🔥 ศึกท้ายตารางบุนเดสลีกาเริ่มลุกเป็นไฟ
การลุ้น หนีตกชั้น ในบุนเดสลีกาฤดูกาล 2025-26 เข้าสู่ช่วงที่ทุกแต้มมีความหมายแบบ “พลาดไม่ได้” เพราะเมื่อเดินหน้าสู่ 3 เดือนสุดท้ายของซีซัน เส้นแบ่งระหว่างอยู่รอดกับหล่นชั้นมันบางจนแทบมองไม่เห็น โดยตอนนี้ชื่อของ ไฮเดนไฮม์, ซังต์ เพาลี, แวร์เดอร์ เบรเมน และโวล์ฟสบวร์ก คือกลุ่มที่กำลังสั่นคลอนหนักที่สุด ขณะที่ไมนซ์เองก็ยังต้องระวัง เพราะแม้ฟอร์มเริ่มกระเตื้อง แต่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยเต็มร้อย
📌 กติกาตกชั้นเยอรมนีเป็นอย่างไร
ระบบของลีกเยอรมนีชัดเจนและโหดในเวลาเดียวกัน
- อันดับ 17 และ 18 ตกชั้นอัตโนมัติ
- อันดับ 16 ต้องไปเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 3 จากลีกาสอง เพื่อแย่งตั๋วบนลีกสูงสุด
นี่แปลว่า ทีมที่อยู่แถวอันดับ 15-16 ยังไม่มีสิทธิ์ “ผ่อนเกม” และทีมอันดับ 17-18 ก็ต้องเล่นทุกนัดเหมือนนัดชี้ชะตา
🟥 ไฮเดนไฮม์ อันดับ 18 ตกชั้นอัตโนมัติ
สถานะล่าสุด
- อันดับ: 18
- คะแนน: 13
- ผลต่างประตูได้เสีย: -28 (19-47)
- นัดถัดไป: เอาก์สบวร์ก (เยือน)
ไฮเดนไฮม์ของ แฟรงก์ ชมิดท์ ยังคงจมอยู่ก้นหลุม แต่ก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อมจากหลายทีมเหนือขึ้นไป จุดสำคัญคือพวกเขาเคย “เฉียดตกชั้น” มาแล้วในฤดูกาลก่อน และเอาตัวรอดได้จากการชนะ เอลเวอร์สแบร์ก ในเพลย์ออฟ ทว่าปีนี้กลับต้องกลับมาลงสนามในบรรยากาศหนีตายอีกครั้งในซีซันที่ 3 บนลีกสูงสุด
ปัญหาใหญ่สุดคือทีมมีปัญหาทั้งสองฝั่งสนาม เกมรุกผลิตสกอร์ได้น้อยสุดของลีก (19 ประตู) ขณะเดียวกันเกมรับก็เสียมากสุด (47 ประตู) แม้เคยหยุดเลือดไหลด้วยการชนะ ยูเนียน เบอร์ลิน และไฟรบวร์ก แบบต่อเนื่อง แต่หลังจากนั้นก็กลับไปติดหล่มช่วงไม่ชนะอีกครั้ง เวลาเริ่มไหลเร็วขึ้น และหากยังจบเกมแบบ “ยิงไม่พอ เสียง่าย” โอกาสหนีจาก 3 อันดับท้ายจะยิ่งหดลง
🟤 ซังต์ เพาลี อันดับ 17 ตกชั้นอัตโนมัติ
สถานะล่าสุด
- อันดับ: 17
- คะแนน: 17
- ผลต่างประตูได้เสีย: -19 (20-39)
- นัดถัดไป: แวร์เดอร์ เบรเมน (เหย้า)
ช่วงเปิดฤดูกาลของซังต์ เพาลีเริ่มต้นอย่างมีความหวัง เก็บ 7 แต้มจาก 3 นัดแรก แถมยังชนะศึกดาร์บีฮัมบวร์กบนบุนเดสลีกาเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปีที่โฟล์คสพาร์คสตาดิโอนด้วย แต่จากนั้นทุกอย่างดิ่งลงแบบเบรกไม่อยู่ เมื่อทีมแพ้รวด 9 นัดถัดมา
พอเข้าปี 2026 ก็ยังออกตัวช้า ไม่สามารถเอาชนะทีมอย่าง โวล์ฟสบวร์ก, ดอร์ทมุนด์, ฮัมบวร์ก และเอาก์สบวร์ก ได้ ปัญหาเดิมชัดเจนเหมือนฤดูกาลก่อนที่พวกเขาเป็นทีมยิงได้น้อยสุดของลีก นั่นคือ “จบสกอร์ไม่คม” และเมื่อประตูไม่มา ความกดดันก็ทับถมไปทั้งระบบ
ชัยชนะในบ้านเหนือสตุ๊ตการ์ต 2-1 ในแมตช์เดย์ 21 ทำให้กลับมาเห็นแสงปลายอุโมงค์ แต่นัดถัดมาถูกเลเวอร์คูเซนถล่ม 4-0 ยิ่งทำให้ผลต่างประตูเสียหายหนัก สถานการณ์ของเพาลีตอนนี้จึงไม่ใช่แค่ต้องหาแต้ม แต่ต้องรักษาสกอร์ให้ได้ด้วย เพราะท้ายซีซัน “ผลต่างประตู” มักกลายเป็นมีดตัดสินที่เจ็บที่สุด
🟢 แวร์เดอร์ เบรเมน อันดับ 16 เพลย์ออฟ
สถานะล่าสุด
- อันดับ: 16
- คะแนน: 19
- ผลต่างประตูได้เสีย: -20 (22-42)
- นัดถัดไป: ซังต์ เพาลี (เยือน)
เบรเมนที่เคยดูมั่นคงอยู่ 3 ปีติดที่เวเซอร์สตาดิโอน ต้องเจอแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่เมื่อ โอเล่ แวร์เนอร์ ย้ายไปไลป์ซิกช่วงซัมเมอร์ แล้วทีมเลือก ฮอร์สท์ สเตฟเฟน ที่เคยพาเอลเวอร์สแบร์กเกือบขึ้นชั้นมาแทน ซึ่งในกระดาษดูเป็นการแต่งตั้งที่ฉลาด แต่ในสนามกลับไม่เป็นอย่างนั้น
20 เกม ได้เพียง 19 แต้ม และการเสีย มาร์วิน ดุคช์ กองหน้าคนสำคัญในช่วงซัมเมอร์ส่งผลชัดเจน เพราะทีมยิงในลีกได้แค่ 22 ประตู มีเพียง 2 ทีมที่ยิงได้น้อยกว่า ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเบรเมนไม่ใช่แค่ “ฟอร์มตก” แต่กำลังขาดอาวุธที่ใช้ปิดเกมอย่างจริงจัง
เมื่อทีมตั้ง ดาเนียล เธียอูน เข้ามาหยุดการไหลลง เขากลับเริ่มต้นด้วยความพ่ายแพ้แบบเฉียดฉิวต่อไฟรบวร์กในแมตช์เดย์ 21 ก่อนโดนบาเยิร์นบุกอัด 3-0 ในบ้านในแมตช์เดย์ 22 งานหนีตายของเบรเมนจึงยังไม่เห็นภาพว่าคุมเกมได้อยู่มือ และเกมกับซังต์ เพาลีจะเป็นนัดที่ “ห้ามแพ้” อย่างแท้จริง
🐺 โวล์ฟสบวร์ก อันดับ 15 ยังไม่ปลอดภัย
สถานะล่าสุด
- อันดับ: 15
- คะแนน: 19
- ผลต่างประตูได้เสีย: -15 (29-44)
- นัดถัดไป: แอร์เบ ไลป์ซิก (เยือน)
เมื่อพูดถึงโวล์ฟสบวร์ก หลายคนยังจำภาพทีมที่เคยเป็นแชมป์บุนเดสลีกาและเดเอฟเบ โพคาลในช่วง 17 ปีหลัง และยังเคยไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเมื่อ 5 ปีก่อนได้อยู่เลยยิ่งน่าตกใจที่วันนี้พวกเขาต้องกลับมาทรมานในครึ่งล่างของตารางอีกครั้ง
หลังจบอันดับ 12 และ 11 ในสองฤดูกาลก่อน ปีนี้ “หมาป่า” ยังเอาตัวเองออกจากโซนอันตรายไม่ได้ แม้เกมรุกจะพอมีตัวเลขที่ดูได้ แต่ปัญหาคือเกมรับรั่วหนัก เสียไป 44 ประตู มีเพียง 2 ทีมที่เสียมากกว่า และความเสียหายยิ่งบานปลายจากการโดนบาเยิร์นถล่ม 8-1 ทันทีหลังพักหนาว
ดาเนียล บาวเออร์ ที่เข้ามาแทน พอล ซิโม니스 ระหว่างฤดูกาล หวังว่าแข้งใหม่เดือนมกราคมอย่าง เคนโตะ ชิโอกาอิ, เฌอนูแอล เบโลเซียง และ โจนาส อัดเจเตย์ จะเติมแรงกระแทกให้ทีมเดินหน้าหนีจากพื้นที่เสี่ยง แต่โปรแกรมเยือนไลป์ซิกคือบททดสอบจริง ถ้าเกมรับยังเสียง่าย โวล์ฟสบวร์กก็มีสิทธิ์ถูกดูดกลับไปสู่ความหนาวเหน็บของโซนท้ายตารางทันที
🔴 ไมนซ์ อันดับ 14 ฟื้นแล้ว แต่ยังวางใจไม่ได้
สถานะล่าสุด
- อันดับ: 14
- คะแนน: 21
- ผลต่างประตูได้เสีย: -12 (25-37)
- นัดถัดไป: ฮัมบวร์ก (เหย้า)
ไมนซ์คือภาพสะท้อนของทีมที่ “ชีวิตพลิกได้ในเวลาไม่กี่สัปดาห์” เพราะแค่ถึงแมตช์เดย์ 12 ความทรงจำการจบท็อป 6 และไปเล่นยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีกฤดูกาลก่อนดูเหมือนเรื่องไกลตัวสุด ๆ ทีมมีเพียง 6 แต้ม ซึ่งเป็นสถิติระดับสโมสรในช่วงเวลาเดียวกัน และนอนอยู่ท้ายตารางแบบถอนใจ
จุดเปลี่ยนเกิดจากการปลด โบ เฮนริกเซน และดึง อูร์ส ฟิสเชอร์ เข้ามาคุม ซึ่งส่งผลทันที เกมแรกในลีกของเขาคือเสมอบาเยิร์น 2-2 เหมือนส่งสัญญาณว่าไมนซ์กลับมา “สู้ได้” ก่อนเก็บเพิ่ม 14 แต้มจาก 7 นัดถัดมา แล้วค่อยไปแพ้ที่ดอร์ทมุนด์ในแมตช์เดย์ 22
แม้ตอนนี้พวกเขายังนำอันดับ 17-18 อยู่ 4 แต้ม แต่ด้วยสภาพท้ายตารางที่เดือดทุกสัปดาห์ ไมนซ์ยังต้องเก็บแต้มต่อเนื่องให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ฟอร์มที่ดีขึ้นทำให้มีเหตุผลพอจะเชื่อว่าเกมในบ้านกับฮัมบวร์กสัปดาห์หน้าคือโอกาสสำคัญในการถอยห่างจากเส้นอันตราย
🧠 มุมมองบอลไทยที่ควรรู้ก่อนโค้งสุดท้าย
ท้ายฤดูกาลในลีกระดับท็อปอย่างบุนเดสลีกา “แรงกดดัน” มักหนักกว่าคุณภาพทีมในบางนัด ทีมท้ายตารางที่แต้มตามไม่มากจะเล่นด้วยความหิวกระหายพิเศษ เกมจะอึดอัดกว่าเดิม รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างลูกตั้งเตะ การเสียบอลกลางสนาม หรือการโดนยิงนำก่อน กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ลากทั้งฤดูกาลให้พังได้ทันที และที่สำคัญคือการลุ้นอยู่รอดไม่ได้แข่งกันแค่ชนะ แต่แข่งกันที่ “ไม่แพ้” ให้บ่อยพอในช่วงที่โปรแกรมถี่และความมั่นใจแกว่ง
✅ บทสรุปโซนท้ายตารางที่ยังไม่มีใครปลอดภัย
ไฮเดนไฮม์ต้องเร่งแก้ปัญหายิงน้อยเสียเยอะให้ทันเวลา ซังต์ เพาลีต้องหาทางจบสกอร์ให้คมขึ้นแบบเร่งด่วน เบรเมนกำลังเสี่ยงติดเพลย์ออฟยาว ๆ หากไม่หยุดการไหลลง ส่วนโวล์ฟสบวร์กและไมนซ์ยังต้องก้มหน้ากอบโกยแต้มเพื่อหนีแรงดูดท้ายตารางให้ได้มากที่สุด แฟนบอลไทยที่ชอบลุ้นเกมเดือด ๆ ช่วงนี้คือช่วงที่บุนเดสลีกา “มันส์แบบดิบ ๆ” และพร้อมมีดราม่าทุกสัปดาห์ ติดตาม ข่าวฟุตบอล เข้มๆ แบบบ้านๆ แต่ข้อมูลแน่นๆ ได้อีกทุกวัน อย่าลืมติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

