ดราม่าเดือดสะเทือนวงการกฎหมาย คดี ทนายแก้ว – เยาวชน 18 ปี – ปมเงินชดเชย 2.5 ล้าน กับคำถามใหญ่เรื่องความยุติธรรมสังคมไทย

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ชื่อของ ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล กลายเป็นประเด็นร้อนที่ดังไม่แพ้เกมชิงแชมป์รอบชี้ชะตา เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ทนายดัง แต่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง คุกคามทางเพศ เยาวชนหญิงวัย 18 ปี เงินชดเชยหลักล้าน การต่อรองหลังฉาก และการถูกพาดพิงของคนดังอย่าง หนุ่ม กรรชัย จนทั้งประเทศจับตาว่าคดีนี้จะไปจบที่ตรงไหน

บ้านกีฬา ขอพาไล่เรียงทุกมุม ตั้งแต่ไทม์ไลน์เหตุการณ์ มุมมองกฎหมาย ไปจนถึงบทเรียนเรื่องอำนาจ ศรัทธา และสิทธิของเหยื่อในสังคมไทยแบบแน่นๆ จัดเต็ม

⚖️ ไทม์ไลน์คดีทนายแก้ว – จากร้านสูทถึงคืนดราม่าในรถ

จากข้อมูลของทนายฝ่ายผู้เสียหายและสื่อมวลชนหลายสำนัก เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ที่ร้านสูทของพ่อผู้เสียหาย ย่านกรุงเทพฯ ตอนนั้นพ่อเป็นฝ่ายชักชวนให้ทนายแก้วมาช่วยทำคอนเทนต์โปรโมตร้าน ดูไปแล้วเหมือนความสัมพันธ์เชิงอาชีพธรรมดาระหว่าง “ทนายดัง” กับ “ลูกค้าผู้ศรัทธา” มากกว่าเรื่องคดีความใดๆ

วันนั้นมีการแลกไลน์กันระหว่างทนายแก้วกับลูกสาววัย 18 ปีของเจ้าของร้าน เพื่อคุยเรื่องตัดคลิปโปรโมตร้าน แต่จากคำให้การฝั่งผู้เสียหาย รูปแบบการคุยเริ่มกลายเป็นการ “แอบคุยกัน” โดยไม่ให้พ่อรู้ ทำให้ความสัมพันธ์ขยับจากเรื่องงานไปสู่โทนส่วนตัวมากขึ้นในเวลาไม่นาน

เพียง 4 วันหลังจากรู้จักกัน คือวันที่ 12 กันยายน 2568 ทนายแก้วนัดผู้เสียหายไปดื่มกาแฟในห้างย่านพระราม 3 ก่อนจะชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวย่านลาดพร้าว ระหว่างการเดินทางบนรถของทนายแก้วนี่เอง ที่กลายเป็น “จุดศูนย์กลาง” ของข้อกล่าวหา เพราะฝั่งผู้เสียหายระบุว่ามีการถูกลวนลามแตะเนื้อต้องตัวหลายจุด ขณะที่ฝั่งทนายแก้วยอมรับเพียงว่า “มีการกอด หอม จูบ” แต่ยืนยันเล่ารายละเอียดอีกแบบหนึ่ง และอ้างว่าเป็นการกระทำบนพื้นฐานความใกล้ชิดส่วนตัว

หลังเหตุการณ์ ผู้เสียหายไม่ได้รีบแจ้งความทันที เพราะทั้งกลัว ไม่มั่นใจว่าจะมีใครเชื่อ และคู่กรณีเป็นทนายที่มีภาพลักษณ์น่าเชื่อถือในสังคม จนกระทั่งวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ทนายความส่วนตัวคือ นายอรรณพ บุญสว่าง จึงได้รับเรื่องจากครอบครัวผู้เสียหาย แล้วเริ่มรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งจากร้านอาหาร พนักงานร้าน และผู้เกี่ยวข้อง ก่อนเดินสายเข้าแจ้งความหลายท้องที่ เพื่อให้เข้ากระบวนการสอบสวนอย่างเป็นทางการ

🧩 มุมทนายฝ่ายเหยื่อ – ทำไมคดีนี้อาจยอมความไม่ได้

ทนายอรรณพในฐานะตัวแทนครอบครัวผู้เสียหาย ระบุว่าจากข้อเท็จจริงเบื้องต้น พฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาน่าจะเข้าเค้า “กระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล” ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดินและเป็นคดีที่โดยหลัก “ไม่ใช่เรื่องยอมความกันแล้วจบ” แบบทั่วไป นี่จึงเป็นเหตุผลที่ครอบครัวประกาศชัดว่าต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ใช่การเรียกเงิน ตบทรัพย์ ตามที่บางกระแสบิดเบือน

ฝั่งเหยื่อยืนยันว่า “ไม่ยินยอม” มีการพยายามปกป้องตัวเองในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง และหลังเหตุการณ์เกิดความกลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อคำพูดของเด็กอายุเพียง 18 ปี 4 เดือน เมื่อเทียบกับทนายชื่อดังที่คนทั้งประเทศเห็นผ่านหน้าจอทีวีมานานหลายปี

อย่างไรก็ตาม ทนายอรรณพก็ย้ำต่อสื่อว่า ข้อเท็จจริงต้องฟังจากทุกฝ่าย ต้องให้ความเป็นธรรมกับทนายแก้วด้วย เพราะจนถึงตอนนี้ ฝั่งตนเองมีเพียงคำให้การและหลักฐานที่กำลังถูกรวบรวม โดยรอให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบและประมวลเข้าในสำนวนคดีก่อน ทุกอย่างจึงยังอยู่ในขั้น “กล่าวหา” ไม่ใช่คำพิพากษาจากศาล

📂 ปมเงินชดเชย 2.5 ล้าน – ตกลงใครเสนออะไรให้ใครกันแน่

หนึ่งในประเด็นที่ทำให้คดีนี้ร้อนแรงยิ่งขึ้น คือเรื่องตัวเลขหลักล้านที่หลุดออกมาบนโลกออนไลน์ มีทั้ง 10 ล้าน 5 ล้าน และตัวเลข 2.5 ล้าน ซึ่งถูกโยงกับข้อกล่าวหาว่าเป็นการ “เรียกค่าเสียหายเกินจริง” ฝั่งครอบครัวเหยื่อโดนกล่าวหาหนักถึงขั้น “ตบทรัพย์ทนายดัง”

จากคำให้สัมภาษณ์ของทนายอรรณพและคนกลางอย่าง อ.จตุรงค์ จงอาษา ภาพที่ปรากฏกลับซับซ้อนกว่านั้นมาก มีการเล่าว่าในการพูดคุยรอบแรก คนกลางชุดหนึ่งเคยพูดถึงตัวเลข 5 – 10 ล้านบาทในลักษณะ “เปรยในวงคุย” ว่าหากฝ่ายทนายแก้วยอมจ่ายในกรอบนี้ เรื่องอาจจบได้เร็วเพราะทั้งสองฝ่ายไม่มีหลักฐานเด็ดมาฟาดกันในศาล ยังไม่ใช่ “ตัวเลขที่ครอบครัวเด็กตั้งเงื่อนไขเรียก” แต่อย่างใด

ส่วนตัวเลข 2.5 ล้านบาท ทนายฝ่ายเหยื่อยืนยันว่า ในวันที่ตนอยู่ในการเจรจา ได้ยินจากปากทนายแก้วเองว่าเป็นตัวเลขที่เสนอเป็นเงินชดเชยให้กับผู้เสียหาย เพียงแต่ยังไม่ได้ลงลึกถึงเงื่อนไขใดๆ เพราะในเวลานั้น พ่อของผู้เสียหายยังโกรธและผิดหวังมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งหมดนี้จึงทำให้คำว่า “ตบทรัพย์” กลายเป็นคำที่ครอบครัวฝ่ายเหยื่อมองว่ารุนแรงและไม่เป็นธรรม เพราะในมุมของพวกเขา เรื่องเงินเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเยียวยา แต่จุดยืนหลักคืออยากให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจนจบ

📱 แชตหลุด 23 หน้า – ศีลธรรม ภาพลักษณ์ และความไว้ใจที่แตกสลาย

อีกด้านหนึ่ง เพจดังอย่าง “โรสเมจิกสกิน” เป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่ออกมาเปิดประเด็น “ทนายดังเต๊าะเด็ก” ก่อนจะมีการเปิดเผยภาพแชตยาว 23 หน้า ซึ่งอ้างว่าเป็นการสนทนาระหว่างทนายแก้วกับผู้เสียหาย ให้สังคมช่วยกันอ่านและพิจารณาเอง โดยในแชตมีทั้งข้อความลักษณะชมรูปร่าง ขอรูปส่วนตัว การคุยแบบ “ไม่ให้พ่อรู้” นัดเจอกัน และท่อนที่ถูกวงกลมแดงประโยคทำนองว่า “คำขอโทษไม่พอ รับเป็นเงินสดเท่านั้น” ที่ทำให้ชาวเน็ตแบ่งฝั่งตีความกันไปคนละทาง

เพจดังเองย้ำชัดว่าต่อให้ไม่แตะประเด็นกฎหมาย พฤติกรรมของคนที่มีครอบครัวแล้ว แต่ไปจีบผู้หญิงที่เป็นลูกสาวลูกความ ก็ถือว่า “ผิดศีลธรรมอย่างไม่ต้องสงสัย” อย่างน้อยในเชิงจารีตสังคมไทยที่ให้ค่ากับความซื่อสัตย์ในครอบครัวและความสัมพันธ์ระหว่างลูกความกับทนาย

ฝั่งทนายแก้ว ยอมรับว่ามีการพูดคุยทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว แต่ขอสงวนรายละเอียด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในสำนวนคดี และยืนยันจะขอชี้แจงในกระบวนการที่เหมาะสมมากกว่าตอบโต้ผ่านโซเชียล

🗣️ หนุ่ม กรรชัย – อ.จตุรงค์ – ทนายเป้ง คนกลางที่กลายเป็น “เหยื่อดราม่า” ไปด้วย

คดีนี้ยิ่งดังเป็นไฟลามทุ่งเมื่อชื่อของ หนุ่ม กรรชัย โดนพาดพิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งในแชตที่ถูกอ้างว่า “ทนายแก้ว” ใช้ชื่อพี่หนุ่มในการพูดคุยกับครอบครัวเหยื่อว่าจะช่วยโปรโมตร้าน หรือจะโทรไปเคลียร์ให้ จนเจ้าตัวต้องออกมาพูดกลางรายการข่าวว่ารู้สึก “อึดอัดและทุกข์ใจ” เพราะรายการของเขามักถูกคาดหวังให้ยืนข้างความถูกต้อง แต่กลับถูกเอาชื่อไปใช้เป็นเครื่องมือในความขัดแย้งที่เจ้าตัวไม่ได้อยู่ในสมการตั้งแต่แรก

หนุ่ม กรรชัยเล่าว่า เคยได้รับการขอร้องให้โทรหาพ่อของผู้เสียหายเพื่อช่วยเคลียร์ให้ทนายแก้ว แต่เขาปฏิเสธอย่างชัดเจน เพราะมองว่าหากโทรไป แล้วถูกกล่าวอ้างภายหลังว่า “พิธีกรดังโทรมาเคลียร์ให้ทนาย” จะยิ่งทำให้เสื่อมเสียทั้งต่อครอบครัวเหยื่อและตัวเองในฐานะสื่อมวลชน

ด้าน อ.จตุรงค์ จงอาษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในวงเจรจารอบที่สอง เล่าว่ามีการเจรจากันถึง 2 ครั้ง ใช้เวลานานหลายชั่วโมง แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ และยืนยันว่าพ่อของผู้เสียหาย “ไม่ได้เป็นคนตั้งราคาค่าเสียหาย” อย่างที่บางเพจกล่าวอ้าง ตัวเลขหลักล้านที่ลอยไปมาเกิดจากคำเสนอของคนกลางในวงคุยเสียมากกว่า

ส่วน “ทนายเป้ง” ทนายความชื่อดังอีกคน ก็ออกมาท้าทายให้ทุกฝ่ายพูดความจริงเรื่องการเยียวยา พร้อมตั้งคำถามต่อสังคมว่าควรแยกให้ชัดระหว่าง “การเจรจาเยียวยาเพื่อจบเรื่อง” กับ “การใช้คดีอาญาเป็นเครื่องมือบีบเอาเงิน” เพราะสองคำนี้สะเทือนความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมต่างกันคนละเรื่อง

👩‍⚖️ มองผ่านแว่นกฎหมาย – กระทำอนาจาร การยินยอม และคดีอาญาแผ่นดิน

ถ้าแยกจากดราม่าในโลกออนไลน์ แล้วมองด้วยสายตากฎหมายอย่างตรงไปตรงมา คดีลักษณะนี้เกี่ยวพันกับหลายประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่อง ล่วงละเมิดทางเพศ, การยินยอม และสถานะของผู้เสียหายที่ยังเป็นเยาวชนตอนเกิดเหตุ

โดยทั่วไป ความผิดฐานกระทำอนาจารในกฎหมายไทย มักจะถูกมองเป็นความผิดที่กระทบศักดิ์ศรีทางเพศของผู้ถูกกระทำ แม้จะไม่มีการร่วมเพศ แต่ถ้ามีการแตะต้องส่วนสำคัญของร่างกายด้วยเจตนาทางเพศ โดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ก็สามารถเข้าข่ายได้แล้ว ยิ่งถ้าเกิดในที่สาธารณะ หรือในบริเวณที่มีผู้อื่นเห็นได้ ก็จะกลายเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ไม่อยู่ในข่ายเจรจายอมความระหว่างคู่กรณีเหมือนคดีแพ่งทั่วไป

ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน แม้อายุจะเกิน 18 แล้ว แต่อำนาจต่อรองในความสัมพันธ์ระหว่าง “เด็กสาวลูกเจ้าของร้าน” กับ “ทนายดังที่ผู้เป็นพ่อศรัทธา” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ศาลและสังคมมักมองอย่างระมัดระวัง ว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เสมอกันจริงหรือไม่ หรือฝ่ายหนึ่งถืออำนาจ ศรัทธา และชื่อเสียงเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน สภาทนายความเองก็ออกมาระบุว่า จะไม่ปกป้องสมาชิกที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และพร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อรักษามาตรฐานวิชาชีพทนายความ หากพบว่ามีพฤติกรรมผิดจริยธรรมจริง ก็อาจนำไปสู่บทลงโทษทางวิชาชีพควบคู่กับกระบวนการทางอาญา

🛡️ เส้นบางๆ ระหว่างความศรัทธา กับความเปราะบางของเหยื่อ

อีกมุมที่ทำให้คดีนี้สะเทือนใจคนจำนวนมาก คือบทบาทของพ่อผู้เสียหายที่ถูกเล่าว่า “ศรัทธาทนายแก้วแบบสุดตัว” ทั้งติดตามทุกคลิป ทำอาหารตามเมนูที่ทนายแก้วทำในโซเชียล ถึงขั้นทำสูทให้หลายชุดโดยไม่คิดเงิน และแนะนำให้เป็นทนายส่วนตัวของครอบครัวตัวเอง

เมื่อศรัทธาระดับนี้ถูกหักหลังด้วยข้อกล่าวหาเรื่อง ล่วงละเมิดทางเพศ ลูกสาวตัวเอง ความโกรธ ความเสียใจ และความรู้สึกถูกแทงข้างหลัง จึงทวีคูณมากกว่าคดีทั่วไป ไม่แปลกที่พ่อจะยืนยันจะสู้ให้ถึงที่สุด แม้ต้องเจอกระแสครหาว่า “เรียกเงิน” หรือ “จัดฉาก” ก็ตาม

ในอีกด้านหนึ่ง ทนายแก้วเองก็ต้องเผชิญแรงกดดันจากทั้งสังคม ลูกความ และครอบครัวตัวเอง ภายหลังออกมาแถลงข่าวยอมรับว่ามีการกอด หอม จูบ จริง พร้อมขอโทษครอบครัวตัวเอง ครอบครัวผู้เสียหาย และคนที่ให้กำลังใจ โดยบอกว่า “คิดน้อย” และเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป แต่ยังยืนยันจะชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าเมื่อความสัมพันธ์ส่วนตัวทับซ้อนกับความเชื่อมั่นเชิงวิชาชีพ ผลกระทบไม่ได้จบที่สองฝ่าย แต่ลามไปถึงลูกความ คนรอบตัว และความเชื่อมั่นในอาชีพทั้งระบบ

📌 คดีเดินไปถึงไหนแล้ว และสังคมควรจับตาอะไรต่อ

ณ ช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ภาพรวมของคดีคือ

  • มีการเข้าแจ้งความแล้วหลายท้องที่ เพื่อให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งจากกล้องวงจรปิด กล้องหน้ารถ พยานบุคคล และหลักฐานดิจิทัลจากการแชต
  • ฝั่งผู้เสียหายยืนยันไม่ขอให้เรื่องนี้จบแค่การเยียวยา แต่ต้องการให้เข้าสู่กระบวนการศาลอย่างเต็มรูปแบบ
  • ฝั่งทนายแก้วยอมรับส่วนหนึ่งของการกระทำทางร่างกาย แต่มีมุมมองต่างกันเรื่อง “ขอบเขต” และ “การยินยอม” ซึ่งจะเป็นประเด็นหลักของการต่อสู้ในศาล
  • สภาทนายความและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบด้านจริยธรรมวิชาชีพควบคู่ไปด้วย

สุดท้ายแล้ว คดีนี้จะเป็นหนึ่งในหมากสำคัญที่สะท้อนว่า กระบวนการยุติธรรมไทยจะรับมือกับคดีที่เกี่ยวข้องกับคนดังและความสัมพันธ์เชิงอำนาจอย่างไร จะปกป้องสิทธิของเหยื่อได้จริงแค่ไหน และจะสร้างมาตรฐานใหม่เรื่องความเหมาะสมของผู้ที่แบกคำว่า “ทนายความ” ติดตัวหรือไม่

🎯 บทเรียนใหญ่ให้สังคม – ไม่ใช่แค่คดีของคนสองคน

บ้านกีฬา มองว่าคดีนี้เป็น “เคสตัวอย่าง” ที่ทุกคนควรเก็บไว้คิด

  1. คนรุ่นใหม่ควรรู้สิทธิของตัวเอง เมื่อถูกแตะเนื้อต้องตัวโดยไม่ยินยอม ไม่ว่าคู่กรณีจะเป็นคนดัง มีหน้าที่การงาน หรือใกล้ชิดครอบครัวแค่ไหน ก็มีสิทธิร้องเรียนและดำเนินคดี
  2. พ่อแม่ควรสังเกตสัญญาณผิดปกติของลูก ไม่ปล่อยให้ “ความศรัทธาในคนดัง” บดบังสัญชาตญาณการปกป้องลูกตัวเอง
  3. คนในวิชาชีพกฎหมายต้องยิ่งระวังเส้นบางๆ ระหว่าง “ความสนิทสนม” กับ “การใช้อำนาจในความสัมพันธ์” เพราะความเชื่อใจของประชาชนคือทุนที่หายแล้วเอาคืนยากที่สุด
  4. สังคมออนไลน์ควรวิจารณ์บนฐานข้อเท็จจริง ระวังการลากเหยื่อไปซ้ำเติม หรือด่าทอโดยยังไม่รู้รายละเอียดครบถ้วน เพราะสุดท้ายแล้ว การตัดสินถูกผิดเป็นหน้าที่ของศาล

ไม่ว่าคดีนี้จะจบอย่างไร มันได้ฝากคำถามไว้กับสังคมไทยแล้วว่า เราพร้อมหรือยังที่จะยืนข้าง “หลักการ” มากกว่าข้าง “คนที่เราชอบ”

ติดตาม ข่าวเด่น และ ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา เพื่อไม่พลาดทุกดราม่าระดับชาติและทุกประเด็นเข้มข้นที่กระทบชีวิตคนธรรมดาอย่างเรา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา