บ้านผลบอล สรุปหลังเกม คาราบาว คัพ เดือดจนวินาทีสุดท้าย! Kai Havertz ซัด 90+7 พา อาร์เซนอล เชือด เชลซี 1-0 ลิ่วชิงด้วยสกอร์รวม 4-2

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด คาราบาว คัพ ระหว่าง อาร์เซนอล 1-0 เชลซี วันนี้ 4/2/69 – บ้านกีฬา

ค่ำคืนที่แฟนบอลได้ลุ้นกันจนหัวใจจะหลุด… ผลบอลสด เกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 จบลงด้วยชัยชนะของอาร์เซนอลเหนือเชลซี 1-0 และเมื่อรวมสองนัด “ปืนใหญ่” ปิดจ๊อบผ่านเข้าชิงด้วยสกอร์รวม 4-2 แบบสะใจสายดราม่า เกมนี้เชลซีครองบอลมากกว่า บุกมากกว่า แต่โดนทีเด็ดสวนกลับช่วงทดเจ็บจนพูดไม่ออก

🕰️ ครึ่งแรก

เปิดเกมมาแค่ไม่กี่นาที อาร์เซนอลพยายามยืนสูงบีบจังหวะ ขณะที่เชลซีเน้นครองบอลคุมจังหวะและหาช่องแทงให้หน้าเป้า นาที 7 Liam Delap ได้ซัดด้วยซ้ายจากฝั่งขวาเป็นสัญญาณเตือนแรก แต่บอลหลุดกรอบไปเอง จากนั้นเกมตัดฟาวล์กันถี่กลางสนามทั้งสองฝั่ง จังหวะเตะมุมของอาร์เซนอลมาเป็นชุด นาที 16-17 ก่อนที่ Piero Hincapie จะลองส่องไกลนาที 18 แต่ Robert Sanchez ยังรับอยู่หมัด
เชลซีเริ่มขยับเกมรุกมากขึ้น มีเตะมุมกดดันต่อเนื่อง และได้ยิงไกลให้พอเสียว โดยเฉพาะนาที 43 Enzo Fernandez กดเต็มข้อบอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ Kepa Arrizabalaga โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกอย่างเฉียบคม ช่วงท้ายครึ่งแรกยังมีฟรีคิกแดนรุกให้อาร์เซนอลได้ลุ้น แต่สุดท้ายจบ 45 นาทีแรกแบบอึดอัด 0-0

🔥 ครึ่งหลัง

กลับมาครึ่งหลังเชลซีเปิดหน้าบุกทันที ได้เตะมุมตั้งแต่นาที 46 และนาที 47 เดลาปหลุดไปยิงจ่อ ๆ จากจังหวะเตะมุมแต่หลุดเสาแบบน่าเสียดาย เกมเริ่มเดือดขึ้นเรื่อย ๆ จังหวะปะทะหนักกลางสนามทำให้เชลซีโดนใบเหลืองติด ๆ กัน และต้องปรับหมากด้วยการส่งตัวรุกลงมาเพิ่ม
นาที 60 เชลซีขยับเกมรุก ส่ง Cole Palmer ลงมาเติมความคม พร้อมกับ Estevao เพื่อเพิ่มสปีดริมเส้น เกมรุกสิงห์บลูส์ไหลเป็นน้ำ ครองบอลกดดันและพยายามยิงไกลสลับแทงทะลุ แต่ยังเจาะไม่แตก
อาร์เซนอลแก้เกมนาที 69 ส่ง Leandro Trossard และฮาแวร์ตซ์ลงมา เน้นความสดและความนิ่งในพื้นที่สุดท้าย ก่อนที่ช่วงท้ายเกมเชลซีจะโหมหนัก—มีจังหวะยิงติดบล็อกสองช็อตซ้อน และนาที 82 Wesley Fofana ได้ยิงจ่อ ๆ แต่หลุดเสาไปอีก
แล้วเกมก็ระเบิดตอนทดเจ็บ นาที 90+7 อาร์เซนอลสวนกลับเร็วแบบคมกริบ ฮาแวร์ตซ์เข้าชาร์จด้วยขวาจ่อ ๆ เป็นประตูชัย โดยมี Declan Rice จ่ายให้จบสกอร์ เชลซีมีโอกาสเฮือกสุดท้ายจากลูกโหม่ง แต่เคปายังปิดประตูได้หมด จบเกม 1-0

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนนเด่น และการเปลี่ยนตัว

🔴 อาร์เซนอล ระบบ 4-3-3

🧤 ผู้รักษาประตู

  • Kepa Arrizabalaga 6.7

🛡️ กองหลัง

  • Jurrien Timber 6.8
  • William Saliba 6.8
  • Gabriel Magalhaes 7.5
  • Piero Hincapie 7.4

⚙️ กองกลาง

  • Martin Zubimendi 6.9
  • Declan Rice 7.2
  • Eberechi Eze 6.6

🎯 กองหน้า

  • Noni Madueke 6.5
  • Viktor Gyokeres 6.6
  • Gabriel Martinelli 6.8

🔁 ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลง

  • Leandro Trossard ลง 69’ 6.4
  • Kai Havertz ลง 69’ 7.5

🧑‍✈️ กุนซือ

  • Mikel Arteta

🔵 เชลซี ระบบ 3-5-2

🧤 ผู้รักษาประตู

  • Robert Sanchez 6.7

🛡️ กองหลัง

  • Wesley Fofana 6.6
  • Trevoh Chalobah 6.7
  • Jorrel Hato 6.8

⚙️ กองกลางและวิงแบ็ก

  • Malo Gusto 7.1
  • Moises Caicedo 7.1
  • Enzo Fernandez 7.4
  • Andrey Santos 7.1
  • Marc Cucurella 7.0

🎯 กองหน้า

  • Liam Delap 6.1
  • Joao Pedro 6.3

🔁 ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลง

  • Cole Palmer ลง 60’ 6.4
  • Estevao ลง 60’ 6.1
  • Alejandro Garnacho ลง 75’ 6.4
  • Josh Acheampong ลง 87’ 6.3

🧑‍✈️ กุนซือ

  • Liam Rosenior

🌟 นักเตะโดดเด่นของเกม

ฮาแวร์ตซ์ปิดบัญชีด้วยประตูชัยและความนิ่งระดับตัดสินเกม ขณะที่ฝั่งอาร์เซนอล แกเบรียลและฮินคาปิเย่ยืนคุมหลังบ้านแข็งจัด ส่วนเชลซี เอนโซกับไคเซโด้แบกแดนกลางได้เด่น แต่ปลายทางยังขาด “คมสุดท้าย” ที่แปลผลเป็นสกอร์

🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

เกมนี้ภาพชัดว่าเชลซีมาแนว “คุมเกมด้วยบอล” วาง 3-5-2 เพื่อให้แดนกลางแน่นและให้วิงแบ็กดันสูง เติมความกว้างแล้วค่อยหยอดเข้าช่องหรือยิงไกลแก้ทาง พวกเขาครองบอลมากกว่าและกดดันด้วยจำนวนจังหวะยิงที่เหนือกว่า แต่ปัญหาคือการเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายยังติดบล็อก/ติดจังหวะสุดท้ายบ่อย ทำให้โอกาสดูเยอะ แต่โอกาสแบบ “จบจริง” ไม่ได้มากพอจะปิดเกม
วิเคราะห์บอล ฝั่งอาร์เซนอลของอาร์เตต้าเล่นแบบมีชั้นเชิง จัด 4-3-3 ให้สามกองกลางคุมพื้นที่หน้าแผงหลัง เน้นบีบทางผ่านบอลกลางสนามแล้วบังคับให้เชลซีออกด้านข้าง จากนั้นค่อยคุมโซนในเขตโทษให้แน่น จุดแข็งคือเกมรับยืนระยะได้ดีและอ่านทางครอสได้เฉียบ โดยเฉพาะคู่เซ็นเตอร์ที่ตัดบอลแรกได้สม่ำเสมอ
ไฮไลต์เชิงแท็กติกคือช่วงท้ายเกม เมื่อเชลซีเปิดหน้าบุกจนทิ้งช่องด้านหลัง อาร์เซนอลเลือกใส่ตัวสดอย่างฮาแวร์ตซ์กับทรอสซาร์ดเพื่อเก็บบอลและเปลี่ยนจากรับเป็นสวนให้เร็วขึ้น และมันก็ออกผลทันทีในนาที 90+7 จังหวะเดียว “จบ” ทั้งเกม นี่แหละฟุตบอลถ้วย—รอแค่เสี้ยววินาทีที่เฉียบกว่า

📊 สถิติการแข่งขัน

ตลอด 90 นาทีเชลซีเป็นฝ่ายเดินเกมมากกว่า ครองบอล 55% ต่อ 45% และมีจังหวะยิงรวม 11 ครั้ง ขณะที่อาร์เซนอลยิง 6 ครั้ง แต่ที่น่าสนใจคือจำนวนยิงเข้ากรอบเท่ากันที่ 2-2 สะท้อนว่าอาร์เซนอลเลือกจังหวะยิงแบบ “เน้นคุณภาพ” มากกว่าเกมปริมาณ เกมค่อนข้างเดือดจากการปะทะและจังหวะตัดเกม ทำให้ฟาวล์อาร์เซนอล 11 ครั้ง เชลซี 8 ครั้ง ใบเหลืองเชลซีเยอะกว่าที่ 3 ต่อ 1 ส่วนเตะมุมเชลซีได้ถึง 5 ครั้ง ขณะที่อาร์เซนอลได้ 2 ครั้ง—แต่สุดท้ายลูกที่เปลี่ยนเกมกลับเป็นสวนกลับในช่วงทดเจ็บแบบเจ็บลึก

🧨 เหตุการณ์สำคัญ

  • ⚽ 90+7’ อาร์เซนอล 1-0 ฮาแวร์ตซ์ยิงจ่อ ๆ จากจังหวะสวนกลับ
  • 🎯 90+7’ โอกาสท้ายเกม เชลซีโหม่งลุ้น แต่เคปาเซฟเอาไว้ได้
  • 🟨 56’ ใบเหลือง เดลาป
  • 🟨 68’ ใบเหลือง กุสโต
  • 🟨 71’ ใบเหลือง เอสเตวาว
  • 🔁 60’ เชลซีเปลี่ยนตัว พาล์มเมอร์ ลงแทน เดลาป
  • 🔁 60’ เชลซีเปลี่ยนตัว เอสเตวาว ลงแทน ฮาโต
  • 🔁 69’ อาร์เซนอลเปลี่ยนตัว ทรอสซาร์ด ลงแทน มาดูเอเก้
  • 🔁 69’ อาร์เซนอลเปลี่ยนตัว ฮาแวร์ตซ์ ลงแทน เยอเคเรส
  • 🔁 75’ เชลซีเปลี่ยนตัว การ์นาโช่ ลงแทน ซานโตส
  • 🔁 87’ เชลซีเปลี่ยนตัว อาเชอัมปง ลงแทน กุสโต
  • 🟨 ใบเหลืองข้างสนาม อาร์เตต้าโดนจดชื่อจากจังหวะโต้เถียง

🏅 Player of the Match

แมนออฟเดอะแมตช์ยกให้ ฮาแวร์ตซ์ คะแนน 7.5 เพราะนี่คือคนที่ “ตัดสินเกม” จริง ๆ ลงมาแล้วไม่ลน ไม่รีบ ไม่เสียบอลง่าย และพอจังหวะทองมาถึงก็จบสกอร์แบบเยือกเย็น ช็อตนาที 90+7 ไม่ใช่แค่ประตูชัย แต่มันคือประตูที่พาอาร์เซนอลปิดซีรีส์รอบรองฯ และส่งทีมไปยืนรอในนัดชิงอย่างเป็นทางการ

🏁 สถานการณ์ในตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก

แมตช์นี้เป็นฟุตบอลถ้วยจึงไม่กระทบแต้มในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกโดยตรง แต่ผลลัพธ์ส่งแรงกระเพื่อมในเชิง “โมเมนตัม” แบบเต็ม ๆ อาร์เซนอลได้ความมั่นใจจากเกมใหญ่ที่เอาอยู่ แถมการเข้าชิงยังหมายถึงโปรแกรมในช่วงถัดไปจะเข้มข้นขึ้นทั้งการโรเตชันและสภาพความสด ส่วนเชลซีแม้รูปเกมดูดีและคุมบอลได้ตามแผน แต่ความพ่ายแพ้แบบโดนทีเดียวช่วงท้ายอาจกดดันเรื่องความเฉียบคมในเกมลีกทันทีหากยังแก้ไม่ตก

🗓️ ตารางบอล พรีเมียร์ลีก นัดถัดไป

สำหรับ โปรแกรมบอล พรีเมียร์ลีกที่รออยู่ อาร์เซนอลมีคิวเปิดบ้านพบซันเดอร์แลนด์ วันที่ 07/02/26 เวลา 22:00 น. ก่อนจะออกไปเยือนเบรนท์ฟอร์ด วันที่ 13/02/26 เวลา 03:00 น.
ด้านเชลซีมีคิวเยือนวูล์ฟแฮมป์ตัน วันที่ 07/02/26 เวลา 22:00 น. และกลับมาเล่นในบ้านพบลีดส์ วันที่ 11/02/26 เวลา 02:30 น. ช่วงนี้ทุกแต้มสำคัญ เกมถี่แบบนี้ใครหลุดสมาธิ มีสิทธิ์สะดุดยาว

📣 ติดตาม บ้านผลบอล ที่ บ้านกีฬา

ใครที่อยากเกาะติดทุกจังหวะสำคัญ ตั้งแต่สรุปหลังเกมแบบเข้ม ๆ ไปจนถึงข่าวทีมดังและทีเด็ดก่อนเตะ เซฟไว้เลย บ้านผลบอล ครบจบที่ บ้านกีฬา เราอัปเดตไว เล่าเน้น ๆ และคัดประเด็นที่แฟนบอลอยากรู้จริงให้ทุกวัน

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา