ภาพรวมค่ำคืนมืดมนของ ซาลาห์ ในแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2025
ค่ำคืนที่แฟนบอลทั้งประเทศหวังจะเห็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แบก ทีมชาติอียิปต์ ทะลุเข้าชิงแชมป์อีกครั้ง กลับกลายเป็นคืนที่ดาวยิงเบอร์หนึ่งต้องเจอกับฝันร้าย เมื่อทัพฟาโรห์พลาดท่าพ่าย เซเนกัล 0-1 ในรอบรองชนะเลิศ ศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2025 (AFCON 2025) เมื่อวันพุธที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา
ซาลาห์ในวัย 33 ปี แบกความหวังทั้งจากแฟนบอลอียิปต์และคอบอลทั่วโลก แต่ตลอด 90 นาที เขากลับแทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมรุก สร้างแรงกดดันใส่แนวรับทีมของ ซาดิโอ มาเน่ อดีตคู่หูจาก ลิเวอร์พูล แทบไม่ได้เลย เกมนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในฟอร์มที่น่าผิดหวังที่สุดของเขาในสีเสื้อทีมชาติรอบหลายปี
ผ่าฟอร์มทีละจุด: สถิติที่สะท้อนค่ำคืนอันเงียบงัน
แม้จะยืนครบเต็มเกม แต่ผลงานของ ซาลาห์ ในแง่ตัวเลขถือว่า “เงียบ” อย่างน่าตกใจ เมื่อเทียบกับมาตรฐานของตัวเอง
- ลงเล่น : 90 นาที
- สัมผัสบอล : 30 ครั้ง
- สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่ง : 0 ครั้ง
- ผ่านบอลเข้าเป้า : 75% (9/12 ครั้ง)
- ยิงรวม : 0 ครั้ง
- ยิงตรงกรอบ : 0 ครั้ง
- สร้างโอกาส : 0 ครั้ง
- เลี้ยงบอลผ่านนักเตะทีมคู่แข่งสำเร็จ : 0% (0/3 ครั้ง)
- ชนะการดวลรวม : 27% (4/15 ครั้ง)
- แท็กเกิลชนะ : 100% (3/3 ครั้ง)
- ช่วยเคลียร์บอลจากพื้นที่อันตราย : 1 ครั้ง
- เรตติ้งจากเว็บไซต์ whoscored.com : 6/10 (น้อยสุดในบรรดาผู้เล่นตัวจริงของทีมชาติอียิปต์)
ตัวเลขทั้งหมดสะท้อนภาพชัดเจนว่า ซาลาห์แทบไม่ได้อยู่ในจุดที่อันตรายเลย โดยเฉพาะการไม่มีแม้แต่การสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่ง และไม่มีโอกาสยิงเลยสักครั้ง ถือเป็นเรื่องที่แทบไม่ค่อยเกิดขึ้นกับเขาในเกมใหญ่ระดับนี้
ทำไม ซาลาห์ ถึงเล่นไม่ออกในเกมสำคัญแบบนี้
เมื่อมองจากสถิติและรูปเกม ซาลาห์ต้องเจอกับการประกบแบบเข้มข้นจากแนวรับ เซเนกัล ที่ปิดพื้นที่ริมเส้นและช่องว่างด้านในได้ดีมาก จนเขาไม่มีพื้นที่ให้เลี้ยงบอลหรือหาจังหวะลากตัดเข้าในตามถนัด การโดนบีบไลน์รับสูงและการช่วยซ้อนของกองกลางเซเนกัล ทำให้ทุกครั้งที่ซาลาห์ได้บอลมักจะต้องรีบจ่าย หรือเสียบอลไปโดยไม่สามารถสร้างอันตราย
อีกจุดที่เห็นชัดคือการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมอียิปต์ในพื้นที่สุดท้ายยังไม่มากพอ ทำให้ซาลาห์มักต้องถอยต่ำลงมารับบอล และเมื่อถอยลงมาไกลจากประตู เขายิ่งยากจะมีโอกาสจบสกอร์ ตัวเลข 0 โอกาสยิง และ 0 ครั้งในกรอบเขตโทษ จึงไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือภาพรวมของเกมที่แนวรุกอียิปต์ “ติดล็อก” แทบทั้งระบบ
ด้านมืดที่ยังพอมีแสง: เกมรับและการช่วยทีม
แม้เกมรุกจะเงียบ แต่ในมุมของความมีวินัย ซาลาห์ยังคงทำงานเพื่อทีมอย่างเต็มที่ การแท็กเกิลชนะ 3 จาก 3 ครั้ง และเคลียร์บอลในจังหวะอันตรายได้ 1 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้เดินเล่นในสนาม แต่พยายามช่วยทีมไล่บอลและเล่นเกมรับเมื่อจำเป็น
อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนบอลที่คาดหวังจะเห็น “ฮีโร่” ทำประตูหรือสร้างจังหวะเด็ดๆ การได้เห็นสถิติเช่นนี้ย่อมรู้สึกผิดหวัง เพราะนี่คือเกมที่อียิปต์ต้องการความแตกต่างจากซูเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่งมากที่สุด แต่กลับไม่ได้สิ่งนั้น
ภารกิจยังไม่จบ: เกมชิงอันดับสามยังต้องสู้
แม้จะไปไม่ถึงนัดชิง แต่เส้นทางของ ทีมชาติอียิปต์ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในทัวร์นาเมนต์นี้ยังไม่ปิดฉากเรียบร้อย พวกเขายังมีโปรแกรมสำคัญในเกมชิงอันดับสาม โดยจะพบกับผู้แพ้จากคู่ระหว่าง ไนจีเรีย หรือ โมร็อกโก ในวันเสาร์ที่ 17 มกราคมนี้
สำหรับซาลาห์ เกมนี้คือโอกาสสำคัญที่จะกู้ศรัทธา เรียกความมั่นใจกลับมา และอย่างน้อยพาอียิปต์จบทัวร์นาเมนต์ด้วยการติดท็อป 3 ให้ได้ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของอันดับ แต่คือศักดิ์ศรีของชาติฟุตบอลยักษ์ใหญ่แห่งทวีปแอฟริกา
มุมมองต่อซูเปอร์สตาร์กับวันที่ทุกอย่างไม่เป็นใจ
เกมนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ต่อให้เก่งระดับโลกแค่ไหน นักเตะอย่างซาลาห์ก็ยังมีวันที่ “ทุกอย่างไม่เข้าเค้า” อยู่ดี ทั้งการยืนตำแหน่ง พื้นที่เล่นที่ถูกจำกัด ความเหนื่อยล้าจากการลงเล่นต่อเนื่อง รวมถึงแผนการเล่นของคู่แข่งที่เน้นปิดจุดแข็งเขาแบบเฉพาะเจาะจง สิ่งเหล่านี้คือภาพสะท้อนของฟุตบอลสมัยใหม่ที่คู่แข่งวิเคราะห์กันละเอียดทุกเม็ด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจแฟนบอลว่า ฟุตบอลไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนเดียว แต่คือการทำงานร่วมกันทั้งทีม วันไหนที่ซูเปอร์สตาร์เล่นไม่ออก ทีมที่เหลือต้องหาทางช่วยกันสร้างความแตกต่างให้ได้เช่นกัน
มองไปข้างหน้าในฐานะผู้นำทีมชาติอียิปต์
จากมุมของ บ้านกีฬา ฟอร์มเงียบๆ ในเกมนี้อาจทำให้ซาลาห์โดนวิจารณ์ไม่น้อย แต่ในระยะยาว นี่อาจกลายเป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญของเขาในฐานะกัปตันทีมชาติ การกลับมายืนให้ได้ในเกมชิงอันดับสาม และแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำทั้งในและนอกสนาม จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดแทนทุกคำถามที่ถาโถมเข้ามาหลังเกมรอบรองฯ นี้
แฟนบอลชาวไทยที่ตามลุ้นทั้ง AFCON, สถิติ, และฟอร์มของแข้งระดับโลกอย่างซาลาห์ บอกได้เลยว่าห้ามกะพริบตากับเกมชิงอันดับสาม เพราะนี่อาจเป็นแมตช์ที่เขาตอบโจทย์ทุกคำวิจารณ์ด้วยฟอร์มในสนามมากกว่าคำพูดใดๆ และถ้าอยากตามทุกมุมมองแบบเจาะลึกทั้งในและนอกสนาม อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

