
จาก : ผลบอลสด ลีกเอิง ระหว่าง โมนาโก 1-3 ลอริยองต์ วันนี้ 17/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกลีกเอิง ฝรั่งเศส ที่สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ เกมนี้แฟนบอลที่นั่งเฝ้าหน้าจอเช็ก ผลบอลสด กันแบบลุ้นตัวโก่ง เมื่อโมนาโกที่ชื่อชั้นเหนือกว่า เปิดบ้านรับมือทีมฟอร์มแกว่งอย่างลอริยองต์ แต่กลายเป็นทีมเยือนที่เล่นกันอย่างมีวินัย บดเอาชนะ 3-1 จากสามประตูในช่วงครึ่งชั่วโมงท้ายเกม ส่งเสียงฮือฮาไปทั้งฝรั่งเศส บ้านกีฬาเห็นแล้วต้องบอกว่า “โมนาโกหลุดโฟกัส แพ้เพราะความเด็ดขาดล้วน ๆ”
⏱️ ครึ่งแรก: เจ้าบ้านคุมบอล แต่คมไม่พอ
เสียงนกหวีดดัง โมนาโกเขี่ยเปิดเกม เดินหน้าครองบอลจากแดนหลังทันที พยายามเซ็ตจังหวะบุกด้วยการขึ้นเกมทางริมเส้นและช่องว่างระหว่างไลน์กองหลังลอริยองต์ นาทีที่ 7 โอกาสจะแจ้งมาเร็วเมื่อ โฟลาริน บาโลกุน โหม่งเหน่ง ๆ แต่ ยวอน เอ็มโวโก ยังซูเปอร์เซฟพาทีมเยือนรอดตาย
ลอริยองต์ไม่ตั้งรับอย่างเดียว ใช้จุดแข็งเกมสวนกลับสปีดจัด นาที 10 และ 20 ปาโบล ปากิส ได้ส่องไกลสองครั้งติด บอลเฉียดเสาให้แฟนเจ้าบ้านเสียววาบ ขณะที่โมนาโกตอบโต้ด้วยลูกยิงมุมแคบของ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน นาที 16 แต่ก็ยังไม่ผ่านมือเอ็มโวโก
ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมสูสี ฟาวล์กลางสนามเกิดขึ้นถี่ ๆ ทั้งจากจอร์แดน เตเซ่ และมิก้า เบียร์เรธ ทำให้จังหวะเกมสะดุด โมนาโกได้เตะมุมหลายครั้งแต่เจาะแนวรับสามเซ็นเตอร์ของลอริยองต์ไม่เข้า สุดท้ายจบ 45 นาทีแรกที่สกอร์ 0-0 ทั้งที่โอกาสยิงฝั่งละ 4-5 ครั้ง บ้านกีฬาให้ภาพรวมว่าเจ้าบ้านคุมบอลได้ แต่ขาดไอเดียจังหวะสุดท้ายอย่างชัดเจน
🔁 ครึ่งหลัง: เกมเปิด แลกหมัด ก่อนลอริยองต์รัวสามดอก
ครึ่งหลังเริ่ม ลอริยองต์เปิดฉากด้วยฟรีคิกใส่ทันที ก่อนจะเป็นโมนาโกที่ขยับเกมบุกหนักขึ้น มีจังหวะกดดันจากลูกเตะมุมและฟรีคิกต่อเนื่อง แต่ก็ยังหาทางผ่านกำแพงเกมรับทีมเยือนที่ยืนโซนกันแน่น ๆ ไม่ได้
นาที 62 บ้านกีฬาเริ่มเห็นจุดเปลี่ยนเมื่อโมนาโกส่ง จอร์จ อิเลนิคเฮนา ลงมาเติมความสด ก่อนที่ลอริยองต์จะลงโทษแบบโหดเหี้ยม นาที 68 บาโม เมอิเต้ โหม่งชงให้ บัมบา เดียง ซัดด้วยขวาในเขตโทษ บอลพุ่งตู้มเสียบกลางประตูให้ทีมเยือนนำ 1-0
โมนาโกตอบสนองทันควัน ส่ง อันซู ฟาติ กับ แวนเดอร์ซอน ลงมาปรับจังหวะเกม นาที 76 ฟาติใช้ความคล่องตัวฉีกหนีแนวรับ ก่อนตามซ้ำลูกยิงตัวเองที่โดนเซฟเข้าไป ตีเสมอ 1-1 จุดไฟในสนามให้ลุกโชน
แต่หลังจากนั้นกลับกลายเป็นลอริยองต์ที่เฉียบขาดกว่า การเปลี่ยนตัวส่ง คาริม เดอร์มาเน ลงมาแทนปากิส นาที 75 คือหมากเด็ด นาที 85 เดอร์มาเนไหลต่อให้ ฌอง-วิคเตอร์ มาเคนโก้ สอดขึ้นมาซัดด้วยซ้าย กลางกรอบไม่เหลือ เป็นประตูให้ทีมเยือนนำ 2-1
โมนาโกยังไม่ทันตั้งตัว นาที 87 ลอริยองต์สวนกลับเร็ว เดอร์มาเนรับบอลจากเพื่อนในแดนหน้า ก่อนลากตัดเข้าในแล้วกดด้วยขวาเสียบมุมบนอย่างเด็ดขาด 3-1 แบบจบข่าว ช่วงทดเจ็บเจ้าถิ่นพยายามเปิดเกมบุกทั้งหมด แต่เจอเกมรับและจังหวะหน่วงเวลาของลอริยองต์จนไล่ไม่ทัน หมดเวลา 90 นาที ลอริยองต์บุกเชือดโมนาโก 3-1 แบบสุดแสบในสายตาแฟนๆ สายเช็กผลผ่านหน้าเว็บ บ้านผลบอล

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริง การจัดทัพ และการเปลี่ยนตัว
🟥 โมนาโก (4-2-2-2)
ผู้รักษาประตู
- ฟิลิปป์ โคห์น (5.9)
กองหลัง
- จอร์แดน เตเซ่ (6.5)
- วูท ฟาเอส (6.8)
- เอริก ดายเออร์ (6.2)
- กูอาดิโอ โอตตาร่า (6.7)
กองกลาง
- เดนิส ซากาเรีย กัปตันทีม (6.9)
- ไคโอ เอ็นริเก้ (6.7)
- อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน (7.0)
- มาญเนส อัคลิอูช (6.9)
กองหน้า
- มิก้า เบียร์เรธ (6.3)
- โฟลาริน บาโลกุน (6.5)
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- จอร์จ อิเลนิคเฮนา (6.3) แทน เบียร์เรธ นาที 62
- แวนเดอร์ซอน (6.2) แทน โอตตาร่า นาที 70
- อันซู ฟาติ (6.9) แทน เตเซ่ นาที 70 และเป็นคนยิงประตูตีเสมอ 1-1
- ปารีส บรุนเนอร์ ลงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แทน บาโลกุน นาที 90+
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง
- ยานน์ ลีญาร์ (GK), จูลส์ สตาฟิเวียค, อิลาน ตูเร่, ซามูเอล นิโบมเบ, อาลัดจี้ บัมบา
นักเตะโดดเด่นฝั่งโมนาโก
- อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน คุมจังหวะเกมรุกและสร้างสรรค์โอกาสต่อเนื่อง
- เดนิส ซากาเรีย ตัดเกมแดนกลางแม้จะมีใบเหลือง
- อันซู ฟาติ ซูเปอร์ซับเปลี่ยนเกมด้วยหนึ่งประตูในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที
🟧 ลอริยองต์ (3-4-2-1)
ผู้รักษาประตู
- ยวอน เอ็มโวโก (8.0) เซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงต้นเกม
กองหลัง
- อิกอร์ ซิลวา (6.8)
- มงตาซาร์ ตัลบี (6.9)
- อาบู คูอาสซี (6.5)
กองกลาง
- บาโม เมอิเต้ (7.2) แผงมิดฟิลด์พลังงานสูง แอสซิสต์ลูกแรก
- โลร็องต์ อาแบร์เชล กัปตันทีม (6.7) อ่านเกมดี ตัดบอลแน่น
- โนอาห์ กาดิอู (6.7) เชื่อมเกมส์รุก-รับไหลลื่น
- ปาโบล ปากิส (6.6) เติมเกมบุกจากด้านซ้าย ส่องไกลหลายหน
ตัวรุก
- ธีโอ เลอ บรีส์ (6.5)
- ฌอง-วิคเตอร์ มาเคนโก้ (8.1) ทำหนึ่งประตูสำคัญลูก 2-1
หน้าเป้า
- บัมบา เดียง (7.4) ยิงเปิดหัวพาทีมขึ้นนำ 1-0
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- คาริม เดอร์มาเน (8.3) ลงนาที 75 แทน ปากิส ทำ 1 ประตู 1 แอสซิสต์ ฮีโร่ตัวจริง
- โมฮาเหม็ด บัมบา (6.5) ลงนาที 75 แทน เดียง เติมความสดแดนหน้า
- นาธาเนียล อัดเย (6.5) ลงช่วงทดเวลา แทน อิกอร์ ซิลวา
- โฌแอล มูคิช่า มูวูก้า (ประมาณ 6.5) ลงช่วงทดเวลา แทน เลอ บรีส์
- มาร์ติน เบลีย์ ลงช่วงนาที 90+5 แทน กาดิอู
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง
- บิงกูรู กามารา (GK), ลูคัส เลอโอดายส์, บ็องดยูกู ฟาดิก้า, โซฮาน บัลโดนี
นักเตะโดดเด่นฝั่งลอริยองต์
- คาริม เดอร์มาเน ลงมาเปลี่ยนรูปเกมโดยตรง 1 ประตู 1 แอสซิสต์
- ยวอน เอ็มโวโก เซฟเหนียวแน่น ช่วยทีมยืนระยะได้ตลอด 90 นาที
- ฌอง-วิคเตอร์ มาเคนโก้ ทำเกมเชื่อมระหว่างกลางกับหน้าได้ไหลลื่นและยิงประตูนำ 2-1
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
จากมุมมองของบ้านกีฬา หากพูดถึงมิติของเกมรุก-รับและการยืนระบบ ถือว่าเป็นตัวอย่างการอ่านเกมของทีมเยือนที่คมมาก เกมนี้โมนาโกวางระบบ 4-2-2-2 เน้นครองบอลและต่อบอลสั้นผ่านคู่กลาง ซากาเรียจับคู่กับเอ็นริเก้ช่วยไล่บี้กลางสนาม เปิดทางให้โกโลวินกับอัคลิอูชคอยวิ่งหาช่องระหว่างไลน์ ก่อนจ่ายทะลุให้คู่กองหน้า เบียร์เรธ-บาโลกุน แต่การเคลื่อนที่ในเขตโทษกลับไม่ซิงค์พอ หลายจังหวะยืนซ้อนกันเอง ทำให้ลูกครอสริมเส้นของโอตตาร่าและเตเซ่ไม่มีตัวเข้าชาร์จที่เหมาะสม
ด้านการรับ โมนาโกจับไลน์สูงพอสมควร พยายามดักล้ำหน้า แต่ปัญหาอยู่ที่ระยะห่างระหว่างเซ็นเตอร์แบ็กกับฟูลแบ็ก เมื่อทีมเสียบอลกลางสนาม ลอริยองต์ใช้ช่องว่างด้านข้างเล่นตรงไปตรงมา สวนกลับเร็วทันที เห็นได้ชัดจากประตูแรกและประตูที่สามที่แนวรับเจ้าบ้านถอยไม่ทัน ปล่อยให้เมอิเต้และเดอร์มาเนมีพื้นที่แสดงของ
ลอริยองต์ในระบบ 3-4-2-1 เล่นอย่างเป็นทีม เกมรับวางไลน์สามเซ็นเตอร์ยืนแน่นหน้ากรอบเขตโทษ มีวิงแบ็กอย่างเมอิเต้กับปากิสคอยลงมาช่วยบังไลน์ครอส ขณะที่แดนกลาง กาดิอูกับอาแบร์เชลบีบพื้นที่จนโมนาโกต้องยิงไกลเป็นส่วนใหญ่ เมื่อถึงจังหวะสวนกลับ ตัวรุกอย่างมาเคนโก้และเลอ บรีส์วิ่งทะลุช่องทันที ทำให้การเปลี่ยนจากรับเป็นรุกของทีมเยือนเฉียบขาดกว่าเจ้าถิ่นอย่างชัดเจน นี่คือภาพที่สะท้อนคำว่า วิเคราะห์บอล แล้วต้องยอมรับว่า “ลอริยองต์ทำการบ้านมาดีจริง ๆ”

📈 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมบอกทุกอย่าง โมนาโกครองบอลมากกว่า 53% ต่อ 47% ส่งบอลสำเร็จ 582 ครั้ง อัตราความแม่นยำถึง 90% ส่วนลอริยองต์จ่ายบอล 362 ครั้ง แม่นยำ 87% แม้จะเป็นรองเรื่องการครองเกม แต่เล่นแบบตรงไปตรงมา ยิงรวม 10 ครั้งเท่ากัน เข้ากรอบ 5 ต่อ 4 ใกล้เคียงกันมาก
ฟาวล์ของโมนาโกมากกว่าชัดเจน 6 ต่อ 2 สะท้อนว่าเจ้าถิ่นเริ่มหงุดหงิดเมื่อไล่ตามสกอร์ มีใบเหลืองแค่ใบเดียวเป็นของเดนิส ซากาเรีย เกมรับของลอริยองต์มีจังหวะเคลียร์บอลหน้ากรอบหลายครั้ง พร้อมทั้งได้สวนกลับจากการแย่งบอลกลางสนามอยู่เรื่อย ๆ ลูกเตะมุมโมนาโกได้ 4 ครั้ง ขณะที่ลอริยองต์มี 3 ครั้ง แต่เจ้าบ้านกลับใช้จุดแข็งนี้ต่อยอดไม่ได้ ต่างจากทีมเยือนที่เปลี่ยนโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งเป็นสามประตูเต็ม ๆ
⏱️ เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที
- ⚔️ นาที 1 โมนาโกเขี่ยเริ่มเกม ครองบอลจากแดนหลังตั้งแต่ต้น
- 🎯 นาที 2 ลอริยองต์ได้ฟรีคิกฝั่งขวา ปาโบล ปากิส ซัดแต่ติดบล็อก
- 💥 นาที 5 อิกอร์ ซิลวา ฟาวล์ใส่อัคลิอูช เกมเริ่มเดือดกลางสนาม
- 🧤 นาที 7 บาโลกุนโหม่งลุ้นประตู แต่เอ็มโวโกพุ่งเซฟสวย
- 🚀 นาที 10 ปากิสหลุดไปยิงมุมแคบทางซ้าย บอลเฉียดเสานิดเดียว
- 🎯 นาที 12 มิก้า เบียร์เรธได้โหม่งในเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบ
- 💥 นาที 16 โกโลวินสับไกมุมแคบ เอ็มโวโกยังปัดทิ้ง
- 🌀 นาที 17 ลอริยองต์ได้เตะมุมจากการบุกกดดันริมเส้น
- 🚀 นาที 20 ปากิสได้ลุ้นอีกครั้งในกรอบ แต่ยังหลุดเสา
- 🛑 นาที 23 เกมหยุดจากฟาวล์ของเตเซ่
- 🚀 นาที 27 ปากิสลองส่องไกลอีกครั้ง บอลเหินออกไป
- 💥 นาที 29 เบียร์เรธทำฟาวล์กลางสนาม ตัดจังหวะสวนกลับ
- 🎯 นาที 32 บาโลกุนได้ฟรีคิกในแดนรุก
- 🧤 นาที 35 เดียงลองยิงไกลให้ลอริยองต์ แต่โคห์นเซฟได้
- 🏁 นาที 38 ปากิสโดนจับล้ำหน้า
- 🎯 นาที 42 โมนาโกได้เตะมุม แต่ยังเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้
- 🚀 นาที 44 เดียงได้ยิงจากลูกตั้งเตะ บอลเฉียดเสา
- ⏱️ นาที 45 ทดเวลาครึ่งแรก 1 นาที ก่อนหมดครึ่งที่สกอร์ 0-0
- 🎯 นาที 46 เริ่มครึ่งหลัง ลอริยองต์ได้ฟรีคิกตั้งแต่เขี่ยบอล
- ✋ นาที 53 มิก้า เบียร์เรธทำแฮนด์บอลในจังหวะบุก
- 🎯 นาที 55 ลอริยองต์ได้เตะมุมและตามด้วยจังหวะยิงติดบล็อก
- 🎯 นาที 56 มงตาซาร์ ตัลบีขึ้นโหม่งจากเตะมุม บอลข้ามคาน
- 🚀 นาที 58 อัคลิอูชลองยิงไกล เอ็มโวโกรับอยู่
- 🎯 นาที 60 บาโลกุนโหม่งอีกครั้ง บอลเฉียดเสาแบบได้เสียว
- 🚀 นาที 62 ลอริยองต์ได้ลุ้นจากกาดิอู แต่ยิงหลุดกรอบ
- 🔁 นาที 62 โมนาโกเปลี่ยน จอร์จ อิเลนิคเฮนา ลงแทนเบียร์เรธ
- 💥 นาที 67 อิเลนิคเฮนาทำฟาวล์กลางสนาม
- ⚽ นาที 68 ประตู 0-1 ลอริยองต์นำจากจังหวะเมอิเต้โหม่งชงให้บัมบา เดียงยิงเข้าไป
- 🟨 นาที 70 เดนิส ซากาเรียโดนใบเหลืองจากฟาวล์หนักกลางสนาม
- 🔁 นาที 70 โมนาโกส่ง อันซู ฟาติ และแวนเดอร์ซอนลงมาเติมเกมรุก
- 💥 นาที 71 เกมหยุดจากอาการเจ็บของกาดิอู
- 🛑 นาที 73 โกโลวินทำฟาวล์อีกครั้งในแดนกลาง
- 🔁 นาที 75 ลอริยองต์เปลี่ยน เดอร์มาเน กับโมฮาเหม็ด บัมบา ลงมาแทนปากิสและเดียง
- ⚽ นาที 76 ฟาติซ้ำดาบสองหน้าประตู ตีเสมอ 1-1 ให้โมนาโก
- 💥 นาที 80 เกมกลางสนามเดือด มีการฟาวล์สลับกันไปมา
- 🚀 นาที 83 เดอร์มาเนได้ลองยิงกลางกรอบ แต่บอลข้ามคาน
- ⚽ นาที 85 ลอริยองต์ขึ้นนำ 1-2 มาเคนโก้ซัดด้วยซ้ายหลังได้บอลจากเดอร์มาเน
- ⚽ นาที 87 เดอร์มาเนหลุดไปยิงเอง เสียบมุมบนสุดคม พาทีมหนี 1-3
- ⏱️ นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที
- 🔁 นาที 91 โมนาโกส่ง ปารีส บรุนเนอร์ ลงสนามเติมเกมรุก
- 🎯 นาที 93 ลอริยองต์ได้เตะมุมช่วงท้ายเกม
- 💥 นาที 94 โกโลวินทำฟาวล์อีกครั้งในแดนกลาง
- 🔁 นาที 96 ลอริยองต์ส่งมาร์ติน เบลีย์ ลงมาปิดเกม แทนกาดิอู ก่อนหมดเวลา
🌟 Player of the Match – คาริม เดอร์มาเน ซูเปอร์ซับเปลี่ยนเกม
รางวัล Player of the Match ตกเป็นของ คาริม เดอร์มาเน มิดฟิลด์ตัวรุกของลอริยองต์ที่ได้คะแนนสูงถึง 8.3 ทั้งที่ลงสนามแค่ราว 20 นาที เดอร์มาเนลงมาช่วงนาที 75 แล้วเปลี่ยนโฉมหน้าเกมทันที ด้วยการจ่ายบอลคมกริบให้มาเคนโก้ยิงประตูนำ 2-1 และมาจบงานด้วยการกดเองลูก 3-1 อย่างเฉียบขาด นอกจากประตูและแอสซิสต์ เขายังช่วยพักบอล เก็บบอลสวนกลับ และดึงจังหวะเกมในช่วงท้าย ทำให้โมนาโกไม่มีโอกาสฮึดกลับ บ้านกีฬาให้คำเดียวว่า “ซูเปอร์ซับตัวจริง”

🪜 สถานการณ์ในตารางคะแนนลีกเอิง ฝรั่งเศส
ผลพ่ายคาบ้านเกมนี้ทำให้โมนาโกลงเล่น 18 นัด เก็บได้ 23 คะแนน อยู่ในอันดับ 9 ของตาราง มีผลได้เสีย +5 แต่ฟอร์มระยะหลังแกว่งต่อเนื่อง โอกาสลุ้นพื้นที่ยุโรปเริ่มเหนื่อย เพราะทีมกลุ่มหัวตารางอย่างเปแอสเช ล็องส์ มาร์กเซย และล็องส์ ต่างเก็บแต้มกันต่อเนื่อง
ส่วนลอริยองต์ลงสนามครบ 18 นัดเช่นกัน ขยับมี 22 คะแนน ขึ้นมาหายใจโล่งในอันดับ 12 ช่องว่างจากโซนตกชั้นถูกถ่างออกไปอีกเล็กน้อย และที่สำคัญคือโมเมนตัมทีมกลับมา หลังจากก่อนหน้านี้ฟอร์มผีเข้าผีออก การบุกมาคว้าชัยที่สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ แบบนี้ ถือเป็นสามแต้มทองที่สะท้อนใน ตารางบอล อย่างชัดเจนว่าพวกเขายังไม่ยอมตกชั้นง่าย ๆ
📅 ตารางบอลลีกเอิง นัดถัดไป และโปรแกรมสำคัญ
โปรแกรมลีกเอิงนัดถัดไป โมนาโกต้องออกไปเยือน เลอ อาฟร์ วันที่ 25 มกราคม 2026 เวลา 01.00 น. ซึ่งถือเป็นเกมที่ต้องชนะให้ได้เพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอล นอกจากนี้ยังมีภารกิจใหญ่ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก บุกเยือน เรอัล มาดริด วันที่ 21 มกราคม 2026 เวลา 03.00 น. ตารางแข่งแน่นขนาดนี้ บ้านกีฬาเชื่อว่าการโรเตชันจะเป็นโจทย์สำคัญของสตาฟฟ์โค้ช
ฝั่งลอริยองต์เองก็ไม่เบา ต้องไปเยือน แรนส์ วันที่ 24 มกราคม 2026 เวลา 23.00 น. ก่อนจะกลับมาเปิดบ้านรับ น็องต์ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 01.00 น. เกมเหล่านี้คือโอกาสสำคัญให้พวกเขาต่อยอดความมั่นใจจากชัยชนะเหนือโมนาโก แฟนบอลที่อยากวางแผนชมเกมล่วงหน้าอย่าลืมเช็ก โปรแกรมบอล ลีกเอิงให้ดี เพราะช่วงนี้คู่เดือดชนกันถี่เหลือเกิน
📺 ติดตามบ้านผลบอลครบทุกคู่ได้ที่บ้านกีฬา
ใครที่พลาดเกมนี้หรืออยากเกาะติดทุกรายละเอียดของลีกเอิงและลีกใหญ่ยุโรป บ้านกีฬาอยากชวนให้ตามเช็กสกอร์สดและสรุปผลแบบสไตล์คอลูกหนังตัวจริงผ่านหน้าเว็บของเรา อัปเดตทั้งสกอร์แบบเรียลไทม์ สถิติหลังเกม มุมมองเชิงลึก และบทวิเคราะห์ในแบบที่เข้าใจง่ายแต่จัดจ้าน คอบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล อย่าลืมแวะมาดู บ้านผลบอล และข่าวลูกหนังมันส์ ๆ ได้ทุกวันที่ บ้านกีฬา

