ระทึกเมืองปู่เจ้าฯ เปลวไฟพุ่ง 50 เมตร! ไฟไหม้ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ชี้ชัดต้นเพลิงจากฐานสะพาน

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ระทึกกลางดึก “เปลวไฟพุ่งเป็นเส้นยาว” ใต้คานสะพาน—เหตุ ไฟไหม้ตอม่อสะพานภูมิพล ครั้งนี้ทำเอาคนทั้งฝั่งปู่เจ้าสมิงพรายสะดุ้งกันยกแถบ เมื่อเพลิงลุกจากโคนเสาตอม่อแล้วไล่กินขึ้นไปตามท่อระบายน้ำจนดูเหมือน “เสาไฟ” สูงระดับหลายสิบเมตร สร้างภาพช็อกตาและคำถามเดียวกันทั้งโซเชียล: โครงสร้างสะพานจะได้รับผลกระทบไหม รถยังวิ่งได้หรือเปล่า และสาเหตุมาจากอะไรแน่

บ้านกีฬา สรุปให้แบบแน่นๆ ครบทุกมุม ตั้งแต่ไทม์ไลน์เหตุการณ์ จุดกำเนิดไฟ กลไกที่ทำให้ไฟพุ่งสูง ไปจนถึงข้อควรรู้ด้านความปลอดภัยบนสะพานและการป้องกันเหตุซ้ำ—อ่านจบแล้ว “เข้าใจทั้งเหตุ” และ “รู้วิธีรับมือ” ในชีวิตจริง

นาทีระทึกที่ปู่เจ้าฯ ไฟลุกจากฐานตอม่อ ก่อนพุ่งสูงริมเสาสะพาน

เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 15 มกราคม 2569 แถวตอม่อ สะพานภูมิพล 2 ฝั่งถนนปู่เจ้าสมิงพราย พื้นที่ ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ. สมุทรปราการ โดยรายงานหลายสำนักระบุช่วงเวลารับแจ้งประมาณราว 19.00 น. และภาพจากประชาชนเผยให้เห็นไฟเริ่มจากโคนเสา ก่อนลุกลามขึ้นเป็นแนวตามท่อที่แนบไปกับเสาตอม่ออย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ระดมกำลังดับเพลิงจำนวนมาก (หลายรายงานระบุราว 10 คัน) เข้าควบคุมสถานการณ์ เพราะลักษณะไฟ “ขึ้นสูง” และ “อยู่ชิดโครงสร้าง” ต้องทำงานแข่งเวลาและระวังความปลอดภัยเป็นพิเศษ

ไฟลามตามท่อระบายน้ำจนสูงกว่า 50 เมตร ทำไมดูรุนแรงเหมือนไฟไหม้ทั้งสะพาน?

จุดที่ทำให้เหตุนี้ดูน่ากลัว คือไฟไม่ได้เผาไหม้อยู่แค่พื้นล่าง แต่ “ไต่ขึ้นไปตามแนวท่อ” ที่ติดตั้งแนบเสาตอม่อ โดยข้อมูลจากการตรวจสอบเบื้องต้นระบุว่าเป็นท่อระบายน้ำ/ท่อน้ำทิ้งของสะพานลักษณะ PE/PPE สีดำ ขนาดราว 30 ซม. และแนวความเสียหายกินความสูงราว 50 เมตร

ภาพที่เห็นเหมือนไฟพุ่งเป็นเส้นตั้งฉากนั้น อธิบายง่ายๆ คือ

  • ท่อพลาสติก/พอลิเมอร์เมื่อโดนไฟ จะหลอม/ไหม้ต่อเนื่องและ “ลากเปลวไฟ” ขึ้นเป็นแนวยาว
  • ความร้อนพาเปลวไฟไต่สูง (ความร้อนลอยขึ้น) ยิ่งอยู่ในแนวตั้งยิ่งเหมือน “เชือกไฟ”
  • ควันดำหนาเกิดจากการเผาไหม้วัสดุประเภทพลาสติก ทำให้ภาพดูหนักและน่าห่วงมากกว่าปกติ

พูดให้เห็นภาพ: ไม่ใช่สะพานทั้งตัวติดไฟ แต่เป็น “ท่อระบายน้ำที่แนบเสา” ซึ่งเป็นองค์ประกอบรองของงานระบบ—ทว่าเพราะตำแหน่งมันสูงและแนวไฟมันพุ่งเป็นเส้นตรง จึงทำให้คนเข้าใจว่าอาจลามไปถึงคานหรือโครงสร้างหลัก

ทำไมต้องใช้ “รถกระเช้า” และถึงขั้นปิดการจราจรบางส่วน?

ปัญหาใหญ่คือจุดไฟลุกลามอยู่สูงใต้คานสะพาน แรงดันน้ำจากด้านล่างฉีดไม่ถึงตำแหน่งบนสุด จึงต้องใช้รถดับเพลิงแบบกระเช้ายกสูงเพื่อยิงน้ำจากมุมที่ควบคุมได้มากกว่า และเพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่มีการปิดการจราจรบนสะพานบางส่วน (รายงานระบุ 1 ช่องทาง) ระหว่างปฏิบัติการ

เวลาควบคุมเพลิงโดยรวมอยู่ระดับ “ประมาณ 1 ชั่วโมง” ก่อนสถานการณ์สงบลงในช่วงราว 20.20–20.40 น. ตามที่สื่อหลายเจ้าอ้างอิง

จุดนี้สำคัญที่สุด: โครงสร้างสะพานกระทบไหม? หน่วยงานยืนยันอะไรบ้าง

หลังเพลิงสงบ ประเด็นที่คนทั้งจังหวัดถามพร้อมกันคือ “สะพานยังปลอดภัยไหม” ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารงานสะพาน/งานบำรุงทางหลวงชนบท ยืนยันไปในทิศทางเดียวกันว่า ความเสียหายหลักอยู่ที่ “ท่อระบายน้ำ/ท่อน้ำทิ้ง” และจากการประเมินเบื้องต้น “ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างหลัก” จึงยังเปิดให้สัญจรได้ตามปกติ พร้อมนัดตรวจละเอียดโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งในช่วงเช้าวันถัดไป

นี่คือสารสำคัญที่ช่วยลดความตื่นตระหนก: “ไฟแรง” ไม่ได้แปลว่า “คานสะพานพัง” เสมอไป แต่ต้องดูว่าไหม้ส่วนไหน—และกรณีนี้เป็นงานระบบท่อที่ติดตั้งแนบเสาตอม่อ ไม่ใช่โครงสร้างรับแรงหลักตามที่ตรวจเบื้องต้นแจ้ง

สาเหตุเบื้องต้น: ทำไม “กองขยะ–ก้นบุหรี่” ถึงกลายเป็นชนวนใหญ่ได้

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ภาพคล้ายกันว่า ต้นเพลิงน่าจะเริ่มจากบริเวณฐานตอม่อด้านล่าง ซึ่งมีวัสดุไวไฟอย่างกองขยะ/หญ้าแห้ง และเมื่อมีประกายไฟ (เช่น ก้นบุหรี่ หรือไฟจากการเผา/จุดเล่น) ก็ลุกลามไปติดท่อได้ เพราะบริเวณท่อดังกล่าวไม่มีระบบไฟฟ้า จึงตัดประเด็นไฟฟ้าลัดวงจรออกไปในเบื้องต้น

ประเด็นนี้ “ไม่ใช่เรื่องเล็ก” เพราะก้นบุหรี่หนึ่งมวนอาจดูเหมือนดับแล้ว แต่ความร้อนสะสมยังพอจุดวัสดุแห้งติดไฟได้ โดยเฉพาะจุดอับลมใต้สะพานที่มีเศษขยะสะสม—จากไฟเล็กที่โคนเสา กลายเป็นไฟสูงระดับ 50 เมตรในเวลาไม่นาน (มีพยานในข่าวหลายชิ้นเล่าว่าไฟเริ่มน้อยก่อนลามเร็ว)

ภาพใหญ่ที่คนใช้ถนนควรรู้: สะพานใหญ่มี “งานระบบ” เยอะกว่าที่คิด

สะพานขนาดใหญ่ไม่ได้มีแค่คานกับเสา แต่มี “งานระบบประกอบ” จำนวนมาก เช่น ระบบระบายน้ำ, ท่อ/รางสื่อสาร, อุปกรณ์ส่องสว่าง, ระบบตรวจวัด, จุดบำรุงรักษา ฯลฯ
งานระบบเหล่านี้บางส่วนทำจากวัสดุที่ติดไฟได้ เมื่อมีเชื้อเพลิงจากขยะสะสมด้านล่าง โอกาสเกิดเหตุจึงเพิ่มขึ้นแบบเงียบๆ

ดังนั้นเหตุไฟไหม้ครั้งนี้กลายเป็น “สัญญาณเตือน” ที่ดีมากในเชิงสาธารณะว่า พื้นที่ใต้สะพานและฐานตอม่อไม่ควรถูกปล่อยให้เป็นจุดทิ้งขยะ/กองวัสดุแห้ง เพราะเมื่อเกิดไฟ จะดับยาก (สูง/เข้าถึงลำบาก) และสร้างความตื่นตระหนกกับผู้ใช้ทางมหาศาล

ถ้าขับรถผ่านแล้วเจอเหตุไฟไหม้บนสะพาน/ใต้สะพาน ควรทำยังไงให้ปลอดภัย

นี่คือ “คู่มือเอาตัวรอด” ที่ใช้ได้จริงทุกครั้ง ไม่ว่าจะไฟไหม้สะพาน ไฟไหม้รถ หรือไฟไหม้ริมทาง

  • ตั้งสติ ลดความเร็ว เปิดไฟฉุกเฉินเมื่อจำเป็น และอย่าจอดแช่ “ใต้ควัน”
  • หลีกเลี่ยงการจอดดู/ถ่ายคลิปในตำแหน่งเสี่ยง เพราะอาจมีเศษวัสดุร้อนตกลงมา
  • ทำตามคำสั่งเจ้าหน้าที่/ป้ายจราจร หากมีการปิดช่องทางให้รีบเบี่ยงออกอย่างเป็นระเบียบ
  • แจ้งเหตุให้เร็วที่สุด: 199 (ดับเพลิง), 191 (ตำรวจ), 1669 (แพทย์ฉุกเฉิน) หากมีคนบาดเจ็บ
  • หากเป็นควันหนา ปิดกระจก เปิดระบบหมุนเวียนอากาศภายในรถ เพื่อลดการสูดควัน

จำไว้: อุบัติเหตุจำนวนมากเกิด “หลังเหตุ” เพราะคนชะลอรถดูเหตุการณ์จนชนท้ายกันเอง การไม่เป็นภาระในพื้นที่ คือการช่วยเจ้าหน้าที่ทางอ้อมที่ดีที่สุด

หลังไฟสงบ ต้องตรวจอะไรบ้าง? ทำไม “ยืนยันปลอดภัย” ยังต้องมีการเช็กละเอียด

แม้การประเมินเบื้องต้นจะยืนยันว่าโครงสร้างหลักไม่กระทบ แต่ตามหลักวิศวกรรมงานสะพาน การตรวจละเอียดหลังเหตุเพลิงไหม้มักครอบคลุมหัวใจสำคัญ เช่น

  • ตรวจผิวคอนกรีตบริเวณเสา/คานว่ามีรอยร่อน รอยแตกร้าวจากความร้อนหรือไม่
  • ตรวจส่วนประกอบเหล็ก/อุปกรณ์ยึด (ถ้ามี) ว่าถูกความร้อนจนเสียสมบัติหรือเปล่า
  • ตรวจงานระบบท่อระบายน้ำและจุดยึดแนวท่อทั้งหมด เพื่อป้องกันชิ้นส่วนหล่นในอนาคต
  • ประเมินความเสี่ยงของไฟซ้ำจากเศษขยะตกค้าง และจัดการทำความสะอาดพื้นที่ฐานตอม่อ

พูดแบบบ้านกีฬาให้ชัด: “ปลอดภัย” ต้องมาจากทั้งผลตรวจและการป้องกันรอบใหม่ ไม่ใช่แค่ดับไฟแล้วแยกย้าย

บทเรียนสำคัญ: เมืองจะปลอดภัยขึ้นได้ ถ้าจัดการ “จุดเสี่ยงใต้สะพาน” จริงจัง

เหตุแบบนี้ไม่ได้เกิดเพราะสะพานเก่า หรือโครงสร้างไม่ดีอย่างเดียว แต่มักเกิดจาก “ปัจจัยรอบสะพาน” ที่ถูกมองข้าม

  • การทิ้งขยะใต้สะพาน
  • วัชพืชแห้งสะสม
  • จุดอับสายตาที่คนลักลอบเข้าไปทำกิจกรรมเสี่ยง
  • ขาดการลาดตระเวน/กล้อง/การปิดช่องทางเข้าพื้นที่ฐานตอม่อ

ถ้าจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ โอกาสเกิดเหตุไฟไหม้จะลดลงแบบเห็นผล และที่สำคัญคือช่วยลดความตื่นตระหนกของประชาชน เพราะสะพานใหญ่คือเส้นเลือดการเดินทาง—ข่าวไฟไหม้ทีหนึ่ง กระทบความมั่นใจทั้งเมือง

สรุปเหตุการณ์: ไฟไหม้ท่อระบายน้ำ ไม่ใช่โครงสร้างหลัก แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องเอาจริง

สรุปแบบตรงไปตรงมา เหตุครั้งนี้คือไฟลุกจากฐานตอม่อแล้วลามตามท่อระบายน้ำ PE/PPE จนพุ่งสูงราว 50 เมตร ต้องใช้รถกระเช้าและใช้เวลาระงับเหตุราว 1 ชั่วโมง ขณะที่หน่วยงานยืนยันตรวจเบื้องต้นแล้ว “ไม่กระทบโครงสร้างหลัก” และยังเปิดให้สัญจรได้ พร้อมตรวจละเอียดซ้ำโดยผู้เชี่ยวชาญ

แต่ในอีกมุม นี่คือเคสตัวอย่างชัดๆ ว่า “ขยะกองเล็ก” หรือ “ก้นบุหรี่ชิ้นเดียว” สามารถจุดชนวนความโกลาหลได้ขนาดไหน—และเมืองจะปลอดภัยกว่านี้ ถ้าจัดการพื้นที่ใต้สะพานอย่างจริงจัง

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา