ภาพใหญ่ก่อนระเบิดศึกยุโรป
ค่ำคืนชี้ชะตาศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กำลังจะมาถึง และนี่อาจเป็นคืนที่ถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรป หาก 6 สโมสรจาก พรีเมียร์ลีก อย่าง อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทะลุเข้าสู่ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้ครบทั้ง 6 ทีม จะถือเป็นครั้งแรกที่สโมสรจากชาติเดียวกรูเข้าไปมากมายขนาดนี้ในยุคฟอร์แมตรายการใหม่
ตอนนี้ทั้ง 6 ทีมผู้ดีต่างยังยืนอยู่ในเส้นทาง มีทั้งทีมที่การันตีเข้ารอบเรียบร้อย ทีมที่ต้องปิดจ๊อบให้จบด้วยสามแต้ม และทีมที่แม้จะดูปลอดภัยแต่ยังห้ามพลาดแม้แต่จังหวะเดียว แฟนบอลอังกฤษรวมถึงแฟนบอลชาวไทยจึงจับตาแบบหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะทุกประตู ทุกแต้ม อาจเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ได้ในทันที
สถานการณ์รวม 6 ทีมพรีเมียร์ลีกก่อนเกมสุดท้าย
รอบลีกเฟสกำลังเดินทางถึงนัดสุดท้าย โปรแกรมคืนนี้จึงไม่ใช่แค่เกมธรรมดา แต่มันคือเกม “ตัดเกรด” ว่า พรีเมียร์ลีก จะส่งตัวแทนไปไกลแค่ไหนในเส้นทาง ชปล.
- อาร์เซน่อล คือทีมเดียวที่การันตีเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบสบายๆ แถมจบในกลุ่มท็อปของตารางแน่นอน
- ลิเวอร์พูล อยู่ในโซนดี การันตีเพลย์ออฟแล้ว แต่ถ้าปิดเกมสุดท้ายสวยๆ ก็จะผ่านเข้ารอบอัตโนมัติได้เลย
- สเปอร์ส ลุ้นยึดชะตาชีวิตตัวเอง ถ้าชนะก็จบ ถ้าสะดุดต้องลุ้นผลคู่อื่น
- นิวคาสเซิ่ล กำลังยืนในโซนอัตโนมัติ แต่ต้องไปเยือนแชมป์เก่าอย่าง เปแอสเช เกมนี้คือบทสอบระดับสูงสุด
- เชลซี การันตีเข้ารอบน็อกเอาต์แล้ว แต่ถ้าพลาดเกมสุดท้ายอาจต้องไปลุยเพลย์ออฟ
- แมนฯ ซิตี้ ฟอร์มในยุโรปหลุดไปบ้าง ทำให้หล่นมาถึงอันดับ 11 แต่ยังถือว่าปลอดภัยจากการตกรอบ แค่ต้องยิงให้ขาดเพื่อขยับเข้า Top 8 ให้ได้
ต่อไป บ้านกีฬา พาไล่ดูทีละทีมแบบละเอียด ว่าใครต้องทำอะไรในเกมสุดท้าย และสถานการณ์ของแต่ละทีมเข้มข้นแค่ไหน
อาร์เซน่อล – มาตรฐานแชมป์กลุ่ม ชนะรวดรอเพื่อนผู้ดี
อันดับปัจจุบัน: 1 / 21 คะแนน
อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า แทบจะเล่นในเวที ชปล. ซีซั่นนี้เหมือนกำลังส่งสารไปทั้งยุโรปว่า “เรากลับมาแล้ว” เมื่อเก็บชัยชนะรวดทั้ง 7 นัด กวาด 21 คะแนนเต็ม ทะยานจบในกลุ่มหัวตารางอย่างสง่าผ่าเผย
ผลงาน 7 นัดที่ผ่านมา
- ชนะ แอตเลติก บิลเบา 2-0 (เยือน)
- ชนะ โอลิมเปียกอส 2-0 (เหย้า)
- ชนะ แอตเลติโก มาดริด 4-0 (เหย้า)
- ชนะ สลาเวีย ปราก 3-0 (เยือน)
- ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 3-1 (เหย้า)
- ชนะ คลับ บรูช 3-0 (เยือน)
- ชนะ อินเตอร์ มิลาน 1-0 (เยือน)
เกมสุดท้าย : ไครัต อัลมาตี (เหย้า)
แม้ผลการแข่งขันในนัดสุดท้ายจะไม่มีผลต่อการเข้ารอบหรืออันดับแล้ว แต่อาร์เซน่อลยังมีแรงจูงใจเต็มเปี่ยม ทั้งการรักษาสถิติชนะ 100% ในรอบลีกเฟส และการส่งสัญญาณไปถึงคู่แข่งในรอบลึกๆ ว่ากำแพง “ปืนใหญ่” ชุดนี้ ไม่ได้มาแค่เที่ยวเล่น แต่ตั้งใจจะล่าถ้วยจริงๆ
ลิเวอร์พูล – ภารกิจปิดจ็อบต่อหน้าเดอะ ค็อป
อันดับปัจจุบัน: 4 / 15 คะแนน
ลิเวอร์พูล ทำผลงานในเวทียุโรปได้ตรงตามมาตรฐานทีมลุ้นแชมป์ รั้งอันดับ 4 ของตาราง และการันตีอย่างน้อยการผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟแล้ว เหลือแค่ต้องเคลียร์ภารกิจสุดท้ายเพื่อคว้าตั๋วรอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติให้เรียบร้อย
ผลงาน 7 นัดที่ผ่านมา
- ชนะ แอตเลติโก มาดริด 3-2 (เหย้า)
- แพ้ กาลาตาซาราย 0-1 (เยือน)
- ชนะ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 5-1 (เยือน)
- ชนะ เรอัล มาดริด 1-0 (เหย้า)
- แพ้ พีเอสวี 1-4 (เหย้า)
- ชนะ อินเตอร์ มิลาน 1-0 (เยือน)
- ชนะ มาร์กเซย 3-0 (เยือน)
นัดสุดท้าย : คาราบัค (เหย้า)
โจทย์ชัดเจน หากเก็บสามแต้มในแอนฟิลด์ได้ ลิเวอร์พูลจะทะยานเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายทันทีโดยไม่ต้องสนใจผลคู่อื่น แต่ถ้าพลาดทำได้เพียงเสมอหรือแพ้ สถานการณ์จะเปลี่ยนเป็นต้องลุ้นให้ทีมหลังตารางไม่แซงหลุดโซน Top 8 ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครในแอนฟิลด์อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ – กุมชะตาไว้เอง เกมเยือนชี้เป็นชี้ตาย
อันดับปัจจุบัน: 5 / 14 คะแนน
ผลงานของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในรอบลีกเฟสถือว่าเกินคาด ไม่ได้มาแบบตัวประกอบ แต่มาในฐานะทีมที่พร้อมชนทุกสโมสรใหญ่ รั้งอันดับ 5 และถือไพ่ในมือของตัวเองก่อนเกมสุดท้าย
ผลงาน 7 นัดที่ผ่านมา
- ชนะ บียาร์เรอัล 1-0 (เหย้า)
- เสมอ โบโด กลิมท์ 2-2 (เยือน)
- เสมอ โมนาโก 0-0 (เยือน)
- ชนะ โคเปนเฮเก้น 4-0 (เหย้า)
- แพ้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 3-5 (เยือน)
- ชนะ สลาเวีย ปราก 3-0 (เหย้า)
- ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-0 (เหย้า)
เกมสุดท้าย : ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต (เยือน)
สเปอร์สถือว่ากุมชะตาไว้ในมือตัวเองเต็มๆ หากบุกชนะที่เยอรมนีได้ ก็การันตีติด Top 8 ทันที แต่หากทำได้เพียงเสมอหรือแพ้ จะต้องแอบเหลียวมองผลของทีมคู่แข่งที่จ้องเสียบแซงอันดับ เพราะความแน่นอนในฟุตบอลยุโรป ไม่เคยมีคำว่าปลอดภัยจนกว่าจะสิ้นเสียงนกหวีด
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – สาลิกาดงชนแชมป์เก่าในเกมชี้ทางอนาคต
อันดับปัจจุบัน: 7 / 13 คะแนน
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ขยับตัวเองขึ้นมาอยู่ในโซนเข้ารอบอัตโนมัติได้แบบสวยๆ ก่อนถึงเกมท้าย แต่ดันต้องมาเจอภารกิจโหดระดับ “บอสใหญ่” เมื่อต้องบุกไปเยือนแชมป์เก่า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในเกมที่เดิมพันคือการอยู่หรือหล่นจาก Top 8
ผลงาน 7 นัดที่ผ่านมา
- แพ้ บาร์เซโลน่า 1-2 (เหย้า)
- ชนะ 4-0 (เยือน)
- ชนะ เบนฟิก้า 3-0 (เหย้า)
- ชนะ แอตเลติก บิลเบา 2-0 (เหย้า)
- ชนะ มาร์กเซย 2-1 (เหย้า)
- เสมอ เลเวอร์คูเซ่น 2-2 (เยือน)
- ชนะ พีเอสวี 3-0 (เหย้า)
เกมสุดท้าย : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (เยือน)
เงื่อนไขชัดเจน นิวคาสเซิ่ลต้องการอย่างน้อยหนึ่งแต้มเพื่อรักษาที่นั่งในกลุ่ม Top 8 หากบุกไปแพ้ที่ปารีส โอกาสสูงมากที่พวกเขาจะถูกเบียดตกไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทางเลือกที่แฟนสาลิกาดงอยากเห็น หลังจากทีมลงทุนและยกระดับตัวเองขึ้นมาอย่างหนักในช่วงหลัง
เชลซี – ผ่านน็อกเอาต์แน่ แต่ยังเสี่ยงต้องลุยเพลย์ออฟ
อันดับปัจจุบัน: 8 / 13 คะแนน
เชลซี ยืนอยู่ในอันดับ 8 ของตาราง ซึ่งดีพอจะการันตีตั๋วรอบน็อกเอาต์แล้ว แต่ยังไม่ปลอดภัยหากพูดถึงการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติ เพราะเพียงแค่สะดุดในเกมสุดท้าย ทุกอย่างอาจเปลี่ยนจาก “ลุยน็อกเอาต์” ไปเป็น “ลุยเพลย์ออฟ” ได้ทันที
ผลงาน 7 นัดที่ผ่านมา
- แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-3 (เยือน)
- ชนะ เบนฟิก้า 1-0 (เหย้า)
- ชนะ อาแจ๊กซ์ 5-1 (เหย้า)
- เสมอ คาราบัค 2-2 (เยือน)
- ชนะ บาร์เซโลน่า 3-0 (เหย้า)
- แพ้ อตาลันต้า 1-2 (เยือน)
- ชนะ ปาฟอส 1-0 (เหย้า)
เกมสุดท้าย : นาโปลี (เยือน)
เงื่อนไขของเชลซีตรงไปตรงมา ต้องเก็บชัยชนะให้ได้เท่านั้น หากต้องการจบใน Top 8 และผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยไม่ต้องลงไปเสี่ยงในรอบเพลย์ออฟ แต่การบุกเยือนนาโปลีไม่เคยเป็นงานง่าย หากฟอร์มหลุดหรือผิดพลาดเพียงนิดเดียว อาจต้องเสียต้นทุนทั้งร่างกายและสภาพจิตใจไปกับการเตะเพลย์ออฟเพิ่มอีกหนึ่งด่าน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – เรือใบต้องยิงขาด ลุ้นแทรกท็อปโซนให้ได้
อันดับปัจจุบัน: 11 / 13 คะแนน
ด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอร์มในยุโรปปีนี้ถือว่าหลุดมาตรฐานไปเล็กน้อย เมื่อเทียบกับภาพลักษณ์ทีมเต็งแชมป์ตลอดหลายฤดูกาลหลัง หล่นไปอยู่อันดับ 11 ก่อนลงเตะเกมสุดท้าย แม้จะไม่มีความเสี่ยงในการตกรอบ แต่ถ้าพูดถึงการแทรกเข้าไปอยู่ใน Top 8 ยังต้องลุ้นหนัก
ผลงาน 7 นัดที่ผ่านมา
- ชนะ นาโปลี 2-0 (เหย้า)
- เสมอ โมนาโก 2-2 (เยือน)
- ชนะ บียาร์เรอัล 2-0 (เยือน)
- ชนะ ดอร์ทมุนด์ 4-1 (เหย้า)
- แพ้ เรอัล มาดริด 1-2 (เยือน)
- แพ้ โบโด กลิมท์ 1-3 (เยือน)
เกมสุดท้าย : กาลาตาซาราย (เหย้า)
เงื่อนไขของซิตี้คือ ต้องเก็บชัยชนะในบ้านให้ได้ และต้องพยายามยิงให้มากที่สุด เพื่อหวังขยับอันดับขึ้นไปอยู่ในกลุ่ม Top 8 เพราะหากยิงไม่ขาดหรือสะดุดอีกครั้ง เส้นทางจะถูกโยนลงไปที่รอบเพลย์ออฟทันที ซึ่งเท่ากับเพิ่มงานและเพิ่มความเสี่ยงในทัวร์นาเมนต์ที่ยาวอยู่แล้ว
ทำไมค่ำคืนนี้สำคัญต่อหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทีมจากอังกฤษเคยสร้างยุคทองในเวทียุโรปมาแล้ว ทั้งการมีตัวแทนเข้าชิงหลายทีมในปีเดียว หรือการพา 4 ทีมจากชาติเดียวกันเข้าถึงรอบลึกพร้อมกัน แต่การมีโอกาสเห็นทีมจากชาติเดียวทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายถึง 6 ทีมพร้อมกันใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือปรากฏการณ์ที่สะท้อนอย่างชัดเจนถึงคุณภาพ ความหนาของขุมกำลัง และความโหดของการแข่งขันใน พรีเมียร์ลีก
สำหรับแฟนบอลชาวไทย นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสถิติบนหน้ากระดาษ แต่ยังเป็นสีสันที่ทำให้ทุกคืนยุโรปเต็มไปด้วยคู่ใหญ่ ทีมที่คุ้นชื่อ นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ และแท็กติกระดับโลกให้ติดตามกันแทบทุกวันแข่งขัน ใครที่ชอบเก็บข้อมูล บ้านผลบอล ตารางคะแนน หรือวิเคราะห์เกม ก็ยิ่งได้มุมมองเพิ่มว่า ลีกผู้ดีไม่ใช่แค่ดังในเชิงการตลาด แต่พิสูจน์ตัวเองได้ในสนามจริงบนเวทียุโรป
มุมมองจาก บ้านกีฬา
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมดคืนนี้คือด่านทดสอบสำคัญของ 5 ทีมที่ยังต้องลุ้น (ยกเว้นอาร์เซน่อลที่การันตีไปแล้ว) หากทุกทีมผู้ดีผ่านเข้ารอบได้ครบ ไม่ใช่แค่แฟนบอลอังกฤษที่จะยิ้ม แต่แฟนบอลทั่วโลก รวมถึงเมืองไทย จะได้ชมการดวลกันของทีมจากลีกเดียวกันในรอบลึกๆ แบบเข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก
ไม่ว่าจะเป็นการปิดจ็อบของ ลิเวอร์พูล ในแอนฟิลด์, เกมเยือนสุดโหดของ สเปอร์ส และ นิวคาสเซิ่ล หรือการวัดใจของ เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ ในการลุ้นแทรก Top 8 ทุกจังหวะในคืนนี้ล้วนเต็มไปด้วยแรงกดดันที่อาจเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังยุโรปได้ใน 90 นาทีเดียว
แฟนบอลที่อยากตามทุกโมเมนต์สำคัญของ 6 ยักษ์ผู้ดีในศึก ชปล. รวมถึงอัปเดตข่าวบอลร้อน วิเคราะห์ก่อน-หลังเกม และสรุปผลแบบอ่านง่ายสไตล์แฟนบอลตัวจริง อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

