน (36) – 6.3
กองหน้า
- โคลบี้ บิชอป (9, กัปตัน) – 7.1 ทำ 1 ประตู
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- ฟรังโก อูเมห์ (15) – 6.5 ลงนาที 40 แทน แบลร์
- มาร์ลอน แพ็ค (7) – 6.6 ลงนาที 62 แทน เลอ รูซ์
- คอนเนอร์ โอกิลวี (3) – 6.7 ลงนาที 62 แทน ชอเนสซี
- จอร์แดน วิลเลียมส์ (2) – 6.6 ลงนาที 73 แทน สวอนสัน
- จอห์น สวิฟต์ (8) – 6.5 ลงนาที 73 แทน เซเกซิช
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เบน คิลลิป (30), อีบัน โบวัต (17), จาค็อบ ฟาร์เรลล์ (19), มาเคนซี เคิร์ก (25)
🔴 อาร์เซนอล – ระบบ 4-3-3
ผู้รักษาประตู
- เคปา อาร์ริซาบาลากา (13) – 7.4
กองหลัง
- เบน ไวท์ (4) – 6.9
- กาเบรียล มากัลเญส (6) – 6.0
- คริสเตียน นอร์การ์ด (16) – 6.7
- ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี (49) – 6.5 (ใบเหลือง 45′)
กองกลาง
- มิเกล เมรีโน (23, กัปตัน) – 7.0
- นอนี มาดูเอเก้ (20) – 6.9 มีส่วนกับ 2 ประตูจากลูกตั้งเตะ
- อีธาน นวาเนรี (22) – 6.9
แนวรุก
- กาเบรียล เฆซุส (9) – 6.9 ทำแอสซิสต์ 1
- กาเบรียล มาร์ติเนลลีย์ (11) – 9.0 แฮตทริกแมน
- เอเบเรชี่ เอเซ (10) – 6.9
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- เยอร์เรียน ทิมเบอร์ (12) – 7.0 ลงนาที 69 แทน เบน ไวท์
- มาร์ติน โอเดการ์ด (8) – 7.0 ลงนาที 69 แทน นวาเนรี
- ไค ฮาแวร์ตซ์ (29) – 6.4 ลงนาที 69 แทน เฆซุส
- มาร์ลี ซัลมอน (89) – 7.0 ลงนาที 76 แทน กาเบรียล
- มาร์ติน ซูบิเมนดี (36) – 6.6 ลงนาที 82 แทน มาร์ติเนลลีย์
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: ดาบิด รายา (1), ดีแคลน ไรซ์ (41), บูกาโย ซาก้า (7), วิคตอร์ ยอเคเรส (14)
แข้งเด่นฝั่งพอร์ทสมัธคือ บิชอป และพูล ที่สู้จนจบ ขณะที่ฝั่งอาร์เซนอลแน่นอนว่าคนที่ยืนหนึ่งคือมาร์ติเนลลีย์ ร่วมด้วยเมรีโนและเคปาที่เล่นได้ระดับสูงตลอดเกม
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
หากมองในเชิง วิเคราะห์บอล แท็กติกของทั้งสองทีมต่างกันชัดเจน พอร์ทสมัธในระบบ 4-2-3-1 เน้นเกมเพรสซิ่งแดนกลาง ใช้เลอ รูซ์กับโดเซลล์คอยบีบพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษตัวเองแล้วสวนกลับเร็วด้วยสปีดของแบลร์และสวอนสัน จุดเด่นคือการเล่นลูกครอสจากริมเส้นและการเข้าทำดุดันในช่วงต้นเกม แต่ข้อเสียคือเมื่อโดนบีบให้ถอยต่ำ แดนกลางขาดคนคอยพักบอล ทำให้ถูกอาร์เซนอลชิงจังหวะครองบอลและขึงบุกยาว ๆ
ฝั่งอาร์เซนอลของอาร์เตต้าเดินหมาก 4-3-3 ที่ดัดแปลงมาเป็น 2-3-5 เวลาโจมตี เมรีโนยืนต่ำคอยคอนโทรลบอล ขณะที่มาดูเอเก้กับมาร์ติเนลลีย์หุบเข้ากลาง เปิดพื้นที่ให้ฟูลแบ็กอย่างไวท์และลูอิส-สเกลลีเติมสูง จุดโหดสุดคือเซ็ตเพลย์และลูกเตะมุมที่ซ้อมกันมาชัดเจน ทั้งสามประตูของมาร์ติเนลลีย์มาจากการหาพื้นที่ในเขตโทษและการเคลื่อนที่ที่แนบเนียน จนแนวรับพอร์ทสมัธเสียตำแหน่งตลอด
เกมรับของพอร์ทสมัธยืนโซนลึกเกินไปหลังจากโดนแซง 2-1 ทำให้ปล่อยให้อาร์เซนอลต่อบอลหน้าเขตโทษอย่างที่ต้องการ ในขณะที่เกมรับของปืนใหญ่แม้เสียประตูเร็ว แต่หลังนาทีที่ 10 เป็นต้นไปเริ่มตั้งสติ บีบพื้นที่ทันทีที่บอลหลุดจากแดนหน้า ทำให้เจ้าถิ่นแทบไม่มีโอกาสลุ้นแบบจะแจ้งอีกมากนัก

📈 สถิติหลังเกมที่บอกทุกอย่าง
ตัวเลขหลังจบเกมยืนยันภาพในสนามชัดเจน พอร์ทสมัธยิงรวม 8 ครั้ง เข้ากรอบถึง 5 ครั้ง ถือว่าเฉียบคมในจังหวะที่มี แต่การครองบอลทำได้เพียง 42% ขณะที่อาร์เซนอลครองบอลถึง 58% และยิงทั้งหมด 13 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง เปลี่ยนเป็น 4 ประตู แสดงให้เห็นถึงคุณภาพการจบสกอร์และความหลากหลายในการเข้าทำ
แม้เจ้าถิ่นจะฟาวล์มากกว่า 13 ต่อ 8 เพื่อหยุดเกมรุกปืนใหญ่ แต่ก็ยังไม่พอจะหยุดความต่อเนื่องของการโจมตี ใบเหลืองออกให้พอร์ทสมัธ 1 ใบ และอาร์เซนอล 2 ใบ เกมไม่มีใบแดง เตะมุมพอร์ทสมัธได้ 6 ครั้ง ส่วนอาร์เซนอล 8 ครั้ง ลูกตั้งเตะของทีมเยือนนี่แหละที่กลายเป็นอาวุธเด็ดทำลายเจ้าบ้านจนยับ
📌 เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽️ นาที 3 – โคลบี้ บิชอป ซัดจ่อ ๆ ให้พอร์ทสมัธนำ 1-0
- ⚽️ นาที 8 – อันเดร โดเซลล์ สกัดพลาดเข้าประตูตัวเอง ส่งอาร์เซนอลตีเสมอ 1-1
- ⚽️ นาที 25 – กาเบรียล มาร์ติเนลลีย์โหม่งจากเตะมุมของนอนี มาดูเอเก้ พาปืนใหญ่แซงนำ 2-1
- 🔁 นาที 40 – พอร์ทสมัธเปลี่ยน ฮาร์วีย์ แบลร์ ออก ส่งฟรังโก อูเมห์ลงสนาม
- ⚠️ นาที 42 – อาร์เซนอลได้จุดโทษจากจังหวะฟาวล์ของแซ็ก สวอนสันในเขตโทษ
- ❌ นาที 43 – นอนี มาดูเอเก้ยิงจุดโทษหลุดเสา พลาดโอกาสนำห่าง
- 🟨 นาที 45 – ไมล์ส ลูอิส-สเกลลีโดนใบเหลืองจากการฟาวล์หนัก
- 🔔 จบครึ่งแรก – อาร์เซนอลนำพอร์ทสมัธ 2-1
- ⚽️ นาที 51 – มาร์ติเนลลีย์ยิงเพิ่มจากการเปิดฟรีคิกของกาเบรียล เฆซุส สกอร์ขยับ 3-1
- 🟨 นาที 55 – ลุค เลอ รูซ์โดนใบเหลืองจากการตัดฟาวล์กลางสนาม
- 🔁 นาที 62 – พอร์ทสมัธส่งมาร์ลอน แพ็ค และคอนเนอร์ โอกิลวีลงแทนเลอ รูซ์กับชอเนสซี
- 🟨 นาที 68 – เบน ไวท์โดนใบเหลือง เมื่อหยุดเกมสวนกลับของเจ้าถิ่น
- 🔁 นาที 69 – อาร์เซนอลเปลี่ยนสามคนรวด ส่งทิมเบอร์, โอเดการ์ด และฮาแวร์ตซ์ลงสนาม
- ⚽️ นาที 72 – มาดูเอเก้เปิดเตะมุมให้มาร์ติเนลลีย์โหม่งตุง เป็นแฮตทริกและนำห่าง 4-1
- 🔁 นาที 73 – พอร์ทสมัธส่งจอร์แดน วิลเลียมส์กับจอห์น สวิฟต์ลงแทนสวอนสันและเซเกซิช
- 🔁 นาที 76 – อาร์เซนอลส่งมาร์ลี ซัลมอนลงแทนกาเบรียล
- 🔁 นาที 82 – ปืนใหญ่ถอดมาร์ติเนลลีย์ให้มาร์ติน ซูบิเมนดีลงคุมเกม
- 🔁 นาที 83 – พอร์ทสมัธเติมอูเมห์ขยับสูงขึ้น หวังไล่ตีตื้นช่วงท้าย
- ⏱ นาที 90+3 – ไค ฮาแวร์ตซ์ได้โอกาสยิงในกรอบแต่ติดบล็อก จบเกมอาร์เซนอลชนะ 4-1
🌟 Player of the Match – กาเบรียล มาร์ติเนลลีย์
คนที่โดดเด่นที่สุดแบบไร้ข้อกังขาในเกมนี้คือ กาเบรียล มาร์ติเนลลีย์ ปีกบราซิเลียนของอาร์เซนอล รับคะแนนสูงถึง 9.0 พร้อมแฮตทริกเต็มรูปแบบ ทั้งโหม่งจากเตะมุม การหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ และการยิงจ่อที่เยือกเย็น ทุกจังหวะการเคลื่อนที่ของเจ้าตัวทำให้แนวรับพอร์ทสมัธปวดหัวทั้งเกม
นอกจากสามประตูแล้ว มาร์ติเนลลีย์ยังช่วยไล่เพรสบอลจากแดนบน เปิดพื้นที่ให้เพื่อนเล่นง่ายขึ้น เท่ากับว่านี่ไม่ใช่แค่เกมที่ยิงเยอะแต่เป็นเกมที่เขาแสดงบทบาทผู้นำแนวรุกอย่างเต็มตัว ให้แฟนปืนใหญ่โล่งใจว่าฟอร์มเก่งกำลังกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
📍 สถานการณ์ในถ้วย เอฟเอ คัพ และผลต่อเส้นทางซีซั่นนี้
ชัยชนะ 4-1 ทำให้อาร์เซนอลผ่านเข้าสู่รอบ 4 ของ เอฟเอ คัพ อย่างมั่นใจ เพิ่มความเชื่อมั่นในห้องแต่งตัวและเปิดโอกาสให้อาร์เตต้าโรเตชันนักเตะได้อย่างที่ต้องการ ขุมกำลังสำรองหลายคนพิสูจน์แล้วว่าสามารถยืนระยะในระดับสูงได้
ด้านพอร์ทสมัธ เส้นทางในถ้วยเก่าแก่ที่สุดในโลกจบลงเพียงรอบ 3 แต่การได้ลองปะทะกับทีมระดับหัวแถวพรีเมียร์ลีกถือเป็นบทเรียนชั้นดี ก่อนกลับไปสู้ศึกเดอะ แชมเปียนชิพ ที่เป็นเป้าหมายหลักของสโมสรในซีซั่นนี้
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
สำหรับแฟนบอลที่ตามเช็ก โปรแกรมบอล ต่อเนื่อง จากภาพรวมตารางแล้ว พอร์ทสมัธต้องรีบลืมความพ่ายแพ้และหันไปโฟกัสเกมลีกทันที โดยมีคิวออกไปเยือนเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ในศึกแชมเปียนชิพวันที่ 17 มกราคม เวลา 22.00 น. ก่อนจะบุกเยือนวัตฟอร์ดในวันที่ 22 มกราคม เวลา 02.45 น. สองนัดนี้สำคัญมากต่อการลุ้นอันดับบนตารางลีก
อาร์เซนอลเองโปรแกรมก็ไม่เบา เริ่มจากเกมบอลถ้วยพบเชลซีในรายการอีเอฟแอล คัพ วันที่ 15 มกราคม เวลา 03.00 น. ต่อด้วยเกมพรีเมียร์ลีกบุกเยือนน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ วันที่ 18 มกราคม เวลา 00.30 น. ทั้งสองนัดคือบททดสอบต่อเนื่องว่าฟอร์มโหดจากถ้วยเอฟเอ คัพจะถูกต่อยอดไปในลีกได้มากแค่ไหน
📣 ติดตาม บ้านผลบอล และผลบอลวันนี้ได้ที่ บ้านกีฬา
ใครที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลอังกฤษ ตั้งแต่ บ้านผลบอล, อัปเดตสกอร์สดแบบเรียลไทม์ไปจนถึงบทวิเคราะห์จัดเต็มสไตล์นักข่าวสายเดือด บ้านกีฬา พร้อมเสิร์ฟให้ครบในที่เดียว ทั้งข่าวเอฟเอ คัพ พรีเมียร์ลีก เดอะ แชมเปียนชิพ และลีกดังทั่วโลก เปิดหน้าเว็บไว้แล้วไม่พลาดทุกลูกยิง ทุกใบเหลือง ทุกดราม่าหน้าจอแน่นอน

