
จาก : ผลบอลสด เอฟเอ คัพ อังกฤษ ระหว่าง สโต๊ค ซิตี้ 1-2 ฟูแล่ม วันนี้ 15/2/69 – บ้านกีฬา
ศึกเอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 4 ที่สนามเหย้าของสโต๊ค ซิตี้ กลายเป็นค่ำคืนสุดช็อกของแฟนเจ้าถิ่น เมื่อสโต๊คออกนำก่อนแต่สุดท้ายโดนฟูแล่มรัวคืนสองเม็ด พลิกชนะ 2-1 แบบหายใจไม่ทั่วท้อง เกมนี้แฟนที่ตามเช็กผลผ่านหน้าเว็บและแอปฯ แบบเรียลไทม์คงเห็นแล้วว่าคำว่า ผลบอลสด ไม่ได้มีแค่ตัวเลข แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ขึ้นลงตลอด 90 นาที บ้านกีฬาขอพาแกะทุกช็อตสำคัญแบบละเอียดถึงเลือดถึงเนื้อ
🔥 ครึ่งแรก: จูนโฮซัดนำ สนามเดือดตั้งแต่ยกแรก
เริ่มเกม ฟูแล่มมาแบบไม่เกรงใจเสียงเชียร์ในบ้าน นาทีแรก Alex Iwobi ลองกดไกลวัดใจ แต่บอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว ส่งสัญญาณว่าเกมนี้แนวรับสโต๊คมีงานแน่นอน
สโต๊คตั้งหลักได้ก็สวนกลับทันที นาที 12 ได้ฟรีคิกฝั่งซ้าย Sorba Thomas บรรจงปั่นไกล ทว่า Benjamin Lecomte ยังล้มตัวรับอยู่ในมือ
ฟูแล่มยิ่งเล่นยิ่งลุย นาที 15 Rodrigo Muniz โหม่งจ่อๆ แต่ Tommy Simkin พุ่งปัดสุดยอด เซฟนี้เรียกเสียงฮือฮาทั้งสนาม ก่อนที่นาที 18 ฟูแล่มจะได้ลุ้นจากเตะมุมต่อเนื่อง Muniz ได้สับอีกครั้งแต่ Simkin ยังยืนตำแหน่งเยี่ยม เซฟไว้ได้อีกระลอก
แล้วเจ้าบ้านก็ปลดล็อกได้แบบเฉียบคม นาที 19 Bae Jun-Ho ทำชิ่งกับ Eric-Junior Bocat หน้าเขตโทษ ก่อนหลุดมารับบอลในกรอบแล้วกดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมบนซ้ายอย่างสวย สโต๊ค ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0 แฟนเจ้าถิ่นระเบิดเสียงเฮสนั่นอัฒจันทร์
หลังเสียประตู ฟูแล่มไม่ยอมถอย นาที 26 Kevin ตัดเข้าในจากฝั่งซ้ายแล้วซัดเต็มข้อ แต่ Simkin ยังบินปัดออกหลัง นาที 28 Iwobi เติมขึ้นมาโหม่งอีกครั้งเฉียดเสาไปแบบได้เสียว ช่วงนาที 30-34 ฟูแล่มบุกเป็นพายุ ได้เตะมุมรัวๆ กดให้สโต๊คต้องถอยลงไปอุดลึก
ท้ายครึ่งแรก ฟูแล่มยังหาทางเจาะต่อเนื่อง นาที 38 Kevin ยิงไกลแต่ไม่ตรงกรอบ นาที 44 Muniz หลุดยิงในกรอบแต่โดนบล็อก สโต๊คเอาตัวรอดได้อีกครั้ง ก่อนทดเวลานาทีเดียวแล้วจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ สโต๊ค ซิตี้ 1-0 ฟูแล่ม เจ้าบ้านกุมความได้เปรียบแต่รูปเกมโดนบุกใส่ชัดเจน
🔁 ครึ่งหลัง: เควินจุดประกาย รีดปิดจ็อบพลิกนรก
เข้าสู่ครึ่งหลัง ฟูแล่มยังมาแบบเดือดจัด นาที 46 เสียงนกหวีดเริ่มไม่ทันไร Timothy Castagne ไปทำฟาวล์โดนใบเหลืองติดตัวตั้งแต่หัววัน
นาที 48 Oscar Bobb ได้ส่องในกรอบแต่ติดบล็อก แนวรับสโต๊คยังยืนกันแน่น ทว่านาที 52 สโต๊คได้โอกาสสวนกลับ Lamine Cissé ซัดไกลให้ Lecomte ต้องออกแรงปัดออกไป ก่อนที่นาที 53 Tatsuki Seko จะลองยิงไกลอีกดอกเฉียดเสาแบบแฟนเจ้าบ้านลุกเก้อ
เกมเปลี่ยนครั้งใหญ่ในนาที 56 เมื่อฟูแล่มต่อบอลทะลุมาถึง Kevin ในช่องกลางกรอบ แล้วเจ้าตัวซัดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งเสียบกลางประตูอย่างเฉียบ ฟูแล่มตีเสมอ 1-1 บรรยากาศฝั่งทีมเยือนเปลี่ยนเป็นคึกคักทันที
หลังจากนั้นฟูแล่มยิ่งบุกหนัก นาที 60 ได้เตะมุมต่อเนื่อง กดดันให้สโต๊คแทบเอาบอลออกจากแดนตัวเองไม่ได้ นาที 64 Tomáš Rigo ของสโต๊คพยายามช่วยทีมบุกสวนด้วยการยิงไกล แต่หลุดกรอบออกไปเอง นาที 69 Josh King สอดมายิงมุมแคบแต่ Simkin ยังเซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง
เกมเริ่มเดือดจัดในช่วงนาที 70-73 ฟูแล่มโหมบุกจนแนวรับสโต๊คต้องสกัดทิ้งกันวุ่น ก่อนที่นาที 74 จะมีจังหวะปะทะกันจน Issa Diop และ Bae Jun-Ho โดนใบเหลืองคนละใบ อารมณ์ในสนามเริ่มตึงเครียด
นาที 77 Marco Silva แก้เกมด้วยการส่ง Emile Smith Rowe กับ Raúl Jiménez ลงมาเพิ่มมิติในแดนหน้า และการเปลี่ยนตัวนี้ทำให้เกมรุกฟูแล่มมีความหลากหลายมากขึ้น
ผลของความดุดันมาปรากฏในนาที 84 เมื่อ Harrison Reed ที่วันนี้วิ่งไม่มีหมด สอดขึ้นมาจบสกอร์ด้วยขวาจากกลางกรอบ บอลพุ่งเสียบมุมล่างซ้ายแบบ Simkin หมดสิทธิ์เซฟ ฟูแล่มพลิกนำ 2-1 เงียบกริบทั้งสนามเจ้าถิ่น
ท้ายเกมนาที 89 สโต๊คตัดสินใจเปลี่ยนตัวสามคนรวด เติมเกมรุกหวังไล่ตีเสมอ แต่ฟูแล่มถอยลงมารับแน่นและคุมจังหวะไว้หมด ทดเวลา 5 นาที และในนาที 95 Ashley Phillips ไปทำฟาวล์ใส่ Kevin กลางสนาม กลายเป็นจังหวะปิดเกมให้ฟูแล่มดึงเวลาได้ครบ ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบท่ามกลางความสะใจของทีมเยือนและความเสียดายของชาวเดอะ พ็อตเตอร์ส จบเกม สโต๊ค ซิตี้ แพ้ ฟูแล่ม 1-2 ตกรอบเอฟเอ คัพ ไปอย่างเจ็บแสบ

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริง นักเตะโดดเด่น และการเปลี่ยนตัว
🔴 สโต๊ค ซิตี้
ระบบโดยรวมยืนในโครง 4-2-3-1 เน้นเกมรับแน่นแล้วสวนกลับเร็ว
- ผู้รักษาประตู:
Tommy Simkin (25) เรตติ้ง 7.6 เซฟอุตลุตทั้งเกม เป็นคนที่ช่วยยืดเวลาให้สโต๊คอยู่ในเกมได้นานที่สุด - กองหลัง:
Eric-Junior Bocat (17) เรตติ้ง 6.6 แบ็กซ้ายเติมเกมแอสซิสต์ให้ประตูขึ้นนำของทีม
Ben Wilmot (16, กัปตัน) เรตติ้ง 6.7 คุมแนวรับกลางสนามอากาศดีแต่โดนบุกกดดันหนัก
Maksym Talovierov (40) เรตติ้ง 7.0 อ่านจังหวะสกัดหลายครั้ง
Ashley Phillips (26) เรตติ้ง 6.0 มีจังหวะฟาวล์ท้ายเกมใส่ Kevin ให้ทีมเยือนดึงเวลา - กองกลางตัวรับ/เชื่อมเกม:
Tomáš Rigo (19) เรตติ้ง 6.9 ช่วยเชื่อมเกมแดนกลางแต่ครึ่งหลังกำลังเริ่มตก
Tatsuki Seko (12) เรตติ้ง 6.5 มีโอกาสยิงไกลลุ้นประตูเพิ่ม
Lamine Cissé (29) เรตติ้ง 6.9 ขยับหาพื้นที่ต่อบอลได้ดี - ตัวรุกและหน้าเป้า:
Bae Jun-Ho (10) เรตติ้ง 7.8 ฮีโร่เจ้าถิ่นจากประตู 1-0 และเป็นตัวความหวังในแดนหน้า
Sorba Thomas (7) เรตติ้ง 6.4 พยายามเปิดเกมบุกจากฝั่งขวา
M. Smit (49) เรตติ้ง 6.3 ยืนหน้าเป้าค้ำแนวรับฟูแล่ม แต่โอกาสจบสกอร์มีไม่มาก
นักเตะโดดเด่นของสโต๊คคือ Simkin, Talovierov และ Bae Jun-Ho ที่ช่วยกันประคองเกมจนเกือบเอาอยู่
การเปลี่ยนตัวของสโต๊ค:
- นาที 78: Jesurun Rak-Sakyi (21, 6.5) แทน M. Smit เติมความสดในแดนหน้า
- นาที 78: Ben Pearson (4, 6.5) แทน Tomáš Rigo เพื่อเพิ่มความดุในกลางสนาม
- นาที 89: Aaron Cresswell (3) แทน Bocat เสริมลูกครอส
- นาที 89: Steven N’Zonzi (15) แทน Seko เพิ่มความแข็งแกร่งกลางรับ
- นาที 89: Million Manhoef (42) แทน Bae Jun-Ho ส่งตัวรุกสดลงไปลุ้นบอลยาวช่วงท้าย
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: Frank Fielding, Ben Gibson, Ruben Curley, Raphael Otegbayo
⚪ ฟูแล่ม
Marco Silva ก็ใช้โครง 4-2-3-1 เช่นกัน แต่เน้นครองบอลบุกกดอยู่ฝ่ายเดียว
- ผู้รักษาประตู:
Benjamin Lecomte (23) เรตติ้ง 7.1 แม้เสียหนึ่งประตูแต่เซฟลูกไกลหลายครั้ง - กองหลัง:
Timothy Castagne (21) เรตติ้ง 6.3 ได้ใบเหลืองต้นครึ่งหลังแต่ก็ยังประคองเกมริมเส้นได้
Issa Diop (31) เรตติ้ง 6.4 มีใบเหลืองช่วงท้ายแต่ความแข็งแกร่งยังช่วยทีมไว้
Jorge Cuenca (15) เรตติ้ง 7.2 ยืนตำแหน่งดี อ่านเกมเก็บบอลสองได้เยอะ
Antonee Robinson (33) เรตติ้ง 6.9 เติมเกมรุกทางซ้ายต่อเนื่อง - กองกลาง:
Harrison Reed (6, กัปตัน) เรตติ้ง 7.9 วิ่งไม่มีหมดและซัดประตูชัย 2-1 แบบเฉียบคม
Alex Iwobi (17) เรตติ้ง 6.4 ช่วยเชื่อมเกมรุกจากด้านใน
Oscar Bobb (14) เรตติ้ง 6.7 ขยับหาช่องและลากเลื้อยสร้างปัญหาให้แนวรับสโต๊ค - แนวรุกและหน้าเป้า:
Josh King (24) เรตติ้ง 6.5 เคลื่อนที่ดึงตัวประกบเปิดพื้นที่ให้เพื่อน
Rodrigo Muniz (9) เรตติ้ง 6.3 ได้โหม่งและยิงหลายครั้งแต่ยังไม่เฉียบพอ
Kevin (22) เรตติ้ง 9.6 ตัวทีเด็ดของทีม ยิงประตูตีเสมอและปั่นแนวรับเจ้าบ้านเละตลอดเกม
การเปลี่ยนตัวของฟูแล่ม:
- นาที 77: Emile Smith Rowe (32, 6.6) แทน Josh King เพิ่มความเนียนในการปั้นเกม
- นาที 77: Raúl Jiménez (7, 6.4) แทน Rodrigo Muniz เพื่อเพิ่มความคมหน้าเป้า
- นาที 86: Harry Wilson (8, 6.5) แทน Oscar Bobb ลงมาช่วยเก็บบอลโต้กลับ
- นาที 90: Sander Berge (16) แทน Harrison Reed เติมความสดปิดเกมแดนกลาง
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: Bernd Leno, Kenny Tete, Ryan Sessegnon, Joachim Andersen, Calvin Bassey
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในมุมมองของบ้านกีฬา เกมนี้คือบทเรียนชัดๆ ว่าการครองบอลและการเคลื่อนที่โดยไม่มีบอลสำคัญแค่ไหน ฟูแล่มจัดโครง 4-2-3-1 ที่ยืดหยุ่นสูง แผงหลังดันไลน์ค่อนข้างสูงเพื่อบีบสโต๊คให้ออกจากเขตโทษตัวเองลำบาก คู่กลาง Reed–Iwobi ทำหน้าที่เป็นหัวใจของการต่อบอลสั้น คอยสลับตำแหน่งกับตัวรุกด้านข้างอย่าง Bobb และ Kevin ทำให้แนวรับสโต๊คอ่านทางยาก เมื่อบอลถูกดันไปริมเส้น Robinson กับ Castagne เติมขึ้นมาสร้างความได้เปรียบเชิงตัวเลข กลายเป็นการโหมบุกเป็นระลอกๆ แบบไม่ให้เจ้าถิ่นได้หายใจ
ฝั่งสโต๊ค แม้รูปแบบจะใช้ 4-2-3-1 เหมือนกัน แต่การยืนตำแหน่งเน้นรับลึกเป็นหลัก บอลแรกส่วนใหญ่จึงเป็นการเปิดยาวให้ Bae Jun-Ho และ Thomas ใช้ความเร็วเล่นงานพื้นที่ด้านหลังแนวรับฟูแล่ม แผงกลางอย่าง Rigo, Seko และ Cissé ต้องวิ่งช่วยปิดช่องมากกว่าคุมบอล ส่งผลให้การเซ็ตเกมจากเท้าสู่เท้าแทบไม่ต่อเนื่อง เมื่อเสียบอลก็โดนสวนกลับทันทีเพราะระยะระหว่างไลน์เกมรับกับเกมรุกยืดออกห่าง
ในเกมรับ ฟูแล่มเพรสซิ่งแบบเป็นจังหวะ เลือกบีบหนักเมื่อบอลมาถึงกลางสนาม โดยเฉพาะเมื่อสโต๊คหันหลังให้ประตูตัวเอง ทันทีที่แย่งบอลได้ก็ปล่อยให้ Kevin ใช้ความเร็วลากตัดเข้ากลาง ขณะที่ Muniz หรือ Jiménez คอยดึงตัวประกบเปิดพื้นที่ให้ยิงหรือฝากต่อ คนที่ทำให้จังหวะเพรสซิ่งนี้สมบูรณ์แบบคือ Reed ที่อ่านเกมและตัดบอลกลางสนามได้หลายครั้ง
ส่วนเกมรับของสโต๊ค แม้ Talovierov กับ Wilmot จะบล็อกและโหม่งสกัดได้ดี แต่การโดนบุกยาวนานกว่า 60–70% ของเวลาทำให้สมาธิเริ่มหลุดในช่วงท้าย ซึ่งเห็นได้ชัดในจังหวะประตู 1-1 และ 1-2 ที่แนวรับปล่อยให้ Kevin กับ Reed ได้ยืนจบสกอร์จากกลางกรอบแบบไม่ถูกบีบมากพอ หากพูดในเชิง วิเคราะห์บอล ฟูแล่มคือทีมที่คุมรายละเอียดเกมทั้งการรุกและการรับเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

📈 สถิติการแข่งขันสะท้อนรูปเกม
ตัวเลขหลังเกมบอกชัดว่าฟูแล่มไม่ได้ชนะเพราะโชคช่วย พวกเขายิงทั้งหมด 19 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง ขณะที่สโต๊คมีโอกาสเพียง 8 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้งเท่านั้น การครองบอลยิ่งต่างกันสุดขั้ว เจ้าบ้านมีเพียง 31% ส่วนทีมเยือนยึดเกมไว้ถึง 69% แปลว่าตลอดเกมสโต๊คต้องวิ่งไล่บอลมากกว่าเล่นบอลของตัวเอง
จำนวนฟาวล์ สโต๊คทำไป 4 ครั้ง ส่วนฟูแล่ม 11 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าทีมเยือนพร้อมตัดเกมเมื่อสโต๊คสวนกลับอันตราย ใบเหลืองออกให้เจ้าถิ่น 1 ใบ และทีมเยือน 2 ใบ ไม่มีใบแดง แต่จังหวะปะทะดุเดือดให้เห็นตลอดทั้งเกม สโต๊คโดนดันจนต้องเคลียร์บอลทิ้งบ่อย ทำให้สถิติล้ำหน้าขึ้นไปถึง 5 ครั้ง ขณะที่ฟูแล่มหลุดล้ำหน้าแค่ 1 ครั้ง จุดที่โหดสุดคือเตะมุม สโต๊คได้เพียง 1 ครั้ง แต่ฟูแล่มตะบันไปถึง 11 ครั้ง กดเจ้าบ้านให้อยู่ในกรอบเขตโทษตัวเองแทบทั้งครึ่งหลัง
⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 19: Bae Jun-Ho ซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษให้สโต๊ค ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0 หลังรับบอลจาก Eric-Junior Bocat
- 🟨 นาที 45+1: Timothy Castagne โดนใบเหลืองจากจังหวะทำฟาวล์ปลายครึ่งแรก
- ⚽ นาที 56: Kevin กดด้วยขวาจากกลางกรอบให้ฟูแล่มตีเสมอ 1-1 จุดเปลี่ยนสำคัญของเกม
- 🟨 นาที 74: Issa Diop และ Bae Jun-Ho ต่างโดนใบเหลืองจากจังหวะปะทะเดือดกลางสนาม
- 🔁 นาที 77: ฟูแล่มส่ง Emile Smith Rowe และ Raúl Jiménez ลงแทน Josh King กับ Rodrigo Muniz เติมความสดแนวรุก
- 🔁 นาที 78: สโต๊คเปลี่ยน Jesurun Rak-Sakyi แทน M. Smit และ Ben Pearson แทน Tomáš Rigo หวังชิงเกมกลางสนามคืน
- ⚽ นาที 84: Harrison Reed สอดขึ้นมายิงด้วยขวา บอลเสียบมุมล่างซ้ายให้ฟูแล่มพลิกนำ 2-1
- 🔁 นาที 86: Harry Wilson ลงมาแทน Oscar Bobb เสริมเกมโต้กลับฟูแล่ม
- 🔁 นาที 89: สโต๊คเปลี่ยนสามคนรวด ส่ง Aaron Cresswell, Steven N’Zonzi และ Million Manhoef ลงสนาม
- 🔁 นาที 90: ฟูแล่มส่ง Sander Berge ลงมาแทน Reed เพื่อปิดเกมแดนกลาง
- ⚠️ นาที 95: Ashley Phillips ทำฟาวล์ใส่ Kevin กลางสนาม เป็นจังหวะสุดท้ายก่อนจบเกม
⭐ Player of the match: Kevin ซูเปอร์สตาร์ป่วนเจ้าบ้าน
คนที่แบกฟูแล่มทั้งเกมแบบไม่ต้องสงสัยคือ Kevin ปีกหมายเลข 22 ที่ได้คะแนนสูงถึง 9.6 เขาไม่เพียงยิงประตูตีเสมอ 1-1 แบบคมกริบ แต่ทุกครั้งที่ได้บอลริมเส้นซ้ายคือฝันร้ายของแนวรับสโต๊ค การเลี้ยงกินตัวหนึ่งต่อหนึ่ง การตัดเข้าในหาช่องยิง และการดึงตัวประกบเปิดพื้นที่ให้เพื่อน ทำให้เกมรับเจ้าบ้านไม่มีโอกาสได้เล่นง่ายเลยตลอด 90 นาที
นอกจากประตูสำคัญ Kevin ยังมีส่วนร่วมกับจังหวะบุกหลายครั้ง ทั้งเรียกฟาวล์สำคัญช่วงทดเวลาและช่วยเพรสซิ่งดักบอลตั้งแต่แดนบน บ้านกีฬามองว่าถ้าไม่มีเขา เกมนี้ฟูแล่มอาจไม่สามารถพลิกกลับมาเข้ารอบได้แบบนี้แน่นอน
🧮 ผลกระทบต่อเส้นทาง เอฟเอ คัพ และฟอร์มในลีก
แม้เอฟเอ คัพจะไม่มีตารางคะแนนแบบลีก แต่ชัยชนะเกมนี้คือบันไดสำคัญให้ฟูแล่มเดินหน้าต่อในรอบถัดไป พร้อมอัดความมั่นใจยกก้อนกลับไปใช้ในศึกพรีเมียร์ลีก ขณะเดียวกัน การตกรอบของสโต๊คทำให้พวกเขาต้องหันไปโฟกัสเต็มตัวกับการลุยในแชมเปี้ยนชิพ เพื่อหนีโซนดรอปหรือไล่ลุ้นเพลย์ออฟเลื่อนชั้นต่อไป ฟอร์มโดยรวมในบอลถ้วยช่วยชี้ชัดว่า สโต๊คยังต้องยกระดับเกมรับและความคมในพื้นที่สุดท้ายหากหวังขยับอันดับในลีกให้สูงกว่านี้
📅 ตารางบอลและโปรแกรมบอลนัดถัดไป
หลังจบศึกบอลถ้วย โปรแกรมในลีกของทั้งสองทีมแน่นปึ้กและน่าจับตามอง สำหรับสโต๊ค ซิตี้ ในแชมเปี้ยนชิพยังมีคิวลงเล่นในบ้านต่อเนื่อง ตาม โปรแกรมบอล ที่รออยู่คือ
- สโต๊ค ซิตี้ พบ เลสเตอร์ ซิตี้ วันที่ 21/02/26 เวลา 19:30
- สโต๊ค ซิตี้ พบ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด วันที่ 26/02/26 เวลา 03:00
ส่วนฟูแล่มต้องกลับไปลุยพรีเมียร์ลีกด้วยสภาพจิตใจที่กำลังพุ่งสุด หลังแซงชนะในเอฟเอ คัพ โดยมีสองเกมสำคัญรออยู่คือ
- ซันเดอร์แลนด์ พบ ฟูแล่ม วันที่ 22/02/26 เวลา 21:00
- ฟูแล่ม พบ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ วันที่ 01/03/26 เวลา 21:00
ทั้งสองทีมจึงแทบไม่มีเวลาพัก ต้องรีบเคลียร์สภาพร่างกายและปรับแท็กติกให้พร้อมกับศึกหนักในลีกทันที
📣 ติดตามบ้านผลบอล และทุกจังหวะเดือดได้ที่บ้านกีฬา
คอบอลที่อยากตามทุกช็อตเดือดแบบไม่พลาดทั้งบอลถ้วยและบอลลีก แค่เปิดเช็ก บ้านผลบอล และสกอร์เรียลไทม์กับบ้านกีฬา ก็เหมือนได้เกาะติดขอบสนามทุกคู่สำคัญ บ้านกีฬาพร้อมอัปเดตสกอร์สด บทวิเคราะห์หลังเกม ข่าวซื้อขาย และเกร็ดลูกหนังมันส์ๆ ให้แฟนบอลได้ตามเชียร์ทีมรักกันยาวๆ ตลอดฤดูกาล

