
จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง เชลซี 2-2 ลีดส์ ยูไนเต็ด วันนี้ 11/2/69 – บ้านกีฬา
ศึก พรีเมียร์ลีก ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ บ้านของ เชลซี เปิดรับการมาเยือนของ ลีดส์ ยูไนเต็ด กลายเป็นเกมดราม่าที่แฟนบอลต้องเช็ก ผลบอลสด กันแบบห้ามกะพริบตา เจ้าถิ่นออกนำห่าง 2-0 แต่ดันปล่อยให้ทีมเยือนฮึดสู้กลับมาแบ่งแต้ม 2-2 แบบสุดเดือด ทิ้งรสชาติขมๆ ไว้ในใจสาวกสิงห์บลูอย่างจัง
ครึ่งแรก:
เสียงนกหวีดยังไม่ทันจาง เกมก็เข้มข้นทันที เชลซีเป็นฝ่ายครองบอลต่อเนื่อง ไล่บี้ตั้งแต่แดนบน เจา เปโดร ขยับหาช่องตลอด นาทีที่ 8 มาโล กุสโต โดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ใส่ กาเบรียล กุดมุนด์สัน แต่ภาพรวมยังเป็นสิงห์ที่กดดันแผงหลังลีดส์ต่อเนื่อง
นาทีที่ 19–23 เชลซีเริ่มรัวโอกาส เอ็นโซ แฟร์นานเดซ กับ โคล พาลเมอร์ ผลัดกันซัดไกลใส่ คาร์ล ดาร์โลว์ แต่ยังไม่ผ่านมือ ทว่าความกดดันก็แตกออกเป็นประตูในนาทีที่ 24 เมื่อ พาลเมอร์ แทงทะลุช่องสุดเนียนให้ เจา เปโดร สอดเข้าไปกดด้วยซ้ายเสียบกลางประตูอย่างเฉียบคม เชลซีขึ้นนำ 1-0 ตามรูปเกมที่เหนือกว่า
หลังได้ประตู เชลซียิ่งเล่นง่าย ขึงเกมบุกทางริมเส้นทั้ง เอสเตเวา และกุสโต ขณะที่ลีดส์พยายามตอบโต้ด้วยจังหวะยิงของ เจมส์ จัสติน กับ ลูคัส เอ็นเมชา แต่ก็ยังไม่คมพอ จบครึ่งแรกสิงห์บลูนำ 1-0 ดูเหมือนทุกอย่างจะอยู่ในมือเจ้าถิ่น
ครึ่งหลัง:
เริ่มครึ่งหลัง เชลซีส่ง จอร์เรล ฮาโต้ ลงมาแทน มาร์ค คูคูเรยา เติมความสดในแนวรับ นาทีที่ 51 เอสเตเวายิงไกลหวาดเสียว ก่อนที่จุดเปลี่ยนจะมาในนาที 56 เจา เปโดร โดน ยากา บีโยล เสียบล้มในกรอบ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และนาทีที่ 58 โคล พาลเมอร์ ซัดด้วยซ้ายเสียบมุมล่างไม่เหลือ เชลซีนำห่าง 2-0 ดูเหมือนเกมจะจบง่ายๆ
แต่ลีดส์ไม่ยอมตาย เปลี่ยนเอา โนอาห์ โอคาฟอร์ ลงมาเพิ่มความจัดจ้าน และมาได้จุดโทษคืนในนาที 65 จากจังหวะที่ เจย์เดน โบเกิล โดน มอยเซส ไกเซโด ทำฟาวล์ในเขตโทษ ลูคัส เอ็นเมชา รับหน้าที่สังหารนาที 67 ส่งบอลเสียบมุมล่าง ไล่มา 2-1 จุดประกายความหวังให้ทีมเยือน
โมเมนตัมเริ่มไหลไปหายูงทอง นาทีที่ 73 แฟนสิงห์ถึงกับเงียบทั้งสนามเมื่อ เอ็นเมชา จ่ายทะลุให้ โอคาฟอร์ หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายผ่าน โรเบิร์ต ซานเชซ ตุงตาข่าย ตีเสมอ 2-2 แบบช็อกสแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงท้ายเกม เชลซีโหมบุกเต็มกำลัง เจา เปโดร และ พาลเมอร์ ได้โอกาสทองแต่ดันยิงหลุดกรอบทั้งคู่ ขณะที่ ฌอน ลองสตาฟฟ์ โดนใบเหลืองในช่วงทดเจ็บจากการตัดเกม สุดท้ายเสียงนกหวีดดังจบ 90+ นาที เสมอกันแบบสุดมัน 2-2 แบ่งกันทีมละแต้ม

🧾 รายชื่อ 11 ตัวจริง คะแนน และตัวสำรอง
🔵 เชลซี
แผนการเล่นหลัก 4-2-3-1 เน้นครองบอลและต่อบอลสั้นจากแดนกลาง
ผู้รักษาประตู
- โรเบิร์ต ซานเชซ – 6.5 เซฟไม่มากแต่ก็มีจังหวะลุ้นในครึ่งหลัง
กองหลัง
- มาโล กุสโต – 6.2 เติมเกมบุกดี แต่มีจังหวะเสียฟาวล์จนได้ใบเหลือง
- เทรโวห์ ชาโลบาห์ – 6.7 คุมพื้นที่กลางแนวรับได้ดีในช่วงแรก แต่มีจังหวะเสียฟาวล์บ่อย
- จอช อาเชียมปง – 5.8 เจองานหนักจากการรับมือโอคาฟอร์และเพื่อนร่วมทีม
- มาร์ค คูคูเรยา – 6.7 พยายามเติมเกมซ้าย ก่อนถูกเปลี่ยนออกช่วงพักครึ่ง
กองกลาง
- มอยเซส ไกเซโด – 7.3 อ่านเกมกลางสนามดี ตัดบอลหลายครั้ง แต่พลาดเสียจุดโทษสำคัญท้ายเกม
- อันเดรย์ ซานโตส – 7.2 ขยันไล่เพรสและเชื่อมเกมแดนกลาง
- เอ็นโซ แฟร์นานเดซ (กัปตัน) – 8.0 ขับเคลื่อนเกมรุก จุดศูนย์กลางของบอลทุกดอก
แนวรุก
- เอสเตเวา – 6.7 สร้างความวุ่นวายทางฝั่งขวา มีจังหวะยิงไกลลุ้นประตู
- โคล พาลเมอร์ – 7.5 ทำแอสซิสต์ให้ประตูแรก และยิงจุดโทษลูกที่สองอย่างเยือกเย็น
- เจา เปโดร – 7.5 ยิงเปิดหัวสุดเฉียบขาด และสร้างปัญหาให้แนวรับลีดส์ตลอด
ตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนาม
- จอร์เรล ฮาโต้ – 6.4 ลงมาแทนคูคูเรยา เพิ่มความสดริมเส้นซ้าย
- เปโดร เนโต้ – 6.9 เติมมิติริมเส้นและดึงตัวประกบ
- เวสลีย์ โฟฟานา – 7.1 เสริมความแกร่งแนวรับช่วงท้ายเกม
- เลียม ดีแลป – 6.4 ยืนเป้าในกรอบเขตโทษ มีจังหวะโหม่งลุ้นประตู
ตัวสำรองไม่ได้ลง
เท็ดดี้ ชาร์แมน-โลว์, เบอนัวต์ บาเดียชิล, มามาดู ซาร์, อเลฮานโดร การ์นาโช, มาร์ค กูยู
🟡 ลีดส์ ยูไนเต็ด
ยืนระบบ 5-4-1 เน้นเกมรับแน่นหนาแล้วสวนกลับเร็ว
ผู้รักษาประตู
- คาร์ล ดาร์โลว์ – 6.2 แม้เสียสองประตูแต่มีจังหวะเซฟสำคัญหลายครั้ง
กองหลัง
- เจย์เดน โบเกิล – 6.7 วิ่งไม่มีหมด เติมเกมบุก และเรียกจุดโทษให้ทีม
- เซบาสเตียน บอร์เนา – 6.4 เจอความเร็วแนวรุกเชลซีเล่นงาน ก่อนถูกถอดเพราะเจ็บ
- ยากา บีโยล – 6.0 เสียจุดโทษให้เจา เปโดร แต่หลังจากนั้นเริ่มนิ่งขึ้น
- โจ โรดอน – 6.5 รับมือบอลครอสได้ดีพอสมควร
- กาเบรียล กุดมุนด์สัน – 5.6 โดนบุกใส่ตลอดริมเส้นซ้ายและโดนใบเหลือง
กองกลาง
- อิลิยา กรูเยฟ – 6.8 ช่วยตัดเกมและคุมจังหวะกลางสนาม
- อีธาน แอมพาดู (กัปตัน) – 6.6 เล่นได้แข็งแกร่งทั้งรับและออกบอล
- แบรนเดน แอรอนสัน – 6.2 พยายามเชื่อมเกมรุกแต่โอกาสไม่มาก
- เจมส์ จัสติน – 8.3 ขึ้นลงไม่มีหยุด มีส่วนสร้างอันตรายหลายครั้ง และเป็นคนเรียกฟาวล์สำคัญ
กองหน้า
- ลูคัส เอ็นเมชา – 7.4 ยิงจุดโทษตีไข่แตก และทำแอสซิสต์ให้โอคาฟอร์ตีเสมอ
ตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนาม
- โนอาห์ โอคาฟอร์ – 7.1 ลงมาทำเกมรุกคมกริบ ยิงประตูตีเสมอ 2-2
- แดเนียล เจมส์ – 6.6 เพิ่มความเร็วทางริมเส้นซ้าย
- ฌอน ลองสตาฟฟ์ – 6.4 ลงมาช่วงท้าย ช่วยตัดเกมจนโดนใบเหลืองหนึ่งใบ
ตัวสำรองไม่ได้ลง
ลูคัส แพร์รี, แซม ไบรัม, อาโอ ทานากะ, ฟาคุนโด บัวนาโนเต, วิลฟรีด ญ็องโต, โจเอล ไพรโอ
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เมื่อมองรูปเกมโดยรวม การ วิเคราะห์บอล นัดนี้ต้องยอมรับว่า เชลซีทำทุกอย่างถูกต้องเกือบหมดในเชิงแท็กติก เจ้าบ้านเดินเกมด้วยโครง 4-2-3-1 ที่เน้นครองบอลจาก เอ็นโซ แฟร์นานเดซ และ ไกเซโด ก่อนจะปล่อยให้ พาลเมอร์ กับ เอสเตเวา ปั้นเกมรุกด้านหลัง เจา เปโดร การเคลื่อนที่ของสามแนวรุกด้านบนสร้างช่องว่างในแนวรับลีดส์ตลอด ครึ่งแรกสิงห์บลูหาจังหวะเข้าทำได้หลากหลาย ทั้งแทงทะลุช่อง ยิงไกล และเปิดจากริมเส้น
อย่างไรก็ตามจุดอ่อนกลับอยู่ที่ “การปิดเกม” แม้จะนำห่าง 2-0 แต่ เชลซีลดจังหวะเพลสซิ่งลง เปิดพื้นที่ให้ลีดส์ต่อบอลสวนกลับง่ายขึ้น เมื่อแดนกลางหลวม แนวรับที่มี อาเชียมปง กับ ชาโลบาห์ จึงต้องดวลตัวต่อตัวบ่อยครั้ง และสุดท้ายก็เสียทั้งจุดโทษและประตูจากจังหวะหลุดตำแหน่ง
ฝั่ง ลีดส์ ยูไนเต็ด แม้จะเริ่มเกมแบบโดนกดเข้าใส่ แต่แผน 5-4-1 ของ ดาเนียล ฟาร์เค เน้นความอดทนและรอจังหวะเล่นงานจากด้านข้าง โดยใช้ความเร็วของ จัสติน, โบเกิล และโอคาฟอร์ในช่วงท้าย เมื่อเกมไหลมาทางพวกเขา การจู่โจมด้วยสปีดจัดและการวิ่งสอดของเอ็นเมชาทำให้แนวรับเชลซีเสียสมาธิ จนโดนลงโทษสองประตูรวด
เชิงเกมรับ ลีดส์อาจดูเปราะในช่วงแรก แต่หลังจากปรับยืนไลน์ต่ำลงและบีบโซนกลางสนาม ปิดทางจ่ายของเอ็นโซได้ดีขึ้น ทำให้เชลซีต้องหันไปเล่นบอลยาวและยิงไกล ซึ่งไม่ค่อยได้ผลนัก ส่วนเชลซีเองเมื่อเจอสวนกลับเร็วก็ยังมีปัญหาเดิมๆ คือการถอยลึกเกินไปและเปิดพื้นที่หน้ากรอบให้คู่แข่งลากเข้ายิงได้ง่าย

📈 สถิติการแข่งขันสะท้อนรูปเกม
ตัวเลขหลังเกมบอกชัดว่า เชลซีคือทีมที่ครองเกมเกือบทั้งหมด ยิงรวม 20 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง ครองบอลถึง 66% และจ่ายบอลมากถึง 603 ครั้ง ด้วยความแม่นยำสูงถึง 93% แสดงให้เห็นถึงการคุมจังหวะและสร้างสรรค์เกมรุกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ลีดส์ยิงเพียง 4 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง ครองบอลแค่ 34% และจ่ายบอล 333 ครั้ง ความแม่นยำ 82% แต่ประสิทธิภาพในจังหวะสุดท้ายกลับเฉียบคมกว่า เมื่อลุ้นแล้วได้ประตูทั้งจากลูกโทษและจังหวะสวนกลับ สถิติฟาวล์ก็ชัดเจน ลีดส์ทำฟาวล์มากถึง 12 ครั้ง ได้รับใบเหลือง 4 ใบ สวนทางกับเชลซีที่ฟาวล์ 8 ครั้ง ใบเหลือง 3 ใบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทีมเยือนเล่นดุดันและหนักแน่นเพื่อหยุดเกมรุกเจ้าบ้านให้ได้
⏱ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚠️ นาทีที่ 8 มาโล กุสโต โดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ กาเบรียล กุดมุนด์สัน
- ⚠️ นาทีที่ 15 จอช อาเชียมปง รับใบเหลืองจากการทำฟาวล์ แบรนเดน แอรอนสัน
- ⚠️ นาทีที่ 19 กาเบรียล กุดมุนด์สัน โดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ อันเดรย์ ซานโตส
- ⚠️ นาทีที่ 22 เซบาสเตียน บอร์เนา รับใบเหลืองจากการเข้าสกัด โคล พาลเมอร์
- ⚽ นาทีที่ 24 ประตู 1-0 ของเชลซี โคล พาลเมอร์ แทงทะลุให้ เจา เปโดร ซัดด้วยซ้ายตุงตาข่าย
- ⚠️ นาทีที่ 45 เจมส์ จัสติน ได้ใบเหลืองหลังทำฟาวล์ อันเดรย์ ซานโตส
- 🔁 นาทีที่ 46 เชลซีเปลี่ยนตัว ส่ง จอร์เรล ฮาโต้ แทน มาร์ค คูคูเรยา
- 🔁 นาทีที่ 55 ลีดส์ส่ง โนอาห์ โอคาฟอร์ แทน เซบาสเตียน บอร์เนา
- ❗ นาทีที่ 56 เชลซีได้จุดโทษจากจังหวะที่ เจา เปโดร โดน ยากา บีโยล เสียบล้มในเขตโทษ
- ⚽ นาทีที่ 58 โคล พาลเมอร์ ยิงจุดโทษเสียบมุมล่าง เชลซีนำ 2-0
- 🔁 นาทีที่ 64 เชลซีส่ง เปโดร เนโต้ ลงแทน เอสเตเวา
- ❗ นาทีที่ 65 ลีดส์ได้จุดโทษ เจย์เดน โบเกิล โดน มอยเซส ไกเซโด ทำฟาวล์ในกรอบ
- ⚠️ นาทีที่ 67 โคล พาลเมอร์ ถูกใบเหลืองจากจังหวะประท้วง
- ⚽ นาทีที่ 67 ลูคัส เอ็นเมชา สังหารจุดโทษให้ลีดส์ไล่มา 2-1
- ⚽ นาทีที่ 73 โนอาห์ โอคาฟอร์ ยิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ ตีเสมอ 2-2 จากการจ่ายของ เอ็นเมชา
- 🔁 นาทีที่ 79 เชลซีส่ง เวสลีย์ โฟฟานา และ เลียม ดีแลป เสริมเกมรับและเกมรุก
- 🔁 นาทีที่ 82 ลีดส์ส่ง แดเนียล เจมส์ ลงแทนผู้เล่นริมเส้น
- 🟨 นาทีที่ 96 ฌอน ลองสตาฟฟ์ โดนใบเหลืองจากการตัดเกมกลางสนาม
- 🟨 นาทีที่ 98 มอยเซส ไกเซโด รับใบเหลืองช่วงทดเจ็บจากการฟาวล์ตัดเกม
🌟 Player of the Match: เจมส์ จัสติน
แม้เกมนี้ เชลซี จะเป็นฝ่ายครองบอล แต่รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมตกเป็นของ เจมส์ จัสติน แบ็กจอมบุกของลีดส์ เขาวิ่งขึ้นลงริมเส้นไม่มีหมด ทั้งช่วยเกมรับบล็อกจังหวะอันตรายของเอสเตเวาและกุสโต แถมยังดันขึ้นมาช่วยเกมรุกคอยลากบอลฝ่าตัวประกบเรียกฟาวล์สำคัญได้หลายครั้ง สถิติส่วนตัวทั้งการเข้าสกัด การดวลชนะตัวต่อตัว และการพาบอลพาหนีเพรสซิ่ง ทำให้เขาคือหัวใจสำคัญในการพาลีดส์กลับมามีแต้มจากสแตมฟอร์ด บริดจ์

🏆 สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
หนึ่งแต้มจากเกมนี้ทำให้ เชลซี เก็บเพิ่มเป็น 44 คะแนนจาก 26 นัด รั้งอันดับ 5 ของตาราง ตามหลังโซนลุ้นแชมป์ที่นำโดยอาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่พอสมควร แม้ยังมีลุ้นพื้นที่ยุโรปเต็มตัว แต่การปล่อยให้เกมที่ควรปิดบัญชีหลุดมือแบบนี้ อาจกลายเป็นบาดแผลสำคัญในเส้นทางล่าโควตาท็อปโฟร์ของสิงห์บลู
ด้าน ลีดส์ ยูไนเต็ด แต้มทองคำในค่ำคืนนี้ส่งให้พวกเขาขยับเป็น 30 คะแนนจาก 26 นัด อยู่โซนกลางล่างอันดับ 15 ทิ้งระยะจากพื้นที่ตกชั้นพอให้หายใจได้บ้าง การบุกมาแบ่งคะแนนจากทีมใหญ่ในบ้านของคู่แข่งแบบนี้ ถือเป็นแรงใจสำคัญให้ทีมของฟาร์เคเดินหน้าหนีโซนอันตรายต่อไป
📅 ตารางบอลพรีเมียร์ลีกนัดถัดไปของทั้งสองทีม
ตาม ตารางบอล และ โปรแกรมบอล นัดถัดไป เชลซีมีภารกิจหนักต่อเนื่อง ทั้งเกมบอลถ้วยและลีก พรีเมียร์ลีกนัดหน้าเตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เบิร์นลีย์ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่สิงห์บลูต้องคว้าชัยให้ได้เพื่อลดแรงกดดันและเก็บแต้มไล่กลุ่มหัวตาราง ส่วนก่อนหน้านั้นยังมีเกมเอฟเอ คัพ ที่ต้องบุกไปเยือน ฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งบ้านกีฬาเชื่อว่าจะมีการโรเตชันผู้เล่นบางตำแหน่ง แต่ยังต้องเน้นเต็มที่ เพราะถ้วยนี้อาจเป็นเส้นทางลุ้นแชมป์ที่เป็นจริงที่สุดของเชลซีฤดูกาลนี้
ฝั่งลีดส์ ยูไนเต็ด โปรแกรมไม่เบาเช่นกัน ต้องบุกไปเยือน แอสตัน วิลล่า ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งกำลังลุ้นพื้นที่หัวตารางอย่างดุเดือด ก่อนจะมีเกมเอฟเอ คัพ ดวลกับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ต่อเนื่อง สองนัดนี้จะเป็นบททดสอบความแกร่งของขุมกำลังลีดส์ว่าพร้อมแค่ไหนกับการอยู่รอดในฤดูกาลยาวๆ
📺 ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของลูกหนังอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นสรุปผลแบบละเอียดยิบ เช็ก บ้านผลบอล แบบเรียลไทม์ หรือเจาะลึกเกมใหญ่เล็กในแต่ละสัปดาห์ บ้านกีฬา ขอบอกเลยว่าห้ามพลาด เราจะเก็บทุกสกอร์ ทุกไฮไลต์ และทุกดราม่าจากสังเวียน พรีเมียร์ลีก มาถ่ายทอดให้แฟนบอลชาวไทยได้มันส์กันต่อเนื่อง ใครอยากลุ้น อยากเชียร์ อยากอัปเดตทุกความเคลื่อนไหว เข้ามาเช็กได้ที่ บ้านกีฬา ได้เลย

