โสภณ ซารัมย์ ผงาดเก้าอี้ “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” คนที่ 35 เกมใหม่ของรัฐสภาไทยเริ่มแล้ว

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ช็อตประวัติศาสตร์ที่รัฐสภา “โสภณ ซารัมย์” ขึ้นนั่งประธานฯ คนที่ 35

เช้าวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 การเมืองไทยเปิดฉากบทใหม่แบบไม่ต้องอ้อมค้อม เมื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือก โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 35 หลังการเสนอชื่อแข่งขันกันชัดเจน และให้ผู้ถูกเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมก่อนเข้าสู่การลงคะแนนลับอย่างเป็นทางการ

จังหวะนี้ไม่ใช่แค่ “ใครได้เก้าอี้” แต่มันคือ “ใครได้กุมไม้บรรทัดของเกมสภา” เพราะตำแหน่งประธานสภาฯ คือคนคุมจังหวะการประชุม คุมกติกา คุมอุณหภูมิการอภิปราย และเป็นตัวชี้วัดความศรัทธาของประชาชนต่อรัฐสภาในแต่ละวันแบบหลบไม่ได้

🗳️ คะแนนโหวตชัดๆ กระบวนการชัดๆ ใครชนะ ใครแพ้ จบในสภา

การประชุมเริ่มต้นในช่วงเช้า โดยมีการปฏิญาณตนของ สส. ก่อนเข้าสู่วาระเลือกประธานสภาฯ ตามขั้นตอน จากนั้น ประธานชั่วคราวซึ่งเป็น สส.อาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่ดำเนินการประชุมช่วงเปลี่ยนผ่าน

ผู้ถูกเสนอชื่อมี 2 คน

  • โสภณ ซารัมย์ ถูกเสนอชื่อให้เป็นประธานสภาฯ
  • พริษฐ์ วัชรสินธุ ถูกเสนอชื่อเป็นคู่ชิงในตำแหน่งเดียวกัน

เมื่อมีผู้ถูกเสนอชื่อมากกว่า 1 คน ที่ประชุมจึงเข้าสู่การ ลงคะแนนลับ พร้อมตั้งกรรมการนับคะแนนจากตัวแทนแต่ละพรรคร่วมกัน กระทั่งประกาศผลออกมาแบบชัดเจนว่า

  • โสภณ ได้ 289 คะแนน
  • พริษฐ์ ได้ 123 คะแนน
  • งดออกเสียง 80 คะแนน

ตัวเลขชุดนี้สะท้อน 2 เรื่องพร้อมกันในวันเดียว คือ “เสียงสนับสนุนที่ท่วมท้น” และ “จำนวนงดออกเสียงที่ไม่น้อย” ซึ่งในทางการเมือง มันคือสัญญาณว่าเกมในสภายังมีพื้นที่ต่อรอง ความระแวง และการจับตาอยู่เต็มสนาม

🎙️ วิสัยทัศน์ของโสภณ “เอาประสบการณ์มาชนเทคโนโลยี” แล้วเร่งงานให้เห็นเป็นรูปธรรม

ในช่วงแสดงวิสัยทัศน์ โสภณวางหมากด้วยภาพจำที่คนการเมืองใช้ได้เสมอ แต่ถ้าทำจริงจะทรงพลังมาก คือ “เอาประสบการณ์จากสภาในอดีต” มาผสม “เทคโนโลยีสมัยใหม่” เพื่อยกระดับการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ

ประเด็นที่โสภณย้ำชัด มีน้ำหนักแบบ “คนจะนั่งหัวโต๊ะต้องพูดให้ชัด” ได้แก่

  • ดันเรื่องเดือดร้อนของประชาชนเข้าสภาให้เป็นรูปธรรม ผ่านกระทู้ ญัตติ การอภิปราย และการผลักดันในระบบงานสภา
  • ทำให้การตรวจสอบฝ่ายบริหาร “มีคุณภาพ สมดุล เป็นเหตุเป็นผล” ไม่ใช่เอาวาทกรรมมาฟาดกันจนเหลือแต่เสียง
  • ใช้การออกกฎหมายเป็น “เครื่องมือช่วยประเทศฝ่าวิกฤติ” ทั้งปรับปรุงกฎหมายล้าสมัยจำนวนมาก และเร่งกฎหมายใหม่ให้ทันโลก ทันเหตุการณ์

นี่คือคำประกาศที่แฟนการเมืองต้องจับตาว่า จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการประชุมสภา หรือเป็นแค่ “คำสวยๆ วันขึ้นเก้าอี้”

⚔️ คู่ชิงก็ไม่ได้มาเล่นๆ “พริษฐ์” ชี้โจทย์ใหญ่คือกอบกู้ความไว้วางใจ

ฝั่งผู้ท้าชิงอย่างพริษฐ์ โยนโจทย์ใหญ่ใส่กลางห้องประชุมแบบไม่เลี่ยงมุมว่า ภารกิจสำคัญที่สุดของประธานสภาฯ คือ กอบกู้ความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองในสภา และย้ำเรื่อง “มาตรฐานเดียวกัน” ในการบังคับข้อบังคับการประชุมกับสมาชิกทุกพรรค

แม้ผลคะแนนจะแพ้ขาด แต่เนื้อหาแบบนี้สะท้อนความจริงข้อหนึ่งของสภาไทยยุคใหม่ คือประชาชนไม่ได้ดูแค่ใครชนะ เขาดูว่า “คนที่คุมกติกา” จะทำให้สภาเป็นพื้นที่ถกเถียงเพื่อประเทศ หรือเป็นเวทีโชว์พลังของกลุ่มการเมืองกันแน่

🧭 เก้าอี้ประธานสภาฯ สำคัญตรงไหน – เพราะนี่คือคนคุมกติกาและจังหวะของประเทศ

ถ้าจะเข้าใจว่า “ทำไมตำแหน่งนี้เดือดทุกยุค” ต้องรู้ก่อนว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่แค่คนยกค้อนเปิดประชุม แต่เป็นแกนกลางของกระบวนการรัฐสภาในหลายมิติ

ภาพใหญ่ตามหลักกฎหมายและงานรัฐสภา

  • ตามรัฐธรรมนูญ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภา มีหน้าที่และอำนาจ “ดำเนินกิจการของสภาให้เป็นไปตามข้อบังคับ” และต้อง วางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่
  • ในเชิงข้อบังคับการประชุม ประธานในที่ประชุมมีอำนาจกำหนดวิธีตรวจสอบองค์ประชุม สั่งพัก สั่งปิด สั่งเลื่อน หรือยุติการประชุมได้ตามสมควร

ภาพงานประจำวันในโลกจริงของสภา

  • เป็นผู้ควบคุมการประชุม รักษาความสงบเรียบร้อย และเป็นตัวแทนของรัฐสภาในกิจการภายนอกในหลายกรณี
  • ตีความข้อบังคับในสถานการณ์จริง วินิจฉัยญัตติ จัดลำดับวาระ ให้สิทธิการอภิปราย ทำให้เกมในห้องประชุม “เดิน” หรือ “สะดุด” ได้ในพริบตา

เพราะฉะนั้น เก้าอี้นี้คือ “คุมจังหวะประเทศ” แบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ

🏛️ งานหนักที่รออยู่ – เปิดสภา อภิปราย ตรวจสอบ และกฎหมายที่ต้องทันโลก

เมื่อเข้าสู่ยุคสภาชุดใหม่ โจทย์ที่รอประธานสภาฯ มีครบทุกโหมด ตั้งแต่

  • ทำให้การประชุมเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ล่มบ่อย ไม่วุ่นวายจนประชาชนเบือนหน้า
  • ทำให้การอภิปรายและการตรวจสอบรัฐบาลอยู่บนเหตุผลและหลักฐาน เพื่อให้ “ฝ่ายค้านตรวจสอบได้” และ “รัฐบาลตอบได้” โดยสภายังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนเชื่อถือ
  • ผลักดันงานนิติบัญญัติให้ทันเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี สังคมสูงวัย ปัญหาปากท้อง และกฎหมายล้าสมัยที่ค้างอยู่จำนวนมากตามที่โสภณประกาศไว้

สภาที่ดีไม่ใช่สภาที่เงียบ แต่คือสภาที่เถียงกันได้ และจบด้วย “ทางออก” ไม่ใช่จบด้วย “คลิปไวรัล”

👤 โปรไฟล์ “โสภณ ซารัมย์” จากครูบุรีรัมย์สู่เส้นทางการเมืองยาวหลายทศวรรษ

โสภณถูกพูดถึงในฐานะนักการเมืองที่ผ่านเกมมาเยอะ และมีประสบการณ์ในสภาหลายช่วงเวลา โดยข้อมูลประวัติที่ถูกนำเสนอในช่วงกระแสการเลือกประธานสภาฯ ระบุภาพรวมสำคัญว่า

  • เกิดวันที่ 31 มีนาคม 2502 เติบโตในจังหวัดบุรีรัมย์
  • จบด้านการศึกษาในสายครู และเคยทำงานเป็น ครู มาก่อน
  • เส้นทางการเมืองเริ่มชัดตั้งแต่การลงสมัครและได้รับเลือกเป็น สส. ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2540-2550 และอยู่ในสนามการเมืองต่อเนื่องหลายยุค

โปรไฟล์แบบนี้อธิบายได้ว่าทำไมในวันตัดสิน คนจำนวนมากมองว่า “ความเก๋า” และ “ความนิ่ง” ถูกหยิบมาเป็นเหตุผลสำคัญของการคุมเกมในสภาที่อุณหภูมิสูง

🔎 มุมวิเคราะห์การเมือง – ทำไมชื่อ “โสภณ” ถูกวางเป็นคำตอบของสมการประธานสภา

ในฝั่งวิเคราะห์ข่าวการเมือง มีการชวนมองว่า “ตำแหน่งประธานสภา” ไม่ได้เป็นแค่ตำแหน่งทางพิธีการ แต่เป็นจุดสมดุลของอำนาจในช่วงตั้งหลักรัฐบาลและการเดินเกมในสภา ซึ่งมีรายการวิเคราะห์ที่หยิบประเด็น “ทำไมตำแหน่งนี้ต้องเป็นโสภณ” ขึ้นมาถกกันโดยตรง

อ่านเกมแบบภาษาชาวบ้านให้ตรงที่สุดคือ

  • ฝ่ายนิติบัญญัติต้องมีคนคุมกติกาที่ “ฝ่ายการเมืองจำนวนมากยอมรับได้”
  • ต้องคุมความเดือดของห้องประชุมให้ไม่กลายเป็นสนามปะทะจนสภาหยุดเดิน
  • ต้องทำให้ประชาชนเชื่อว่าไม้บรรทัดในสภา “ไม่เอียง” เพราะทันทีที่เอียง เกมทั้งฤดูกาลจะพัง

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่เก้าอี้ประธานสภาฯ ไม่เคยเป็นแค่ “ตำแหน่งหนึ่งในสภา” แต่เป็น “สวิตช์หลัก” ของเสถียรภาพการเมืองไทยในแต่ละยุค

✅ สรุป – เก้าอี้ประธานสภาฯ ไม่ใช่รางวัล แต่คือภารกิจที่ประชาชนจับตาทุกนาที

การได้ 289 คะแนน ทำให้โสภณ ซารัมย์ เปิดฉากบทบาท ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 35 ด้วยความชัดเจนในเชิงเสียงสนับสนุน แต่หลังจากนี้ ความยากไม่ใช่ตอน “ได้เก้าอี้” แต่อยู่ที่การทำให้สภาเดินหน้าอย่างสง่างาม โปร่งใส และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้จริง ตามคำที่ประกาศไว้บนเวที

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา