ภาพรวมค่ำคืนที่แฟนบอลอังกฤษอยากลืม
ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก กลายเป็นคืนที่สโมสรจากอังกฤษต้องกุมขมับพร้อมกัน เมื่อทั้ง 6 ทีมจากพรีเมียร์ลีกไม่มีใครเก็บชัยชนะได้เลยแม้แต่ทีมเดียว ผลลัพธ์แบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องน่าผิดหวัง แต่ยังสะท้อนให้เห็นชัดว่าเส้นทางในถ้วยใหญ่ยุโรปปีนี้กำลังหนักหนากว่าที่หลายคนคิดไว้มาก
สรุปผลทีมอังกฤษใน UCL รอบ 16 ทีม นัดแรก
ผลการแข่งขันของทั้ง 6 สโมสรออกมาแบบเจ็บกันถ้วนหน้า เริ่มจาก ลิเวอร์พูล ที่บุกพ่าย กาลาตาซาราย 0-1, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ บาร์เซโลน่า 1-1, สเปอร์ส โดน แอตเลติโก มาดริด ถล่ม 5-2, เชลซี แพ้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 5-2, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พ่าย เรอัล มาดริด 0-3 และ อาร์เซน่อล บุกเสมอ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 1-1
ทีมไหนวิกฤตที่สุดก่อนเลกสอง
หากดูจากรูปเกมและสกอร์ที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่า เชลซี, สเปอร์ส และ แมนฯ ซิตี้ คือ 3 ทีมที่ตกอยู่ในสถานการณ์กดดันที่สุด เพราะเลกสองพวกเขาจำเป็นต้องเร่งเครื่องแบบสุดขีด หากหวังกลับมาเอาตัวรอดในบ้านตัวเอง ขณะที่ ลิเวอร์พูล, นิวคาสเซิ่ล และ อาร์เซน่อล ยังถือว่ามีช่องให้แก้มือ แม้งานจะไม่ง่าย แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นหมดหวัง

สัญญาณเตือนของทีมจากพรีเมียร์ลีก
สำหรับลีกที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ผลงานลักษณะนี้ถือว่าเสียราศีไม่น้อย เพราะการที่ไม่มีทีมใดชนะเลยในรอบน็อกเอาต์ระดับนี้ มันชี้ให้เห็นทั้งปัญหาเรื่องความเด็ดขาด คุณภาพในเกมใหญ่ และแรงกดดันที่แต่ละทีมกำลังแบกรับอยู่ ยิ่งบางคู่ออกมาในรูปแบบแพ้ขาด ก็ยิ่งทำให้เลกสองกลายเป็นเกมชี้ชะตาที่ผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
โอกาสพลิกนรกยังมีหรือไม่
คำถามสำคัญตอนนี้คือจะมีสโมสรอังกฤษทีมไหนลุกขึ้นมาเปลี่ยนบรรยากาศอึมครึมให้กลายเป็นเรื่องราวสุดระห่ำได้บ้าง เพราะจากผลงานเลกแรก นี่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในรอบ 16 ทีมที่เลวร้ายที่สุดของทีมจากอังกฤษในความทรงจำของแฟนบอลหลายคน และหากเลกสองยังไม่มีใครงัดฟอร์มโหดออกมาได้จริง ปีนี้อาจเป็นอีกซีซันที่ทีมพรีเมียร์ลีกต้องพากันร่วงแบบเจ็บลึกทั้งทวีป
บทสรุปก่อนเกมตัดสิน
ตอนนี้ทุกอย่างยังไม่จบ แต่ชัดเจนว่าทีมจากอังกฤษไม่มีพื้นที่ให้พลาดอีกแล้ว เลกสองจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า พรีเมียร์ลีก ยังแข็งแกร่งพอจะยืนบนเวทียุโรป หรือชื่อเสียงที่เคยสร้างไว้กำลังถูกตั้งคำถามอย่างจริงจัง แฟนบอลที่กำลังตามลุ้น ผลบอล UCL, โปรแกรมนัดชี้ชะตา และข่าวความเคลื่อนไหวของบรรดายักษ์ใหญ่จากยุโรป ติดตามต่อได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

