
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง อาร์เซนอล 2-3 แมนยูไนเต็ด วันนี้ 25/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกพรีเมียร์ลีกที่เอมิเรตส์คืนนี้คือบอลคุณภาพแท้ๆ ระหว่างจ่าฝูง อาร์เซนอล เปิดบ้านรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมใหญ่ที่แฟนบอลเช็กผลจาก ผลบอลสด และรายงานจาก บ้านผลบอล กันตาไม่กระพริบ เพราะมีทั้งลูกตึง ๆ เกมเร็ว ดราม่าท้ายเกม และประตูสวยๆ ครบทุกอารมณ์ จบ 90 นาทีเป็นปีศาจแดงที่บุกมาคว้าชัย 3-2 แบบทำเอาแฟนปืนช็อกทั้งสนาม
⚽️ ครึ่งแรก – ปืนขึ้นก่อนแต่โดนตีเสมอทันควัน
เสียงนกหวีดเริ่มเกม อาร์เซนอลเปิดหน้าไล่บีบตั้งแต่ต้น ครองบอลแน่น กดแมนยูให้อยู่ในแดนตัวเองหลายช่วง นาที 7 เดแคลน ไรซ์ ลองส่องไกลเรียกเสียงฮือฮา ก่อนที่ปืนใหญ่จะได้เตะมุมต่อเนื่องจากความกดดันของแนวรุกทั้ง กาเบรียล เชซุส, เลอันโดร ทรอสซาร์ และ บูกาโย ซากา
โอกาสทองแรกมาหน้าเขตโทษเมื่อ มาร์ติน ซูบิเมนดี โหม่งจ่อ ๆ แต่ เซนเน ลัมเมนส์ ยังโชว์ซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ จนถึงนาที 29 ความพยายามของเจ้าบ้านส่งผล เมื่อการบุกฝั่งซ้ายทำให้แนวรับแมนยูสกัดพลาด ลิซานโดร มาร์ติเนซ แตะบอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 จากลูกทำเข้าประตูตัวเองแบบแฟนทีมเยือนมีมึน
แต่ดีใจได้ไม่นาน นาที 37 ปีศาจแดงใช้โอกาสไม่เปลือง เกมโต้กลับเร็วพาบอลขึ้นหน้า ก่อนจบด้วยการจบสกอร์คมกริบของ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ยิงจ่อกลางเขตโทษตีเสมอเป็น 1-1 สกอร์กลับมาเท่ากัน และกลายเป็นจุดเปลี่ยนความมั่นใจของทีมเยือน ช่วงท้ายครึ่งแรกแมนยูเริ่มตั้งเกมได้มากขึ้น มีจังหวะยิงไกลจาก บรูโน แฟร์นันด์ส แต่ยังไม่ตรงกรอบ จบ 45 นาทีแรกเสมอกัน 1-1 เกมเปิด แลกหมัดดุดันสมศักดิ์ศรีบิ๊กแมตช์
🔥 ครึ่งหลัง – คุนญ่าลุกจากม้านั่งมาปิดบัญชีสุดโหด
ครึ่งหลังเริ่มมา แมนยูเปิดเกมรุกใส่ทันที เอ็มเบอโม่ ได้ซัดตั้งแต่ต้นแต่บอลหลุดเสา อย่างไรก็ดี นาที 50 ทีมเยือนแซงนำสุดสวยจากลูกยิงไกลของ แพทริค ดอร์กู ที่ตะบันนอกกรอบเสียบมุมล่างแบบไร้ที่ติ จากการปั้นเกมและจ่ายสวยๆ ของ บรูโน แฟร์นันด์ส กลายเป็น 1-2 และทำให้บรรยากาศในสนามพลิกทันที
อาร์เซนอลเริ่มลน แต่ยังเดินหน้าบุกต่อเนื่อง ทว่าเกมรุกเริ่มตัน มิเกล อาร์เตตา เลยแก้เกมชุดใหญ่ นาที 58 เปลี่ยนทีเดียว 4 คนส่ง เบน ไวท์, มิเกล เมริโน่, เอเบเรชี เอเซ และ วิกเตอร์ เยอเคเรส ลงมากระตุ้นเกม ริมเส้นด้านขวาใช้ โนนี มาดูเอเก้ เติมสปีดในเวลาต่อมา
ฝั่งแมนยูไม่ยอมน้อยหน้า นาที 69 ส่ง มาเธอุส คุนญ่า ลงมาแทน เอ็มเบอโม่ เพื่อเพิ่มความสดในแดนหน้า และการเปลี่ยนตัวครั้งนี้คือหมากเด็ดของ ไมเคิล คาร์ริค
แม้ อาร์เซนอล จะเจอใบเหลืองของ เดแคลน ไรซ์ นาที 64 แต่ปืนใหญ่ยังลุยหนักจนมาได้ประตูตีเสมอ 2-2 ในนาที 84 จากลูกเตะมุมที่แนวรับแมนยูเคลียร์ไม่ขาด บอลมาเข้าทาง มิเกล เมริโน่ ยิงระยะเผาขนไม่เหลือ เสียงเฮกระหึ่มเอมิเรตส์เหมือนเกมจะไหลกลับเข้าหาเจ้าบ้านอีกครั้ง
ทว่าดราม่าของจริงมาในช่วงท้าย นาที 87 ค็อบบี้ เมนู ลากบอลฝ่ากลางสนามก่อนไหลออกให้ มาเธอุส คุนญ่า แต่งหนึ่งจังหวะแล้วกดด้วยขวานอกกรอบพุ่งเสียบมุมขวาล่างอย่างเฉียบขาด กลายเป็นประตู 2-3 ที่เงียบเอมิเรตส์ทั้งสนาม ขณะที่แฟนแมนยูเฮกันลั่น
ช่วงทดเวลา 7 นาที อาร์เซนอลระดมบุกสุดกำลัง มีทั้งลูกโยน ลุ้นจาก เอเซ กับ เยอเคเรส แต่โดนแนวรับปีศาจแดงบล็อกหมด แถม เอเซ มาโดนใบเหลืองช่วงท้าย เวลาที่เหลือทำอะไรไม่ได้ จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกชนะอาร์เซนอล 3-2 แบบสุดระทึก

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
🔴 อาร์เซนอล
แผน 4-3-3
- ผู้รักษาประตู: ดาบิด รายา (5.1)
- กองหลัง: เยอร์เรียน ทิมเบอร์ (แบ็กขวา, 5.8), วิลเลียม ซาลิบา (เซ็นเตอร์, 5.9), กาเบรียล มากัลเญส (เซ็นเตอร์, 6.1), ปีเอโร่ ฮินกาเปีย (แบ็กซ้าย, 6.2)
- กองกลาง: เดแคลน ไรซ์ (โฮลดิ้งมิดฟิลด์, 7.4), มาร์ติน ซูบิเมนดี (บ็อกซ์ทูบ็อกซ์, 6.1), มาร์ติน โอเดการ์ด (เพลย์เมกเกอร์, กัปตันทีม, 6.2)
- กองหน้า: บูกาโย ซากา (ปีกขวา, 7.7), กาเบรียล เชซุส (หน้าเป้า, 6.4), เลอันโดร ทรอสซาร์ (ปีกซ้าย, 6.5)
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- เบน ไวท์ (6.4) แทน ฮินกาเปีย นาที 58
- มิเกล เมริโน่ (7.5) แทน โอเดการ์ด นาที 58 และทำหนึ่งประตูสำคัญ
- เอเบเรชี เอเซ (6.4) แทน ซูบิเมนดี นาที 58
- วิกเตอร์ เยอเคเรส (6.3) แทน เชซุส นาที 58
- โนนี มาดูเอเก้ (6.5) แทน ทรอสซาร์ นาที 75
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เกปา อาร์ริซาบาลากา, คริสเตียน มอสเกวรา, ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี, กาเบรียล มาร์ติเนลลี
⚫️ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แผน 4-2-3-1
- ผู้รักษาประตู: เซนเน ลัมเมนส์ (6.7)
- กองหลัง: ดิโอโก ดาโลต์ (แบ็กขวา, 6.2), แฮร์รี แม็กไกวร์ (เซ็นเตอร์, 6.7), ลิซานโดร มาร์ติเนซ (เซ็นเตอร์, 6.7), ลุค ชอว์ (แบ็กซ้าย, 6.3), แพทริค ดอร์กู (ดันยืนสูงริมเส้นซ้าย, 7.3)
- กองกลางตัวรับ: คาเซมิโร่ (7.0), ค็อบบี้ เมนู (6.3)
- ตัวรุกสามประสาน: อาหมัด ดิยัลโล่ (ริมเส้นขวา, 6.5), บรูโน แฟร์นันด์ส (เพลย์เมกเกอร์, กัปตันทีม, 6.2), แพทริค ดอร์กู ดรอปลงเชื่อมเกมฝั่งซ้ายสลับกับ ลุค ชอว์
- หน้าเป้า: ไบรอัน เอ็มเบอโม่ (7.6)
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- มาเธอุส คุนญ่า (8.1) แทน เอ็มเบอโม่ นาที 69 และยิงหนึ่งประตูชัยสุดสวย
- เบนจามิน เชสโก้ (6.5) แทน ดอร์กู นาที 81
- นุสแซร์ มาซราอุย (6.7) แทน ดิยัลโล่ นาที 88
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: อัลไต บาอินเดียร์, เอย์เดน เฮฟเวน, ไทเรลล์ มาลาเซีย, เลนี โยโร, มานูเอล อูการ์เต, เมสัน เมาท์
ผู้เล่นบาดเจ็บ/ไม่พร้อม
- อาร์เซนอล: แม็กซ์ ดาวแมน, ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี
- แมนฯ ยูไนเต็ด: มัทไธส์ เดอ ลิกต์, โจชัว เซียร์คซี (เช็กฟิต), โทบี้ คอลเยอร์ (เช็กฟิต)
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เกมนี้คือบทเรียนสำคัญของอาร์เซนอลในแง่ของบาลานซ์เกมรุกและเกมรับ แม้รูปเกมโดยรวมจะเหนือกว่า ครองบอลมากกว่า แต่จังหวะเคาน์เตอร์ของแมนยูจัดจ้านกว่าชัดเจน หากมองมุมของการ วิเคราะห์บอล แผน 4-3-3 ของปืนใหญ่เน้นคุมกลางด้วย ไรซ์ – ซูบิเมนดี – โอเดการ์ด พยายามต่อบอลเจาะช่องระหว่างไลน์รับของแมนยู แล้วใช้ความเร็วของ ซากา กับ ทรอสซาร์ ฉีกออกริมเส้นเพื่อเปิดเข้าเขตโทษให้ เชซุส ทว่าเมื่อเข้าพื้นที่อันตราย การจบสกอร์ยังไม่คมพอ โดนบล็อกและเซฟอยู่หลายครั้ง
ด้านเกมรับ อาร์เซนอลดันไลน์สูง หวังบีบให้แมนยูเล่นลำบาก แต่พอเสียบอลกลางสนามมักโดนสวนกลับเร็ว บริเวณหลังมิดฟิลด์ตัวรับไปถึงคู่เซ็นเตอร์เปิดพื้นที่ให้ เอ็มเบอโม่ กับ ดอร์กู สปีดใส่เต็ม ๆ ลูกตีเสมอ 1-1 และจังหวะโดนสวนเปิดหน้าในครึ่งหลังคือภาพชัดเจนว่าปืนใหญ่เสียสมดุล เมื่อเกมรุกไม่คมแต่ดันเต็มกำลัง การยืนระยะ 90 นาทีเลยมีรูรั่วให้โดนลงโทษ
ฝั่งแมนยู แผน 4-2-3-1 ของคาร์ริควางหมากชัดเจน เน้นตั้งรับเป็นบล็อกลึกสองชั้น คาเซมิโร่ กับ เมนู ปิดหน้าเซ็นเตอร์ ปล่อยให้ฝั่งปืนใหญ่เล่นนอกกรอบ แต่พอแย่งบอลได้จะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกทันที โดยใช้ บรูโน เป็นตัวจุดชนวน สลับจ่ายออกปีกให้ ดิยัลโล่ และ ดอร์กู หรือให้ เอ็มเบอโม่ ลากเข้าเขตโทษตรง ๆ ลูกแซงนำ 1-2 และลูกยิงปิดจ๊อบของ คุนญ่า มาจากรูปแบบเดียวกันคือแย่งกลางสนามได้แล้วทะลวงแนวรับที่ยืนสูงเกินไป
ช่วงท้ายเกมแมนยูถอยลงไปเล่น 4-5-1 เมื่อ คุนญ่า ลงมา เน้นปิดพื้นที่หน้าเขตโทษและรอสวนกลับเพิ่ม หน้าที่เคลียร์บอลตกเป็นของ แม็กไกวร์ กับ มาร์ติเนซ ที่แม้จะมีจังหวะพลาดจนเสียประตูแรกจาก OG แต่หลังจากนั้นกู้ฟอร์มด้วยการโหม่งเคลียร์และบล็อกช็อตสำคัญหลายครั้ง ทำให้ปีศาจแดงเก็บสามแต้มออกมาจากเอมิเรตส์ได้อย่างเด็ดขาด

📊 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมบอกชัดว่าอาร์เซนอลคือฝ่ายคุมเกม ปืนใหญ่ยิงรวม 15 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง ขณะที่แมนยูยิง 10 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง การครองบอลเจ้าถิ่นมากถึง 57% ต่อ 43% พร้อมผ่านบอล 398 ครั้ง ความแม่นยำ 87% ส่วนทีมเยือนผ่านบอล 355 ครั้ง ความแม่นยำ 79% แม้ตัวเลขจะเทไปทางอาร์เซนอล แต่จังหวะจบคม ๆ และคุณภาพของการสวนกลับเป็นของแมนยูเต็ม ๆ เกมนี้มีฟาวล์ค่อนข้างดุเดือด อาร์เซนอลทำฟาวล์ 11 ครั้ง แมนยู 9 ครั้ง ใบเหลืองเป็นของเจ้าบ้าน 2 ใบจาก เดแคลน ไรซ์ และ เอเบเรชี เอเซ ขณะที่ทีมเยือนไม่โดนใบเหลืองเลย อาร์เซนอลล้ำหน้า 3 ครั้ง ส่วนแมนยูไม่มีเลย ลูกเตะมุมเป็นของปืนใหญ่ถึง 9 ครั้ง เทียบกับแมนยูที่ได้เพียง 2 ครั้ง แต่กลับเป็นทีมเยือนที่ใช้โอกาสน้อยกว่าเก็บชัยออกไป
⏱️ เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที
- ⚽ 29′ อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ทำเข้าประตูตัวเอง
- ⚽ 37′ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตีเสมอ 1-1 จาก ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ยิงจ่อกลางเขตโทษ
- ⚽ 50′ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแซงนำ 1-2 แพทริค ดอร์กู ซัดไกลนอกกรอบเสียบมุม จากการแอสซิสต์ของ บรูโน แฟร์นันด์ส
- 🔁 58′ อาร์เซนอลเปลี่ยนรวดเดียว 4 คน เบน ไวท์, มิเกล เมริโน่, เอเบเรชี เอเซ, วิกเตอร์ เยอเคเรส ลงแทน ฮินกาเปีย, โอเดการ์ด, ซูบิเมนดี, เชซุส
- 🟨 64′ เดแคลน ไรซ์ รับใบเหลืองจากจังหวะตัดเกมกลางสนาม
- 🔁 69′ แมนฯ ยูไนเต็ดส่ง มาเธอุส คุนญ่า ลงแทน ไบรอัน เอ็มเบอโม่ เพื่อเพิ่มความสดในแดนหน้า
- 🔁 75′ อาร์เซนอลส่ง โนนี มาดูเอเก้ ลงแทน เลอันโดร ทรอสซาร์
- ⚽ 84′ อาร์เซนอลตีเสมอ 2-2 จากลูกเตะมุมบอลเด้งมาเข้าทาง มิเกล เมริโน่ ยิงระยะเผาขนไม่เหลือ
- ⚽ 87′ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขึ้นนำ 2-3 ค็อบบี้ เมนู จ่ายให้ มาเธอุส คุนญ่า กดไกลเสียบมุมขวาล่างงามหยด
- 🔁 81′ แมนยูเปลี่ยนเอา เบนจามิน เชสโก้ ลงแทน แพทริค ดอร์กู หลังเจ็บเล็กน้อย
- 🔁 88′ นุสแซร์ มาซราอุย ลงแทน อาหมัด ดิยัลโล่ เสริมความเหนียวริมเส้นช่วงท้าย
- 🕒 90+7′ ทดเวลาบาดเจ็บรวม 7 นาที อาร์เซนอลบุกหนักแต่เจาะไม่เข้า
- 🟨 90+1′ เอเบเรชี เอเซ โดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ในแดนกลาง
เหตุการณ์ยิบย่อยอื่นในเกมยังมีทั้งจังหวะยิงไกลของ ไรซ์, เมริโน่, บรูโน รวมถึงโอกาสโหม่งของ เยอเคเรส กับ ซากา ที่ได้ลุ้น แต่ทั้งหมดถูกลัมเมนส์และแนวรับแมนยูช่วยกันปิดประตูชัยไว้จนจบเกม
⭐ Player of the Match – มาเธอุส คุนญ่า
แข้งที่สมควรได้คำชมสูงสุดคือ มาเธอุส คุนญ่า ซูเปอร์ซับที่ถูกส่งลงมาในนาที 69 และเปลี่ยนรูปเกมทันที การเคลื่อนที่ไล่บี้แนวรับอาร์เซนอล ทำให้คู่เซ็นเตอร์เล่นไม่ง่าย คุนญ่าลงมาช่วยเชื่อมบอลกับ เมนู และ บรูโน ได้ดี คอยถ่างออกไปริมเส้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้แผงกลางสอดขึ้นมา
ไฮไลต์แน่นอนคือประตูชัยนาที 87 ที่เจ้าตัวรับบอลจาก เมนู ก่อนแต่งหนึ่งจังหวะแล้วกดไกลนอกกรอบ บอลพุ่งเสียบมุมแบบ รายา หมดสิทธิ์เซฟ ลูกนี้ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและคุณภาพระดับหัวแถวของพรีเมียร์ลีก คูนญ่าจึงได้เรตติ้งสูงสุดในสนาม 8.1 และพาแมนยูคว้าชัยใหญ่กลับบ้านอย่างสง่างาม

🪜 สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 38 คะแนนจาก 23 นัด ขยับยึดอันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์ลีกแน่นขึ้น ทิ้งห่างกลุ่มลุ้นโควตายุโรปอย่าง เชลซี, ลิเวอร์พูล, ฟูแล่ม, เบรนท์ฟอร์ด และ นิวคาสเซิล ที่ตามมาข้างหลังเพียงไม่กี่แต้ม กลายเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าปีศาจแดงของคาร์ริคยังอยู่ในเส้นทางลุ้นท็อปโฟร์เต็มตัว
ฝั่ง อาร์เซนอล แม้จะแพ้ในบ้านแต่ยังคงรั้งจ่าฝูงด้วย 50 คะแนนจาก 23 เกม นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แอสตัน วิลลา ที่มี 46 คะแนนเท่ากันอยู่ 4 แต้ม แต่ช่องว่างเริ่มถูกบีบ ขณะที่ฟอร์มช่วงหลังของทีมอันดับ 2-3 ถือว่าน่ากลัว เกมถัดไปของปืนใหญ่จึงสำคัญมาก เพราะถ้าแต้มหล่นอีกอาจโดนบีบเหลือหายใจไม่ทั่วท้องในโค้งสำคัญของฤดูกาล
📅 ตารางบอลพรีเมียร์ลีกนัดถัดไป
มองไปที่ โปรแกรมบอล นัดต่อไป อาร์เซนอลมีภารกิจในยุโรปก่อน เปิดบ้านรับ ไครัต ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จากนั้นจะกลับมาบู๊พรีเมียร์ลีกด้วยการบุกเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 31 มกราคม เวลา 22.00 น. ซึ่งถือเป็นเกมที่ห้ามพลาดแต้ม เพราะคู่แข่งล่างตารางมักเล่นถวายหัวยามเจอจ่าฝูง
ด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะกลับไปเล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ดพบ ฟูแล่ม วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เวลา 21.00 น. ก่อนจะจัดหนักเกมใหญ่รับมือ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ เวลา 19.30 น. สองนัดนี้คือบททดสอบว่าฟอร์มแรงจากชัยชนะเหนืออาร์เซนอลจะต่อยอดได้มากแค่ไหน หากเก็บชัยต่อเนื่องได้ ปีศาจแดงมีสิทธิ์ไต่กดดันหัวตารางทันที
📣 ติดตามบ้านผลบอลได้ที่บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากเกาะทุกจังหวะของพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่สรุปเกมใหญ่แบบจัดเต็ม ไปจนถึงสถิติหลังเกมลึกๆ สามารถตามอัปเดต บ้านผลบอล ผลการแข่งขัน โปรแกรมล่วงหน้า และมุมมองสไตล์ดุดันแบบนี้ได้ที่ บ้านกีฬา เราพร้อมรายงานทุกค่ำคืนลูกหนังให้คุณไม่ตกข่าวและไม่ตกเทรนด์ฟุตบอลโลก

