บ้านผลบอล สรุปหลังเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ดราม่าทดเจ็บ ฟลีมมิ่งโหม่งนาทีบาป! เชลซี 10 คนโดนเบิร์นลีย์ไล่เจ๊า 1-1 ท็อปโฟร์สะดุดแต่ยังไม่หลุด

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง เชลซี 1-1 เบิร์นลีย์ วันนี้ 21/2/69 – บ้านกีฬา

บ้านกีฬา พาแฟนบอลเช็ก ผลบอลสด เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เหมือนจะเป็นคืนของเชลซีตั้งแต่นาที 4 แต่สุดท้ายกลายเป็นบทเรียนราคาแพง เมื่อโดนเบิร์นลีย์ไล่ตีเสมอช่วงทดเจ็บ จบเกมเสมอ 1-1 แบบเจ็บจี๊ดในสไตล์ บ้านผลบอล แท้ ๆ

ครึ่งแรก

เชลซีเปิดเกมเหมือนใส่เกียร์ห้า ตั้งแต่นกหวีดแรกยังไม่ทันตั้งตัว นาที 4 เจ้าถิ่นได้เฮจากจังหวะเข้าทำที่คมกริบ เปโดร เนโต้พาบอลหลุดแล้วตบให้ เจา เปโดร ซัดด้วยซ้ายระยะเผาขนเสียบมุมล่างขวา เชลซีขึ้นนำ 1-0 แบบไม่ต้องวอร์มให้เสียเวลา

หลังเสียประตู เบิร์นลีย์ไม่ยอมเป็นตัวประกอบ นาที 7 เมจบรีได้ส่องในกรอบเขตโทษ แต่โรเบิร์ต ซานเชซยังเหนียว เซฟไว้ได้ก่อนทีมเยือนจะได้เตะมุมต่อเนื่อง เกมเริ่มเดือดขึ้นเรื่อย ๆ เชลซีมีจังหวะยิงไกลของเอ็นโซ นาที 10 และพาล์มเมอร์พยายามซัดทั้งจากลูกเตะมุมและยิงไกลช่วงนาที 12 กับ 17 แต่ยังติดบล็อกเป็นส่วนใหญ่

เกมกลางสนามเริ่มหนักตั้งแต่นาที 29 ก่อนจะมีใบเหลืองให้เมจบรี นาที 30 และโฟฟาน่าของเชลซีโดนตามน้ำ นาที 34 ช่วงท้ายครึ่งแรก พาล์มเมอร์ได้ปั่นไกลอีกครั้ง แต่ดูบราฟก้ารับเข้าซอง นาที 37 ส่วนแอนโธนี่ของเบิร์นลีย์ยิงหลุดเสา นาที 40 จบครึ่งแรกเชลซีนำ 1-0 แต่สกอร์ไม่ได้การันตีอะไรเลย

ครึ่งหลัง

กลับมาครึ่งหลังเชลซียังพยายามปิดเกม นาที 46 พาล์มเมอร์ยิงหลุดเสาซ้าย นาที 51 เจา เปโดรยิงติดบล็อก นาที 56 เนโต้ได้ยิงในกรอบแต่ยังไม่ผ่านแนวรับ และนาที 66 เจา เปโดรโหม่งจ่อ ๆ ข้ามคานแบบน่าเสียดาย

จุดเปลี่ยนของเกมมาถึงนาที 72 เวสลีย์ โฟฟาน่าโดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดง จากจังหวะไปฟาวล์ใส่ เจมส์ วอร์ด พราวส์ ทำให้เชลซีต้องเล่น 10 คน และทันทีที่เหลือคนน้อย เกมก็เอนไปฝั่งทีมเยือนแบบชัดเจน นาที 77 โจช ลอเรนต์ยิงจ่อ ๆ แต่ซานเชซยังบินปัดมุมบนขวาอย่างสุดยอด ก่อนเบิร์นลีย์จะเร่งจังหวะบีบจนเชลซีเริ่มล้า

แล้วสิ่งที่แฟนเจ้าถิ่นไม่อยากได้ยินก็มาถึง นาที 90 ทดเวลา 6 นาที และนาที 90+3 เบิร์นลีย์ตีเสมอ 1-1 จากลูกเตะมุม วอร์ด พราวส์เปิดเข้ากลางให้ เซียน ฟลีมมิ่งโหม่งจากกลางกรอบเสียบมุมล่างซ้ายแบบเย็นเฉียบ เชลซีที่อุตส่าห์ยื้อมาแทบทั้งครึ่งหลัง สุดท้ายโดนลงโทษจนได้ ช่วงทดเจ็บยังมีดราม่าเพิ่ม ใบเหลืองลอเรนต์ นาที 90+4 และฮาโต้ของเชลซี นาที 90+5 ก่อนเดลาปยิงจ่อ ๆ นาที 97 ข้ามคาน พลาดโอกาสปิดบัญชีชัยชนะให้เชลซีแบบเสียววาบ จบเกมแบ่งแต้มไปแบบคาใจ

รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนนเด่น และการเปลี่ยนตัว

เชลซี ระบบ 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู

  • โรเบิร์ต ซานเชซ 7.2

กองหลัง

  • รีซ เจมส์ 7.0
  • เวสลีย์ โฟฟาน่า 6.8
  • เทรโวห์ ชาโลบาห์ 6.9
  • มาโล กุสโต้ 6.8

กองกลาง

  • มอยเซส ไคเซโด 7.3
  • อันเดรย์ ซานโตส 7.4
  • โคล พาล์มเมอร์ 7.5
  • เอ็นโซ เฟร์นานเดซ 6.0

กองหน้า

  • เจา เปโดร 7.2
  • เปโดร เนโต้ 8.2

นักเตะโดดเด่น

เปโดร เนโต้คือคนที่ทำให้แนวรุกเชลซีมีชีวิตจริง ๆ ทั้งจังหวะแอสซิสต์และการพาบอลฉีกเกม ส่วนพาล์มเมอร์กับไคเซโดเป็นแกนคุมจังหวะที่พยายามพาทีมหนี แต่เกมเปลี่ยนหลังโดนใบแดงจนทุกอย่างต้องถอยไปตั้งรับ

การเปลี่ยนตัว

  • นาที 75 โทซิน อดาราบิโอโย แทน โคล พาล์มเมอร์ 6.5
  • นาที 80 จอร์เรล ฮาโต้ แทน มาโล กุสโต้ 6.4
  • นาที 80 เลียม เดลาป แทน เจา เปโดร 6.5
  • นาที 88 มามาดู ซาร์ แทน เปโดร เนโต้ 6.3
  • นาที 89 จอช อาเชอัมปง แทน รีซ เจมส์ 6.3

เบิร์นลีย์ ระบบ 3-4-2-1

ผู้รักษาประตู

  • มาร์ติน ดูบราฟก้า 6.7

กองหลัง

  • คอนเนอร์ วอร์รอลล์ 6.7
  • ไคล์ วอล์คเกอร์ 6.2
  • มักซีม เอสเตฟ 7.0

กองกลาง

  • บาชีร์ ฮัมฟรีส์ 6.8
  • ฮันนิบาล เมจบรี 6.6
  • เลสลีย์ อูโกชุควู 6.7
  • โจช ลอเรนต์ 6.7

แนวรุก

  • มาร์คัส เอ็ดเวิร์ดส์ 6.6
  • เจดอน แอนโธนี่ 6.2
  • เซียน ฟลีมมิ่ง 7.3

นักเตะโดดเด่น

ฟลีมมิ่งคือตัวจบที่เยือกเย็นในจังหวะสำคัญที่สุด ขณะที่วอร์ด พราวส์ลงมาแล้วเปลี่ยนคุณภาพลูกนิ่งทันที และเอสเตฟคุมพื้นที่หลังบ้านได้แข็งมากในช่วงที่ทีมบุกหนัก

การเปลี่ยนตัว

  • นาที 46 ลูคัส ปิเรส แทน ไคล์ วอล์คเกอร์ 6.8
  • นาที 57 เจมส์ วอร์ด พราวส์ แทน เลสลีย์ อูโกชุควู 7.0
  • นาที 78 ยาค็อบ บรูน ลาร์เซน แทน โจช ลอเรนต์ 6.4
  • นาที 83 ลูม ชาอูนา แทน บาชีร์ ฮัมฟรีส์ 6.7
  • นาที 84 แอชลีย์ บาร์นส์ แทน เจดอน แอนโธนี่ 6.4

วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

เชลซีเริ่มด้วย 4-2-3-1 เน้นขึ้นเกมจากคู่กลางไคเซโดกับซานโตสแล้วโยนภาระสร้างสรรค์ให้พาล์มเมอร์ โดยมีเนโต้เป็นปีกที่รับบทฉีกแนวรับและเล่นหนึ่งต่อหนึ่ง จุดเด่นคือจังหวะเร่งสปีดแล้วตัดเข้ากลางจนเกิดประตูเร็ว นาที 4 เป็นภาพสะท้อนว่าถ้าจังหวะสุดท้ายคม เชลซีปิดเกมได้ตั้งแต่ต้น

แต่ปัญหาคือหลังขึ้นนำ เกมรุกเชลซีกลายเป็นยิงไกลเยอะ ติดบล็อกเยอะ และไม่ค่อยได้ทะลุช่องแบบต่อเนื่อง พอเข้าครึ่งหลังยิ่งเห็นชัดว่าเจา เปโดรเริ่มถูกประกบจนหายไปจากพื้นที่อันตราย ขณะที่เอ็นโซคุมเกมได้ไม่ลื่นเหมือนวันพีค ทำให้บอลเข้าเขตโทษแบบเนื้อ ๆ น้อยกว่าที่ควร

ฝั่งเบิร์นลีย์มาใน 3-4-2-1 ตั้งรับเป็นบล็อกแล้วพยายามพาบอลขึ้นด้วยตัวรุกสองคนหลังหน้าเป้า เน้นจังหวะเปลี่ยนเกมเร็วและลูกตั้งเตะ พอเชลซีเหลือ 10 คน เบิร์นลีย์กดดันสูงขึ้นทันที เติมวิงแบ็กให้สุดเส้นเพื่อบีบให้เชลซีเคลียร์บอลทิ้ง แล้วค่อยเก็บจังหวะสองกลับมาซ้ำ จังหวะสำคัญคือการส่งวอร์ด พราวส์ลงมา ทำให้ลูกนิ่งทีมเยือนคมขึ้นแบบคนละเรื่อง และสุดท้ายก็ปิดบัญชีด้วยการเปิดเตะมุมที่แม่นพอให้ฟลีมมิ่งโหม่งตาย

ภาพรวมเกมรับ เชลซีช่วงมี 11 คนยังยืนทรงได้ แต่พอโดนใบแดง เกมรับต้องถอยลึกจนเสียพื้นที่หน้าเขตโทษ เปิดทางให้เบิร์นลีย์ครองจังหวะบุก ส่วนเบิร์นลีย์ยอมรับแรงกระแทกต้นเกมได้ดี แล้วค่อย ๆ เพิ่มความดุดันจนได้รางวัลช่วงสุดท้าย

สถิติการแข่งขัน

เชลซีเป็นฝ่ายคุมบอลมากกว่าชัดเจนด้วยการครองบอล 67 เปอร์เซ็นต์ ส่งบอลรวม 591 ครั้งและความแม่นยำ 91 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เบิร์นลีย์ครองบอล 33 เปอร์เซ็นต์ ส่งบอล 301 ครั้ง ความแม่นยำ 80 เปอร์เซ็นต์ แม้เจ้าถิ่นยิงมากกว่า 12 ครั้ง แต่เข้ากรอบแค่ 2 หน ส่วนทีมเยือนยิง 9 ครั้งเข้ากรอบถึง 4 หน เกมฟาวล์ค่อนข้างหนัก เชลซีทำฟาวล์ 13 ครั้ง เบิร์นลีย์ 11 ครั้ง ใบเหลืองเชลซี 3 ใบ เบิร์นลีย์ 2 ใบ และเชลซีโดนใบแดง 1 ใบ นอกจากนี้เชลซีได้เตะมุม 9 ครั้ง เบิร์นลีย์ 5 ครั้ง ล้ำหน้าเชลซี 2 ครั้ง เบิร์นลีย์ 3 ครั้ง ตัวเลขทั้งหมดชี้ชัดว่าเชลซีครองเกม แต่เบิร์นลีย์คมกว่าในจังหวะที่ต้องเอา

เหตุการณ์สำคัญ

  • ⚽ นาที 4 เชลซีขึ้นนำ 1-0 เจา เปโดร ยิงด้วยซ้ายระยะเผาขน เปโดร เนโต้ แอสซิสต์
  • 🟨 นาที 30 ฮันนิบาล เมจบรี รับใบเหลือง
  • 🟨 นาที 34 เวสลีย์ โฟฟาน่า รับใบเหลือง
  • 🟥 นาที 72 เวสลีย์ โฟฟาน่า รับใบแดง ใบเหลืองที่สองจากจังหวะฟาวล์ใส่ เจมส์ วอร์ด พราวส์
  • ⚽ นาที 90+3 เบิร์นลีย์ตีเสมอ 1-1 เซียน ฟลีมมิ่ง โหม่งจากลูกเตะมุม เจมส์ วอร์ด พราวส์ เปิดให้
  • 🟨 นาที 90+4 โจช ลอเรนต์ รับใบเหลือง
  • 🟨 นาที 90+5 จอร์เรล ฮาโต้ รับใบเหลือง
  • 🔁 นาที 46 ลูคัส ปิเรส แทน ไคล์ วอล์คเกอร์
  • 🔁 นาที 57 เจมส์ วอร์ด พราวส์ แทน เลสลีย์ อูโกชุควู
  • 🔁 นาที 75 โทซิน อดาราบิโอโย แทน โคล พาล์มเมอร์
  • 🔁 นาที 78 ยาค็อบ บรูน ลาร์เซน แทน โจช ลอเรนต์
  • 🔁 นาที 80 จอร์เรล ฮาโต้ แทน มาโล กุสโต้
  • 🔁 นาที 80 เลียม เดลาป แทน เจา เปโดร
  • 🔁 นาที 83 ลูม ชาอูนา แทน บาชีร์ ฮัมฟรีส์
  • 🔁 นาที 84 แอชลีย์ บาร์นส์ แทน เจดอน แอนโธนี่
  • 🔁 นาที 88 มามาดู ซาร์ แทน เปโดร เนโต้
  • 🔁 นาที 89 จอช อาเชอัมปง แทน รีซ เจมส์

Player of the match

เปโดร เนโต้ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเกมด้วยคะแนน 8.2 เพราะเป็นคนจุดไฟให้เกมรุกเชลซีตั้งแต่วินาทีแรก แอสซิสต์ให้ประตูขึ้นนำ สร้างโอกาสจากริมเส้น และเป็นตัวที่ทำให้แนวรับเบิร์นลีย์ต้องถอยกันทั้งแผง แม้สุดท้ายทีมจะไม่ชนะ แต่ถ้าไม่มีเนโต้ เกมรุกเชลซีอาจไม่ได้น่ากลัวขนาดนี้

สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ผลเสมอนัดนี้ทำให้เชลซียังยืนอันดับ 4 มี 45 แต้มจาก 27 นัด แต่เป็นแต้มที่หล่นหายแบบน่าเจ็บใจ เพราะรูปเกมนำอยู่แทบทั้งนัด ส่วนเบิร์นลีย์เก็บแต้มสำคัญในโซนท้ายตาราง ยังอยู่อันดับ 19 มี 19 แต้มจาก 27 นัด แต้มเดียวที่ได้จากเกมใหญ่แบบนี้คือออกซิเจนต่อชีวิตในการหนีตกชั้นอย่างแท้จริง

ตารางบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดถัดไป

เชลซียังมีคิวหนักต่อเนื่องใน โปรแกรมบอล โดยจะเจองานระดับวัดใจอย่าง อาร์เซนอล วันที่ 01/03/26 เวลา 23:30 ก่อนบุกไปเยือน แอสตัน วิลลา วันที่ 05/03/26 เวลา 02:30

ฝั่งเบิร์นลีย์มีคิวเปิดบ้านพบ เบรนท์ฟอร์ด วันที่ 28/02/26 เวลา 22:00 และจากนั้นไปเยือน เอฟเวอร์ตัน วันที่ 04/03/26 เวลา 02:30

ติดตามบ้านผลบอล ที่ บ้านกีฬา

เกมนี้คือบทพิสูจน์ว่าในพรีเมียร์ลีก แค่หลุดสมาธิไม่กี่วินาทีมันก็พังได้ทั้งเกม บ้านกีฬา จะพาเกาะทุกจังหวะสำคัญ อัปเดตสกอร์ก่อนใคร วิเคราะห์หลังเกมแบบถึงอารมณ์ และสรุปเข้ม ๆ ให้แฟนบอลสายจริงไม่พลาดแม้แต่วินาทีเดียว ติดตาม บ้านผลบอล ที่ บ้านกีฬา แล้วมาเดือดไปด้วยกันทุกสัปดาห์

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา