บ้านผลบอล สรุปหลังเกม ลีกเอิง ฝรั่งเศส ลอริยองต์บุกหักปีกโมนาโก เดอร์มาเนฮีโร่ทีเด็ดซัดปิดกล่อง 3-1 ดันเจ้าถิ่นจมกลางตาราง

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด ลีกเอิง ระหว่าง โมนาโก 1-3 ลอริยองต์ วันนี้ 17/1/69 – บ้านกีฬา

ศึกลีกเอิง ฝรั่งเศส ที่สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ เกมนี้แฟนบอลที่นั่งเฝ้าหน้าจอเช็ก ผลบอลสด กันแบบลุ้นตัวโก่ง เมื่อโมนาโกที่ชื่อชั้นเหนือกว่า เปิดบ้านรับมือทีมฟอร์มแกว่งอย่างลอริยองต์ แต่กลายเป็นทีมเยือนที่เล่นกันอย่างมีวินัย บดเอาชนะ 3-1 จากสามประตูในช่วงครึ่งชั่วโมงท้ายเกม ส่งเสียงฮือฮาไปทั้งฝรั่งเศส บ้านกีฬาเห็นแล้วต้องบอกว่า “โมนาโกหลุดโฟกัส แพ้เพราะความเด็ดขาดล้วน ๆ”

⏱️ ครึ่งแรก: เจ้าบ้านคุมบอล แต่คมไม่พอ

เสียงนกหวีดดัง โมนาโกเขี่ยเปิดเกม เดินหน้าครองบอลจากแดนหลังทันที พยายามเซ็ตจังหวะบุกด้วยการขึ้นเกมทางริมเส้นและช่องว่างระหว่างไลน์กองหลังลอริยองต์ นาทีที่ 7 โอกาสจะแจ้งมาเร็วเมื่อ โฟลาริน บาโลกุน โหม่งเหน่ง ๆ แต่ ยวอน เอ็มโวโก ยังซูเปอร์เซฟพาทีมเยือนรอดตาย

ลอริยองต์ไม่ตั้งรับอย่างเดียว ใช้จุดแข็งเกมสวนกลับสปีดจัด นาที 10 และ 20 ปาโบล ปากิส ได้ส่องไกลสองครั้งติด บอลเฉียดเสาให้แฟนเจ้าบ้านเสียววาบ ขณะที่โมนาโกตอบโต้ด้วยลูกยิงมุมแคบของ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน นาที 16 แต่ก็ยังไม่ผ่านมือเอ็มโวโก

ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมสูสี ฟาวล์กลางสนามเกิดขึ้นถี่ ๆ ทั้งจากจอร์แดน เตเซ่ และมิก้า เบียร์เรธ ทำให้จังหวะเกมสะดุด โมนาโกได้เตะมุมหลายครั้งแต่เจาะแนวรับสามเซ็นเตอร์ของลอริยองต์ไม่เข้า สุดท้ายจบ 45 นาทีแรกที่สกอร์ 0-0 ทั้งที่โอกาสยิงฝั่งละ 4-5 ครั้ง บ้านกีฬาให้ภาพรวมว่าเจ้าบ้านคุมบอลได้ แต่ขาดไอเดียจังหวะสุดท้ายอย่างชัดเจน

🔁 ครึ่งหลัง: เกมเปิด แลกหมัด ก่อนลอริยองต์รัวสามดอก

ครึ่งหลังเริ่ม ลอริยองต์เปิดฉากด้วยฟรีคิกใส่ทันที ก่อนจะเป็นโมนาโกที่ขยับเกมบุกหนักขึ้น มีจังหวะกดดันจากลูกเตะมุมและฟรีคิกต่อเนื่อง แต่ก็ยังหาทางผ่านกำแพงเกมรับทีมเยือนที่ยืนโซนกันแน่น ๆ ไม่ได้

นาที 62 บ้านกีฬาเริ่มเห็นจุดเปลี่ยนเมื่อโมนาโกส่ง จอร์จ อิเลนิคเฮนา ลงมาเติมความสด ก่อนที่ลอริยองต์จะลงโทษแบบโหดเหี้ยม นาที 68 บาโม เมอิเต้ โหม่งชงให้ บัมบา เดียง ซัดด้วยขวาในเขตโทษ บอลพุ่งตู้มเสียบกลางประตูให้ทีมเยือนนำ 1-0

โมนาโกตอบสนองทันควัน ส่ง อันซู ฟาติ กับ แวนเดอร์ซอน ลงมาปรับจังหวะเกม นาที 76 ฟาติใช้ความคล่องตัวฉีกหนีแนวรับ ก่อนตามซ้ำลูกยิงตัวเองที่โดนเซฟเข้าไป ตีเสมอ 1-1 จุดไฟในสนามให้ลุกโชน

แต่หลังจากนั้นกลับกลายเป็นลอริยองต์ที่เฉียบขาดกว่า การเปลี่ยนตัวส่ง คาริม เดอร์มาเน ลงมาแทนปากิส นาที 75 คือหมากเด็ด นาที 85 เดอร์มาเนไหลต่อให้ ฌอง-วิคเตอร์ มาเคนโก้ สอดขึ้นมาซัดด้วยซ้าย กลางกรอบไม่เหลือ เป็นประตูให้ทีมเยือนนำ 2-1

โมนาโกยังไม่ทันตั้งตัว นาที 87 ลอริยองต์สวนกลับเร็ว เดอร์มาเนรับบอลจากเพื่อนในแดนหน้า ก่อนลากตัดเข้าในแล้วกดด้วยขวาเสียบมุมบนอย่างเด็ดขาด 3-1 แบบจบข่าว ช่วงทดเจ็บเจ้าถิ่นพยายามเปิดเกมบุกทั้งหมด แต่เจอเกมรับและจังหวะหน่วงเวลาของลอริยองต์จนไล่ไม่ทัน หมดเวลา 90 นาที ลอริยองต์บุกเชือดโมนาโก 3-1 แบบสุดแสบในสายตาแฟนๆ สายเช็กผลผ่านหน้าเว็บ บ้านผลบอล

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริง การจัดทัพ และการเปลี่ยนตัว

🟥 โมนาโก (4-2-2-2)

ผู้รักษาประตู

  • ฟิลิปป์ โคห์น (5.9)

กองหลัง

  • จอร์แดน เตเซ่ (6.5)
  • วูท ฟาเอส (6.8)
  • เอริก ดายเออร์ (6.2)
  • กูอาดิโอ โอตตาร่า (6.7)

กองกลาง

  • เดนิส ซากาเรีย กัปตันทีม (6.9)
  • ไคโอ เอ็นริเก้ (6.7)
  • อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน (7.0)
  • มาญเนส อัคลิอูช (6.9)

กองหน้า

  • มิก้า เบียร์เรธ (6.3)
  • โฟลาริน บาโลกุน (6.5)

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • จอร์จ อิเลนิคเฮนา (6.3) แทน เบียร์เรธ นาที 62
  • แวนเดอร์ซอน (6.2) แทน โอตตาร่า นาที 70
  • อันซู ฟาติ (6.9) แทน เตเซ่ นาที 70 และเป็นคนยิงประตูตีเสมอ 1-1
  • ปารีส บรุนเนอร์ ลงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แทน บาโลกุน นาที 90+

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง

  • ยานน์ ลีญาร์ (GK), จูลส์ สตาฟิเวียค, อิลาน ตูเร่, ซามูเอล นิโบมเบ, อาลัดจี้ บัมบา

นักเตะโดดเด่นฝั่งโมนาโก

  • อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน คุมจังหวะเกมรุกและสร้างสรรค์โอกาสต่อเนื่อง
  • เดนิส ซากาเรีย ตัดเกมแดนกลางแม้จะมีใบเหลือง
  • อันซู ฟาติ ซูเปอร์ซับเปลี่ยนเกมด้วยหนึ่งประตูในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที

🟧 ลอริยองต์ (3-4-2-1)

ผู้รักษาประตู

  • ยวอน เอ็มโวโก (8.0) เซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงต้นเกม

กองหลัง

  • อิกอร์ ซิลวา (6.8)
  • มงตาซาร์ ตัลบี (6.9)
  • อาบู คูอาสซี (6.5)

กองกลาง

  • บาโม เมอิเต้ (7.2) แผงมิดฟิลด์พลังงานสูง แอสซิสต์ลูกแรก
  • โลร็องต์ อาแบร์เชล กัปตันทีม (6.7) อ่านเกมดี ตัดบอลแน่น
  • โนอาห์ กาดิอู (6.7) เชื่อมเกมส์รุก-รับไหลลื่น
  • ปาโบล ปากิส (6.6) เติมเกมบุกจากด้านซ้าย ส่องไกลหลายหน

ตัวรุก

  • ธีโอ เลอ บรีส์ (6.5)
  • ฌอง-วิคเตอร์ มาเคนโก้ (8.1) ทำหนึ่งประตูสำคัญลูก 2-1

หน้าเป้า

  • บัมบา เดียง (7.4) ยิงเปิดหัวพาทีมขึ้นนำ 1-0

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • คาริม เดอร์มาเน (8.3) ลงนาที 75 แทน ปากิส ทำ 1 ประตู 1 แอสซิสต์ ฮีโร่ตัวจริง
  • โมฮาเหม็ด บัมบา (6.5) ลงนาที 75 แทน เดียง เติมความสดแดนหน้า
  • นาธาเนียล อัดเย (6.5) ลงช่วงทดเวลา แทน อิกอร์ ซิลวา
  • โฌแอล มูคิช่า มูวูก้า (ประมาณ 6.5) ลงช่วงทดเวลา แทน เลอ บรีส์
  • มาร์ติน เบลีย์ ลงช่วงนาที 90+5 แทน กาดิอู

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง

  • บิงกูรู กามารา (GK), ลูคัส เลอโอดายส์, บ็องดยูกู ฟาดิก้า, โซฮาน บัลโดนี

นักเตะโดดเด่นฝั่งลอริยองต์

  • คาริม เดอร์มาเน ลงมาเปลี่ยนรูปเกมโดยตรง 1 ประตู 1 แอสซิสต์
  • ยวอน เอ็มโวโก เซฟเหนียวแน่น ช่วยทีมยืนระยะได้ตลอด 90 นาที
  • ฌอง-วิคเตอร์ มาเคนโก้ ทำเกมเชื่อมระหว่างกลางกับหน้าได้ไหลลื่นและยิงประตูนำ 2-1

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

จากมุมมองของบ้านกีฬา หากพูดถึงมิติของเกมรุก-รับและการยืนระบบ ถือว่าเป็นตัวอย่างการอ่านเกมของทีมเยือนที่คมมาก เกมนี้โมนาโกวางระบบ 4-2-2-2 เน้นครองบอลและต่อบอลสั้นผ่านคู่กลาง ซากาเรียจับคู่กับเอ็นริเก้ช่วยไล่บี้กลางสนาม เปิดทางให้โกโลวินกับอัคลิอูชคอยวิ่งหาช่องระหว่างไลน์ ก่อนจ่ายทะลุให้คู่กองหน้า เบียร์เรธ-บาโลกุน แต่การเคลื่อนที่ในเขตโทษกลับไม่ซิงค์พอ หลายจังหวะยืนซ้อนกันเอง ทำให้ลูกครอสริมเส้นของโอตตาร่าและเตเซ่ไม่มีตัวเข้าชาร์จที่เหมาะสม

ด้านการรับ โมนาโกจับไลน์สูงพอสมควร พยายามดักล้ำหน้า แต่ปัญหาอยู่ที่ระยะห่างระหว่างเซ็นเตอร์แบ็กกับฟูลแบ็ก เมื่อทีมเสียบอลกลางสนาม ลอริยองต์ใช้ช่องว่างด้านข้างเล่นตรงไปตรงมา สวนกลับเร็วทันที เห็นได้ชัดจากประตูแรกและประตูที่สามที่แนวรับเจ้าบ้านถอยไม่ทัน ปล่อยให้เมอิเต้และเดอร์มาเนมีพื้นที่แสดงของ

ลอริยองต์ในระบบ 3-4-2-1 เล่นอย่างเป็นทีม เกมรับวางไลน์สามเซ็นเตอร์ยืนแน่นหน้ากรอบเขตโทษ มีวิงแบ็กอย่างเมอิเต้กับปากิสคอยลงมาช่วยบังไลน์ครอส ขณะที่แดนกลาง กาดิอูกับอาแบร์เชลบีบพื้นที่จนโมนาโกต้องยิงไกลเป็นส่วนใหญ่ เมื่อถึงจังหวะสวนกลับ ตัวรุกอย่างมาเคนโก้และเลอ บรีส์วิ่งทะลุช่องทันที ทำให้การเปลี่ยนจากรับเป็นรุกของทีมเยือนเฉียบขาดกว่าเจ้าถิ่นอย่างชัดเจน นี่คือภาพที่สะท้อนคำว่า วิเคราะห์บอล แล้วต้องยอมรับว่า “ลอริยองต์ทำการบ้านมาดีจริง ๆ”

📈 สถิติการแข่งขัน

ตัวเลขหลังเกมบอกทุกอย่าง โมนาโกครองบอลมากกว่า 53% ต่อ 47% ส่งบอลสำเร็จ 582 ครั้ง อัตราความแม่นยำถึง 90% ส่วนลอริยองต์จ่ายบอล 362 ครั้ง แม่นยำ 87% แม้จะเป็นรองเรื่องการครองเกม แต่เล่นแบบตรงไปตรงมา ยิงรวม 10 ครั้งเท่ากัน เข้ากรอบ 5 ต่อ 4 ใกล้เคียงกันมาก

ฟาวล์ของโมนาโกมากกว่าชัดเจน 6 ต่อ 2 สะท้อนว่าเจ้าถิ่นเริ่มหงุดหงิดเมื่อไล่ตามสกอร์ มีใบเหลืองแค่ใบเดียวเป็นของเดนิส ซากาเรีย เกมรับของลอริยองต์มีจังหวะเคลียร์บอลหน้ากรอบหลายครั้ง พร้อมทั้งได้สวนกลับจากการแย่งบอลกลางสนามอยู่เรื่อย ๆ ลูกเตะมุมโมนาโกได้ 4 ครั้ง ขณะที่ลอริยองต์มี 3 ครั้ง แต่เจ้าบ้านกลับใช้จุดแข็งนี้ต่อยอดไม่ได้ ต่างจากทีมเยือนที่เปลี่ยนโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งเป็นสามประตูเต็ม ๆ

⏱️ เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที

  • ⚔️ นาที 1 โมนาโกเขี่ยเริ่มเกม ครองบอลจากแดนหลังตั้งแต่ต้น
  • 🎯 นาที 2 ลอริยองต์ได้ฟรีคิกฝั่งขวา ปาโบล ปากิส ซัดแต่ติดบล็อก
  • 💥 นาที 5 อิกอร์ ซิลวา ฟาวล์ใส่อัคลิอูช เกมเริ่มเดือดกลางสนาม
  • 🧤 นาที 7 บาโลกุนโหม่งลุ้นประตู แต่เอ็มโวโกพุ่งเซฟสวย
  • 🚀 นาที 10 ปากิสหลุดไปยิงมุมแคบทางซ้าย บอลเฉียดเสานิดเดียว
  • 🎯 นาที 12 มิก้า เบียร์เรธได้โหม่งในเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบ
  • 💥 นาที 16 โกโลวินสับไกมุมแคบ เอ็มโวโกยังปัดทิ้ง
  • 🌀 นาที 17 ลอริยองต์ได้เตะมุมจากการบุกกดดันริมเส้น
  • 🚀 นาที 20 ปากิสได้ลุ้นอีกครั้งในกรอบ แต่ยังหลุดเสา
  • 🛑 นาที 23 เกมหยุดจากฟาวล์ของเตเซ่
  • 🚀 นาที 27 ปากิสลองส่องไกลอีกครั้ง บอลเหินออกไป
  • 💥 นาที 29 เบียร์เรธทำฟาวล์กลางสนาม ตัดจังหวะสวนกลับ
  • 🎯 นาที 32 บาโลกุนได้ฟรีคิกในแดนรุก
  • 🧤 นาที 35 เดียงลองยิงไกลให้ลอริยองต์ แต่โคห์นเซฟได้
  • 🏁 นาที 38 ปากิสโดนจับล้ำหน้า
  • 🎯 นาที 42 โมนาโกได้เตะมุม แต่ยังเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้
  • 🚀 นาที 44 เดียงได้ยิงจากลูกตั้งเตะ บอลเฉียดเสา
  • ⏱️ นาที 45 ทดเวลาครึ่งแรก 1 นาที ก่อนหมดครึ่งที่สกอร์ 0-0
  • 🎯 นาที 46 เริ่มครึ่งหลัง ลอริยองต์ได้ฟรีคิกตั้งแต่เขี่ยบอล
  • ✋ นาที 53 มิก้า เบียร์เรธทำแฮนด์บอลในจังหวะบุก
  • 🎯 นาที 55 ลอริยองต์ได้เตะมุมและตามด้วยจังหวะยิงติดบล็อก
  • 🎯 นาที 56 มงตาซาร์ ตัลบีขึ้นโหม่งจากเตะมุม บอลข้ามคาน
  • 🚀 นาที 58 อัคลิอูชลองยิงไกล เอ็มโวโกรับอยู่
  • 🎯 นาที 60 บาโลกุนโหม่งอีกครั้ง บอลเฉียดเสาแบบได้เสียว
  • 🚀 นาที 62 ลอริยองต์ได้ลุ้นจากกาดิอู แต่ยิงหลุดกรอบ
  • 🔁 นาที 62 โมนาโกเปลี่ยน จอร์จ อิเลนิคเฮนา ลงแทนเบียร์เรธ
  • 💥 นาที 67 อิเลนิคเฮนาทำฟาวล์กลางสนาม
  • ⚽ นาที 68 ประตู 0-1 ลอริยองต์นำจากจังหวะเมอิเต้โหม่งชงให้บัมบา เดียงยิงเข้าไป
  • 🟨 นาที 70 เดนิส ซากาเรียโดนใบเหลืองจากฟาวล์หนักกลางสนาม
  • 🔁 นาที 70 โมนาโกส่ง อันซู ฟาติ และแวนเดอร์ซอนลงมาเติมเกมรุก
  • 💥 นาที 71 เกมหยุดจากอาการเจ็บของกาดิอู
  • 🛑 นาที 73 โกโลวินทำฟาวล์อีกครั้งในแดนกลาง
  • 🔁 นาที 75 ลอริยองต์เปลี่ยน เดอร์มาเน กับโมฮาเหม็ด บัมบา ลงมาแทนปากิสและเดียง
  • ⚽ นาที 76 ฟาติซ้ำดาบสองหน้าประตู ตีเสมอ 1-1 ให้โมนาโก
  • 💥 นาที 80 เกมกลางสนามเดือด มีการฟาวล์สลับกันไปมา
  • 🚀 นาที 83 เดอร์มาเนได้ลองยิงกลางกรอบ แต่บอลข้ามคาน
  • ⚽ นาที 85 ลอริยองต์ขึ้นนำ 1-2 มาเคนโก้ซัดด้วยซ้ายหลังได้บอลจากเดอร์มาเน
  • ⚽ นาที 87 เดอร์มาเนหลุดไปยิงเอง เสียบมุมบนสุดคม พาทีมหนี 1-3
  • ⏱️ นาที 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที
  • 🔁 นาที 91 โมนาโกส่ง ปารีส บรุนเนอร์ ลงสนามเติมเกมรุก
  • 🎯 นาที 93 ลอริยองต์ได้เตะมุมช่วงท้ายเกม
  • 💥 นาที 94 โกโลวินทำฟาวล์อีกครั้งในแดนกลาง
  • 🔁 นาที 96 ลอริยองต์ส่งมาร์ติน เบลีย์ ลงมาปิดเกม แทนกาดิอู ก่อนหมดเวลา

🌟 Player of the Match – คาริม เดอร์มาเน ซูเปอร์ซับเปลี่ยนเกม

รางวัล Player of the Match ตกเป็นของ คาริม เดอร์มาเน มิดฟิลด์ตัวรุกของลอริยองต์ที่ได้คะแนนสูงถึง 8.3 ทั้งที่ลงสนามแค่ราว 20 นาที เดอร์มาเนลงมาช่วงนาที 75 แล้วเปลี่ยนโฉมหน้าเกมทันที ด้วยการจ่ายบอลคมกริบให้มาเคนโก้ยิงประตูนำ 2-1 และมาจบงานด้วยการกดเองลูก 3-1 อย่างเฉียบขาด นอกจากประตูและแอสซิสต์ เขายังช่วยพักบอล เก็บบอลสวนกลับ และดึงจังหวะเกมในช่วงท้าย ทำให้โมนาโกไม่มีโอกาสฮึดกลับ บ้านกีฬาให้คำเดียวว่า “ซูเปอร์ซับตัวจริง”

🪜 สถานการณ์ในตารางคะแนนลีกเอิง ฝรั่งเศส

ผลพ่ายคาบ้านเกมนี้ทำให้โมนาโกลงเล่น 18 นัด เก็บได้ 23 คะแนน อยู่ในอันดับ 9 ของตาราง มีผลได้เสีย +5 แต่ฟอร์มระยะหลังแกว่งต่อเนื่อง โอกาสลุ้นพื้นที่ยุโรปเริ่มเหนื่อย เพราะทีมกลุ่มหัวตารางอย่างเปแอสเช ล็องส์ มาร์กเซย และล็องส์ ต่างเก็บแต้มกันต่อเนื่อง

ส่วนลอริยองต์ลงสนามครบ 18 นัดเช่นกัน ขยับมี 22 คะแนน ขึ้นมาหายใจโล่งในอันดับ 12 ช่องว่างจากโซนตกชั้นถูกถ่างออกไปอีกเล็กน้อย และที่สำคัญคือโมเมนตัมทีมกลับมา หลังจากก่อนหน้านี้ฟอร์มผีเข้าผีออก การบุกมาคว้าชัยที่สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ แบบนี้ ถือเป็นสามแต้มทองที่สะท้อนใน ตารางบอล อย่างชัดเจนว่าพวกเขายังไม่ยอมตกชั้นง่าย ๆ

📅 ตารางบอลลีกเอิง นัดถัดไป และโปรแกรมสำคัญ

โปรแกรมลีกเอิงนัดถัดไป โมนาโกต้องออกไปเยือน เลอ อาฟร์ วันที่ 25 มกราคม 2026 เวลา 01.00 น. ซึ่งถือเป็นเกมที่ต้องชนะให้ได้เพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอล นอกจากนี้ยังมีภารกิจใหญ่ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก บุกเยือน เรอัล มาดริด วันที่ 21 มกราคม 2026 เวลา 03.00 น. ตารางแข่งแน่นขนาดนี้ บ้านกีฬาเชื่อว่าการโรเตชันจะเป็นโจทย์สำคัญของสตาฟฟ์โค้ช

ฝั่งลอริยองต์เองก็ไม่เบา ต้องไปเยือน แรนส์ วันที่ 24 มกราคม 2026 เวลา 23.00 น. ก่อนจะกลับมาเปิดบ้านรับ น็องต์ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 01.00 น. เกมเหล่านี้คือโอกาสสำคัญให้พวกเขาต่อยอดความมั่นใจจากชัยชนะเหนือโมนาโก แฟนบอลที่อยากวางแผนชมเกมล่วงหน้าอย่าลืมเช็ก โปรแกรมบอล ลีกเอิงให้ดี เพราะช่วงนี้คู่เดือดชนกันถี่เหลือเกิน

📺 ติดตามบ้านผลบอลครบทุกคู่ได้ที่บ้านกีฬา

ใครที่พลาดเกมนี้หรืออยากเกาะติดทุกรายละเอียดของลีกเอิงและลีกใหญ่ยุโรป บ้านกีฬาอยากชวนให้ตามเช็กสกอร์สดและสรุปผลแบบสไตล์คอลูกหนังตัวจริงผ่านหน้าเว็บของเรา อัปเดตทั้งสกอร์แบบเรียลไทม์ สถิติหลังเกม มุมมองเชิงลึก และบทวิเคราะห์ในแบบที่เข้าใจง่ายแต่จัดจ้าน คอบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล อย่าลืมแวะมาดู บ้านผลบอล และข่าวลูกหนังมันส์ ๆ ได้ทุกวันที่ บ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา