เกาะกระแสให้ชัด ปลาโรนินโผล่ “ตื้นผิดปกติ” ที่ตรัง เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ช่วงวันที่ 18-19 มกราคม 2569 โลกโซเชียลแชร์คลิปจากกลุ่มผู้สนใจธรรมชาติ หลังพบ “ปลาโรนิน” สัตว์ทะเลหายาก ว่ายขึ้นมาเหนือผิวน้ำใกล้ชายฝั่งในพื้นที่อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จนกลายเป็นประเด็นร้อนทันที เพราะปกติปลาโรนินมักอาศัยอยู่ “น้ำลึก” การขึ้นมาตื้นแบบนี้จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีภาวะผิดปกติหรือมีปัจจัยกดดันจากสภาพแวดล้อม
ที่สำคัญกว่านั้นคือ นี่ไม่ใช่ปลาแปลกตาธรรมดา แต่เป็นสัตว์คุ้มครองในไทย ห้ามล่า ห้ามขาย ห้ามครอบครอง และกำลังถูกจับตาดูอย่างใกล้ชิดโดยหน่วยงานรัฐ เพราะถ้าพลาดขึ้นมาเมื่อไร เรื่องจะไม่จบแค่ดราม่าในคอมเมนต์
จุดพบตัวจริง เวลา พิกัด และภาพที่เห็นด้วยตา
ข้อมูลจากการสอบถามผู้พบเห็นและการรายงานของหน่วยงานเกี่ยวข้องระบุว่า พบปลาโรนินว่ายเข้าใกล้ฝั่งบริเวณ “คลองหลักขัน บ้านหยงสตาร์” อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ราวเวลา 10.00 น. ผู้พบเห็นกำลังออกถ่ายภาพนกน้ำ ก่อนสังเกตเห็นปลาว่ายบริเวณคลองหลักขันแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่คลอง โดยมีการระบุพิกัดไว้ที่ 7°08’59.9”N 99°42’15.8”E
การสังเกตด้วยสายตาประมาณ 4-5 นาที เบื้องต้นไม่พบบาดแผลและไม่พบการติดเครื่องมือประมง ก่อนปลาโรนินจะว่ายหายเข้าไปในคลองใกล้จุดที่พบ
ต่อมามีการติดตามด้วยการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และเตรียมนำโดรนบินสำรวจพื้นที่เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เสียงผู้เชี่ยวชาญเตือน “ปกติอยู่น้ำลึก” ขึ้นมาตื้นอาจมีอาการผิดปกติ
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ “ไม่ธรรมดา” คือคำเตือนจาก ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ที่ระบุชัดว่า ปลาโรนินปกติอยู่ในน้ำลึก การเข้ามาน้ำตื้นแบบนี้ “อาจมีอาการผิดปกติ” และเคยมีเหตุการณ์พยายามช่วยปลาโรนินที่เข้ามาน้ำตื้นที่ระยองมาก่อน พร้อมย้ำว่าเป็นสัตว์คุ้มครอง ห้ามล่า ห้ามขาย ห้ามมีไว้ในครอบครอง
พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ถ้าเห็นขึ้นมาตื้น อย่าเพิ่งดีใจว่าโชคดีได้เห็นสัตว์หายากแล้วจะเข้าไป “ล้อมดู ล้อมจับ” เพราะนั่นอาจเป็นช่วงเวลาที่มันกำลังเสี่ยงที่สุด

รู้จัก “ปลาโรนิน” คือปลาอะไร ทำไมหน้าตาเหมือนฉลามแต่ก็เหมือนกระเบน
ปลาโรนินมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhina ancylostoma เป็นปลากระดูกอ่อนในกลุ่มที่คนต่างประเทศมักเรียก “Bowmouth guitarfish” หรือบางแหล่งเรียก “shark ray” เพราะรูปร่างผสมความเป็นฉลามกับกระเบนในตัวเดียว
ลักษณะเด่นที่ทำให้จำได้ไม่ยาก
- หัวกว้างแบน ปากโค้งคล้ายรูปตัว W
- มีสันหนามบริเวณเหนือหัวและแนวหลัง เหมือนเกราะธรรมชาติ
- ลำตัวด้านบนสีเทาอมน้ำตาล มีจุดขาวกระจาย ด้านท้องสีขาว
- โตเต็มวัยอาจยาวได้ระดับ 2.7-3 เมตร น้ำหนักอาจแตะราว 135 กิโลกรัม
ถิ่นอาศัยและนิสัย
- มักอยู่ใกล้พื้นทะเล ชอบพื้นทรายหรือโคลน ใกล้โครงสร้างใต้น้ำ
- เป็นผู้ล่า กินปลา กระดูกแข็ง สัตว์น้ำเปลือกแข็ง และหอยเป็นหลัก
ทำไมปลาโรนินถึงขึ้นมาตื้น มีสัญญาณอะไรที่ “คนชายฝั่ง” ควรรู้
ไม่มีใครฟันธงได้จากภาพไม่กี่นาที แต่ในเชิงอนุรักษ์ การที่สัตว์ทะเลที่มักอยู่น้ำลึกขึ้นมาตื้น มักถูกจับตาด้วยเหตุผลใหญ่ๆ เช่น
- ความเครียดจากสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิน้ำเปลี่ยน ความเค็มเปลี่ยน กระแสน้ำผิดฤดู
- การหลงทิศหรืออ่อนแรง (บางรายอาจมีปัญหาสุขภาพ)
- การรบกวนจากกิจกรรมมนุษย์ เช่น เสียงเรือ ความถี่การเดินเรือ เครื่องมือประมงในพื้นที่
- การติดตามเหยื่อเข้ามาใกล้ฝั่ง
นี่แหละคือส่วนที่เป็น “ความรู้ติดตัว” สำหรับชุมชนชายฝั่งและชาวเรือ ต่อให้วันนี้ไม่ใช่ปลาโรนิน วันหน้าก็อาจเป็นพะยูน เต่าทะเล โลมา หรือฉลามวาฬ หลักคิดเดียวกันคือ “เห็นแล้วต้องช่วยแบบไม่ทำร้ายเพิ่ม”
ห้ามล่า-ห้ามครอบครอง ไม่ใช่แค่ขอร้อง แต่มีกฎหมายจริง โทษจริง
เรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดเพราะมีคนยังเข้าใจผิดว่า “ถ้าไม่ได้ตั้งใจล่า” จะไม่เป็นไร
- ปลาโรนินถูกจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับสัตว์น้ำ ตามประกาศ/กฎที่เพิ่มรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครองกลุ่มปลา ซึ่งระบุชื่อ “ปลาโรนิน (Rhina ancylostoma)” ไว้ชัดเจน
- กฎหมายหลักห้าม “มีไว้ในครอบครอง” สัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นและได้รับอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด)
- บทลงโทษกรณีฝ่าฝืนข้อห้ามเรื่องการครอบครอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เพราะฉะนั้นคำเตือนที่สื่อใช้ว่า “โทษหนักเท่าเสือดำ” มันไม่ได้มาเล่นๆ แก่นของเรื่องคือ “สัตว์คุ้มครองเหมือนกัน” แตะเมื่อไร ความผิดเกิดทันที

ทำไมมีคนอยากได้ หนาม-ชิ้นส่วน จนกลายเป็นความเสี่ยงต่อการล่า
ในรายงานข่าวมีการพูดถึงความเชื่อว่า “หนามบนหลัง/ส่วนหัว” ของปลาโรนินถูกนำไปทำเป็นเครื่องรางหรือเครื่องประดับ เช่น หัวแหวน ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ปลาชนิดนี้เสี่ยงจากการถูกล่าหรือถูกเก็บซากไปค้าขาย และหน่วยงานรัฐเคยมีการชี้แจงเรื่องการครอบครองผลิตภัณฑ์จากซากในช่วงเวลาที่กฎหมายเริ่มเข้มงวดมากขึ้น
สรุปแบบบ้านกีฬาเลยคือ “อย่าเอาความเชื่อไปแลกคุก” และอย่าเอาชิ้นส่วนสัตว์หายากไปแลกการสูญพันธุ์ของทะเลไทย
ถ้าเจอปลาโรนินหรือสัตว์ทะเลหายาก ต้องทำอย่างไรให้ถูกวิธี
นี่คือแนวทางที่คนพื้นที่ ชาวเรือ ชาวประมง หรือคนไปเที่ยวควรจำให้ขึ้นใจ
- ดูห่างๆ พอเห็นชัด ห้ามลงไปแตะ ห้ามพยายามจับ ห้ามล้อมจนสัตว์เครียด
- ลดความเร็วเรือ หลีกเลี่ยงวิ่งตัดหน้า ไม่เร่งเครื่องใกล้จุดที่พบ
- ถ้าเป็นชาวประมง ควรเพิ่มความระมัดระวังในการวางเครื่องมือประมงในบริเวณนั้น และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้สัตว์ติดอวน
- เก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด เช่น เวลา จุดสังเกต พิกัดคร่าวๆ ภาพหรือคลิปแบบไม่รบกวนสัตว์
- หากพบว่าสัตว์บาดเจ็บ ติดเครื่องมือประมง หรือมีพฤติกรรมผิดปกติ ให้แจ้ง “สายด่วนกรมทะเล 1362” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือ
สถานะระดับโลกน่าห่วงแค่ไหน ทำไมการพบ 1 ตัวถึงเป็นเรื่องใหญ่
ในภาพรวมระดับสากล ปลาโรนินถูกระบุอยู่ในสถานะน่ากังวลมาก โดยฐานข้อมูลวิชาการด้านประมงอย่าง FishBase ระบุสถานะ IUCN Red List เป็น “Critically Endangered” และอยู่ใน CITES Appendix II ซึ่งหมายถึงการค้าระหว่างประเทศถูกควบคุมอย่างเข้มงวด
เอกสารของ CITES ก็กล่าวถึงสถานะ “Critically Endangered” ของชนิดนี้เช่นกัน
ดังนั้นการพบเห็นในทะเลไทยจึงสะท้อนสองอย่างพร้อมกัน
- เรายังมีความหลากหลายทางชีวภาพที่ “เหลืออยู่จริง”
- แต่สัตว์หายากกำลังถูกกดดันจนบางครั้งต้องโผล่มาในที่ที่ไม่ควรโผล่

เรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวไวรัลอย่างเดียว แต่มันคือบททดสอบ “วินัยของคนกับทะเล”
บ้านกีฬาอยากชวนมองให้ลึกกว่าคลิปไม่กี่วินาที เพราะทุกครั้งที่สัตว์ทะเลหายากเข้ามาใกล้ฝั่ง มันคือบททดสอบของมนุษย์ว่า
- เราจะเป็นผู้สังเกตที่มีความรับผิดชอบ หรือจะเป็นฝูงคนที่ทำให้สัตว์เครียดจนตาย
- เราจะช่วยกันเฝ้าระวัง หรือจะปล่อยให้การล่า การค้าใต้ดินทำลายระบบนิเวศ
- เราจะทำให้เด็กในพื้นที่ได้ “เห็นของจริง” ในอนาคต หรือจะเหลือแค่ภาพในตำนาน
การอนุรักษ์ที่ยั่งยืนเริ่มจากเรื่องเล็กที่สุด คือ “ไม่รบกวน” และ “แจ้งให้ถูกหน่วย” เท่านั้นเอง
สรุปสาระสำคัญที่ต้องจำ
- พบปลาโรนินว่ายใกล้ฝั่งคลองหลักขัน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มีการเฝ้าระวังและใช้โดรนติดตาม
- ผู้เชี่ยวชาญเตือน ปกติอยู่น้ำลึก ขึ้นมาตื้นอาจผิดปกติ
- เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ห้ามล่า ห้ามขาย ห้ามครอบครอง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- พบสัตว์ทะเลหายากบาดเจ็บหรือติดเครื่องมือประมง โทรแจ้ง 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

