ไฟลามวงการฌาปนกิจ! แชร์เอกสาร “ยกเลิกสมาคม” สะเทือนผู้สูงวัยทั้งประเทศ เงินที่ส่งมาทั้งชีวิตจะไปไหน?

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

กระแสเอกสารประกาศ ยกเลิกสมาคม ที่ถูกแชร์สนั่นโซเชียลช่วงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ทำเอาหลายบ้านใจหาย โดยเฉพาะกลุ่ม ผู้สูงวัย และครอบครัวที่ส่งเงินเข้าระบบ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ กันมานานเป็นสิบ ๆ ปี เพราะคำถามมันแทงใจตรง ๆ ว่า “ถ้าสมาคมปิดจริง เงินที่เราจ่ายไปจะหายวับไหม” และ “วันหนึ่งถ้าเราจากไป คนข้างหลังยังจะได้แรงช่วยเหลืออยู่หรือเปล่า”

แต่ในความตื่นตระหนก ยังมีข้อเท็จจริงสำคัญที่ต้องรู้ให้ชัด เพราะระบบนี้ “ไม่ใช่เงินออม” และก็ “ไม่เหมือนประกันชีวิต” ตั้งแต่หลักการยันวิธีคิด ซึ่งถ้าเข้าใจผิดตั้งแต่ต้น ความคาดหวังเรื่องการ คืนเงิน ก็อาจคลาดเคลื่อนไปไกล

⚠️สัญญาณร้อนจากภาครัฐ “อย่าแตกตื่น” แต่ยอมรับว่ามีการยกเลิกจริง

ประเด็นนี้ถูกพูดถึงหนักหลังมีข่าวการเลิกกิจการสมาคมบางแห่งในหลายจังหวัด กระทบความมั่นใจของสมาชิกในพื้นที่อื่น ๆ ทันที กระทั่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาย้ำว่า “ไม่ต้องแตกตื่น” เพราะการยกเลิกเป็นรายพื้นที่ แยกกันเป็นสมาคม ๆ ไป และเหตุผลการยกเลิกมีได้หลายแบบ ตั้งแต่

  • ไม่ดำเนินกิจการต่อ
  • สมาชิกลาออกจำนวนมากจนไปต่อไม่ไหว
  • ค้างจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้เสียชีวิต มีหนี้สูง
  • กรรมการไม่ครบตามเงื่อนไข
  • ไม่ส่งงบดุลเป็นเวลานาน

ที่สำคัญ ยังมีการระบุภาพรวมว่าเดิมทั่วประเทศเคยมีสมาคมลักษณะนี้มากกว่า 4,874 แห่ง และปัจจุบันยังดำเนินการอยู่ 3,839 แห่ง (หลังมีการยกเลิกสะสมยาวนานตั้งแต่ปี 2517-2569)

🧨แก่นแท้ที่คนจำนวนมากเข้าใจผิด “ฌาปนกิจไม่ใช่เงินฝาก ไม่ใช่หยอดกระปุก”

นี่คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด ระบบ การฌาปนกิจสงเคราะห์ ถูกออกแบบบนหลัก “เพื่อนช่วยเพื่อน” หรือเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข เงินที่สมาชิกจ่ายเข้าไป “ไม่ได้ถูกเก็บสะสมเป็นบัญชีส่วนตัว” แบบธนาคาร แต่ถูกนำไปใช้จ่ายให้กับครอบครัวของสมาชิกที่เสียชีวิต “ในช่วงเวลานั้น ๆ” เพื่อช่วยภาระงานศพและช่วยทายาท

ดังนั้นประเด็นที่ต้องจำให้แม่น

  • เงินฌาปนกิจ เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อความอุ่นใจ ไม่ใช่การออมสะสม
  • ถ้าลาออกหรือหยุดส่งกลางคัน หลายกรณี “ไม่ได้รับเงินคืน” เพราะเงินถูกเฉลี่ยไปช่วยคนอื่นแล้ว
  • ยอดเก็บรายเดือนอาจไม่นิ่ง เพราะขึ้นกับจำนวนผู้เสียชีวิตในสมาคมนั้น เดือนไหนมีคนเสียชีวิตมาก ยอดเฉลี่ยก็สูงขึ้น

และนี่คือเหตุผลที่ข่าว “สมาคมล่ม” จึงทำให้คนหวั่นหนัก เพราะถ้าโครงสร้างสมาคมเริ่ม “คนจ่ายน้อยกว่าคนตาย” เงินช่วยเหลือก็มีแนวโน้มลดลง อีกทั้งความเสี่ยงเรื่องการบริหารที่ไม่โปร่งใสก็ยิ่งเติมเชื้อไฟให้ความกังวลพุ่งขึ้น

🧩ทำไมระบบนี้ยังอยู่ได้ยาว และทำไมถึงกระทบคนแก่ที่สุด

แม้มีความเสี่ยง แต่ระบบนี้ยังเป็นเหมือน “ตาข่ายรองรับทางสังคม” สำหรับหลายคน โดยเฉพาะคนที่

  • อายุเยอะจนทำประกันชีวิตยาก หรือเบี้ยสูงเกินรับไหว
  • รายได้น้อย แต่อยากกันเงินไว้ไม่ให้ลูกหลานเดือดร้อนยามต้องจัดงานศพ

พูดให้ชัด ระบบฌาปนกิจจึงมักผูกพันกับความรู้สึก “ส่งมาทั้งชีวิต” และเมื่อมีข่าวยกเลิกหรือปิดกิจการ ความกลัวจึงไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือความกลัวว่า “วาระสุดท้ายจะกลายเป็นภาระของคนข้างหลัง”

🕵️เช็กให้ชัวร์ก่อนแตกตื่น – สมาคมที่ “ยกเลิก” ไม่ได้แปลว่า “ทุกที่ล้ม”

สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ “ยกเลิกเป็นรายสมาคม” ไม่ได้หมายถึงล้มทั้งระบบ และการยกเลิกบางแห่งไม่ได้ทำให้สมาคมอื่นถูกยกเลิกตามโดยอัตโนมัติ

แต่ในมุมสมาชิก สิ่งที่ควรทำทันทีแบบมีสติคือ

  • เก็บหลักฐานการส่งเงินทุกครั้ง (ใบเสร็จ สมุดสมาชิก สลิปโอน)
  • ขอเอกสารข้อบังคับสมาคมและรายละเอียดการจ่ายเงินสงเคราะห์
  • ติดตามประกาศประชุมใหญ่ รายงานงบการเงิน หรืองบดุลให้ต่อเนื่อง
  • หากเริ่มมีสัญญาณค้างจ่ายหรือเลื่อนจ่าย ให้รวมตัวสอบถามอย่างเป็นทางการ

⚖️ถ้าสมาคม “พังจริง” ผู้เสียหายทำอะไรได้บ้าง – 3 ดาบกฎหมายที่ถูกพูดถึง

มีการเสนอแนวทางช่วยผู้เสียหายให้ “เอาผิดและทวงความเป็นธรรม” โดยชี้ไปที่ทั้งเจ้าหน้าที่กำกับดูแลและคณะกรรมการสมาคม สรุปสาระสำคัญแบบเข้าใจง่ายได้ดังนี้

  • ดาบที่ 1 ดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 หากมีการเพิกเฉย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จนประชาชนเสียหาย (มีการแนะนำช่องทางยื่นเรื่องต่อหน่วยงานปราบทุจริตที่เกี่ยวข้อง)
  • ดาบที่ 2 ฟ้องศาลปกครองเพื่อเรียกเยียวยาจากหน่วยงานรัฐต้นสังกัด หากพิสูจน์ได้ว่าละเลยกำกับจนเกิดความเสียหาย
  • ดาบที่ 3 แจ้งความกรรมการฐานฉ้อโกงประชาชน และผลักให้หน่วยงานตามเส้นทางการเงินเข้ามาตรวจสอบเพื่ออายัดหรือยึดทรัพย์คืนผู้เสียหาย

ประเด็นนี้สะท้อนชัดว่า หากเกิดความเสียหายใหญ่จริง การเดินเกมแบบ “ฟ้องแพ่งอย่างเดียว” อาจไม่พอ และผู้เสียหายควรเดินเรื่องแบบเป็นกลุ่มเพื่อให้คดี “ติด” และมีแรงผลักจริง

🕯️ความรู้จำเป็นเรื่องงานฌาปนกิจ – เตรียมตัวไว้ก่อน ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน

เมื่อพูดถึง “ฌาปนกิจ” หลายคนโฟกัสเรื่องเงินช่วยเหลือ แต่ในชีวิตจริง ภาระใหญ่ของครอบครัวคือการจัดการพิธีให้เรียบร้อยและสมเกียรติ ซึ่งมีสิ่งที่ควรรู้แบบใช้ได้ตลอด

  • เอกสารพื้นฐานที่มักต้องใช้ในการดำเนินการต่าง ๆ เช่น การแจ้งตาย การติดต่อวัดหรือสถานที่จัดพิธี และการจัดการสิทธิประโยชน์
  • การวางงบประมาณงานศพ ตั้งแต่ค่าศาลา ค่าอาหารรับรอง ไปจนถึงค่าดอกไม้จันทน์และค่าพิธีการ
  • มารยาทงานศพ การแต่งกายโทนสุภาพ การแสดงความเคารพ และการร่วมพิธีอย่างเหมาะสม
  • การคุยกันในครอบครัวล่วงหน้า ว่าต้องการจัดพิธีแบบไหน งบประมาณเท่าไร ใครเป็นผู้ประสานหลัก

สารพัดเรื่องเหล่านี้คือ “งานจริง” ที่เกิดขึ้นแน่ ๆ เมื่อถึงเวลา และยิ่งเตรียมตัวล่วงหน้าได้มากเท่าไร ครอบครัวก็ยิ่งลดความตื่นตระหนกและลดภาระใจในวันสูญเสียได้มากเท่านั้น

✅สรุปภาพใหญ่ – เข้าใจระบบให้ถูก แล้วค่อยตัดสินใจ

ข่าว “ยกเลิกสมาคม” ทำให้คนจำนวนมากหวั่นไหวก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความกลัวคือ “ความเข้าใจที่ถูกต้อง”

  • ระบบนี้ไม่ใช่เงินออม จึงไม่ควรคาดหวังว่าจะถอนคืนได้เหมือนบัญชีฝาก
  • การยกเลิกเกิดเป็นรายสมาคม และมีเหตุปัจจัยด้านการบริหารและกฎระเบียบ
  • หากเกิดความเสียหายจริง มีแนวทางทางกฎหมายที่ถูกหยิบยกให้ผู้เสียหายรวมตัวเพื่อเอาผิดและเรียกความเป็นธรรม

สุดท้ายไม่ว่าคุณจะอยู่กับระบบนี้ต่อ หรือมองหาทางเลือกอื่น สิ่งที่ต้องทำคือ “ตรวจสอบข้อมูล” “เก็บหลักฐาน” และ “อย่าปล่อยให้ความเงียบกินเงินกินสิทธิของตัวเอง”

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา