⚡ ประเด็นร้อน “น้องชายแก้มบุ๋ม” โดนแฉ พีทตอบตรงแบบผู้ใหญ่ ไม่เติมเชื้อไฟ
ดราม่าครอบครัวบางทีมันดังไวกว่าเสียงนกหวีดเริ่มเกม และครั้งนี้ชื่อที่ถูกพูดถึงหนักมากคือ “บิว” น้องชายของ แก้มบุ๋ม ปรียาดา ที่มีประเด็นถูกอดีตภรรยาออกมาพูดถึงในเชิงกล่าวอ้างเรื่องความสัมพันธ์นอกใจ ทำให้หลายคนจับตาไปที่ฝั่งครอบครัว “แก้มบุ๋ม-พีท” ว่าจะรับมือยังไง
คำตอบของ พีท กันตพร มาแบบนิ่งๆ แต่ชัดมาก เขาย้ำว่าหลังต่างคนต่างแต่งงาน ต่างคนก็แยกบ้าน ใช้ชีวิตของตัวเอง ทำให้ช่วงหลังห่างกัน เดือนหนึ่งแทบไม่ได้เจอ และที่สำคัญคือ “ไม่รู้รายละเอียดจริงๆ” เพราะแต่ละคนก็ต้องมีปัญหาและแก้ด้วยตัวเอง พร้อมแนะนำให้ทุกฝ่าย “ใจเย็นๆ และคุยกัน” เพื่อหาทางออกมากกว่าปะทะกันผ่านโซเชียล
ประโยคนี้แหละที่สะท้อนความเป็นผู้ใหญ่แบบไม่เล่นกับไฟ เพราะในวันที่เรื่องครอบครัวกลายเป็นหัวข้อสาธารณะ การ “ไม่เติมความเห็น” ที่ไม่มีข้อมูล คือการปกป้องทั้งคนในบ้านและความเป็นธรรมของทุกฝ่าย
🌟 ฝากไข่รอบ 3 เดินหน้าล่าฝัน “มีลูกปีนี้” เพราะอยากมีสมาชิกตัวเล็กจริงๆ
อีกฝั่งหนึ่งของข่าวที่ทำให้คนอ่านใจเต้นไม่แพ้กัน คือ “ภารกิจมีลูก” ของ แก้มบุ๋ม ที่เพิ่งเข้ากระบวนการเก็บไข่ครั้งที่ 3 ซึ่งพีทยอมรับแบบไม่อ้อมค้อมว่า ปีนี้ตั้งใจมาก อยากมีลูกของตัวเองจริงๆ หลัง 2 รอบก่อนหน้านี้ยังไม่สำเร็จ
พีทเล่าว่าแรงผลักสำคัญส่วนหนึ่งมาจาก “น้องโมเน่” ลูกสาวของ เม พรีมายา ที่เขาเจอบ่อยจนหลงความน่ารักแบบถอนตัวไม่ขึ้น ถึงขั้นพูดติดตลกว่าเป็นลูกบุญธรรมไปแล้ว และยิ่งทำให้ “ความอยากมีตัวเล็กวิ่งในบ้าน” ชัดขึ้นเรื่อยๆ
ที่น่าสนใจคือพีทบอกตรงๆ ว่าช่วงแรกๆ เขาอาจจะคิดว่า “ยังไงก็ได้แล้วแต่เขา” แต่พอปลายปีเริ่มรู้สึกว่าต้องมีจริงๆ และหลังจดทะเบียนสมรสก็ยิ่งตั้งใจ เพราะกระบวนการบางอย่างทำให้เดินหน้าได้ “ตามกฎหมาย”

🔬 คำว่า “เฟล” ในโลกฝากไข่ คือด่านโหดที่คนไม่เจอจริงไม่เข้าใจ
หลายคนได้ยินคำว่า “เฟล” แล้วคิดว่าไข่ไม่ดีตั้งแต่แรก แต่พีทอธิบายละเอียดมากว่า หลังเก็บไข่และฟรีซไว้ ต้องนำออกมาผสม จากนั้นเลี้ยงตัวอ่อนให้ “ผ่านวันที่ 5” และตรวจให้โครโมโซมปกติ ถ้า “เรียงแล้วไม่ผ่าน” จึงเรียกว่าเฟล ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย และสุดท้ายปลายทางคือพบความผิดปกติทางการแพทย์
จุดนี้ทำให้คนอ่านเห็นภาพว่า ต่อให้ไข่ดูสมบูรณ์ในเกณฑ์เบื้องต้น ก็ยังมีบททดสอบอีกหลายชั้นระหว่างทาง และมันเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคู่ “ทำทุกอย่างถูกต้อง” แต่ผลลัพธ์ยังไม่มาตามหวัง
ที่ยิ่งแทงใจคือพีทเล่าว่า รอบที่ทำให้แก้มบุ๋มเสียใจที่สุดคือไข่ที่เก็บไว้ตั้งแต่อายุ 30 เมื่อเกือบ 8 ปีก่อน เพราะคิดว่าเซ็ตนั้นน่าจะสมบูรณ์มาก แต่พอผสมกลับไม่ผ่าน ทำให้เฟลหนักสุด
👶 แฝดหรือไม่แฝด ไม่ได้ตัดสินที่ความอยาก แต่อยู่ที่ “จำนวนตัวอ่อนที่ผ่าน”
แฟนๆ หลายคนเชียร์แฝดเพราะน่ารักคูณสอง แต่ในทางปฏิบัติพีทบอกชัดว่า ยังไม่ได้ตกลงกันว่าจะฝังกี่ฟอง ต้องดู “มีไข่สแปร์ได้กี่ฟอง” และตอนนี้ยังเป็น 0 เพราะยังไม่รู้ผลการผสม หากวันหนึ่งมีตัวอ่อนที่ผสมแล้วโครโมโซมปกติสัก 4-5 ฟอง ถึงค่อยพิจารณาว่าจะไปทางแฝดหรือไม่แฝด
นี่คือมุมที่คนอ่านควรรู้ไว้เลยว่า การมีลูกโดยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ไม่ใช่การ “เลือกตามใจ” อย่างเดียว แต่ต้องเคารพทั้งความปลอดภัยของคุณแม่ ความพร้อมร่างกาย และข้อมูลทางแพทย์ในมือ
💪 เปลี่ยนพฤติกรรมจริงจัง นอนเร็วขึ้น โปรตีนต้องถึง ออกกำลังต้องมี
ข่าวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องหวานหรือดราม่า แต่มันคือเรื่อง “วินัย” แบบนักสู้ด้วย พีทเล่าว่ารอบนี้ตั้งใจเปลี่ยนพฤติกรรมกันจริงจัง นอนเร็วขึ้น ออกกำลังกาย กินอาหารดีขึ้น
และมีรายละเอียดที่คนชอบอ่านแนวสุขภาพต้องหยุดดู คือเขาพยายามไลฟ์ขายของให้เร็วขึ้น ปรับเวลานอน และย้ำว่า “โปรตีนต้องถึง” เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพร่างกาย
อีกจุดที่พีทพูดแล้วทำให้คนฟังใจอุ่นคือ ถ้าสุดท้ายไม่มีลูก เขาก็พร้อมจับมือแก้มบุ๋มแก่ไปด้วยกัน เป็นคำปลอบที่ไม่ใช่คำสวยๆ แต่เป็นการยืนข้างกันในวันที่ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน

🧿 สายมูก็มา “ไปทุกที่ที่ดัง” เพราะความหวังมันมีค่าพอให้ลอง
พีทพูดขำๆ แต่จริงมากว่า “ทุกที่เลยครับ ทุกที่ที่ดังเราไปหมด” ใครแนะนำเทคนิคไหนก็ทำหมด วัดไหนดังไปหมด
มุมนี้สะท้อนความเป็นคนไทยแบบสุดๆ เพราะเรื่องมีลูกสำหรับหลายครอบครัว มันไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่มันคือความฝัน ความหมายของบ้าน และการได้ลองทุกทางคือการรักษาความหวังไว้ให้ไม่ดับ
🏃 เบื้องหลังงานแถลงข่าวที่ทั้งคู่ไปออกงาน โยงถึงโครงการเพื่อ 13 โรงพยาบาล
ทั้งแก้มบุ๋มและพีทไปร่วมงานเปิดตัวโครงการ “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว เพื่อ 13 โรงพยาบาล” ที่ตั้งเป้าระดมทุนช่วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลน
ข้อมูลฝั่งกิจกรรมระบุว่าจะมีการจัดเดิน-วิ่ง และมีการขับเคลื่อนโครงการในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 รวมถึงแนวคิด Mission to Mars และเป้าระดมทุน 100 ล้านบาท เพื่อช่วย 13 โรงพยาบาล
ในแง่มุมคนอ่านข่าวบันเทิง นี่คือ “ภาพจำ” ที่น่าสนใจมาก เพราะมันทำให้เห็นคู่รักไม่ได้อยู่แค่ในโลกกล้อง แต่ยังขยับตัวไปอยู่ในกิจกรรมสังคม และภาพนั้นยิ่งตอกย้ำว่าเขาทั้งคู่กำลัง “จัดระบบชีวิตใหม่” เพื่อเป้าหมายเดียวกัน
🧠 บทเรียนจากดราม่าครอบครัว เมื่อเรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องสาธารณะ
ประเด็น “น้องชายแก้มบุ๋ม” ทำให้หลายบ้านนึกถึงตัวเองทันที เพราะครอบครัวไหนก็มีเรื่องยากได้เหมือนกัน สิ่งที่พีททำให้เห็นชัดคือการวางกรอบแบบผู้ใหญ่
- ไม่พูดแทนในเรื่องที่ไม่รู้รายละเอียด
- ไม่ตัดสินผ่านข่าว
- ไม่ทำให้เรื่องบานปลาย
- ชี้ทางออกคือใจเย็นและคุยกัน
ถ้าเอาไปใช้เป็นหลักคิดในชีวิตจริง มันคือการลดการปะทะ ลดการทำร้ายกันด้วยคำพูด และรักษาความสัมพันธ์ที่เหลืออยู่ให้พอมีพื้นที่คุยกันแบบคนในครอบครัว

📌 เกร็ดสำคัญสำหรับคนสนใจฝากไข่และวางแผนมีลูก ให้เข้าใจง่ายแบบไม่ต้องเป็นหมอ
ข่าวของแก้มบุ๋มทำให้หลายคนเริ่มค้นคำว่า ฝากไข่ เก็บไข่ ตัวอ่อน วันที่ 5 และโครโมโซม แบบรัวๆ ดังนั้นสรุปเป็นภาษาคนอ่านข่าวไว้ตรงนี้แบบชัดๆ
- เก็บไข่ คือกระบวนการกระตุ้นไข่และดูดเก็บออกมา แล้วนำไปแช่แข็ง
- ผสม คือเอาไข่ที่เก็บไว้มาเจอกับอสุจิในห้องแล็บ
- เลี้ยงถึงวันที่ 5 คือเลี้ยงให้โตถึงระยะที่แพทย์มักใช้ประเมินความแข็งแรงของตัวอ่อนก่อนพิจารณาขั้นต่อไป
- ตรวจโครโมโซม คือการเช็กความปกติบางด้าน เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์และลดความเสี่ยงบางอย่างตามดุลยพินิจแพทย์
- คำว่าเฟล ในบริบทนี้ ไม่ได้แปลว่าใครทำผิด แปลว่าผลลัพธ์ของตัวอ่อนไม่ผ่านเกณฑ์ทางการแพทย์ที่ต้องการ
ส่วนการดูแลตัวเองที่พีทพูดไว้ และเป็นแนวทางพื้นฐานที่คนทั่วไปหยิบไปปรับใช้ได้คือ นอนให้เป็นเวลา ออกกำลังกาย กินอาหารดีๆ และโฟกัสสารอาหารอย่างโปรตีนให้พอ
✅ สรุปแบบบ้านกีฬา เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวบันเทิง แต่มันคือ “ความรับผิดชอบ” ของคำว่า ครอบครัว
ภาพรวมวันนี้มันชัดมาก
- ภารกิจฝากไข่รอบ 3 คือความหวังที่ทั้งคู่ตั้งใจเต็มสปีด และยังต้องรอผลอีกไม่กี่วันตามที่พีทบอก
- ดราม่า “น้องชายแก้มบุ๋ม” พีทเลือกยืนในจุดที่ไม่ซ้ำเติม ไม่ตัดสิน และไม่ยกระดับความขัดแย้ง
- สุดท้ายสิ่งที่คนดูได้คือ วิธีประคองกันในวันที่ชีวิตมีทั้งความหวังและแรงกระแทกเข้ามาพร้อมกัน
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

