
จาก : ผลบอลสด ซาอุดิ ลีก ระหว่าง อัล ริยาดห์ 0-1 อัล นาสเซอร์ วันนี้ 2/2/69 – บ้านกีฬา
ศึกซาอุ โปรลีกคู่นี้ถือว่าเดือดตั้งแต่นกหวีดแรก บ้านกีฬา เปิดจอเช็ก ผลบอลสด แล้วต้องบอกเลยว่า อัล นาสเซอร์ มาเยือนพร้อมดีกรีรองจ่าฝูง ส่วนเจ้าถิ่น อัล ริยาดห์ หนีตายเต็มตัว เกมเลยออกมาเข้มข้นกว่าที่คิด แม้สกอร์จะจบแค่ 0-1 แต่รูปเกมบอกชัดว่าเป็นการดวลกันระหว่างทีมใหญ่ที่บุกเป็นพายุ กับทีมเล็กที่กัดไม่ปล่อยยันจบ 90 นาทีบวกเพิ่ม
🕐 ครึ่งแรก – นาสเซอร์กดอยู่ข้างเดียว ก่อนมาเน่เช็คบิล
เสียงนกหวีดเริ่มเกม อัล นาสเซอร์ เป็นฝ่ายเขี่ยบอลและพยายามต่อบอลจากแผงหลังขึ้นมาคุมจังหวะทันที นาที 4 อิสไมล่า โซโร่ ของเจ้าถิ่นฟาวล์กลางสนามให้ทีมเยือนได้ฟรีคิกตั้งลำ ก่อนที่นาที 5 จะเป็นจังหวะเสียวครั้งใหญ่ของ อัล ริยาดห์ เมื่อ เซร์คิโอ กอนซาเลซ ได้โขกจากลูกตั้งเตะบอลไปชนคานเต็ม ๆ ทำเอาแนวรับทีมเยือนเสียววาบตั้งแต่ต้นเกม
จากนั้นเกมเริ่มเป็นของ อัล นาสเซอร์ ชัดเจน ทั้งการครองบอลและการปั้นโอกาสยิง นาที 17–20 โมฮาเหม็ด ซิมาก็อง กับ ซาดิโอ มาเน่ ได้สับไกไกลแต่ยังไม่ตรงกรอบ นาที 24–33 ชูเอา เฟลิกซ์ ลองยิงไกลหลายครั้ง บวกกับลูกเตะมุมต่อเนื่อง แต่ มิลาน บอร์ยาน นายทวารเจ้าถิ่นยังยืนมือเหนียว
สุดท้ายกำแพง อัล ริยาดห์ ก็พังลงในนาที 40 จากจังหวะที่ เฟลิกซ์ จ่ายทะลุช่องสุดคมให้ มาเน่ สอดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนกดด้วยขวาเสียบเสาอย่างเฉียบขาด ส่งให้ อัล นาสเซอร์ ขึ้นนำ 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ แม้เจ้าถิ่นจะพยายามเหนี่ยวไกจากลูกเซตพีซอยู่เรื่อย ๆ แต่โอกาสตรงกรอบแทบไม่มี
🕑 ครึ่งหลัง – ริยาดห์ฮึดสู้, นาสเซอร์คุมเกมเหนียวแน่น
ครึ่งหลังเริ่มมา อัล นาสเซอร์ ยังคุมจังหวะได้ดีกว่า แต่ อัล ริยาดห์ กลับมาด้วยความดุดัน นาที 47 ซุลต่าน ฮารูน โดนใบเหลืองจากการเข้าปะทะหนัก แสดงให้เห็นว่าพร้อมแลกทุกจังหวะเพื่อแต้มหนีตกชั้น
นาที 52 ฝั่งทีมเยือนก็มีใบเหลืองเมื่อ อาลี อัล ฮัสซัน ฟาวล์หนักกลางสนาม เกมเริ่มมีความดุเดือดมากขึ้น ทั้งสองฝ่ายผลัดกันได้เตะมุม หลายครั้งบอลลอยไปมาหน้าเขตโทษแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ
ช่วงนาที 65–73 คือจุดเปลี่ยนของเจ้าถิ่นเมื่อกุนซือ ดาเนียล การ์เรโญ่ ปรับหมากเปลี่ยนรวดเดียวสามคน ส่ง มามาดู ซิลลา, อัมมาร์ อัล ฮาร์ฟี และ เอเนส ซาลี ลงมาเพิ่มความสด พยายามโยนบอมบ์ใส่แนวรับทีมเยือน ขณะที่ฝั่ง อัล นาสเซอร์ ก็ส่ง อับดุลลาห์ อัล ไคบารี กับ นาวาฟ บูชาล ลงมาช่วยล็อกเกมตรงกลางและริมเส้น
ท้ายเกมนาที 80 เป็นจังหวะลุ้นฝั่งทีมเยือนอีกครั้ง เมื่อ มาเน่ ยิงจ่อ ๆ ถูกบล็อก ก่อนที่ ซุลต่าน อัล กานนัม จะตามไปโหม่งชนเสาอย่างจัง พลาดโอกาสปิดกล่อง 2-0 แบบน่าเสียดาย
ช่วงทดเวลาเจ็บดราม่าแทบระเบิด ในนาที 97 VAR เช็กจุดโทษให้ อัล นาสเซอร์ แต่สุดท้ายผู้ตัดสินยืนยัน “ไม่ฟาวล์” ทำให้สกอร์ยัง 0-1 กระทั่งนาที 99 โตเซ่ ของ อัล ริยาดห์ ไปเสียบหนักโดนใบแดงไล่ออก ปิดฉากคืนสุดเดือดที่เจ้าถิ่นเหลือ 10 คนและไล่ไม่ทัน จบเกม อัล ริยาดห์ แพ้คาบ้าน 0-1

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
🟥 อัล ริยาดห์ (ระบบ 5-3-2)
ผู้รักษาประตู
- มิลาน บอร์ยาน 6.8
กองหลัง
- โอซามา อัล-บอร์ดี 7.2
- เซร์คิโอ กอนซาเลซ 6.3
- อาห์เหม็ด อัล ซิยาฮี 7.0
- โยอัน บาร์เบต์ 6.7
- อับดุลลาห์ อัล ไคบารี 6.9
กองกลาง
- โมฮัมเหม็ด อัลคาอิบารี 6.9
- อิสไมล่า โซโร่ 6.1
- โตเซ่ 6.1
กองหน้า
- เท็ดดี้ โอโคู 6.6
- ซุลต่าน ฮารูน 6.4
ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงสนาม
- แอมมาร์ อัล ฮาร์ฟี 6.7 (น.65 แทน โซโร่) – เติมเกมรุกจากแดนกลาง
- มามาดู ซิลลา 6.4 (น.65 แทน ฮารูน) – ยืนหน้าเป้าคอยพักบอล
- เอเนส ซาลี 6.7 (น.65 แทน อับดุลลาห์ อัล ไคบารี) – ปั้นเกมริมเส้น
- ซุลัยมาน ฮายฮา ฮาซาซี 6.6 (น.87 แทน อัล-บอร์ดี) – เติมเกมริมเส้นซ้าย
- คาลิล อัล-อับซี 6.3 (น.87 แทน อัล ซิยาฮี) – อีกหนึ่งตัวรุกเกมท้าย
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
- อับดุลเราะห์มาน อัล ชัมมาริ (กองหน้า)
- อับดุลลาห์ ฮัสซูน (กองหลัง)
- มาร์ซูก ทัมบักติ (กองหลัง)
- ยาเฮีย อัล-เชห์รี (ตัวรุก)
🟨 อัล นาสเซอร์ (ระบบ 4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- เบนโต 6.7
กองหลัง
- ซาอัด อัล นาสเซอร์ 6.5
- อินญิโก้ มาร์ติเนซ 7.6
- โมฮาเหม็ด ซิมาก็อง 7.6
- ซุลต่าน อัล กานนัม 7.4
กองกลางตัวรับ
- ไอมาน ยาห์ยา 6.3
- อาลี อัล ฮัสซัน 6.7
กองกลางตัวรุก
- อันเจโล่ 7.1
- ซาดิโอ มาเน่ 7.5 (ผู้ทำประตูชัย)
- อับดุลราห์มาน การีบ 6.3
กองหน้า
- ชูเอา เฟลิกซ์ 7.6
ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงสนาม
- อับดุลลาห์ อัล ไคบารี 6.6 (น.58 แทน ยาห์ยา) – ช่วยเก็บเกมกลางสนาม
- นาวาฟ บูชาล 6.8 (น.66 แทน อัล ฮัสซัน) – ปล่อยสปีดริมเส้น
- นาเดอร์ อัล ชะรอรี 6.6 (น.88 แทน อัล กานนัม) – ปิดเกมรับด้านขวา
- ซาเลม อัล นัจญ์ดี 6.7 (น.89 แทน การีบ) – ตัวรุกท้ายเกมช่วยไล่บีบสูง
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
- นาวาฟ อัล-อักอิดี (ผู้รักษาประตู)
- ฮาอิดาร์ อับดุลการีม (มิดฟิลด์)
- โมฮัมเหม็ด คอลิล มาร์ราน (กองหน้า)
- ฮารูน คามารา (กองหน้า)
นักเตะโดดเด่น
ฝั่งเจ้าถิ่นต้องยกให้ โอซามา อัล-บอร์ดี กับ อาห์เหม็ด อัล ซิยาฮี ที่คุมแนวรับได้เหนียวแน่น ส่วนฝั่งทีมเยือนคือ ชูเอา เฟลิกซ์, โมฮาเหม็ด ซิมาก็อง และ ซาดิโอ มาเน่ ที่สร้างความปั่นป่วนตลอด 90 นาที
🔍 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ถ้ามองภาพรวมเชิงแท็กติก เกมนี้ถือว่าเป็นบทเรียนชั้นดีให้ อัล ริยาดห์ ในการรับมือกับทีมท็อปอย่าง อัล นาสเซอร์ ระบบ 5-3-2 ของเจ้าถิ่นถูกวางให้แนวรับยืนลึก บีบพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษ เน้นดักโต้กลับและลูกเซตพีซ กองหลังห้าคนยืนคุมโซนแน่น บอร์ยาน มีงานหนักตลอดแต่ก็เซฟสวย ๆ หลายครั้ง จุดบวกคือการเล่นลูกกลางอากาศของ บาร์เบต์ กับ กอนซาเลซ ช่วยเคลียร์บอลอันตรายได้เรื่อย ๆ
ฝั่งทีมเยือนในระบบ 4-2-3-1 ของ ฆอร์เก้ เฮซุส ใช้จุดเด่นที่การครองบอลและการเคลื่อนที่ระหว่างไลน์ ซิมาก็อง กับ มาร์ติเนซ ต่อบอลจากแดนหลังขึ้นกลางได้เนียนตา สองมิดฟิลด์ตัวรับคอยเคลื่อนสลับตำแหน่ง เปิดพื้นที่ให้สามตัวรุก มาน่, อันเจโล่ และ การีบ หลุดเข้าครึ่งช่องซ้ายขวา ขณะที่ เฟลิกซ์ ยืนเป็นฟรีโรล เลี้ยงดึงตัวประกบแล้วแทงทะลุช่อง ซึ่งการประสานงานระหว่าง เฟลิกซ์ กับ มาเน่ ในประตู 1-0 คือภาพสะท้อนความคมของทีมระดับลุ้นแชมป์อย่างชัดเจน
เกมรับของ อัล นาสเซอร์ ก็ทำได้ยอดเยี่ยม ไม่เพียงแค่ครองบอล 67% เท่านั้น แต่ยังบีบให้ อัล ริยาดห์ มีโอกาสยิงเข้ากรอบแค่หนึ่งครั้งทั้งเกม ทุกครั้งที่เจ้าถิ่นพยายามดันวิงแบ็กขึ้นสูง พื้นที่ด้านหลังก็โดนสวนกลับทันที แถมท้ายเกมเมื่อเจ้าถิ่นเหลือ 10 คน แผงรับของทีมเยือนยิ่งเล่นง่ายขึ้น บ้านกีฬา มองว่าในเชิง วิเคราะห์บอล นี่คือเกมที่แสดงให้เห็นว่า อัล นาสเซอร์ มีสมดุลเกมรุก-รับใกล้เคียงทีมลุ้นแชมป์ลีกเต็มตัว ส่วน อัล ริยาดห์ ยังต้องเร่งแก้ปัญหาเกมรุกที่พึ่งแต่ลูกตั้งเตะมากเกินไป

📊 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมยืนยันทุกอย่างชัดเจน อัล นาสเซอร์ ยิงทั้งหมด 10 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง ครองบอลสูงถึง 67% ขณะที่ อัล ริยาดห์ มีโอกาสยิง 7 ครั้ง เข้ากรอบแค่ 1 หนเท่านั้น เกมเต็มไปด้วยจังหวะปะทะรวมฟาวล์ทั้งสองทีมถึง 26 ครั้ง เจ้าถิ่นทำ 12 ทีมเยือน 14 ใบเหลืองรวม 4 ใบ โดย อัล ริยาดห์ โดนไป 3 ใบและปิดท้ายด้วยใบแดงของ โตเซ่ ช่วงทดเวลา ส่วนลูกล้ำหน้าเจ้าถิ่นโดนจับถึง 5 ครั้ง สะท้อนว่าพยายามวิ่งทำทางแต่จังหวะยังไม่ลงตัว เตะมุมแบ่งกันทีมละ 7 หน แสดงว่าเกมไหลไปมาทั้งสองฝั่ง แต่ความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายยังเป็นของทีมเยือนแบบคนละชั้น
⏱️ เหตุการณ์สำคัญในเกม
- ⚽ นาทีที่ 5 เซร์คิโอ กอนซาเลซ ขึ้นโหม่งจากลูกฟรีคิกบอลชนคาน เจ้าถิ่นเกือบขึ้นนำเร็ว
- 🟨 นาทีที่ 10 อิสไมล่า โซโร่ โดนใบเหลืองจากการฟาวล์หนักกลางสนาม ทำให้เล่นลำบากตั้งแต่ต้นเกม
- ⚽ นาทีที่ 18 ซาดิโอ มาเน่ ได้สับไกในกรอบเขตโทษครั้งแรก บอลเฉี่ยวเสาออกไป
- ⚽ นาทีที่ 24–33 ชูเอา เฟลิกซ์ ได้ลองยิงไกลหลายครั้ง บอร์ยานต้องเซฟต่อเนื่อง
- ⚽ นาทีที่ 40 ประตูขึ้นนำ 0-1 ของ อัล นาสเซอร์ เฟลิกซ์ แทงทะลุช่องให้ มาเน่ หลุดไปยิงด้วยขวาเสียบมุมล่าง
- 🟨 นาทีที่ 47 ซุลต่าน ฮารูน รับใบเหลืองจากการเข้าสกัดแรงอีกหนึ่งคนของเจ้าถิ่น
- 🟨 นาทีที่ 52 อาลี อัล ฮัสซัน ถูกจดชื่อจากจังหวะฟาวล์กลางสนาม
- 🔄 นาทีที่ 65 อัล ริยาดห์ เปลี่ยนตัวสามคนรวด ส่ง ซิลลา, อัล ฮาร์ฟี และ ซาลี ลงมาเร่งเกมรุก
- 🔄 นาทีที่ 58 และ 66 ฝั่ง อัล นาสเซอร์ ส่ง อับดุลลาห์ อัล ไคบารี และ นาวาฟ บูชาล ลงมาช่วยเก็บเกมและเติมริมเส้น
- 💥 นาทีที่ 80 มาเน่ ยิงจ่อ ๆ ถูกบล็อก ก่อน อัล กานนัม โหม่งชนเสา ทีมเยือนพลาดประตูที่สองแบบน่าเสียดาย
- ✋ นาทีที่ 86 แฮนด์บอลของ อัล กานนัม ทำให้เจ้าถิ่นได้ตั้งบอลบุกช่วงท้าย
- 🔍 นาทีที่ 97 VAR ตรวจสอบจุดโทษให้ อัล นาสเซอร์ แต่สุดท้ายผู้ตัดสินยืนยันไม่ให้เป็นจุดโทษ
- 🟥 นาทีที่ 99 โตเซ่ เข้าฟาวล์หนักโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ทิ้งเพื่อนร่วมทีมเหลือ 10 คนก่อนหมดเวลา
⭐ Player of the Match – ชูเอา เฟลิกซ์
แม้ ซาดิโอ มาเน่ จะเป็นคนยิงประตูชัย แต่รางวัล Man of the Match ตกเป็นของ ชูเอา เฟลิกซ์ ด้วยคะแนนราว 7.6 เพราะทั้งเกมเขาคือหัวใจเกมรุกของ อัล นาสเซอร์ ลงต่ำมารับบอล ระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลังเจ้าถิ่น ดึงตัวประกบแล้วจ่ายทะลุช่องให้เพื่อนหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นจังหวะส่องไกลเองหรือประตู 1-0 ที่แทงให้ มาเน่ หลุดเข้าไปยิง ฟอร์มแบบนี้ทำให้แนวรับ อัล ริยาดห์ ต้องตามไล่ทั้งเกมและแทบไม่ได้ดันขึ้นสูงอย่างที่หวัง

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนน Saudi Pro League
ชัยชนะเกมนี้ส่งให้ อัล นาสเซอร์ เก็บเพิ่มเป็น 46 คะแนน จาก 19 นัด ชนะ 15 เสมอ 1 แพ้ 3 ผลต่างประตูได้เสีย +31 ไล่จี้จ่าฝูงอย่าง อัล ฮิลาล ที่มี 47 คะแนนเหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น ทำให้การลุ้นแชมป์ซาอุ โปรลีก ปีนี้ร้อนแรงยิ่งขึ้นไปอีก ด้านท็อปโฟร์ยังเป็น อัล อาห์ลี และ อัล คาดิสยาห์ ที่กดดันกันอยู่ข้างบน
ส่วน อัล ริยาดห์ แพ้เกมนี้ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ต่อเนื่อง มีเพียง 12 คะแนนจาก 19 นัด ชนะ 2 เสมอ 6 แพ้ถึง 11 ลูกได้เสีย -21 รั้งอันดับ 15 เหนือโซนตกชั้นแค่เส้นบาง ๆ โดยมี ดามัค, อัล-อ็อคดูด และ อัล นัจญ์ม้า ที่ไล่กดดันอยู่ด้านล่าง ถ้ายังไม่เร่งเก็บแต้มในบ้านให้มากกว่านี้ โอกาสต้องดิ้นรนหนีตกชั้นยาว ๆ มีสูงมาก
📅 ตารางบอล Saudi Pro League และโปรแกรมถัดไป
มองไปข้างหน้าใน ตารางบอล และ โปรแกรมบอล ของลีก ซาอุ โปรลีก อัล ริยาดห์ ต้องออกไปเยือน Neom SC ก่อนในเกมถัดไป จากนั้นจะกลับมาเล่นในบ้านเจอกับ อัล คอลีจ ซึ่งสองนัดนี้คือแมตช์สำคัญต่อความอยู่รอดอย่างแท้จริง เก็บแต้มไม่ได้มีสิทธิ์หล่นไปจมโซนแดงแบบเต็มตัว
ขณะที่ อัล นาสเซอร์ มีคิวใหญ่ไม่แพ้กัน เริ่มจากเกมลีกนัดต่อไปที่จะดวลกับ อัล อิตติฮัด ตามด้วยศึก AFC Champions League Two นัดเยือน Arkadag โปรแกรมถี่และหนักแบบนี้ต้องโรเตชันดี ๆ แต่ถ้าเก็บชัยต่อเนื่องได้ มีโอกาสแซงขึ้นจ่าฝูงและสร้างโมเมนตัมในบอลถ้วยเอเชียไปพร้อมกัน
🏟️ ติดตาม บ้านผลบอล และผลบอลสดมันส์ ๆ ได้ที่ บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากเช็กสกอร์แบบเรียลไทม์ ดูสรุปสถิติเกมละเอียด ๆ และอัปเดตทุกมุมของซาอุ โปรลีก รวมถึงลีกดังยุโรป บ้านกีฬา จัดให้ครบ ทั้ง บ้านผลบอล, ผลบอลสด, ไฮไลท์หลังเกม และบทวิจารณ์ดุเดือดสไตล์คอบอลตัวจริง แวะมารอเชียร์นัดต่อไปของ อัล นาสเซอร์ และลุ้นหนีตายไปกับ อัล ริยาดห์ ได้ทุกวันกับเรา

