
จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง อาร์เซนอล 3-2 ไครัต วันนี้ 29/1/69 – บ้านกีฬา
ค่ำคืนนี้ในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แฟนบอลที่เปิดดูสกอร์แบบ ผลบอลสด มีเสียวไปตามๆ กัน เมื่ออาร์เซนอลของมิเกล อาร์เตต้า เปิดบ้านเบียดเอาชนะไครัต 3-2 ทั้งที่เคยนำห่างถึง 3-1 แต่ดันปล่อยให้ทีมเยือนฮึดไล่กดคืนจนต้องลุ้นกันถึงวินาทีสุดท้าย ก่อนจะเก็บสามแต้มสำคัญรักษาจ่าฝูงกลุ่มต่อไป
⏱️ ครึ่งแรก: ปืนใหญ่เครื่องร้อนไว ยิงสามเม็ดนำสบาย
เสียงนกหวีดเริ่มเกมยังไม่ทันจบลมหายใจแรก อาร์เซนอลก็โชว์ความดุเปิดเกมรุกใส่ทันที นาทีแรกได้ฟรีคิกหน้ากรอบ กดดันแนวรับไครัตตั้งแต่ยังไม่ครบสองนาที
นาทีที่ 2 วิกตอร์ เยอเกเรส วิ่งสอดเข้ากรอบเขตโทษ รับบอลแทงทะลุช่องจากไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนซัดจ่อๆ ไม่เหลือ ปืนใหญ่ออกนำ 1-0 แบบแฟนทีมเยือนยังนั่งไม่ทันอุ่น
แต่ไครัตไม่ถอดใจ นาทีที่ 3 ได้จุดโทษจากจังหวะฟาวล์ในเขตโทษ เกมต้องหยุดรอ VAR ยืนยันในนาทีที่ 5 สุดท้ายผู้ตัดสินชี้จุดโทษให้ทีมเยือนเต็มๆ และเป็นจอร์จินโญ่ที่รับหน้าที่สังหาร นาทีที่ 7 กดบอลเรียดเสียบมุมล่าง ตีเสมอ 1-1 แบบเงียบทั้งสนาม มีเพียงเสียงกองเชียร์ทีมเยือนที่เฮสนั่น
หลังโดนตีเสมอเกมยิ่งเดือด ใบเหลืองแรกของเกมตกเป็นของริคคาร์โด คาลาฟิออรี ในนาทีที่ 6 จากจังหวะเสียฟาวล์ ก่อนที่ปืนใหญ่จะเร่งเครื่องกลับมาคุมเกม นาทีที่ 9 ได้เตะมุมต่อเนื่อง คาลาฟิออรีลองส่องไกลแต่บอลหลุดกรอบแบบได้ลุ้น
แล้วความเหนือชั้นของฮาแวร์ตซ์ก็แสดงผล นาทีที่ 15 เบน ไวต์เติมเกมขึ้นมาทางขวา ก่อนเปิดตัดแนวรับไปเสาไกล ฮาแวร์ตซ์โฉบมายิงด้วยซ้ายกลางกรอบตุงตาข่าย อาร์เซนอลขึ้นนำ 2-1 และต่อยอดความมั่นใจทันที
กลางครึ่งแรกไครัตพยายามโต้กลับ แต่แนวรับอาร์เซนอลอ่านเกมได้ดี ปิดพื้นที่ไม่ให้ทีมเยือนหลุดเข้าไปลุ้นจบสกอร์ ส่วนเยอเกเรสมีโอกาสอีกครั้งในนาทีที่ 25 แต่ยิงเฉี่ยวเสาออกไป
นาทีที่ 27 นอนี มาดูเอเก ได้สับไกมุมแคบหลังเตะมุมต่อเนื่อง แต่โดนบล็อกออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ทว่าความกดดันก็เปลี่ยนเป็นประตูในช่วงนาทีที่ 36 เมื่อกาเบรียล มาร์ติเนลลี่เก็บบอลในกรอบแล้วซัดจ่อๆ ส่งบอลเข้าไปกองก้นตาข่าย ผู้ตัดสินต้องเช็ก VAR อีกรอบในนาทีที่ 38 ก่อนจะยืนยันให้เป็นประตูอย่างชัดเจน สกอร์ไหลเป็น 3-1
ท้ายครึ่งแรกทั้งสองทีมเริ่มเล่นรัดกุมมากขึ้น เกมแผ่วลงเล็กน้อย ก่อนทดเวลา 3 นาที และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ที่อาร์เซนอลนำไครัต 3-1 ดูเหมือนงานง่าย แต่ใครคิดว่าจบแล้วถือว่าประมาท
🔥 ครึ่งหลัง: ปืนผ่อนคันเร่ง เปิดช่องให้ไครัตไล่บี้
เริ่มครึ่งหลังอาร์เตต้าไม่รอช้า ส่งมาร์ติน โอเดการ์ดลงมาแทนฮาแวร์ตซ์ตั้งแต่นาทีที่ 46 พร้อมเปลี่ยนปีเอโร่ ฮินคาปี ลงยืนแทนคาลาฟิออรี เพื่อเพิ่มสมดุลเกมรับกลางหลัง
ช่วงต้นครึ่งหลังอาร์เซนอลยังครองบอลเหนือกว่า ได้เตะมุมหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ มาดูเอเกมีโอกาสซัดไกลในนาทีที่ 55 แต่ผู้รักษาประตูไครัตยังเซฟไว้ได้
รูปเกมพลิกไปทางทีมเยือนหลังนาทีที่ 59 เมื่อราฟาเอล อูรัซบัคติน แก้เกมส่งวัลเลรี โกรมิโก้และริคาร์ดินโญ่ลงมาเติมแนวรุก ไครัตเริ่มกล้าบุกมากขึ้น ใช้จังหวะสวนกลับกดดันแนวรับปืนใหญ่เป็นระยะ
นาทีที่ 69 ใบเหลืองของฝั่งไครัตมาถึงจอร์จินโญ่จากจังหวะฟาวล์หนักกลางสนาม แต่แทนที่เกมจะสงบ กลับยิ่งเดือดเพราะทีมเยือนเปลี่ยนตัวเพิ่มอีกสองรายในนาทีที่ 70 หวังเร่งสปีดไล่ตามสกอร์
ด้านอาร์เซนอลเองพยายามตอบโต้ ได้ฟรีคิกในแดนรุกนาทีที่ 74 แต่ยังเจาะไม่เข้า จนต้องส่งกาเบรียล เฆซุสกับแบรนโด เบลีย์-โจเซฟ ลงมาแทนเยอเกเรสและมาร์ติเนลลี่ในนาทีที่ 77 เพื่อปิดบัญชีเกมให้ขาด ทว่าจังหวะจบสกอร์กลับไม่เฉียบอย่างที่คิด
ช่วงท้ายเกมต่างฝ่ายต่างเปลี่ยนตัวกันต่อเนื่อง ไครัตลองยิงไกลในนาทีที่ 80 บอลเหินข้ามคานไป ส่วนอาร์เซนอลเหมือนจะยิงเพิ่มได้ในนาทีที่ 88 แต่ประตูของเฆซุสถูก VAR ยกเลิกเพราะจังหวะล้ำหน้าก่อนหน้า ทำให้สกอร์ยังคง 3-1 และเกมยังเปิดอยู่
ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที กลายเป็นฝันร้ายของกองเชียร์ปืนใหญ่ เมื่อไครัตเปิดเกมบุกสุดตัว นาทีที่ 90+4 ริคาร์ดินโญ่เปิดบอลทางขวาเข้าไปในเขตโทษ วัลเลรี โกรมิโก้โฉบขึ้นโหม่งจ่อๆ ตีเสมอไล่มา 3-2 ทำให้ช่วงท้ายเกมต้องลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย แต่สุดท้ายอาร์เซนอลยังประคองสกอร์เอาไว้ได้ เก็บสามแต้มแบบหวิดโดนแบ่งคะแนนคาบ้าน

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🟥 อาร์เซนอล – ระบบ 4-3-3
ผู้รักษาประตู
- เคปา อาร์ริซาบาลาก้า (13) เรตติ้ง 6.3
กองหลัง
- จอห์น โมสเกรา (3) เรตติ้ง 7.2
- ริคคาร์โด คาลาฟิออรี (33) เรตติ้ง 5.9
- เบน ไวต์ (กัปตัน, 4) เรตติ้ง 7.7
- นอนี มาดูเอเก (20) เรตติ้ง 7.5
กองกลาง
- คริสเตียน นอร์การ์ด (16) เรตติ้ง 7.7
- ไค ฮาแวร์ตซ์ (29) เรตติ้ง 8.6 ทำ 1 ประตู 1 แอสซิสต์ ก่อนถูกถอดพัก
- เอเบเรชี่ เอเซ่ (10) เรตติ้ง 7.3
กองหน้า
- มิคาเอล ลูอิส-สเคลลี่ (49) เรตติ้ง 7.4
- วิกตอร์ เยอเกเรส (14) เรตติ้ง 6.6 ยิงประตูเปิดหัว 1-0
- กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (11) เรตติ้ง 7.8 ยิงประตู 3-1
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ปีเอโร่ ฮินคาปี (5) เรตติ้ง 6.7 ลงแทนคาลาฟิออรี น.46
- มาร์ติน โอเดการ์ด (8) เรตติ้ง 6.6 ลงแทนฮาแวร์ตซ์ น.46
- กาเบรียล เฆซุส (9) เรตติ้ง 6.3 ลงแทนเยอเกเรส น.77
- แบรนโด เบลีย์-โจเซฟ (81) เรตติ้ง 6.2 ลงแทนมาร์ติเนลลี่ น.77
- อิเฟ อิบราฮิม (72) ลงแทนนอร์การ์ด น.89
ตัวสำรองไม่ได้ลง
ทอมมี เซ็ตฟอร์ด (35), แจ็ค พอร์เตอร์ (78), มาร์ลี ซัลมอน (89), กาเบรียล มากัลเยส (6), มาร์ติน ซูบีเมนดิ (36), บูกาโย ซาก้า (7), เลอันโดร ทรอสซาร์ (19)
🟨 ไครัต – ระบบ 3-4-3
ผู้รักษาประตู
- ติอัส อนาร์เบคอฟ (77) เรตติ้ง 7.2
กองหลัง
- ลุยซ์ มาตา (3) เรตติ้ง 6.2
- เอเวเกนี โซโรคิน (80) เรตติ้ง 6.2
- อเล็กซานเดอร์ มาร์ติโนวิช (กัปตัน, 14) เรตติ้ง 6.8
วิงแบ็กและกองกลาง
- โชเซ่ คาร์ลอส มอนเตย์โร (7) เรตติ้ง 7.6 ยิงจุดโทษตีเสมอ 1-1
- เอดูอาร์โด ทาปาลอฟ (20) เรตติ้ง 6.8
- ดาน ไกลเซอร์ (18) เรตติ้ง 6.2
- อัลเบิร์ต ซาดิเบคอฟ (6) เรตติ้ง 6.6
- อาเล็กเซย์ มรินสกี (24) เรตติ้ง 6.4
- อาร์เต็ม ชิโรโบคอฟ (25) เรตติ้ง 6.2
กองหน้า
- เอดมิลสัน (26) เรตติ้ง 6.0
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- วัลเลรี โกรมิโก้ (55) เรตติ้ง 7.4 ลงแทนเอดมิลสัน น.59 และโขกประตู 3-2
- ริคาร์ดินโญ่ (99) เรตติ้ง 7.7 ลงแทนทาปาลอฟ น.59 ทำแอสซิสต์ลูกท้ายเกม
- เลฟ เคอร์กิน (5) เรตติ้ง 6.6 ลงแทนมาตา น.70
- ดามีร์ กาซาบูแลต (4) เรตติ้ง 6.7 ลงแทนไกลเซอร์ น.70
- รามาซาน บักดัต (89) เรตติ้ง 6.4 ลงแทนมอนเตย์โร น.79
ตัวสำรองไม่ได้ลง
ดานิล่า บุคห์ (41), เชอร์คาน คัลมูร์ซา (82), จัก สตาโนเยฟ (33)
ผู้เล่นบาดเจ็บและติดโทษแบนสำคัญ
อาร์เซนอลขาดดีแคลน ไรซ์ และมิเกล เมริโน่ ที่ติดโทษแบน รวมถึงแม็กซ์ ดาวแมนที่เจ็บ ส่วนไครัตมีโอลชาส ไบเบกบาดเจ็บรอเช็กฟิต และอาซามัต ทูยักบาเยฟกับดัสตัน ซัตปายฟ์ที่เจ็บยาว
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในมุมมองของบ้านกีฬา เมื่อมองเชิง วิเคราะห์บอล แท็กติกเกมนี้ชัดเจนว่าอาร์เซนอลยังคงเล่นในสไตล์ทีมใหญ่ ครองบอลเหนือกว่ามหาศาลด้วยสัดส่วน 65% ต่อ 35% เน้นต่อบอลสั้นจากแดนหลังขึ้นมาถึงกลางสนาม ผ่านการคุมจังหวะของนอร์การ์ดและฮาแวร์ตซ์ แล้วปล่อยให้เอเซ่กับมาร์ติเนลลี่สร้างสรรค์เกมริมเส้น ผสมการสอดขึ้นทำประตูของเยอเกเรส
การรุกของปืนใหญ่จัดจ้านโดยเฉพาะครึ่งแรก ตัวเลขยิงทั้งหมด 19 ครั้ง เข้ากรอบ 9 ครั้ง แสดงให้เห็นว่ากดคู่แข่งแทบทั้งเกม การขึ้นเกมด้านขวาผ่านเบน ไวต์ กับมาดูเอเก สร้างปัญหาให้แนวรับไครัตตลอด จังหวะประตู 2-1 ก็มาจากการเปิดของไวต์ให้ฮาแวร์ตซ์จบสกอร์อย่างเฉียบขาด ส่วนประตู 3-1 เป็นการประสานงานเร็วระหว่างเยอเกเรสและมาร์ติเนลลี่ที่วิ่งสอดเข้าไปจบ
ด้านเกมรับ อาร์เซนอลยังมีจุดให้ต้องบ้านกีฬาเตือน แม้จะเสียโอกาสให้ไครัตเพียง 4 ครั้งและเข้ากรอบแค่ 2 แต่การเสียฟาวล์ง่ายๆ ในเขตโทษต้นเกม รวมถึงการหลุดสมาธิช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้โดนลงโทษจากลูกโหม่งของโกรมิโก้ หากเจอทีมระดับท็อปที่เฉียบคมกว่านี้ สถานการณ์อาจเลวร้ายกว่าที่เห็น
ฝั่งไครัต เลือกใช้แผน 3-4-3 เน้นรับลึกแล้วสวนกลับ ใช้ความเร็วของทาปาลอฟและชิโรโบคอฟฉีกออกริมเส้น เมื่อได้บอลมักโยนเข้าไปให้เอดมิลสันหรือตัวรุกที่สอดเข้ากรอบ การรับแบบบล็อกกลางแน่นช่วยให้ยื้อเกมได้พอสมควร แต่เมื่อโดนอาร์เซนอลลากบอลหาช่องต่อเนื่อง ข้อมูลการผ่านบอลแสดงว่าไครัตทำได้เพียง 300 ครั้ง และมีการครองบอลเพียง 35% จึงออกบอลจากแดนตัวเองได้ไม่ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การกล้าเปิดหน้าแลกในช่วงท้ายโดยส่งริคาร์ดินโญ่และโกรมิโก้ลงมา ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ดี ทำให้ไครัตแสดงให้เห็นว่าถ้าได้ขึ้นเกมบุกจริงๆ ก็สร้างปัญหาให้แนวรับปืนใหญ่ได้ไม่น้อย

📈 สถิติการแข่งขัน
ภาพรวมตัวเลขบอกชัดว่าอาร์เซนอลเหนือกว่า ไครัตทั้งจำนวนการยิงถึง 19 ต่อ 4 ครั้ง และยิงตรงกรอบ 9 ต่อ 2 ครั้ง แถมครองบอลถึง 65% ต่อ 35% ต่อบอลลื่นไหลด้วยจำนวน 566 ครั้ง ความแม่นยำ 92% ขณะที่ไครัตผ่านบอล 300 ครั้ง ความแม่นยำ 73% ซึ่งสะท้อนความแตกต่างของคุณภาพในเกมรุกอย่างชัดเจน
ในด้านเกมดุเดือด ฟาวล์ทั้งหมดของอาร์เซนอลอยู่ที่ 13 ครั้ง มากกว่าไครัตเล็กน้อยที่ 11 ครั้ง ใบเหลืองแบ่งกันทีมละ 1 ใบ ไม่มีใครถูกไล่ออกจากสนาม อาร์เซนอลถูกจับล้ำหน้าหนึ่งครั้ง ขณะที่ไครัตไม่ล้ำหน้าเลย และที่เด่นที่สุดคือเตะมุม อาร์เซนอลกดไปถึง 11 ครั้ง ส่วนไครัตไม่มีโอกาสเตะมุมแม้แต่ครั้งเดียว แสดงให้เห็นว่าบอลแทบไม่ค่อยไปกดดันหน้าประตูปืนใหญ่เท่าไรนัก
🕰️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาทีที่ 2 วิกตอร์ เยอเกเรสยิงจ่อๆ ในกรอบเขตโทษให้ อาร์เซนอล ขึ้นนำ 1-0 หลังรับบอลทะลุช่องจากไค ฮาแวร์ตซ์
- ⚠️ นาทีที่ 3 ไครัตได้จุดโทษจากจังหวะฟาวล์ในเขตโทษของแนวรับเจ้าบ้าน
- 📺 นาทีที่ 5 ผู้ตัดสินเช็ก VAR และยืนยันให้เป็นจุดโทษของไครัต
- 🟨 นาทีที่ 6 ริคคาร์โด คาลาฟิออรีรับใบเหลืองจากจังหวะทำฟาวล์
- ⚽ นาทีที่ 7 จอร์จินโญ่สังหารจุดโทษตีเสมอให้ไครัต 1-1
- 🎯 นาทีที่ 9 อาร์เซนอลได้เตะมุมต่อเนื่อง คาลาฟิออรีได้ลองยิงไกลแต่หลุดเสา
- 💥 นาทีที่ 12 เกมเริ่มเดือด มีฟาวล์กลางสนามถี่ขึ้นทั้งสองฝั่ง
- ⚽ นาทีที่ 15 ไค ฮาแวร์ตซ์ยิงด้วยซ้ายกลางกรอบหลังได้บอลจากเบน ไวต์ ส่งอาร์เซนอลนำ 2-1
- 🧱 นาทีที่ 20 ไครัตพยายามโต้กลับ แต่แนวรับอาร์เซนอลยังยืนคุมโซนได้ดี
- ❌ นาทีที่ 25 เยอเกเรสได้โอกาสยิงอีกครั้ง แต่บอลหลุดเสาไปอย่างน่าเสียดาย
- 🔁 นาทีที่ 27 มาดูเอเกได้โอกาสยิงมุมแคบจากเตะมุมต่อเนื่อง แต่ถูกบล็อกออกหลัง
- ⚽ นาทีที่ 36 กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ซัดจ่อๆ ในเขตโทษให้อาร์เซนอลหนีเป็น 3-1
- 📺 นาทีที่ 38 VAR เช็กแล้วให้ประตูของมาร์ติเนลลี่อย่างเป็นทางการ
- 🧊 นาทีที่ 41 เกมเริ่มชะลอ ทั้งสองทีมเน้นครองบอลไม่เปิดหน้าแลก
- ⏱️ นาทีที่ 45 ทดเวลาครึ่งแรก 3 นาที ก่อนจบด้วยสกอร์ 3-1
ครึ่งหลัง
- 🔁 นาทีที่ 46 อาร์เซนอลเปลี่ยนตัวส่งมาร์ติน โอเดการ์ดและปีเอโร่ ฮินคาปี ลงสนาม
- ⛑️ นาทีที่ 47 เกมหยุดชั่วคราวจากอาการบาดเจ็บของผู้เล่นไครัต
- 🎯 นาทีที่ 51 อาร์เซนอลได้เตะมุมหลายครั้งแต่ยังทำประตูเพิ่มไม่ได้
- 🚀 นาทีที่ 55 มาดูเอเกลองยิงไกล ผู้รักษาประตูไครัตปัดทิ้งไว้ได้
- 🔁 นาทีที่ 59 ไครัตเปลี่ยนตัวสองราย ส่งวัลเลรี โกรมิโก้และริคาร์ดินโญ่ลงมาลุยเกมรุก
- 🎯 นาทีที่ 61 อาร์เซนอลได้โอกาสโหม่งสองจังหวะติด แต่บอลไม่ตรงกรอบ
- 🟨 นาทีที่ 69 จอร์จินโญ่ของไครัตโดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์หนัก
- 🔁 นาทีที่ 70 ไครัตเปลี่ยนตัวเพิ่มอีกสองราย เพื่อเร่งสปีดเกมไล่ตามสกอร์
- 🎯 นาทีที่ 74 อาร์เซนอลได้ฟรีคิกในแดนรุก แต่ยังเจาะแนวรับทีมเยือนไม่เข้า
- 🔁 นาทีที่ 77 อาร์เซนอลส่งกาเบรียล เฆซุส และแบรนโด เบลีย์-โจเซฟ ลงสนามเพื่อปิดเกม
- 🚀 นาทีที่ 80 ไครัตลองยิงไกลอีกครั้ง แต่บอลเหินข้ามคาน
- ❌ นาทีที่ 82 อาร์เซนอลหลุดล้ำหน้า เสียโอกาสบุกจบสกอร์
- 📺 นาทีที่ 88 ประตูของเฆซุสถูก VAR ยกเลิกเพราะล้ำหน้า
- 🔁 นาทีที่ 89 อาร์เซนอลใช้โควตาสุดท้ายส่งอิเฟ อิบราฮิมลงสนาม
- ⏱️ นาทีที่ 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที เกมยังเปิดแลกกันมันส์
- ⚽ นาทีที่ 90+4 วัลเลรี โกรมิโก้โหม่งจ่อๆ จากลูกครอสของริคาร์ดินโญ่ ไล่ไครัตมาเป็น 3-2 ก่อนจบเกมด้วยชัยชนะของอาร์เซนอลแบบหืดจับ
🏅 Player of the match – Kai Havertz
บ้านกีฬาให้คำเดียวว่า “แบก” สำหรับไค ฮาแวร์ตซ์ แข้งเยอรมันได้รับเลือกเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกมด้วยเรตติ้งสูงถึง 8.6 จุดเด่นคือการยืนเชื่อมระหว่างแดนกลางกับแดนหน้า ทำเกมรุกได้ลื่นไหลตลอดครึ่งแรก เป็นคนแทงทะลุช่องสวยๆ ให้เยอเกเรสยิงประตูขึ้นนำ จากนั้นยังวิ่งสอดเข้ากรอบรับบอลเปิดของเบน ไวต์ ก่อนซัดประตู 2-1 เองอย่างเฉียบคม
นอกจาก 1 ประตู 1 แอสซิสต์ ฮาแวร์ตซ์ยังช่วยไล่บีบพื้นที่แดนกลาง ทำให้ไครัตออกบอลไม่สะดวก แม้จะถูกถอดพักตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ในสนามคือความแตกต่างของคุณภาพที่ทำให้อาร์เซนอลมีสกอร์นำเผื่อไว้พอให้รอดจากการไล่บี้ช่วงท้ายเกม

📍 สถานการณ์ในตารางคะแนนยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
ชัยชนะนัดนี้ทำให้อาร์เซนอลเก็บเพิ่มเป็น 24 แต้มจาก 8 นัดเต็มๆ ชนะรวด ยิงได้ 23 เสียเพียง 4 ลูก ผลต่างประตูถึง +19 นั่งจ่าฝูงตารางแบบหล่อๆ ทิ้งบาเยิร์น มิวนิค ทีมอันดับสองที่มี 21 แต้ม และลิเวอร์พูลที่ตามมา 20 แต้มอย่างเหนียวแน่น
การเฉือนชนะไครัต 3-2 แม้จะดูสูสีช่วงท้าย แต่ในแง่คะแนนคือการการันตีว่าปืนใหญ่ยังยืนอยู่แถวหน้าของยุโรปในซีซั่นนี้ ส่วนไครัตแม้พ่ายแต่ก็แสดงให้เห็นหัวจิตหัวใจของทีมเล็กที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ยังมีลุ้นเก็บคะแนนเพื่อต่อสู้ในโซนกลางตารางต่อไป
📅 ตารางบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และโปรแกรมถัดไปของอาร์เซนอล
หลังเกมนี้โปรแกรมของอาร์เซนอลไม่ได้ให้พักหายใจมากนัก ตามหน้ากระดาน โปรแกรมบอล ช่วงปลายเดือนยังแน่นเอี้ยด เริ่มจากออกไปเยือนลีดส์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก วันที่ 31 มกราคม เวลา 22.00 น. ซึ่งถือเป็นเกมสำคัญในการรักษาโมเมนตัมในลีก
ถัดจากนั้นแฟนปืนใหญ่ยังต้องลุ้นต่อในถ้วยในประเทศ เมื่อต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของเชลซี ในศึก EFL Cup วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เวลา 03.00 น. สองเกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าขุมกำลังของอาร์เตต้าจะหมุนเวียนนักเตะได้ดีแค่ไหน หลังใช้พลังไปไม่น้อยในเกมกับไครัตคืนนี้
🏠 ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา
ใครที่อยากตามทุกช็อตมันส์ของอาร์เซนอล รวมถึงเกมเดือดแบบนี้ บ้านกีฬาแนะนำให้ตามเช็กสกอร์และข่าวสารสไตล์ บ้านผลบอล ผ่านคอนเทนต์ของเราได้ตลอด ทั้งผลบอลเมื่อคืน ไฮไลต์สำคัญ มุมมองเชิงแท็กติก และเรื่องเล่าหลังเกมแบบจัดเต็ม ใครเป็นสาวกปืนใหญ่หรือแฟนบอลยุโรปตัวจริง ห้ามพลาดเด็ดขาด

