ข่าวที่ทำเอาแฟนเพลงใจหายวาบในวันที่ 5 มีนาคม 2569 คือเหตุการณ์ที่ “หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท” หรือ “หนึ่ง ETC” มีอาการป่วยกะทันหันจนวูบล้มกระแทกพื้นระหว่างทริปเที่ยวประเทศจีน ก่อนถูกนำส่งพบแพทย์และตรวจอย่างละเอียดทันที
ตามการชี้แจงที่ถูกเผยแพร่ในวันเดียวกัน ระบุว่าอาการครั้งนี้เกี่ยวข้องกับ “ภาวะแลคติกสูงเฉียบพลัน (Acute Lactic Acidosis)” ทำให้เกิดอาการวูบและล้ม จนบาดเจ็บบริเวณศีรษะและหลัง มีอาการมึนเวียนศีรษะรุนแรง แต่ผลตรวจ CT scan ไม่พบความผิดปกติทางโครงสร้างอวัยวะภายใน อย่างไรก็ตามยังต้องพักและเฝ้าดูอาการใกล้ชิดเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์
View this post on Instagram
🧪 ภาวะแลคติกสูงเฉียบพลัน คืออะไร ทำไมถึงทำให้ “วูบ” ได้
พูดแบบเข้าใจง่าย “แลคเตต (lactate)” คือสารที่ร่างกายสร้างขึ้นได้ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะตอนใช้พลังงานหนักหรือช่วงที่ร่างกายขาดสมดุลบางอย่าง แต่ถ้าระดับแลคเตตในเลือดสูงมาก และ/หรือมีภาวะเป็นกรดร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณาเป็น “lactic acidosis” ซึ่งบางกรณีอาจเป็นภาวะฉุกเฉินได้
สาเหตุของภาวะนี้มีได้หลายทาง เช่น
- ภาวะที่เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนไม่พอหรือเลือดไปเลี้ยงไม่ดี (มักรุนแรงกว่า)
- บางโรคประจำตัว การติดเชื้อรุนแรง ภาวะช็อก
- ยาบางชนิดในบางบริบท (แพทย์จะเป็นผู้ประเมินรายเคส)
- การออกแรงหนักมากร่วมกับขาดน้ำ พักผ่อนไม่พอ หรือร่างกายสะสมความล้า (ในบางคนอาจกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติได้)
อาการที่มักถูกพูดถึงร่วมกับภาวะนี้ เช่น อ่อนเพลียผิดปกติ หายใจเร็ว/หายใจตื้น คลื่นไส้ ปวดเมื่อย กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ง่วงซึม สับสน หรือ “ไม่ไหวจนวูบ” ซึ่งถ้าเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันควรถือว่าเสี่ยงและต้องให้แพทย์ประเมินทันที
🩺 ทำไม CT scan ปกติ แต่ยังต้องพักและเฝ้าดูอาการ
ประเด็นนี้หลายคนสงสัยมาก เพราะพอได้ยินคำว่า “CT ปกติ” ก็เหมือนโล่งใจไปครึ่งหนึ่ง แต่ความจริงคือ CT scan มีหน้าที่หลักในการดูความผิดปกติ “เชิงโครงสร้าง” เช่น เลือดออก กะโหลกแตก หรือรอยโรคที่เห็นได้จากภาพถ่าย ไม่ได้การันตีว่าอาการเวียนหัว มึนงง ปวดหัว หรืออาการหลังการกระแทกจะหายทันที
แนวทางการดูแลผู้บาดเจ็บศีรษะแบบไม่รุนแรงจำนวนมาก จึงยังเน้น “การสังเกตอาการ” ต่อเนื่อง หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีสัญญาณแย่ลง ต้องรีบกลับไปพบแพทย์
พูดให้เห็นภาพแบบบ้าน ๆ คือ “ภาพใน CT อาจไม่เจออะไร แต่ร่างกายเจ้าตัวอาจยังมึน ยังปวด ยังล้า” โดยเฉพาะเมื่อการล้มกระแทกเกี่ยวข้องทั้งศีรษะและหลัง การพัก ฟื้นฟู และติดตามอาการจึงเป็นทางที่ปลอดภัยกว่าเสมอ

🚨 สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม หากมีอาการวูบหรือหน้ามืดระหว่างเดินทาง
เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนหันกลับมาสแกนตัวเอง โดยเฉพาะสายเดินทาง สายทำงานหนัก หรือคนที่ตารางแน่นแทบไม่มีวันพัก ถ้ามีอาการเหล่านี้ “อย่าฝืนเท่” ควรหยุดและให้แพทย์ประเมิน
- วูบหมดสติ หรือเกือบหมดสติซ้ำ ๆ
- เวียนหัวหนัก เดินเซ พูดไม่ชัด สับสน
- หายใจเร็วผิดปกติ แน่นหน้าอก ใจสั่นมาก
- อ่อนแรงผิดปกติ เหนื่อยแบบไม่สัมพันธ์กับกิจกรรม
- หลังล้มแล้วปวดหัวรุนแรง อาเจียนหลายครั้ง ซึมลงเรื่อย ๆ
นี่ไม่ใช่เรื่อง “อดทนแล้วจะผ่านไป” เพราะบางภาวะต้องแข่งกับเวลา
🧳 ดูแลร่างกายให้ไม่พังระหว่างทริป แบบที่ทำได้จริง
ทริปเที่ยวหรือทริปงานมันชอบหลอกเราเสมอ เพราะสนุกจนลืมพัก หรือรีบจนลืมกิน แล้วร่างกายก็ไป “เคาะประตู” เอาตอนที่เราไม่พร้อมที่สุด วิธีเซฟตัวเองแบบทำได้จริง
- ดื่มน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะวันเดินเยอะ อากาศแห้ง หรือขึ้นลงที่สูง
- กินให้ถึงมื้อ เน้นโปรตีนและคาร์บที่พอเหมาะ ไม่ปล่อยให้หิวจัด
- นอนให้พอ ลดการอัดคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ที่ทำให้ร่างกายยิ่งขาดน้ำ
- ถ้ามีโรคประจำตัวหรือยาประจำ พกยาให้ครบ และอย่าปรับยาเอง
- ฟังสัญญาณร่างกาย ถ้ารู้สึกแปลก ๆ ให้หยุดก่อน ไม่ต้องรอให้วูบ
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แทนคำแนะนำแพทย์ แต่เป็น “วินัยพื้นฐาน” ที่ช่วยลดโอกาสเจอเรื่องช็อกระหว่างทางได้มาก
💙 แฟนเพลงควรทำอะไรต่อเมื่อได้ยินข่าวแบบนี้
หนึ่งคือส่งกำลังใจแบบมีสติ ไม่แชร์ต่อแบบเติมไฟข่าวลือ สองคือเคารพการพักของศิลปิน เพราะร่างกายคนเรามันไม่ได้รีสตาร์ตด้วยคำว่า “เดี๋ยวก็หาย” และสามคือใช้เหตุการณ์นี้เป็นกระจกส่องตัวเอง ถ้าเราเองก็ใช้ชีวิตโหดไม่แพ้กัน บางทีร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณอยู่เหมือนกัน
ท้ายที่สุด ข่าวแจ้งชัดว่าแพทย์มีความเห็นให้ “หยุดพัก” และ “เฝ้าดูอาการใกล้ชิด” เพื่อให้ฟื้นกลับมาสมบูรณ์ที่สุด
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

