ซานญ่ามั่นใจ ถึงเวลาของเอ็มบัปเป้บนเวทีบัลลงดอร์
บาการี่ ซานญ่า อดีตแบ็กขวาทีมชาติ ฝรั่งเศส ออกโรงแสดงความเชื่อมั่นแบบไม่มีกั๊กว่า ถึงเวลาแล้วที่ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ จะขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของโลกฟุตบอล คว้ารางวัล บัลลงดอร์ 2026 มาครอง หลังโชว์ฟอร์มระเบิดสกอร์ต่อเนื่องให้ต้นสังกัดใหม่อย่าง เรอัล มาดริด พร้อมได้แรงหนุนทั้งจากผลงานในถ้วยใหญ่ยุโรปและทีมชาติ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เอ็มบัปเป้ถูกมองว่าเป็น “ว่าที่เจ้าของบัลลงดอร์” มายาวนาน แต่ยังไม่อาจแตะโทรฟี่ส่วนตัวอันทรงเกียรตินี้ได้ แม้จะสร้างชื่อกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก่อนย้ายมาล่าความสำเร็จในสเปนกับทีมดังแห่งลาลีกาอย่างราชันชุดขาวก็ตาม
ฟอร์มเดือดกับราชันชุดขาว ดันโอกาสเถลิงรางวัล
ซีซั่นล่าสุดคือคำตอบว่าทำไมกระแสของเอ็มบัปเป้ถึงแรงสุดขีด หัวหอกเลือดเฟร้นช์วัย 27 ปีซัดประตูไปแล้ว 34 ลูกจาก 28 นัด ให้กับทัพ เรอัล มาดริด ตัวเลขที่สะท้อนชัดว่าเขาคือจุดศูนย์กลางเกมรุกและเป็นตัวชี้ชะตาผลการแข่งขันแทบทุกแมตช์
ผลงานดุดันแบบนี้ทำให้ซานญ่าเชื่อว่าทุกอย่าง “เข้าทาง” กองหน้าหมายเลขหนึ่งของแดนน้ำหอม ทั้งสถิติการยิงประตู ฟอร์มในเกมใหญ่ ความต่อเนื่อง และบทบาทในสนามที่ไม่ใช่แค่จบสกอร์ แต่ยังเป็นผู้นำเกมบุกให้เพื่อนร่วมทีม
เขาจะได้รางวัล ผมคิดว่ามันเป็นซีซั่นที่เหมาะสมสำหรับเขาต่อการได้รางวัลในปีนี้ ซานญ่า เอ่ยเมื่อ 26 ม.ค.
ปัจจัยหนุนจาก แชมเปี้ยนส์ ลีก และทีมชาติฝรั่งเศส
ซานญ่าไม่ได้มองแค่ตัวเลขประตูเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงทัวร์นาเมนต์ใหญ่ทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ โดยมองว่า หากเอ็มบัปเป้พาทีมประสบความสำเร็จในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก และทำผลงานโดดเด่นกับ ทีมชาติฝรั่งเศส ในศึกใหญ่ระดับโลก โอกาสซิวบัลลงดอร์แทบจะเปิดกว้างสุดๆ
ผมคิดว่า ฟุตบอลโลก จะเป็นไปด้วยดีกับทีมชาติ ฝรั่งเศส ผมคิดว่าเขาจะมีผลงานที่ดีใน แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ เรอัล มาดริด ในแง่ผลงานส่วนตัว เขานำหน้าหลายคนแล้วเพราะเขามีฟอร์มที่ดี และโดดเด่น
สำหรับรางวัลบัลลงดอร์แล้ว “ภาพรวมทั้งปี” คือหัวใจสำคัญ ไม่ใช่แค่สถิติในลีก แต่ต้องมีไฮไลต์ระดับทัวร์นาเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นการพาทีมทะลุเข้าชิงหรือคว้าแชมป์ หากเอ็มบัปเป้แบกทั้งสโมสรและชาติได้ตามที่คาด เขาย่อมกลายเป็นตัวเต็งแบบไร้ข้อกังขา
หากเขาไม่มีผลงานที่เลวร้ายจนเกินไปใน ฟุตบอลโลก ผมคิดว่าเขาจะได้ บัลลงดอร์ ในปีนี้
มุมมองเชิงลึก: บัลลงดอร์กับจุดเปลี่ยนสถานะ “ราชาใหม่ลูกหนัง”
ในเชิงภาพลักษณ์และประวัติศาสตร์ฟุตบอล รางวัล บัลลงดอร์ เปรียบเสมือนตราประทับว่าใครคือ “เบอร์หนึ่งของโลก” ในยุคนั้นๆ ผู้เล่นระดับตำนานมากมายถูกจดจำผ่านจำนวนบัลลงดอร์ที่ครอบครอง และสำหรับเอ็มบัปเป้ การได้รางวัลครั้งนี้จะไม่ใช่แค่เกียรติยศส่วนตัว แต่คือการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาคือทายาทบัลลังก์ต่อจากรุ่นของเมสซี่และโรนัลโด้
อีกจุดที่น่าจับตามองคือ มาดริดคือสโมสรที่มีสายสัมพันธ์ยาวนานกับบัลลงดอร์ นักเตะพระกาฬจำนวนมากเคยใช้เวทีซานติอาโก้ เบร์นาเบวเป็นเวทีแจ้งเกิดและตอกย้ำความยิ่งใหญ่ หากเอ็มบัปเป้เดินตามรอยได้สำเร็จ เขาจะยิ่งถูกยกให้เป็นศูนย์กลางโปรเจ็กต์สร้าง “ราชันยุคใหม่” แบบเต็มตัว
แฟนบอลควรรู้อะไรเมื่อลุ้นบัลลงดอร์ของเอ็มบัปเป้
สำหรับแฟนบอลที่ตามลุ้นรางวัลนี้ทุกปี สิ่งที่ควรโฟกัสไม่ใช่แค่จำนวนประตู แต่รวมถึงผลงานในเกมใหญ่ ความต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาล ผลงานในทัวร์นาเมนต์ระดับชาติอย่าง ฟุตบอลโลก หรือทัวร์นาเมนต์สำคัญอื่นๆ รวมถึงอิทธิพลในห้องแต่งตัวและความเป็นผู้นำในสนาม เพราะทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่สื่อและผู้ลงคะแนนมักหยิบมาพิจารณาอยู่เสมอ
การติดตามฟอร์มของเอ็มบัปเป้ในแมตช์สำคัญ ทั้งรอบน็อกเอาต์ของแชมเปี้ยนส์ ลีก และเกมใหญ่ระดับชาติ จะช่วยให้แฟนบอลประเมินได้ชัดเจนขึ้นว่าเขาสมควรกับบัลลงดอร์มากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ดูแค่ “ไฮไลต์สวยๆ” หรือประตูถล่มคู่แข่งที่เป็นทีมเล็กเท่านั้น
ลุ้นปีทองของเอ็มบัปเป้ไปพร้อมแฟนบอลทั่วโลก
เมื่อมองจากทุกมุม ทั้งฟอร์มร้อนแรงกับราชันชุดขาว สถานะสตาร์เบอร์หนึ่งของ ทีมชาติฝรั่งเศส และความคาดหวังบนเวทีใหญ่ ทำให้ปี 2026 ถูกพูดถึงในฐานะ “ปีชี้ชะตา” ของเอ็มบัปเป้ หากเขารักษาฟอร์มได้ต่อเนื่องและไม่สะดุดในช่วงสำคัญตามที่ซานญ่ามองไว้ บัลลงดอร์อาจไม่ใช่แค่ความฝัน แต่คือความจริงที่กำลังจะมาถึง
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ทั้งข่าวร้อน เรื่องจัดอันดับรางวัลใหญ่ และวิเคราะห์มุมมองเชิงลึก อย่าลืมติดตามอัปเดตมันส์ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

