
จาก : ผลบอลสด เอฟเอ คัพ ระหว่าง ลิเวอร์พูล 4-1 บาร์นสลี่ย์ วันนี้ 13/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกเอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 3 ที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูลเปิดบ้านรับการมาเยือนของบาร์นสลีย์ ทีมจากลีกวัน เกมนี้ “หงส์แดง” จัดชุดผสมแต่แนวรุกยังโหดครบเครื่อง ก่อนจะอัดทีมเยือนขาดลอย 4-1 จากประตูของ โดมินิค โซบอสซ์ไล, เจเรมี ฟริมปง, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ อูโก เอกิติเก้ ขณะที่อดัม ฟิลลิปส์ ยิงตีไข่แตกให้บาร์นสลีย์ จบเกมด้วยสกอร์ที่แฟนเช็ก ผลบอลสด กันสะใจทั้งแอนฟิลด์
⏱ ครึ่งแรก: หงส์เครื่องร้อนเร็ว แต่โดนสวนตีไข่แตก
เสียงนกหวีดเริ่มเกมยังไม่ทันหาย ลิเวอร์พูลเกือบโดนช็อก ตั้งแต่นาทีแรก เดวิส เคลเลอร์-ดันน์ โหม่งชนเสาเต็ม ๆ จากจังหวะเปิดของ อดัม ฟิลลิปส์ ทำให้แนวรับหงส์ต้องตั้งสติด่วน
จากนั้นเจ้าถิ่นเริ่มยึดบอลและคุมจังหวะ นาที 9 โดมินิค โซบอสซ์ไล รับบอลจาก อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ก่อนซัดไกลนอกกรอบ บอลพุ่งวาบเสียบมุมบนแบบนายประตูได้แต่มอง ลิเวอร์พูลออกนำ 1-0 และรูปเกมก็หันมาเข้าทางเจ้าถิ่นเต็มตัว
บาร์นสลีย์พยายามโต้กลับไกล ๆ เคลเลอร์-ดันน์ และโจนาธาน แบลนด์ มีจังหวะส่อง แต่ จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ เซฟได้สบาย หงส์แดงเดินหน้าบด ปีนบันไดเตะมุมรัว ๆ จนแนวรับทีมเยือนเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง
นาที 36 แอนฟิลด์ระเบิดเสียงเฮอีกครั้ง เคอร์ติส โจนส์ แทงทะลุเข้าเขตโทษให้ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ จ่ายต่อเร็วให้ เจเรมี ฟริมปง เติมมาซัดด้วยซ้ายตุงตาข่าย ลิเวอร์พูลหนี 2-0 ตามรูปเกมที่บดขยี้ต่อเนื่อง
แต่ก่อนจบครึ่งแรก บาร์นสลีย์ยังไม่ยอมตาย นาที 40 จากจังหวะชุลมุนหน้าประตู เจ้าบ้านเคลียร์ไม่ขาด บอลมาเข้าทาง อดัม ฟิลลิปส์ แปจ่อ ๆ เสียบเสาไกล ไล่มา 2-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ทำให้หงส์ต้องกลับเข้าอุโมงค์แบบยังวางใจไม่ได้
⏱ ครึ่งหลัง: เปลี่ยนสามทีเดียว ปิดเกมด้วยความโหด
กลับมาครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังเปิดหน้าแลกเต็มกำลัง เฟเดริโก้ เคียซ่า, โคดี้ กัคโป และ เคอร์ติส โจนส์ ทะลุทะลวงใส่แนวรับห้าคนของบาร์นสลีย์ไม่หยุด แต่ยังเจอแนวรับบล็อกไว้
นาที 60 อาร์เน่ สลอต แสดงให้เห็นชัดว่าต้องการจบงานเร็ว สั่งเปลี่ยนทีเดียวสามคน ส่ง อิบราฮิมา โกนาเต้, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ อูโก เอกิติเก้ ลงมากดดันเต็มสูบ เกมรุกเจ้าถิ่นสดใหม่กว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ผู้รักษาประตู เมอร์ฟี คูเปอร์ ของทีมเยือนเจ็บจนต้องให้ทีมแพทย์ดูหลายครั้ง
ท้ายเกม เมื่อความฟิตของบาร์นสลีย์เริ่มร่วง นาที 84 ลูกทีมสลอตก็ลงโทษทันที เวียร์ตซ์ รับบอลจาก เอกิติเก้ ในกรอบเขตโทษ ก่อนกดเรียดเสียบเสาอย่างนิ่ง ลิเวอร์พูลหนี 3-1 และขวัญของทีมเยือนแทบพังทั้งแผง
ช่วงทดเจ็บนาที 90+4 ทั้งคู่สลับบทกัน เอกิติเก้ ได้จังหวะชาร์จจ่อ ๆ จากการเปิดของ เวียร์ตซ์ ปิดกล่อง 4-1 พร้อมเสียงเฮสนั่นแอนฟิลด์ ส่งหงส์แดงผ่านเข้ารอบต่อไปแบบไม่ต้องลุ้นดวลจุดโทษใด ๆ

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🟥 ลิเวอร์พูล (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ (6.5)
กองหลัง
- เจเรมี ฟริมปง (แบ็กขวา, 7.2) – เติมบุกตลอดและยิงหนึ่งประตู
- โจ โกเมซ (เซ็นเตอร์, 6.6) – ได้ใบเหลืองต้นเกม
- เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (กัปตันทีม, 7.3) – คุมแนวรับแน่น
- แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (แบ็กซ้าย, 6.7)
กองกลางตัวรับ/เชื่อมเกม
- อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (8.2) – แอสซิสต์สองลูก, จอมคุมจังหวะ
- เคอร์ติส โจนส์ (7.5) – ขยันเชื่อมเกมและยิงไกลลุ้นหลายครั้ง
ตัวรุก
- เฟเดริโก้ เคียซ่า (ตัวรุกฝั่งซ้าย, 6.4)
- โดมินิค โซบอสซ์ไล (เพลย์เมกเกอร์, 9.8) – ยิงเปิดหัวสุดสวย และเป็นหัวใจเกมรุก
- R. Ngunmoha (ตัวรุกฝั่งขวา, 6.7)
กองหน้า
- โคดี้ กัคโป (หน้าเป้า, 6.9) – ทำงานหนักลากตัวประกบเปิดช่องให้เพื่อน
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- อิบราฮิมา โกนาเต้ (7.1) ลงแทน โจ โกเมซ นาที 60
- ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (9.1) ลงแทน เจเรมี ฟริมปง นาที 60 ยิง 1 จ่าย 1
- อูโก เอกิติเก้ (7.2) ลงแทน เฟเดริโก้ เคียซ่า นาที 60 ยิง 1 จ่าย 1 เช่นกัน
- ไรอัน กราเฟนเบิร์ช (6.5) ลงแทน R. Ngunmoha นาที 73
- เทรย์ นโยนี (ไม่มีคะแนน) ลงแทน อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ นาที 88
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
- อลิสซอน, คัลวิน แรมซีย์, มิลอช เคอร์เคซ, วาตารุ เอ็นโดะ
รายชื่อบาดเจ็บและไม่พร้อมลงสนาม
- โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ไม่พร้อมใช้งาน)
- อเล็กซานเดอร์ อิซัค (เจ็บ)
- สเตฟาน บายเซติช, วาตารุ เอ็นโดะ, คอเนอร์ แบรดลีย์ (เช็กฟิต)
🟡 บาร์นสลีย์ (5-4-1)
ผู้รักษาประตู
- เมอร์ฟี คูเปอร์ (5.6) – เจอถล่มทั้งเกมและมีอาการบาดเจ็บรบกวน
กองหลัง
- นีล โอกเบตา (วิงแบ็กขวา, 6.4)
- แจ็ค เชฟเฟิร์ด (เซ็นเตอร์, 6.7)
- M. d. Gevignery (เซ็นเตอร์, 5.9)
- ทอม วัตสัน (เซ็นเตอร์, 6.2)
- คัลลัม โอคีฟฟ์ (วิงแบ็กซ้าย, 6.0)
กองกลาง
- อดัม ฟิลลิปส์ (ตัวริมเส้น/มิดฟิลด์ฝั่งขวา, 7.6) – ยิงหนึ่งประตูให้ทีม
- โจนาธาน แบลนด์ (6.4)
- วีกเนช โยคานาธาน (6.5)
- รีส คลีรี (6.7)
กองหน้า
- เดวิส เคลเลอร์-ดันน์ (กัปตันทีม, 6.9) – มีลุ้นยิงหลายครั้ง
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- เอโอแฮน โอคอนเนลล์ (6.0) ลงแทน นีล โอกเบตา นาที 73
- แพทริก เคลลี (6.3) ลงแทน อดัม ฟิลลิปส์ นาที 73
- เดวิด แม็คโกลดริค (6.4) ลงแทน เดวิส เคลเลอร์-ดันน์ นาที 81
- จอร์จี้ เกนท์ (ไม่มีคะแนน) ลงแทน วีกเนช โยคานาธาน นาที 88
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
- เคียแรน แฟลเวลล์, คอนเนอร์ บาร์รัตต์, มาร์ค โรเบิร์ตส์, ลีโอ ฟาร์เรลล์, ฟาบิโอ จาโล
ผู้เล่นติดโทษแบน
- ลูก้า คอนเนลล์ (แบน)
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เกมนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการชนกันระหว่างระบบบุกจัดเต็มกับแท็กติกอุดลึก ลิเวอร์พูลในแผน 4-2-3-1 ของอาร์เน่ สลอต เน้นเพรสซิ่งสูงตั้งแต่แดนบน คู่กลาง แม็ค อัลลิสเตอร์ – โจนส์ ขยับสลับกันขึ้นลง คอยเชื่อมเกมจากหลังไปหน้า โดยเฉพาะแม็ค อัลลิสเตอร์ที่ลงต่ำมารับบอลจากคู่เซ็นเตอร์ แล้วแทงทะลุช่องให้สามตัวรุกหลังกองหน้าโจมตีพื้นที่ครึ่งช่อง (half-space) ต่อเนื่อง นี่คือหัวใจของการบุกที่ทำให้เจ้าถิ่นหาโอกาสยิงได้ทั้งในและนอกกรอบหลายครั้งตามสไตล์ทีมที่เน้นเกมรุกแบบเน้นบอลบนพื้นตามแนวทางการ วิเคราะห์บอล ยุคใหม่
เกมรับของหงส์แดงแม้จะพลาดปล่อยให้ฟิลลิปส์ยิงตีไข่แตก แต่โดยรวมถือว่าแน่น ฟาน ไดจ์ค อ่านเกมเก็บจังหวะโหม่งเคลียร์ได้แทบทั้งหมด ขณะที่ฟูลแบ็กทั้งสองข้างเติมสูงแต่ก็มีคู่กลางคอยคัฟเวอร์ เมื่อสลอตส่งโกนาเต้ลงมา แบบแผงหลังสองชั้นยิ่งทำให้บาร์นสลีย์แทบยิงไม่ได้ในช่วงท้าย
ด้านบาร์นสลีย์จัดแผน 5-4-1 ถอยลงยืนต่ำในแดนตัวเอง หวังรอโต้กลับเร็ว ผ่านฟิลลิปส์และเคลเลอร์-ดันน์ จุดแข็งของพวกเขาคือการยืนบล็อกรวมตัวในกรอบเขตโทษ แต่เมื่อถูกบีบให้วิ่งตามบอลตลอด 90 นาที ความฟิตเริ่มตก จังหวะหลุดตำแหน่งก็เริ่มเห็นชัด ลูก 3-1 และ 4-1 มาจากการที่วิงแบ็กและเซ็นเตอร์หลุดไลน์ ปล่อยให้เวียร์ตซ์และเอกิติเก้เล่นงานแบบง่ายดาย แสดงให้เห็นว่าระบบรับลึกถ้าไม่มีการตัดเกมแดนกลางที่ดีพอ ก็เอาไม่อยู่เมื่อเจอทีมใหญ่บุกเป็นพายุแบบนี้

📊 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนทุกอย่าง ลิเวอร์พูลยิงรวม 19 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง ขณะที่บาร์นสลีย์ได้ลุ้น 9 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้งเท่านั้น การครองบอลเจ้าถิ่นกดถึง 75% เหลือให้ทีมเยือนแค่ 25% ซึ่งชัดเจนว่าตลอดทั้งเกมหงส์แดงเป็นฝ่ายตั้งหลักบุกอยู่ฝั่งเดียว เตะมุมลิเวอร์พูลได้ถึง 11 ครั้ง ส่วนบาร์นสลีย์เพียง 5 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงการปักหลักบุกในแดนคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง
ในแง่เกมรับ บาร์นสลีย์ทำฟาวล์มากกว่านิดหน่อย 7 ต่อ 6 แต่โดนใบเหลืองน้อยกว่าหงส์ที่มีใบเดียวจากโจ โกเมซ การไม่มีใบแดงทั้งสองฝั่งทำให้เกมจบลงด้วยความเข้มข้นแต่ไม่ถึงขั้นเดือดเกินควบคุม
🎯 เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚠️ นาทีที่ 1 – บาร์นสลีย์เกือบนำเร็ว เดวิส เคลเลอร์-ดันน์ โหม่งชนเสาจ่อ ๆ
- 🎯 นาทีที่ 9 – โดมินิค โซบอสซ์ไล กดไกลนอกกรอบสุดสวย ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0 จากจ่ายของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์
- 🟨 นาทีที่ 32 – โจ โกเมซ รับใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ใส่ รีส คลีรี
- ⚽ นาทีที่ 36 – เจเรมี ฟริมปง ยิงด้วยซ้ายในกรอบ จากการทำชิ่งกับ แม็ค อัลลิสเตอร์ หงส์หนี 2-0
- ⚽ นาทีที่ 40 – อดัม ฟิลลิปส์ ยิงจ่อ ๆ ให้บาร์นสลีย์ไล่มา 2-1 ก่อนหมดครึ่งแรก
- 🔁 นาทีที่ 60 – ลิเวอร์พูลเปลี่ยนทีเดียว 3 คน ส่ง อิบราฮิมา โกนาเต้, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ อูโก เอกิติเก้ ลงสนาม
- 🔁 นาทีที่ 73 – ลิเวอร์พูลส่ง ไรอัน กราเฟนเบิร์ช ลงแทน R. Ngunmoha ส่วนบาร์นสลีย์ส่ง เอโอแฮน โอคอนเนลล์ และ แพทริก เคลลี ลงมาแทน นีล โอกเบตา กับ อดัม ฟิลลิปส์
- 🔁 นาทีที่ 81 – เดวิด แม็คโกลดริค ลงแทน เดวิส เคลเลอร์-ดันน์ เพื่อเติมความสดแดนหน้า
- ⚽ นาทีที่ 84 – ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ซัดเรียดเสียบเสาจากการแอสซิสต์ของ อูโก เอกิติเก้ ลิเวอร์พูลนำห่าง 3-1
- 🔁 นาทีที่ 88 – เทรย์ นโยนี ลงสนามแทน อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ พร้อมกับ จอร์จี้ เกนท์ ที่ลงแทน วีกเนช โยคานาธาน ให้บาร์นสลีย์
- ⏱ นาทีที่ 90+4 – อูโก เอกิติเก้ ชาร์จจ่อ ๆ จากการเปิดของ เวียร์ตซ์ ปิดจ๊อบ 4-1 ให้ลิเวอร์พูล
🌟 Player of the Match
คนที่โดดเด่นที่สุดคงไม่มีใครเถียง โดมินิค โซบอสซ์ไล เพลย์เมกเกอร์ชาวฮังกาเรียนคว้าคะแนนสูงสุด 9.8 ไม่ใช่แค่เพราะประตูสุดสวยตั้งแต่ต้นเกม แต่ยังเพราะการคุมจังหวะบุกแทบทุกครั้ง ลูกสลับแกนเปลี่ยนข้าง เล่นลูกสั้น-ลูกยาวแม่นยำ วางบอลให้เพื่อนหลุดขึ้นไปเล่นงานแนวรับบาร์นสลีย์อยู่ตลอด บ้านกีฬา มองว่าเกมนี้โซบอสซ์ไลโชว์ให้เห็นครบทั้งพลัง วิสัยทัศน์ และความมั่นใจแบบผู้นำเกมรุกตัวจริง
รองลงมาคือ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ที่ลงมาครึ่งหลังแล้วเปลี่ยนรูปเกมทันที ยิง 1 จ่าย 1 ในเวลาไม่กี่นาที ขณะที่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ คุมกลางได้เนียนกริบ แอสซิสต์สองครั้งและตัดเกมสำคัญหลายจังหวะ
ฝั่งบาร์นสลีย์ อดัม ฟิลลิปส์ คือคนที่สู้สุดใจ ยิงหนึ่งประตูและเป็นตัวจี๊ดในการโต้กลับ แต่ก็ยากจะต้านพลังบุกของหงส์แดงเมื่อเพื่อนร่วมทีมเริ่มหมดแรง
🏆 สถานการณ์ในรายการเอฟเอ คัพ
ชัยชนะ 4-1 ทำให้ลิเวอร์พูลผ่านเข้าสู่รอบ 4 เอฟเอ คัพ แบบสบาย ๆ เสริมความมั่นใจให้ทีมของอาร์เน่ สลอต ที่กำลังมีโปรแกรมถี่ยิบทั้งลีกและยุโรป การโรเตชันแล้วได้ผลลัพธ์แบบนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะตัวสำรองอย่างเวียร์ตซ์และเอกิติเก้แสดงให้เห็นว่าพร้อมเป็นอาวุธลับในเกมใหญ่ต่อไป
ส่วนบาร์นสลีย์แม้ต้องจบเส้นทางบอลถ้วยไว้ที่รอบ 3 แต่การบุกมาสู้ถึงแอนฟิลด์ ได้ประตูและสร้างโอกาสหลายครั้ง ก็ถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าสำหรับนักเตะชุดนี้ ต่อจากนี้พวกเขาจะหันไปโฟกัสภารกิจในลีกวันเต็มตัว ลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟเลื่อนชั้นต่อไป
📅 ตารางบอลและโปรแกรมบอลนัดถัดไป
หลังเกมนี้ โปรแกรมของลิเวอร์พูลยังแน่นปั๊ด แฟนบอลต้องจับตา โปรแกรมบอล ต่อเนื่อง เริ่มจากเกมพรีเมียร์ลีกเปิดบ้านดวลเบิร์นลีย์ วันที่ 17 มกราคม ก่อนยกพลไปเยือนโอลิมปิก มาร์กเซย ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก วันที่ 22 มกราคม ซึ่งทั้งสองนัดมีความหมายต่อทั้งเส้นทางลุ้นแชมป์ลีกและบอลยุโรปของหงส์แดง
ด้านบาร์นสลีย์กลับไปลุยลีกวันเต็มตัว มีแมตช์สำคัญเปิดบ้านเจอกับแบล็คพูล วันที่ 17 มกราคม และบุกเยือนเรดดิ้ง วันที่ 24 มกราคม สองเกมนี้อาจเป็นจุดชี้ชะตาว่าพวกเขาจะยืนอยู่ตรงไหนของกลุ่มลุ้นเพลย์ออฟในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล
📺 ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา
ใครที่อยากตามทุกจังหวะของฟุตบอลอังกฤษ ตั้งแต่เอฟเอ คัพ พรีเมียร์ลีก ไปจนถึงลีกล่าง ไม่ว่าจะเช็กสกอร์สด สรุปผล หรือสถิติลึก ๆ บ้านกีฬา พร้อมเสิร์ฟข้อมูลแบบจัดเต็มให้แฟนลูกหนังทุกคน อัปเดตสรุปผลสไตล์ บ้านผลบอล วิเคราะห์มุมมองเกมแบบเข้มข้น และพาไปดูภาพรวมทั้งฤดูกาลแบบที่แฟนบอลตัวจริงไม่ควรพลาด

