ปปช.ขยับเกมใหญ่ เขย่า “เก้าอี้สภา” เมื่อคดี 44 อดีต สส.พรรคส้ม เดินถึงจุดชี้ขาด

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

บรรยากาศการเมืองหลังศึกเลือกตั้ง 2569 ยังไม่ทันได้พักหายใจ เสียงนกหวีดจากองค์กรอิสระก็ดังขึ้นแบบไม่ให้ตั้งตัว เมื่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ – ปปช. มีมติ “ชี้มูล” กรณี อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล จากปมร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จนถูกโยงเข้ากรอบ ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และเตรียมส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยภายในกรอบเวลา 30 วันตามที่เป็นข่าวในหลายสำนัก นี่ไม่ใช่แค่ประเด็นทางกฎหมาย แต่คือ “แรงสั่นสะเทือน” ที่อาจลากยาวไปถึงการจัดทัพในสภา และอนาคตทางการเมืองของคนที่ประชาชนเพิ่งกาเลือกเข้ามา

⚡ เกิดอะไรขึ้นกับ “คดี 44 สส.” ทำไม ปปช.ถึงถูกจับตาหนักขนาดนี้

ภาพรวมที่ต้องรู้แบบชัดๆ คือ ปปช.ไต่สวนกรณีอดีต สส. 44 คนร่วมลงชื่อเสนอร่างกฎหมาย ซึ่งมีร่างแก้ไข ม.112 รวมอยู่ด้วย ก่อนที่ล่าสุดจะมีมติชี้มูลว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง และจะส่งความเห็นให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัย

ฝั่งสื่อบางเจ้าระบุเหตุผลหลักที่ถูกอ้างในสำนวนว่า แม้การเสนอแก้กฎหมายเป็นสิทธิของ สส. แต่เมื่อมี “ข้อทักท้วง” ต่อเนื้อหาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้วผู้ถูกกล่าวหายังยืนยันเดินหน้าต่อ จึงถูกตีความว่าเป็นการไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง

🔍 “ชี้มูล” แปลว่าอะไร และหลังจากนี้จะเดินเกมยังไงต่อ

คำว่า “ชี้มูล” ในบริบท ปปช. คือการที่คณะกรรมการพิจารณาสำนวนแล้วเห็นว่า “มีมูล” ให้ดำเนินการต่อในขั้นถัดไป ไม่ใช่คำพิพากษาถึงที่สุด แต่เป็นการยกระดับคดีเข้าสู่สนามที่เดิมพันหนักกว่าเดิม

จากข้อมูลที่รายงานกัน กระบวนการหลังชี้มูลคือการส่งเรื่องพร้อมความเห็นไปยัง ศาลฎีกา เพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามกรอบเวลา 30 วัน และในไทม์ไลน์หนึ่งยังระบุด้วยว่า หากศาลรับฟ้อง ผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง สส. อาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวตามแนวปฏิบัติในคดีจริยธรรม

ประเด็นที่คนจับตาเป็นพิเศษมี 2 ชั้น

  • ชั้นแรก คือ “ใครโดนผลกระทบทันที” โดยเฉพาะคนที่เพิ่งชนะเลือกตั้งและกำลังจะเข้าสภา
  • ชั้นสอง คือ “ปลายทางคดี” เพราะหากศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผิด อาจมีบทลงโทษทางการเมืองหนักถึงขั้นถูกตัดสิทธิ ตามที่สื่อรายงานถึงความเป็นไปได้

🧨 10 ว่าที่ สส.เสี่ยงสะเทือนเก้าอี้ มีใครบ้าง

นี่คือจุดที่ข่าวร้อน “ลุกเป็นไฟ” เพราะไม่ใช่แค่อดีต สส. แต่มีคนที่ชนะเลือกตั้ง 2569 และเตรียมเข้าสภาด้วย

ตามรายงานของไทยรัฐ รายชื่อ “ลงสมัครเลือกตั้ง 2569 และได้รับเลือก 10 คน” มีดังนี้

  • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ – ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ
  • ศิริกัญญา ตันสกุล – ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ
  • รังสิมันต์ โรม – ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ
  • วาโย อัศวรุ่งเรือง – ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ
  • ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล – ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ
  • ณัฐวุฒิ บัวประทุม – ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ
  • สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ – ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ
  • ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ – ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ
  • ธีรัจชัย พันธุมาศ – ว่าที่ สส.กทม.
  • เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร – ว่าที่ สส.กทม.

ขณะที่ PPTV รายงานภาพรวมว่า ในกลุ่ม 44 คนที่ถูกชี้มูล มี 15 คนลงสมัครเลือกตั้งปี 2569 และเป็น “ว่าที่ สส.” ทั้งบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต 10 คนที่มีความเสี่ยงถูกตัดสิทธิทางการเมือง
และมติชนก็รายงานในทิศทางเดียวกัน พร้อมสรุปว่าในกลุ่มที่ลงสมัครกับพรรคประชาชน มีทั้งผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์และผู้สมัครเขต

🧩 ทำไมคดีนี้กระทบ “เกมสภา” หนักกว่าที่คิด

การเมืองไม่ใช่แค่เรื่องแพ้ชนะในคูหา แต่คือ “สมการจำนวนเสียง” ในสภา ซึ่งคดีจริยธรรมแบบนี้กระทบได้ตั้งแต่วันเริ่มต้นทำงาน

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในเชิงโครงสร้างสภา

  • หากมีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในช่วงศาลรับพิจารณา อาจทำให้การโหวตกฎหมายสำคัญหรือการตั้งกรรมาธิการสะดุด
  • หากปลายทางคดีออกมาเป็นลบ จำนวน สส.ที่นั่งอยู่จริงของพรรคอาจเปลี่ยน และนำไปสู่การขยับลำดับผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อหรือการเลือกตั้งซ่อมในบางพื้นที่ ตามเงื่อนไขของระบบเลือกตั้ง

กรุงเทพธุรกิจยังรายงานเรื่องการอัปเดตรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคที่เกี่ยวข้อง และการมี “หน้าใหม่” ถูกดันขึ้นมาในโครงสร้างบัญชีรายชื่อ ซึ่งสะท้อนว่าพรรคเองก็ต้องเตรียมรับแรงกระแทกจากความไม่แน่นอนนี้

🧠 ภาคความรู้ที่ควรรู้ไว้ ปปช คืออะไร ทำงานแบบไหน และประชาชนควรจับตาอะไร

เพื่อให้ตามเกมทันแบบไม่หลงทาง มุมความรู้ที่เกี่ยวกับคีย์เวิร์ด “ปปช” ที่คนค้นหาบ่อยมีสาระสำคัญดังนี้

  • ปปช คือองค์กรอิสระที่มีหน้าที่หลักในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงพิจารณาความผิดด้านจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในบางกรณี
  • คดีที่ถูกเรียกว่า จริยธรรมร้ายแรง มักเป็นคดีที่ผลลัพธ์ “แรง” เพราะสามารถนำไปสู่การพ้นตำแหน่งหรือถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองได้ตามที่กฎหมายกำหนด
  • สำหรับประชาชน จุดที่ควรจับตาคือ “ขั้นศาลฎีกา” เพราะเป็นช่วงที่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจะถูกวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ และจะชี้ชะตาว่าผลทางการเมืองจะเกิดขึ้นระดับไหน

🔥 บทสรุป บ้านกีฬา มองเกมนี้ยังไง

คดีนี้ไม่ใช่ข่าวดราม่ารายวันแล้วจบ แต่มันคือคดีที่ “ลากเส้นอนาคตสภา” ได้จริง เพราะมีชื่อของว่าที่ผู้แทนที่ประชาชนเพิ่งเลือกสดๆ ร้อนๆ อยู่ในสมการ และทุกขั้นตอนต่อจากนี้จะส่งผลเป็นลูกโซ่ ทั้งต่อจำนวนเสียงในสภา ต่อการขับเคลื่อนนโยบาย และต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกลไกตรวจสอบ

จังหวะต่อไปคือการเดินสู่ศาลฎีกา และนั่นแหละคือสนามจริงที่ทุกฝ่ายต้องลงไปสู้ด้วยหลักฐานและข้อกฎหมายแบบเต็มเหนี่ยว ส่วนประชาชนอย่างเราๆ อย่าปล่อยให้ข่าวพาไหล ต้องอ่านให้ครบ ฟังให้เป็น และจับตาว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเปลี่ยนภาพการเมืองไทยไปทางไหน

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา