
จาก : ผลบอลสด ยูโรปา ลีก ระหว่าง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-2 เฟเนร์บาห์เช่ วันนี้ 27/2/69 – บ้านกีฬา
ค่ำคืนที่สนามเจ้าป่า แฟนบอลที่เปิดหน้า ผลบอลสด รอเช็กสกอร์อาจใจหายแวบเมื่อเห็น น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แพ้คาบ้าน 1-2 ให้เฟเนร์บาห์เช่ แต่เมื่อมองที่ผลรวมสองนัด 4-2 คือฟอเรสต์ที่ยิ้มรอด ทะลุผ่านรอบเพลย์ออฟศึกยูโรปา ลีก ไปได้แบบเหงื่อซึมทั้งสนาม
เฟเนร์บาห์เช่พึ่งความคมของ มูฮัมเหม็ด เคเร็ม อัคเติร์โกกลู ซัดคนเดียวสองลูก ขณะที่ฟอเรสต์ตอบโต้ด้วยประตูสุดสวยของ คัลลัม ฮัดสัน–โอดอย เกมจบด้วยชัยชนะฝั่งทีมเยือนในนัดนี้ แต่ภาพรวมทั้งซีรีส์เจ้าป่าคือฝ่ายทำการบ้านมาดีกว่า เก็บสกอร์สำคัญได้ตั้งแต่นัดแรกจนมีทุนหนาพอให้พลาดในเลกสองแล้วไม่ตกรอบ
ครึ่งแรก เจ้าป่าบุกเป็นชุดแต่โดนสวนทีเดียวจอด
เสียงนกหวีดเริ่มเกม ฟอเรสต์เดินหน้าใส่ทันที ใช้แรงเชียร์จากแฟนเจ้าถิ่นกดดันเฟเนร์บาห์เช่ ไล่เพรสตั้งแต่เซ็นเตอร์ของทีมเยือน การต่อบอลจากคู่กลางอย่าง ไรอัน เยตส์ กับ นิโกลัส โดมิงเกซ พอไปได้สวย มีจังหวะให้ เอลเลียต แอนเดอร์สัน กับ เจมส์ แม็คอาที ลองส่องไกลอยู่เรื่อย
นาที 22 ดราม่าบานปลายเมื่อฟอเรสต์ดันไลน์สูงเกินแล้วโดนเฟเนร์บาห์เช่สวนกลับ ฉีกแนวรับเจ้าถิ่นออกหมด ซิดิกี้ เชรีฟ ลากบอลตัดเข้ากลาง ก่อนฝากให้ เคเร็ม อัคเติร์โกกลู แต่งแล้วกดเรียดเสียบมุมล่างไม่เหลือ ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0 และทำให้สกอร์รวมไล่มา 3-1
เจ้าป่าไม่ยอมง่ายๆ นาที 24 แอนเดอร์สันหลุดไปยิงมุมแคบแต่หลุดเสานิดเดียว จากนั้นนาที 30–36 ฟอเรสต์บุกเป็นพายุ ลูกเตะมุมและจังหวะโหม่งของแม็คอาทีทำเอาแฟนบอลลุกฮือหลายครั้ง ทว่าบอลยังไม่ยอมเป็นใจ
นาที 40 ลอเรนโซ ลุกก้า เล่นหนักไปหน่อย เสียฟาวล์กลางสนามจนโดนใบเหลือง กดดันตัวเองเพิ่มเข้าไปอีก ก่อนผู้ตัดสินทดเวลา 4 นาทีแล้วจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ ฟอเรสต์ตามหลัง 0-1 แต่ยังนำอยู่ 3-1 ในผลรวมสองนัด
ครึ่งหลัง เปเรย์รากล้าเสี่ยง เปลี่ยนเกมจนหวิดคัมแบ็กเสมอ
ขึ้นครึ่งหลัง วีตอร์ เปเรย์รา ตัดสินใจเปลี่ยนทีเดียวสี่คน ส่ง โอลา ไอน่า, อิบราฮิม ซังกาเร, คัลลัม ฮัดสัน–โอดอย และ อีกอร์ เฆซุส ลงมาพลิกเกม หวังใช้ความสดและสปีดดวลกับแนวรับเฟเนร์บาห์เช่
แต่เพียงนาที 46 ความซวยถาโถมทันที เมื่อแนวรับฟอเรสต์เสียเหลี่ยมในเขตโทษ ทำให้ผู้ตัดสินชี้จุดโทษให้ทีมเยือน นาที 48 เคเร็ม อัคเติร์โกกลู สังหารด้วยความมั่นใจ ยิงเต็มข้อลูกพุ่งเข้ากลางประตู เฟเนร์บาห์เช่หนีเป็น 2-0 และผลรวมบีบเหลือ 3-2 ทำเอาแฟนเจ้าถิ่นเริ่มเสียว
จากนั้นเป็นจังหวะลุยแหลกของฟอเรสต์ โดมิงเกซกับวิลเลียมส์ลองสับไกไกล มีลูกเตะมุมต่อเนื่องจนแนวรับเฟเนร์บาห์เช่ต้องถอยลงไปตั้งรับลึก นาที 68 เสียงเฮทั้งสนามระเบิดเมื่อ โอลา ไอน่า ซัดสปีดเติมสูงทางซ้าย ก่อนเปิดเรียดเข้ากรอบ คัลลัม ฮัดสัน–โอดอย แตะหลบแล้วปั่นด้วยซ้ายโค้งเสียบมุมสุดงาม ให้ฟอเรสต์ตีไข่แตกเป็น 1-2 และขยับสกอร์รวมหนีเป็น 4-2
ท้ายเกมเจ้าป่าบุกแบบทิ้งไพ่ทั้งหมด ฮัดสัน–โอดอยมีโอกาสยิงเพิ่ม อีกอร์ เฆซุส ได้ซัดจ่อแต่ยังไม่ผ่าน ทาริก เชติน ขณะที่เฟเนร์บาห์เช่หันมาเน้นเซ็ตเกมช้า ตัดจังหวะเอาฟาวล์เพื่อลดความรุนแรงของเกมรุกเจ้าถิ่น
ช่วงทดเวลา โมราโต้ได้โหม่งจากลูกเตะมุมบอลข้ามคานไปนิดเดียว หากลูกนี้เข้าจะจบที่ผลเสมอในนัดสอง แต่สุดท้ายสกอร์ไม่ขยับ เพิ่มความช้ำเล็กน้อยให้แฟนเจ้าบ้านแต่เติมรอยยิ้มใหญ่เมื่อมองที่ผลรวม ฟอเรสต์แพ้ 1-2 นัดนี้ แต่เข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-2 แบบทำเอาหัวใจเต้นรัวทั้งสนาม

รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนน นักเตะเด่น และการเปลี่ยนตัว
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
ผู้จัดการทีม: วีตอร์ เปเรย์รา
ระบบการเล่น 4-2-3-1 ค่าเฉลี่ยทีม 6.69
ผู้รักษาประตู
- สเตฟาน ออร์เตก้า 27 คะแนน 6.5
กองหลัง
- เนโก วิลเลียมส์ 3 คะแนน 6.7
- เฟลิเป้ โมราโต้ 4 คะแนน 7.4
- จาอีร์ คุนญา 23 คะแนน 6.2
- มูริโญ 5 คะแนน 6.2
กองกลางตัวรับและเชื่อมเกม
- ไรอัน เยตส์ (กัปตัน) 22 คะแนน 6.4
- นิโกลัส โดมิงเกซ 16 คะแนน 6.8
กองกลางตัวรุก
- เอลเลียต แอนเดอร์สัน 8 คะแนน 6.7
- เจมส์ แม็คอาที 24 คะแนน 6.6
- โอมาริ ฮัตชินสัน 21 คะแนน 6.8
กองหน้า
- ลอเรนโซ ลุกก้า 20 คะแนน 5.9 ใบเหลือง 1 ครั้ง
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- โอลา ไอน่า 34 คะแนน 7.0 แทน มูริโญ นาที 46
- อิบราฮิม ซังกาเร 6 คะแนน 6.7 แทน ไรอัน เยตส์ นาที 46
- คัลลัม ฮัดสัน–โอดอย 7 คะแนน 8.0 แทน เจมส์ แม็คอาที นาที 46
- อีกอร์ เฆซุส 19 คะแนน 6.6 แทน ลอเรนโซ ลุกก้า นาที 46
- มอร์แกน กิ๊บส์–ไวต์ 10 คะแนน 6.6 แทน นิโกลัส โดมิงเกซ นาที 84
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
แองกัส กันน์, คีฮาน วิลโลว์ส, นิโกล่า มิลินโควิช, แซ็ค แอบบอตต์, แดน นดอย, ดิลาน บาคมา
ผู้เล่นบาดเจ็บและไม่สมบูรณ์
คริส วูด, จอห์น วิกเตอร์, วิลลี่ โบลี, มัตซ์ เซลส์ บาดเจ็บ ส่วน นิโคโล ซาโวนา ยังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงความฟิต
เฟเนร์บาห์เช่
ผู้จัดการทีม: โดเมนิโก เทเดสโก
ระบบการเล่น 3-5-2 ค่าเฉลี่ยทีม 6.84
ผู้รักษาประตู
- ทาริก เชติน 13 คะแนน 7.2
กองหลัง
- อาร์ชี บราวน์ 3 คะแนน 7.0
- อิสมาอิล ยืคเซค (กัปตัน) 5 คะแนน 6.6
- เมิร์ต มึลดูร์ 18 คะแนน 6.8
กองกลาง
- เอ็นโกโล ก็องเต้ 17 คะแนน 7.5
- มัตเตโอ เกนดูซี่ 6 คะแนน 7.6
- โอเมอร์ อัยดิน 70 คะแนน 6.8
- ซิดิกี้ เชรีฟ 26 คะแนน 6.6
ตัวรุกด้านข้างและหน้าเป้า
- ดี. เนเน 45 คะแนน 6.7
- เยตส์ เอ็มเร เดมีร์ 14 คะแนน 6.7
- เคเร็ม อัคเติร์โกกลู 9 คะแนน 8.0 ทำสองประตู
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- เนลสัน เซเมโด 27 คะแนน 6.2 แทน ดี. เนเน นาที 46
- มาร์โก อาเซนซิโอ 21 คะแนน 6.3 แทน โอเมอร์ อัยดิน นาที 63
- เลเวนต์ เมอร์คาน 22 คะแนน 6.4 แทน อาร์ชี บราวน์ นาที 76
- อะลาเอตติน เอกิชี 54 คะแนน 6.2 แทน ซิดิกี้ เชรีฟ นาที 76
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
เอนกิน คาน บิเตอร์เก, ฮูลูซี เอเฟ เซย์ลัน, คามิล เอเฟ อูเรเกน
ผู้เล่นบาดเจ็บและติดโทษแบน
เอดสัน อัลวาเรซ, มิลาน ชคริเนียร์, จายเดน อูสเตอร์โวลเด, เฟร็ด, ชากลาร์ โซยุนจู, เอแดร์สัน และ แอนเดอร์สัน ทาลิสกา ต่างหายหน้าจากเกมนี้
นักเตะเด่นของสองทีม
ฝั่งฟอเรสต์ ต้องยกให้ ฮัดสัน–โอดอย กลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมทันทีที่ลงสนาม ครอบบอลแน่น ลากตัดเข้ากลางได้ลุ้นตลอด และยิงประตูตีตื้นสุดสวย ส่วน โมราโต้ ช่วยคุมแนวรับได้ดี อ่านจังหวะสกัดลูกกลางอากาศหลายครั้ง
ด้านเฟเนร์บาห์เช่ เคเร็ม อัคเติร์โกกลู คือหัวใจเกมรุกของจริง จบสกอร์สองครั้งคมกริบ แถมยังถ่างกองหลังออกจากตำแหน่งให้เพื่อนเล่นง่าย ขณะที่ ก็องเต้ กับ เกนดูซี่ ช่วยกันล็อกแดนกลางจนฟอเรสต์ต้องออกบอลไปด้านข้างอยู่ตลอด
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
มองในมุม วิเคราะห์บอล เกมนี้ ฟอเรสต์วางหมาก 4-2-3-1 เน้นเพรสสูงและต่อบอลบนพื้น หวังใช้สามตัวรุกหลังหน้าเป้าป้วนเปี้ยนระหว่างไลน์กองกลางและกองหลังของเฟเนร์บาห์เช่ จุดเด่นคือการเคลื่อนที่สลับตำแหน่งของแอนเดอร์สัน ฮัตชินสัน และแม็คอาที ทำให้แนวรับทีมเยือนต้องคอยตามประกบไม่ติดตลอดครึ่งแรก ทว่าจุดอ่อนคือเมื่อเซตเกมไม่สำเร็จแล้วเสียบอลกลางทาง แดนกลางกับแนวรับถอยลงมาปิดช่องช้า เลยโดนสวนกลับสาหัสอย่างในประตูแรก
ครึ่งหลังเมื่อเปลี่ยนสี่คนรวด เปเรย์ราดันเกมรุกแบบไม่เหลือเผื่อ ฮัดสัน–โอดอยกับไอน่าช่วยกันลากเลื้อยริมเส้น เฆซุสวิ่งดึงตัวประกบในเขตโทษ ทำให้เกมรุกมีมิติมากขึ้น การเปิดบอลจากด้านข้างและการยิงไกลเริ่มหลั่งไหล แต่ก็แลกมาด้วยพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กที่โล่งจนทีมเยือนเกือบฉวยโอกาสได้อีก
ฝั่งเฟเนร์บาห์เช่ เทเดสโกจัด 3-5-2 เล่นแบบทีมที่รู้ตัวว่าต้องยิงเยอะเพื่อกลับมาให้ทัน แนวรับสามตัวถอยยืนโซนลึก ปล่อยให้วิงแบ็กและมิดฟิลด์ห้าคนวิ่งบดตรงกลางสนาม เกมรับจุดแข็งอยู่ที่การบีบพื้นที่แถวหัวกระโหลกให้ฟอเรสต์ยิงไกลมากกว่าทะลุเข้าใน และเมื่อแย่งบอลได้ ก็องเต้กับเกนดูซี่จะเป็นคนออกบอลแรกฉีกไปด้านข้างให้เนเนหรือเดมีร์ ก่อนจบที่เคเร็มในกรอบเขตโทษ
โดยรวม เกมรับเฟเนร์บาห์เช่ถือว่าอยู่ระดับดีมาก เสียประตูเดียวจากจังหวะหาช่องสุดสวยของฟอเรสต์ ส่วนเกมรุกแม้ไม่ได้บุกเป็นคลื่น แต่ทุกครั้งที่ลำเลียงขึ้นมา มีความพร้อมในการจบสกอร์สูงกว่าชัดเจน เพียงแต่ในภาพรวมสองนัด ทีมจากตุรกีปล่อยให้ฟอเรสต์หนีห่างมากเกินในเลกแรก เลยตามไม่ทันในตอนจบ

สถิติการแข่งขันแบบเล่าให้ฟัง
ตัวเลขบนหน้าจอบอกชัดว่าเกมนี้สูสีสุดๆ ฟอเรสต์มีโอกาสยิง 11 ครั้ง เท่ากับเฟเนร์บาห์เช่ แต่ยิงเข้ากรอบ 4 ขณะที่ทีมเยือนยิงตรงกรอบ 5 ครั้ง การครองบอลเจ้าป่าถือบอลมากกว่าเล็กน้อยที่ 54 เปอร์เซ็นต์ ต่อบอลสำเร็จ 517 ครั้ง ความแม่นยำ 87 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเฟเนร์บาห์เช่ครองบอล 46 เปอร์เซ็นต์ ส่งบอลสำเร็จ 452 ครั้ง แม่นยำ 84 เปอร์เซ็นต์
เรื่องแท็กเกิลและความดุดัน ฟอเรสต์ทำฟาวล์ 11 ครั้ง ได้ใบเหลืองหนึ่งใบ ส่วนเฟเนร์บาห์เช่ฟาวล์ 8 ครั้งแต่ไม่มีใครโดนลงโทษเรื่องใบเตือนเลย ล้ำหน้า ฟอเรสต์ไม่โดนจับเลยแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนทีมเยือนโดนยกธงถึง 3 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าพยายามเล่นเกมทะลุช่องตัดแนวรับบ่อย ขณะที่เตะมุม ฟอเรสต์ได้ 5 ลูก เฟเนร์บาห์เช่ได้ 3 ลูก ยืนยันว่าช่วงครึ่งหลังเจ้าป่าบุกใส่เต็มกำลัง แต่ขาดแค่ความคมในจังหวะสุดท้ายเท่านั้น
เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 22 เคเร็ม อัคเติร์โกกลู กดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ ส่งเฟเนร์บาห์เช่ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะสวนกลับและแอสซิสต์ของซิดิกี้ เชรีฟ
- 🟨 นาที 40 ลอเรนโซ ลุกก้า ทำฟาวล์กลางสนาม โดนใบเหลืองเป็นคนแรกของเกม
- 🔁 นาที 46 ฟอเรสต์แก้เกมครั้งใหญ่ ส่งโอลา ไอน่า, อิบราฮิม ซังกาเร, คัลลัม ฮัดสัน–โอดอย และอีกอร์ เฆซุส ลงสนาม ส่วนเฟเนร์บาห์เช่ส่งเนลสัน เซเมโด แทนดี. เนเน
- ⚽ นาที 48 เฟเนร์บาห์เช่ได้จุดโทษ เคเร็ม อัคเติร์โกกลู รับหน้าที่ยิงไม่พลาด หนีเป็น 2-0 บนสกอร์บอร์ดนัดนี้
- 🔁 นาที 63 เฟเนร์บาห์เช่ส่งมาร์โก อาเซนซิโอ ลงมาช่วยคุมจังหวะเกมแทนโอเมอร์ อัยดิน
- ⚽ นาที 68 โอลา ไอน่า เติมสูงทางซ้ายแล้วเปิดเข้าไปให้คัลลัม ฮัดสัน–โอดอย แตะเข้าซ้ายปั่นโค้งเสียบมุมให้ฟอเรสต์ไล่มา 1-2
- 🔁 นาที 76 ทีมเยือนเปลี่ยนสองคนรวด เลเวนต์ เมอร์คาน แทนอาร์ชี บราวน์ และอะลาเอตติน เอกิชี แทนซิดิกี้ เชรีฟ ปรับแท็กติกเน้นเกมรับ
- 🔁 นาที 84 ฟอเรสต์ส่งมอร์แกน กิ๊บส์–ไวต์ ลงแทนนิโกลัส โดมิงเกซ เพิ่มมิติการจ่ายบอลทะลุช่อง
- ⚽ นาที 90+ โมราโต้โหม่งจากลูกเตะมุม บอลข้ามคานชนิดเสียวทั้งสนาม ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบเกม ฟอเรสต์แพ้ 1-2 แต่เข้ารอบด้วยผลรวม 4-2
Player of the match
ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกมหนีไม่พ้น เคเร็ม อัคเติร์โกกลู ปีกความเร็วจัดของเฟเนร์บาห์เช่ ได้คะแนนสูงสุด 8.0 จากการยิงสองประตูสำคัญในเลกนี้ ทั้งลูกสวนกลับครึ่งแรกและการสังหารจุดโทษครึ่งหลัง นอกจากความคม เขายังสร้างปัญหาให้แนวรับฟอเรสต์ด้วยการฉีกไปเล่นระหว่างไลน์กองหลัง–กองกลางอยู่ตลอด บังคับให้เซ็นเตอร์ต้องตามออกมาประกบ เปิดช่องให้เพื่อนสอดขึ้นมาได้หลายครั้ง แม้สุดท้ายทีมของเขาจะตกรอบ แต่ฟอร์มส่วนตัวถือว่ายอดเยี่ยมจนแฟนเจ้าบ้านเองยังต้องยอมรับ
สถานการณ์ในตารางคะแนนยูโรปา ลีก
แม้นัดนี้สกอร์จะออกมาไม่สวย แต่สิ่งสำคัญคือฟอเรสต์เก็บตั๋วเข้ารอบต่อไปของศึกยูโรปา ลีก ด้วยผลรวม 4-2 จากการกดเฟเนร์บาห์เช่ไว้ตั้งแต่นัดแรก 3-0 ทำให้ความพ่ายแพ้ 1-2 ในบ้านวันนี้กลายเป็นเพียงเครื่องเตือนใจว่าห้ามประมาทในระดับยุโรป เท่านั้น
ชัยชนะของเฟเนร์บาห์เช่ในเลกสองช่วยกู้ศักดิ์ศรีกลับไปบ้าง แต่ไม่เพียงพอจะพลิกสถานการณ์ในตารางเพลย์ออฟ พวกเขาต้องหันไปโฟกัสที่ลีกและบอลถ้วยในประเทศต่อไป ส่วนฟอเรสต์จะเดินหน้าต่อในเส้นทางยุโรป แบกความหวังของแฟนบอลอังกฤษอีกหนึ่งทีมในการลุ้นไปให้ลึกที่สุดในรายการนี้
ตารางบอลและโปรแกรมบอลนัดถัดไป
สำหรับฟอเรสต์ หลังจบงานยุโรป โปรแกรมในพรีเมียร์ลีกยังโหดต่อเนื่อง ตามหน้า ตารางบอล ล่าสุด พวกเขาต้องออกไปเยือนไบรท์ตันในวันที่ 1 มีนาคม เวลา 21.00 น. ต่อด้วยทริปสุดหินบุกเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เช้ามืดวันที่ 5 มีนาคม เวลา 02.30 น. จากนั้นวันที่ 15 มีนาคม เวลา 21.00 น. จะกลับมาเล่นในบ้านรับมือฟูแล่ม ก่อนปิดช่วงเดือนด้วยการเยือนท็อตแนม ฮอตสเปอร์ วันที่ 22 มีนาคม เวลา 21.15 น. ถ้ารักษามาตรฐานจากบอลยุโรปมาใช้ในลีกได้ แต้มสำคัญมีสิทธิ์ไหลมาเรื่อยๆ
ฝั่งเฟเนร์บาห์เช่เองก็ต้องวิ่งลุยโปรแกรมแน่นไม่แพ้กัน ทั้งในลีกและบอลถ้วย ตามหน้า โปรแกรมบอล พวกเขามีคิวบุกเยือนอันตาลยาสปอร์ในศึกซูเปอร์ลีก จากนั้นจะต้องเจอกาซิยานเต็ปในถ้วยตุรกีคัพ ซึ่งเกมหนึ่งถูกเลื่อน ส่วนอีกรายการเตะในช่วงต้นเดือน มีนาคม หากเดินเครื่องต่อจากฟอร์มในเลกสองนี้ได้เต็มที่ การลุ้นทั้งลีกและถ้วยยังเปิดกว้างสุดๆ
ติดตาม บ้านผลบอล แบบถึงลูกถึงคนที่ บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกลูกหนัง ไม่ว่าจะเช็กสกอร์สด ดูฟอร์มทีมรัก หรืออ่านบทวิเคราะห์หลังเกมแบบเจาะลึกสไตล์สนามจริง แวะมาที่หน้า บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา ได้ทุกวัน เราจะอัปเดตผลแข่ง รายงานตัวเลขสำคัญ และเล่าเรื่องราวหลังเกมให้เหมือนนั่งคุยกันข้างสนาม ให้คอบอลไม่พลาดทุกช็อตสำคัญทั้งในพรีเมียร์ลีก ยูโรปา ลีก และทุกลีกดังทั่วโลก

