บ้านผลบอล สรุปหลังเกม เอฟเอ คัพ อังกฤษ บุกยิงถึงโรงละคร! สตีลโชว์หนึบพาไบรท์ตันอัดแมนยู 2-1 ผีแดงร่วงตกรอบ 3 แบบสุดเจ็บ

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด เอฟเอ คัพ ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 ไบรท์ตัน โฮฟ อัลเบี้ยน วันนี้ 11/1/69 – บ้านกีฬา

ค่ำคืนบอลถ้วยเอฟเอ คัพ อังกฤษที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แฟนผีหวังเห็นทีมรักผ่านเข้ารอบต่อไป แต่กลายเป็นคืนของไบรท์ตันที่เล่นกันอย่างมีวินัย ใช้โอกาสไม่เปลืองและได้ผู้รักษาประตู Jason Steele มือกาวฟอร์มพระเอกช่วยเซฟลูกสำคัญนับครั้งไม่ถ้วน ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้รูปเกมจะดูดีกว่า สถิติการยิงมากกว่า แต่ความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายยังห่างชั้น ทำให้ผลบนสกอร์บอร์ดและบนหน้าเว็บ ผลบอลสด กลายเป็นฝั่งนกนางนวลที่ยิ้มกว้างกลับบ้านด้วยสกอร์ 2-1

⏱ ครึ่งแรก – ผีบุกเยอะ แต่นกนางนวลคมกว่า

เริ่มเกมไม่กี่นาที แมนฯ ยูไนเต็ดเปิดฉากบุกใส่ทันที ดิโอโก้ ดาโลต์ ได้ส่องในกรอบแต่เจอ Jason Steele ปัดทิ้ง แฟนผีเริ่มคึกเพราะทีมต่อบอลขึ้นหน้าได้ต่อเนื่อง ทว่าฟุตบอลไม่วัดกันที่โอกาสเยอะน้อย วัดกันที่ใครลงโทษได้ก่อน

นาที 12 ไบรท์ตันสวนกลับทางริมเส้น ก่อนที่ บรายาน กรูดา จะหลุดเข้าไปซัดบอลพุ่งเสียบเสาอย่างเด็ดขาดให้ทีมเยือนนำ 1-0 แบบเงียบกริบทั้งสนาม “โรงละครแห่งความฝัน” กลายเป็น “โรงละครแห่งความเงียบ” ทันที

หลังเสียประตู เจ้าบ้านพยายามเร่งเครื่อง บรูโน่ แฟร์นันด์ส คุมจังหวะเกมรุก มีทั้งฟรีคิกหน้ากรอบ การแทงทะลุช่องให้ เบนจามิน เซสโก้ กับ มาเตอุส คุนญ่า ได้ลุ้นหลายครั้ง ลิซานโดร มาร์ติเนซ ยังได้สอดขึ้นมายิงจ่อ ๆ แต่ทุกอย่างถูกปิดบัญชีโดย Steele ทั้งหมด

แม้ยูไนเต็ดครองบอลมากกว่าชัดเจน แต่ก็เจาะแนวรับไบรท์ตันไม่เข้า จบครึ่งแรกบนจอคะแนนขึ้นชัด แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลัง 0-1

🔥 ครึ่งหลัง – เกมรุกผีโหมไม่หยุด แต่โดนบวกเพิ่มก่อน

ครึ่งหลัง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์สั่งลูกทีมเปิดเกมรุกบ้าคลั่ง ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง คุนญ่าได้ลองยิงไกล เมสัน เมาท์ ได้ซัดจากจังหวะลูกนิ่งแต่ยังไม่เข้าเป้า

นาที 60 ค็อบบี้ เมนู โดนใบเหลืองจากจังหวะตัดฟาวล์กลางสนาม เป็นสัญญาณว่ากองกลางดาวรุ่งเริ่มเดือด ก่อนที่ยูไนเต็ดจะปรับเกม นาที 62 ส่ง เชีย เลซีย์ กับ โจชัว เซิร์กซี ลงมาแทน เมาท์ และ เมนู หวังเติมมิติในเกมรุก

แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว นาที 64 ไบรท์ตันเล่นงานเจ้าถิ่นอีกครั้ง จากจังหวะต่อบอลเร็ว บรายาน กรูดา จ่ายให้ แดนนี่ เวลเบ็ค สอดเข้ามาซัดไม่เหลือ กลายเป็น 2-0 ทีมเยือนนำห่าง ช็อกทั้งแฟนในสนามและหน้าเว็บแฟนบอลที่เปิดเช็กสกอร์กันอยู่

จากนั้นยูไนเต็ดเดินหน้าบุกยาว ๆ เซสโก้ได้โหม่งจ่อ ๆ หลายครั้ง ดอร์กูสอดขึ้นมายิง แต่ก็ยังติดเซฟของ Steele ที่ยืนตำแหน่งดีทุกจังหวะ นาที 79 เจ้าถิ่นใส่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ คาเซมิโร่ ลงมาช่วยยกระดับเกมรุกและลูกกลางอากาศ

ความพยายามมาได้ผลในนาที 85 เมื่อ บรูโน่ เปิดเตะมุมเข้าไปให้ เบนจามิน เซสโก้ โหม่งตุงตาข่าย ไล่มาเป็น 1-2 เกมเริ่มเดือดกว่าเดิม ยูไนเต็ดโหมบุกหวังตีเสมอให้ได้ในช่วงท้าย

แต่ดราม่ายังไม่จบ นาที 87 เชีย เลซีย์ โฉบไปเสียบหนักโดนใบเหลืองอีกใบ กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ทิ้งให้เพื่อนเหลือ 10 คนในช่วงเวลาที่ต้องการประตูสุด ๆ ช่วงทดเวลาอีก 5 นาที ยูไนเต็ดมีจังหวะลุ้นจากลูกโหม่งของแม็กไกวร์ แต่ Steele ก็ล้มตัวคว้าได้อย่างเหนียวแน่น

จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 1-2 ร่วงตกรอบ 3 เอฟเอ คัพ ต่อหน้ากองเชียร์ของตัวเอง

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว

🔴 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู

  • ซานติ ลัมเมนส์ (31) – เรตติ้ง 6.4

กองหลัง

  • ดิโอโก้ ดาโลต์ (2) – 6.6
  • ลีสานโดร มาร์ติเนซ (6) – 7.7
  • ลีนาร์ด โยโร (15) – 6.5
  • แพทริก ดอร์กู (13) – 6.8

กองกลางตัวรับ

  • มานูเอล อูการ์เต้ (25) – 7.2
  • ค็อบบี้ เมนู (37) – 6.7 (ใบเหลือง นาที 60)

กองกลางตัวรุก

  • บรูโน่ แฟร์นันด์ส (กัปตันเบอร์ 8) – 7.5
  • เมสัน เมาท์ (7) – 6.5
  • มาเตอุส คุนญ่า (10) – 6.5

กองหน้า

  • เบนจามิน เซสโก้ (30) – 7.5 ผู้ทำประตูตีไข่แตก

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • เชีย เลซีย์ (61) – 6.0 ลงนาที 62 แทน เมาท์ ก่อนโดนใบเหลืองสองใบโดนไล่ออกนาที 89
  • โจชัว เซิร์กซี (11) – 7.0 ลงนาที 62 แทน เมนู
  • แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (5) – 6.7 ลงนาที 79 แทน มาร์ติเนซ
  • คาเซมิโร่ (18) – 7.0 ลงนาที 79 แทน อูการ์เต้

ตัวสำรองไม่ได้ลง
อัลตาย บายินเดียร์, ไทเรลล์ มาลาเซีย, เอย์เดน ฮีฟเวน, แจ็ค เฟล็ทเชอร์, ไทเลอร์ เฟล็ทเชอร์

ผู้จัดการทีม: ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์

ผู้เล่นบาดเจ็บ/ไม่มีชื่อ
ไลน์อัปฝั่งผียังขาดแข้งสำคัญอย่าง Bryan Mbeumo, Amad Diallo, Noussair Mazraoui และ Matthijs de Ligt ที่ยังเดี้ยงอยู่ทั้งหมด

🔵 ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู

  • เจสัน สตีล (23) – 8.9 ฮีโร่ของเกม เซฟแล้วเซฟอีก

กองหลัง

  • โยเอล เฟลต์มัน (34) – 7.1
  • ดัวร์เต้ ค็อปโปลา (42) – 6.6
  • โอลิวิเยร์ บอสคากลี (21) – 6.8
  • เฟอร์ดี้ คาดิโอกลู (24) – 7.1

กองกลาง

  • ปาสกาล กรอส (30) – 7.2 คุมจังหวะเกมแดนกลาง
  • เจค ฮินเชลวูด (13) – 6.5

สามตัวรุกด้านหลังหน้าเป้า

  • บรายาน กรูดา (8) – 8.1 ตัวทีเด็ดยิงหนึ่งจ่ายหนึ่ง
  • จอร์จินิโอ รูตเตอร์ (10) – 6.2
  • ยอร์ดี้ เฟลต์มัน? (ตำแหน่งฝั่งขวาในภาพคือ เจลล์ เวลท์มัน เล่นแบ็กขวา ส่วนด้านหน้าอิงจากภาพหลักแล้วคือแถวบนสุดริมเสา) – ในเกมนี้ถูกใช้ลึกลงมาเป็นฟูลแบ็ก

กองหน้า

  • แดนนี่ เวลเบ็ค (กัปตันเบอร์ 18) – 8.0 ทำหนึ่งประตูสำคัญหนีเป็น 2-0

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • ยาน พอล ฟาน เฮ็คเก้ (6) – 6.6 ลงนาที 77 แทน โกเมซ
  • ยาซิน อายารี (26) – 6.5 ลงนาที 77 แทน เฟลต์มัน
  • คาโอรุ มิโตมะ (22) – 6.2 ลงนาที 78 แทน เวลเบ็ค
  • ชาราลัมปอส คอสตูเลาส (19) – 6.6 ลงนาที 83 แทน รูตเตอร์
  • ทอม วัตสัน (14) – ลงนาที 90 แทน กรูดา

ตัวสำรองไม่ได้ลง
บาร์ต แฟร์บรุกเก้น, ลูอิส ดังค์, ชาร์ลี ทาสเกอร์, แฮร์รี่ ฮาวเวลล์

ผู้จัดการทีม: ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ (โดนใบเหลืองจากการประท้วงริมเส้นช่วงท้ายเกม)

ผู้เล่นบาดเจ็บ/ไม่มีชื่อ
สเตฟานอส ซฺซิมาส, Adam Webster, Solly March, Mats Wieffer, Carlos Baleba และ Yankuba Minteh (เช็กฟิต) ทำให้ไบรท์ตันต้องโรเตชั่นพอสมควรแต่ยังยืนระยะได้เยี่ยม

📊 วิเคราะห์บอล การรุกและการรับของทั้งสองทีม

วิเคราะห์บอล เชิงแท็กติก แมนฯ ยูไนเต็ดมาในระบบ 4-2-3-1 ที่แฟนบอลคุ้นเคย อูการ์เต้–เมนู รับบทคู่กลางคอยตัดเกมและเชื่อมบอลขึ้นให้ บรูโน่ ที่ยืนตรงกลางระหว่าง เมาท์ กับ คุนญ่า ขณะที่ เซสโก้ ยืนหอกเป้าเน้นเก็บบอลและเล่นลูกกลางอากาศ

ช่วงต้นเกมแผนนี้ทำงานดี ผีแดงบีบสูงตั้งแต่แดนหน้า แดนกลางประสานงานกันดีจนไบรท์ตันต้องออกบอลยาวบ่อย แต่จุดอ่อนคือเกมริมเส้นที่ดันสูงพร้อมกันมากไป พอเสียบอลไบรท์ตันจึงมีช่องให้เล่นสวนกลับเร็ว ในนาที 12 ที่โดนยิงนำก็เกิดจากการเสียตำแหน่งแบบนี้เอง

ครึ่งหลังเมื่อถูกนำ 2-0 ยูไนเต็ดปรับเกมให้แบ็กสองข้างเติมสูงยิ่งกว่าเดิม ส่ง เซิร์กซี กับ เลซีย์ ลงมาช่วยรุมในกรอบเขตโทษ การครอสจาก ดาโลต์ กับ ดอร์กู สร้างปัญหาให้แนวรับไบรท์ตันพอสมควร แต่การตัดสินใจจังหวะสุดท้ายยังไม่คม บวกกับการเข้ายืนป้องกันในกรอบของ บอสคากลี–ค็อปโปลา ที่สกัดได้หลายครั้ง ทำให้โอกาสทองกลายเป็นเพียงลุ้นหวาดเสียว

ฝั่งไบรท์ตันของเฮอร์เซเลอร์ใช้ระบบ 4-2-3-1 ที่เน้นเปลี่ยนสปีดเร็ว เมื่อได้บอลจะไม่ต่อยาว แต่แทงลึกไปหาพื้นที่หลังฟูลแบ็กทันที กรูดาและรูตเตอร์สลับตำแหน่งกันตลอด ทำให้แนวรับยูไนเต็ดตามประกบยาก ลูก 2-0 ก็เกิดจากการเคลื่อนที่ในกรอบเขตโทษของเวลเบ็คที่ฉีกหนีตัวประกบ แล้วรับบอลจากกรูดาก่อนซัดไม่เหลือ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเกมรุกในกรอบเขตโทษอย่างแท้จริง

ในเกมรับ ไบรท์ตันยืนโซนลึกกว่าเดิมเล็กน้อย ปล่อยให้ยูไนเต็ดครองบอลแถวกลาง แต่ล็อกพื้นที่หน้าเขตโทษแน่นหนา กรอสกับฮินเชลวูดช่วยกันบีบช่องจ่ายของบรูโน่ ทำให้เจ้าถิ่นต้องออกบอลไปด้านข้างก่อนครอสเข้ากรอบ ซึ่งเป็นสไตล์ที่แนวรับไบรท์ตันถนัดเคลียร์มากกว่าการรับมือบอลทะลุช่องบนพื้น

โดยรวมแล้ว ยูไนเต็ดมีโครงสร้างเกมรุกที่พอไปได้ แต่ต้องจูนเรื่องจบสกอร์และสมาธิในเกมรับ ส่วนไบรท์ตันแสดงให้เห็นชัดว่าทำการบ้านมาดี ใช้โอกาสไม่เปลืองและชนะด้วยแท็กติกที่ชัดเจน

📈 สถิติการแข่งขันเล่าเรื่องชัดเจน

ถ้ามองเฉพาะตัวเลข แมนฯ ยูไนเต็ดดูดีกว่าชัดเจน เจ้าบ้านยิงทั้งหมด 19 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง ครองบอลถึง 60% ขณะที่ไบรท์ตันยิงเพียง 9 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง และมีบอลแค่ 40% แต่สองครั้งที่เข้ากรอบของทีมเยือนกลายเป็นสองประตูเต็ม ๆ ในขณะที่ยูไนเต็ดใช้โอกาสอย่างสิ้นเปลือง

ด้านเกมปะทะ ยูไนเต็ดทำฟาวล์ 11 ครั้งได้ใบเหลือง 3 ใบ และใบแดง 1 ใบจาก เลซีย์ ส่วนไบรท์ตันทำฟาวล์ 14 ครั้งได้ใบเหลืองเพียงใบเดียว แสดงให้เห็นถึงความนิ่งและบริหารจังหวะเกมได้ดีกว่า แม้จะถูกบุกใส่แทบทั้งเกมแต่ก็ไม่หลุดสมาธิจนเสียเหลี่ยมผู้ตัดสินมากนัก

ลูกล้ำหน้าทั้งสองทีมเท่ากันที่ 4 ครั้ง ขณะที่ลูกเตะมุม ยูไนเต็ดได้ถึง 6 ครั้ง เทียบกับไบรท์ตันแค่ 1 ครั้ง สถิตินี้สะท้อนภาพชัดว่าเจ้าบ้านกดดันได้ต่อเนื่องแต่ใช้ประโยชน์จากลูกเซตพีซได้ไม่คุ้มค่า ต่างจากทีมเยือนที่เล่นง่ายแต่เฉียบคมกว่าในจังหวะตัดสินเกม

⏰ เหตุการณ์สำคัญของเกม

  • ⚽ 12’ – ประตู 0-1 ไบรท์ตันนำจาก บรายาน กรูดา ซัดเสียบมุมให้ทีมเยือนออกนำเร็ว
  • 🟨 60’ – ค็อบบี้ เมนู รับใบเหลืองจากการฟาวล์กลางสนาม
  • 🔁 62’ – ยูไนเต็ดส่ง เชีย เลซีย์ แทน เมสัน เมาท์ และ โจชัว เซิร์กซี แทน ค็อบบี้ เมนู เติมความสดแนวรุก
  • ⚽ 64’ – ประตู 0-2 แดนนี่ เวลเบ็ค หลุดเข้าไปซัดไม่เหลือ ไบรท์ตันหนีเป็นสองลูก
  • 🔁 77’ – ไบรท์ตันเปลี่ยนคู่แบ็ก–กลาง ส่ง ยาน พอล ฟาน เฮ็คเก้ กับ ยาซิน อายารี ลงมาแทน โกเมซ และ เฟลต์มัน
  • 🔁 78’ – คาโอรุ มิโตมะ ลงแทน เวลเบ็ค เสริมความเร็วในเกมสวนกลับ
  • 🔁 79’ – ยูไนเต็ดใส่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ คาเซมิโร่ ลงแทน มาร์ติเนซ กับ อูการ์เต้ เพื่อดันเกมรุกช่วงท้าย
  • 🔁 83’ – ชาราลัมปอส คอสตูเลาส ลงแทน รูตเตอร์ ช่วยไล่บี้เกมรับ
  • ⚽ 85’ – ประตู 1-2 ยูไนเต็ดไล่มา จากลูกเตะมุมของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดให้ เบนจามิน เซสโก้ โหม่งเข้าไป
  • 🟨 87’ – เชีย เลซีย์ ทำฟาวล์หนัก โดนใบเหลืองแรกในเกม
  • 🟥 89’ – เลซีย์ ไปโวยและชนจังหวะปะทะอีกครั้ง รับใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดง ผีเหลือ 10 คน
  • ⏱ 90+2’ – บรายาน กรูดา ถูกเปลี่ยนออกให้ ทอม วัตสัน ลงมาช่วยรับช่วงทดเวลา
  • 🟨 90+3’ – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ชาราลัมปอส คอสตูเลาส มีปากเสียงกันกลางสนาม โดนใบเหลืองทั้งคู่
  • ⏱ 90+5’ – แม็กไกวร์ได้โหม่งลุ้นตีเสมอ แต่เจสัน สตีล ปิดมุมเซฟไว้ได้ จบเกมไบรท์ตันบุกชนะ 2-1

🌟 Player of the Match – Jason Steele

ตำแหน่งแข้งเด่นประจำเกมหนีไม่พ้น Jason Steele นายด่านไบรท์ตันที่โชว์ฟอร์มเทพ เซฟไปหลายจังหวะ ทั้งลูกยิงมุมแคบของดาโลต์ ลูกโหม่งจ่อ ๆ ของเซสโก้ และลูกกลางอากาศช่วงท้ายเกมที่แม็กไกวร์โหม่งเต็ม ๆ หากไม่มีเขา ไบรท์ตันไม่มีทางรอดจากโหมกระหน่ำของยูไนเต็ดแน่นอน

นอกจากเซฟแล้ว Steele ยังช่วยคุมเกมรับด้วยการออกมาตัดลูกเปิดจากด้านข้าง ทำให้ลูกเตะมุม 6 ครั้งของเจ้าถิ่นกลายเป็นหมัน เขาอ่านจังหวะบอลได้ยอดเยี่ยมสั่งแนวรับให้ยืนตำแหน่งถูกจุดตลอด คะแนนในสนามระดับ 8.9 คือตัวเลขที่สะท้อนผลงานแบบไร้ข้อกังขา บ้านกีฬาให้คำเดียวคือ “สุดจริง”

📌 ผลต่อเส้นทางเอฟเอ คัพ และความมั่นใจของทั้งสองทีม

ความพ่ายแพ้ในบ้านแบบนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกรอบ 3 เอฟเอ คัพ อย่างน่าผิดหวัง เสียงโห่จากแฟนบอลดังสะท้อนความไม่พอใจ เพราะนี่คือถ้วยที่หลายคนมองว่าเป็นโอกาสลุ้นแชมป์ที่เป็นจริงที่สุดของฤดูกาล การเสียท่าให้ไบรท์ตันทั้งที่ครองเกมเหนือกว่า ย่อมกระทบความมั่นใจของทีมไม่น้อย ก่อนจะต้องกลับไปโฟกัสในลีกและถ้วยอื่น

ฝั่งไบรท์ตันชนะในเกมเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้อีกครั้ง ตอกย้ำภาพลักษณ์ทีมเล็กที่เล่นบอลสมัยใหม่และกล้าเปิดหน้าแลกกับทีมใหญ่ การผ่านเข้ารอบต่อของเอฟเอ คัพ ไม่ได้แค่เพิ่มโอกาสลุ้นความสำเร็จ แต่ยังสะสมความมั่นใจให้ลูกทีมของเฮอร์เซเลอร์ ก่อนกลับไปสู้ศึกพรีเมียร์ลีกที่ยังเบียดกันแน่นในกลุ่มกลางตาราง

🗓 ตารางบอล นัดถัดไปและโปรแกรมหินของทั้งสองทีม

หลังจบศึกบอลถ้วย สายตาทุกคนต้องหันไปมองศึกลีกต่อทันที จากภาพโปรแกรมที่รออยู่ แมนฯ ยูไนเต็ดมีภารกิจโหดในพรีเมียร์ลีกสองนัดรวด เริ่มจากเปิดบ้านดวล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะต้องบุกเยือนอาร์เซนอลต่อ เกมเหล่านี้ไม่ใช่แค่ศึกศักดิ์ศรี แต่คือแมตช์ที่อาจชี้ชะตาทิศทางฤดูกาลของผีแดง ว่าจะหลุดจากกลุ่มลุ้นพื้นที่ยุโรปหรือยังพอเกาะอยู่ได้ แฟนบอลที่เช็ก โปรแกรมบอล ล่วงหน้าเห็นแล้วมีขาสั่นแน่นอน

ด้านไบรท์ตัน งานก็ไม่เบา ต้องเปิดบ้านรับมือบอร์นมัธ ก่อนจะยกพลเยือนฟูแล่มในเกมลีกต่อเนื่อง ชัยชนะเหนือยูไนเต็ดทำให้นกนางนวลเดินเข้าสู่โปรแกรมนี้ด้วยความมั่นใจแบบเต็มถัง หากเก็บแต้มจากสองนัดนี้ได้ดี มีโอกาสไต่ขึ้นไปยึดโซนบนของตารางพรีเมียร์ลีกได้เลย

📺 ติดตามสกอร์และอัปเดตจาก บ้านผลบอล ได้ที่ บ้านกีฬา

แฟนลูกหนังที่อยากตามทุกจังหวะของเกมใหญ่แบบนี้ ตั้งแต่สกอร์ไลฟ์สด เช็กฟอร์มตัวจริงตัวสำรอง ไปจนถึงบทวิเคราะห์จัดหนักสไตล์นักข่าวสายดุ บ้านกีฬาเตรียมเสิร์ฟให้ครบจบในที่เดียว ใครอยากรู้ว่าคืนต่อไปใครลงเตะกี่โมง ยิงกันดุแค่ไหน เปิดหน้าเว็บแล้วตามสไตล์แฟน บ้านผลบอล ตัวจริงได้เลย บ้านกีฬาพร้อมอยู่ข้างแฟนบอลทุกคน ทั้งข่าวร้อน ผลแข่งสด และมุมมองเจาะลึกหลังเกมแบบนี้ตลอดทั้งฤดูกาล

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา