สรุปมติวินัยล่าสุดจากสมาคมฯ
วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 “คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท” สรุปผลการประชุม ครั้งที่ 34 ประจำฤดูกาล 2025/26 โดยมีกรณีของสโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด ถูกพิจารณาจากเหตุการณ์ในเกมลีกสูงสุดไทย
เกมที่เป็นประเด็น เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ ลำพูน วอริเออร์
เหตุเกิดในศึก ไทยลีก 1 (T1) แมตช์เดย์ที่ 21 เกมที่ เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ ลำพูน วอริเออร์ 1-1 เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งภาพรวมเกมตึง ๆ ตามสไตล์บอลแต้มสำคัญ แต่จุดที่กลายเป็นเรื่องหลังเกม คือพฤติกรรมของกองเชียร์บางส่วนที่เกิน “เส้นความปลอดภัย” ของสนามไปแล้ว
เหตุการณ์นาที 81 จุดเริ่มต้นของบทลงโทษ
ในนาทีที่ 81 กองเชียร์สโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด บริเวณด้านหลังประตูทางทิศใต้ ได้แสดงความดีใจกระโดดลงมาจากอัฒจันทร์ ทำป้าย เอ-บอร์ด ล้ม เนื่องจากการทำประตูของ มาร์โก้ ซาริช ผู้เล่นทีม เมืองทอง ยูไนเต็ด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องดูแลให้กลับขึ้นไป
เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดว่า “อารมณ์บอล” มันพุ่งได้ แต่ระบบสนามและพื้นที่รอบสนามแข่งขันถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก ป้ายโฆษณา อุปกรณ์ขอบสนาม รวมถึงทางสัญจรของสตาฟฟ์และเจ้าหน้าที่ มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ทันทีหากมีคนข้ามพื้นที่โดยไม่ควบคุม
ผลพิจารณาโทษ ปรับเงิน 20,000 บาท
ลงโทษกองเชียร์สโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด ผ่านรั้วกั้นรอบสนามเข้าไปในบริเวณพื้นที่รอบสนามแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.2 ปรับเงิน 20,000 บาท
ในเชิง “ภาพลักษณ์สโมสร” โทษปรับอาจดูเป็นจำนวนไม่สูงมากเมื่อเทียบกับหลายเคสที่ผ่านมา แต่สารที่ชัดคือ สมาคมฯ ต้องการย้ำมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยและการควบคุมแฟนบอลให้เป็นรูปธรรม เพราะถ้าเหตุการณ์บานปลายกว่านี้ ทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือความเสี่ยงต่อคนในสนาม อาจนำไปสู่บทลงโทษที่หนักกว่าได้
กฎข้อ 4.2 ระบุชัด ลงไปพื้นที่รอบสนามโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษ
ข้อ 4.2 บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ผ่านรั้วกั้นรอบสนามเข้าไปในบริเวณพื้นที่รอบสนามแข่งขัน หรือเข้าไปในสนามแข่งขัน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจากการแข่งขัน โดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 50,000 บาท
ประเด็นสำคัญของกฎนี้คือ “ไม่ได้รับอนุญาต” ต่อให้ไม่ได้ตั้งใจสร้างความเสียหาย แต่การข้ามรั้วกั้นคือการฝ่าฝืนทันที และกรอบโทษก็เริ่มต้นที่ 20,000 บาท ซึ่งเคสนี้ถูกปรับในระดับขั้นต่ำตามที่ระเบียบกำหนด
เงื่อนไขที่อนุญาตให้เข้าไปในสนามแข่งขันได้
การเข้าไปในสนามแข่งขันสามารถกระทำได้ หากทีมเยือนและเจ้าหน้าที่การแข่งขันได้เดินทางออกไปจากสถานที่จัดการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และฝ่ายจัดการแข่งขันอนุญาต
ตรงนี้เป็น “เส้นแบ่ง” ที่แฟนบอลควรเข้าใจให้ชัด เพราะหลายคนมักคิดว่าเกมจบแล้วลงไปได้เลย แต่ตามระเบียบต้องมีเงื่อนไขครบทั้งเรื่องการเดินทางออกของทีมเยือนและเจ้าหน้าที่ รวมถึงการอนุญาตจากฝ่ายจัด ไม่ใช่ลงไปตามอารมณ์หรือความสะใจหลังได้ประตู
มุมแฟนบอลไทย เรื่องเล็กที่ลามได้ถ้าไม่คุม
ฟุตบอลไทยกำลังพยายามยกระดับทั้งภาพการแข่งขันและประสบการณ์ในสนาม การเชียร์ให้มันส์เป็นเสน่ห์ แต่ความมันส์ต้องไม่กลายเป็นความเสี่ยง การกระโดดลงจากอัฒจันทร์หรือข้ามพื้นที่กั้น อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งกับคนทำเอง คนรอบข้าง หรือเจ้าหน้าที่ที่ต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ และท้ายที่สุดภาระก็มาตกที่สโมสรทั้งในแง่บทลงโทษและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ต้องเข้มขึ้น
บทสรุปที่สโมสรต้องรับไปเต็ม ๆ
มติครั้งนี้จบที่การปรับเงิน 20,000 บาท แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดว่าเรื่อง “ความปลอดภัยในสนาม” ไม่ใช่พื้นที่ให้ลองของ และทุกสโมสรจำเป็นต้องเข้มทั้งการสื่อสารกับกองเชียร์และการจัดการพื้นที่เสี่ยง เพื่อไม่ให้เกมฟุตบอลที่ควรเป็นความสุข กลายเป็นประเด็นวินัยซ้ำ ๆ
ติดตามข่าวฟุตบอลไทยแบบเข้มข้น อ่านง่าย และอัปเดตไว ได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา

