ศักยภาพที่เริ่มปะทุของแนวรับสารพัดประโยชน์หงส์แดง
จากนักเตะที่ถูกมองว่าเป็นเพียงแบ็กอเนกประสงค์คอยอุดรูรั่ว วันนี้ชื่อของ โจ โกเมซ กำลังถูกพูดถึงในฐานะกองหลังที่มีคุณภาพมากพอจะยึดตัวจริงของ ลิเวอร์พูล ได้แบบไม่เขิน พร้อมย้ำให้เห็นว่าเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นแค่ตัวหมุนเวียนในทีมใหญ่เท่านั้น
เปิดฤดูกาลมา เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแค่ 2 นัดจาก 19 เกมแรก แต่เมื่อทีมของ อาร์เน่อ สล็อต เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงาน โดยเฉพาะตำแหน่งแบ็กขวา บทบาทของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เมื่อถูกส่งลงสนามเป็น 11 ตัวจริงถึง 6 นัดจาก 13 เกมหลังสุด แถมยังต้องโยกไปเล่นได้หลายตำแหน่งในแนวรับแบบไม่มีบ่น
เกมกับ โอลิมปิก มาร์กเซย คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจน โกเมซ ถูกดันไปยืนเซ็นเตอร์แบ็กหลังจากที่ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ต้องเดินทางกลับฝรั่งเศสไปอยู่เคียงข้างครอบครัวจากการสูญเสียคุณพ่อ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่โค้ชจำเป็นต้องมีคนที่ไว้ใจได้จริงๆ ลงไปทำหน้าที่แทน
ฟอร์มหรูเกมเยือนมาร์กเซย ตัวเลขยืนยันคุณค่า
ในคืนที่สนามเดือด ความนิ่งของโกเมซกลับยิ่งโดดเด่น เขาโชว์ความเป็นมืออาชีพเต็มร้อย ตั้งแต่ทัศนคติ การยืนตำแหน่ง ไปจนถึงการออกบอล และเมื่อลองมองผ่านสถิติจาก FotMob จะยิ่งเห็นภาพชัดขึ้น เขาจบเกมด้วยอัตราการจ่ายบอลสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม 39/39 ครั้ง ไม่เสียบอลง่ายแม้แต่หนเดียว
ในเกมรับ เขามีส่วนร่วมถึง 10 ครั้ง เป็นรองเพียง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่ทำได้ 12 ครั้ง นั่นหมายความว่าในวันที่ทีมต้องปรับแนวรับแบบกะทันหัน โกเมซไม่เพียงแค่ “อยู่รอด” แต่ยังยืนเป็นเสาหลักร่วมกับกัปตันทีมได้อย่างไม่เคอะเขิน
คู่หู ฟาน ไดค์ – โกเมซ กำแพงเก่าที่กลับมาหนึบอีกครั้ง
เกมที่ฝรั่งเศสเป็นเพียงครั้งที่สองในซีซั่นนี้ที่ โกเมซ ได้ออกสตาร์ทร่วมกับ ฟาน ไดค์ ในฐานะคู่เซ็นเตอร์แบ็ก ส่วนหนึ่งเพราะที่ผ่านมา โกนาเต้ มีสภาพร่างกายพร้อมลงเล่นอย่างต่อเนื่องทำให้เขาเป็นตัวเลือกหลัก
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อไหร่ที่ ฟาน ไดค์ จับคู่กับ โกเมซ ผลงานของทีมมักออกมาดีเสมอ ทั้งสองคือหนึ่งในแข้งชุดแชมป์ลีกปี 2020 ที่ยังหลงเหลืออยู่ และเมื่อดูสถิติช่วงหลังยิ่งน่าคิด พวกเขาไม่แพ้ใครเลยตลอด 9 นัดหลังสุดที่ได้ออกสตาร์ทร่วมกัน นับตั้งแต่ความพ่ายแพ้ต่อ เรอัล มาดริด 5-2 เมื่อกุมภาพันธ์ 2023
ด้วยเคมีที่เข้ากันทั้งเรื่องการอ่านเกม การดรอปไลน์รับ การคุมพื้นที่กรอบเขตโทษ ไปจนถึงการสื่อสารในสนาม ทำให้คู่หูนี้กลายเป็นอาวุธที่แฟนหงส์เริ่มเรียกร้องให้ได้ลงเล่นคู่กันมากขึ้นเรื่อยๆ
บทบาทสำรองที่พร้อมอัปเกรดเป็นตัวจริงเต็มตัว
คำถามต่อไปคือ เขาจะได้ลงเล่นในเกมพบ บอร์นมัธ หรือไม่ เพราะสโมสรย่อมให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ให้ โกนาเต้ ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาสุดอ่อนไหว
หากถึงจังหวะที่ สล็อต จำเป็นต้องเลือกใช้งานโกเมซ นั่นไม่ใช่เรื่องน่ากังวลแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือข่าวดี เพราะตอนนี้เขากำลังอยู่ในฟอร์มที่มั่นใจ เต็มไปด้วยประสบการณ์จากการผ่านเกมใหญ่ เกมตึงมาแล้วนับไม่ถ้วน และทำงานร่วมกับ ฟาน ไดค์ ได้อย่างไหลลื่นไร้รอยต่อ ส่งผลให้โครงสร้างเกมรับของทีมนิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จุดเด่นด้านการออกบอล เหตุผลที่หงส์มองหาโปรไฟล์แบบเดียวกัน
ในระบบที่ลงล็อก โกเมซ ไม่ได้เป็นแค่กองหลังตัวประกบคู่แข่งเท่านั้น แต่ยังมีจุดแข็งเรื่องความนิ่ง สุขุม และอ่านจังหวะเกมได้ดี เขากล้าจ่ายบอลทะลุไลน์ขึ้นหน้า เชื่อมเกมจากแนวรับสู่แดนกลางและแนวรุกอย่างมีคุณภาพ คุณสมบัติแบบนี้คือสิ่งที่แนวรับยุคใหม่จำเป็นต้องมี
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ แนวรับลิเวอร์พูล ถูกเสริมด้วยโปรไฟล์เซ็นเตอร์สมัยใหม่ หรือมีข่าวเชื่อมโยงกับนักเตะอย่าง มาร์ค เกฮี เพราะสโมสรต้องการกองหลังที่ “ตั้งเกมบุกจากแนวรับ” ได้ และความจริงแล้ว โกเมซ ก็มีเครื่องมือเหล่านี้อยู่ในตัวครบถ้วน เพียงแต่โอกาสที่ได้ลงเล่นในตำแหน่งถนัดอาจยังไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร
ปมบาดเจ็บ – ตัวแปรใหญ่บนเส้นทางยึดตัวจริง
จุดอ่อนเดียวที่ยังเป็นคำถามใหญ่ต่ออนาคตของเขาในถิ่นแอนฟิลด์คือเรื่องสภาพร่างกาย กองหลังวัย 28 ปีรายนี้เคยมีช่วงเวลาที่ต้องหายไปจากทีมยาวๆ เพราะอาการบาดเจ็บเรื้อรัง โดยในฤดูกาลที่แล้วเขาพลาดลงเล่นไปถึง 24 เกมจากปัญหากล้ามเนื้อหลังต้นขา
ซีซั่นปัจจุบัน เขาก็ยังต้องพลาดช่วยทีมไปแล้ว 3 นัดจากอาการบาดเจ็บบริเวณเดิม ซึ่งทำให้สตาฟฟ์โค้ช รวมถึง สล็อต ต้องคิดหนักหากจะใช้งานเขาแบบต่อเนื่อง เพราะตอนนี้เขากลายเป็น “ตัวเลือกพิเศษ” ที่สามารถเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์แบ็กและแบ็กขวา การหมุนเวียนใช้งานให้เหมาะสมจึงสำคัญมาก เพื่อไม่ให้ร่างกายรับภาระเกินไปจนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเดิม คือบาดเจ็บซ้ำในช่วงสำคัญของฤดูกาล
กรอบใหญ่ของทีม – ความสำคัญของแข้งอเนกประสงค์ในยุคฟุตบอลสมัยใหม่
หากมองกว้างออกจากแค่ชื่อของโกเมซ จะเห็นว่าฟุตบอลยุคใหม่ให้ความสำคัญกับผู้เล่นแนวรับที่เล่นได้หลายตำแหน่งมากขึ้นอย่างชัดเจน กุนซือระดับท็อปต้องบริหารทีมเจอทั้งโปรแกรมถี่ยิบ แชมเปียนส์ลีก ถ้วยในประเทศ และภาระทีมชาติ การมีแข้งที่สลับเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์และฟูลแบ็ก ช่วยลดความเสี่ยงเวลาทีมเจอวิกฤตตัวเจ็บ พร้อมเปิดโอกาสให้ปรับแท็กติกระหว่างเกมได้ยืดหยุ่น
สำหรับแฟนบอล นี่คือภาพสะท้อนว่าบางครั้ง “ตัวสำรอง” หรือ “แข้งหมุนเวียน” อาจมีมูลค่าต่อทีมมากกว่าที่ตาเห็น เพราะพวกเขาคือคนที่ทำให้ระบบไม่พังในวันที่ตัวหลักหายไป และหากรักษาความฟิต บวกความมั่นใจไว้ได้ การไต่ขึ้นไปเป็นตัวจริงอย่างถาวรไม่ใช่เรื่องเกินเอื้อมเลย
มุมมอง บ้านกีฬา: คุณค่าที่หงส์ควรรักษาไว้ให้แน่น
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้ภาพของ โกเมซ ชัดเจนขึ้น เขาไม่ใช่แค่ “ยางอะไหล่” ที่พร้อมลงมาแก้ขัดในยามจำเป็นอีกต่อไป แต่พิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพครบถ้วนทั้งเกมรับ การออกบอล ประสบการณ์ในระดับสูง และความเข้าใจเกมของทีมแบบลึกซึ้ง
หากจัดการเรื่องสภาพร่างกายได้ดี ลดโอกาสเจ็บซ้ำ และได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นในตำแหน่งถนัดอย่างต่อเนื่อง เขามีทุกอย่างเพียงพอที่จะยกระดับตัวเองขึ้นไปเป็นตัวเลือกแรกในแนวรับของสโมสร มากกว่าการยืนรอชื่อบนม้านั่งสำรองในฐานะแค่ผู้เล่นหมุนเวียน
สำหรับแฟนหงส์ นี่คือเวลาที่ควรมองเห็นคุณค่าของแนวรับเบอร์นี้ให้มากขึ้น เพราะในวันที่ทีมต้องการคนยืนตรงกลางระหว่างความเสี่ยงกับความมั่นคง ชื่อของ โจ โกเมซ คือหนึ่งในคำตอบที่สำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย และแฟนบอลสามารถติดตามพัฒนาการ ฟอร์มการเล่น และประเด็นร้อนในโลกลูกหนังแบบจัดเต็มได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา ตลอดทั้งฤดูกาล

