ไมเคิล โอลิเซ่ ฟอร์มเดือดจนยุโรปต้องหันมามอง
ไมเคิล โอลิเซ่ กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของ บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาลนี้แบบไม่ต้องมีข้อกังขา แนวรุกชาวฝรั่งเศสไม่ได้เป็นเพียงตัวความหวังในเกมรุกของทีมแชมป์เยอรมนีเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วเวทียุโรปจากผลงานที่เฉียบคมและสม่ำเสมอเกินวัย
ในเกมที่บาเยิร์นถล่ม อตาลันต้า แบร์กาโม่ 6-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โอลิเซ่ระเบิดฟอร์มสุดจัดด้วยผลงาน 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ กลายเป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดในสนามแบบไร้ข้อโต้แย้ง ขณะเดียวกันในเกมกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เขายังบวกเพิ่มอีก 1 แอสซิสต์ ส่งให้ยอดรวมแอสซิสต์ใน บุนเดสลีกา ซีซั่นปัจจุบันพุ่งไปถึง 17 ครั้ง
ตัวเลขนี้ไม่ธรรมดา เพราะนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติแบบละเอียดในฤดูกาล 2004/05 ยังไม่เคยมีนักเตะคนไหนทำแอสซิสต์ได้มากขนาดนี้หลังผ่าน 26 นัดแรกของฤดูกาล
สไตล์การเล่นที่ทำให้แฟนบอลนึกถึง อาร์เยน ร็อบเบน
ด้วยจังหวะลากตัดเข้าในจากฝั่งขวา ความอันตรายจากเท้าซ้าย และการสร้างความแตกต่างในพื้นที่สุดท้าย ทำให้หลายคนเริ่มนึกถึง อาร์เยน ร็อบเบน อดีตปีกระดับตำนานที่เคยเป็นสัญลักษณ์เกมรุกของบาเยิร์นอยู่หลายปี และเป็นคนสำคัญของยุคทองในถิ่นมิวนิค
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพจำของทั้งสองคนจะมีความคล้ายกันอยู่ไม่น้อย แต่ฝั่งผู้บริหารของบาเยิร์นยังเลือกจะไม่เร่งยกโอลิเซ่ไปเทียบกับตำนานโดยตรง
คริสตอฟ ฟรอยด์ เบรกกระแสเทียบร็อบเบน แต่ยกย่องคุณภาพเต็มเสียง
คริสตอฟ ฟรอยด์ ผู้อำนวยการกีฬาของบาเยิร์น แสดงท่าทีระมัดระวังกับกระแสเปรียบเทียบระหว่างโอลิเซ่กับร็อบเบน โดยเขากล่าวกับ Sky ว่า
(ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องยากเสมอในการนำผู้เล่นมาเปรียบเทียบกัน)
แม้จะไม่อยากจับทั้งสองคนมาอยู่บนตาชั่งเดียวกัน แต่ฟรอยด์ก็แสดงออกชัดเจนว่าเขาประทับใจในตัวแนวรุกวัย 24 ปีรายนี้อย่างมาก โดยกล่าวว่า
(แต่ไมเคิลยอดเยี่ยมมากจริงๆ นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม)
นั่นคือคำยืนยันจากคนวงในที่เห็นพัฒนาการของโอลิเซ่อย่างใกล้ชิด และยิ่งทำให้ภาพของเขาในฐานะแข้งคนสำคัญของบาเยิร์นชัดขึ้นทุกที
จุดเด่นที่ทำให้โอลิเซ่กลายเป็นอาวุธหลักของบาเยิร์น
สิ่งที่ฟรอยด์ชื่นชมเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่คือความนิ่งและความต่อเนื่องในการเล่น โอลิเซ่เป็นนักเตะที่แทบมีอิทธิพลต่อเกมของบาเยิร์นแทบทุกนัด และรักษามาตรฐานได้ในระดับสูงอย่างน่าทึ่ง
(เขาลงเล่นแทบทุกเกม เขามีความสม่ำเสมออย่างมาก และมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องสนุกที่มีนักเตะแบบนี้อยู่ในทีม)
นอกจากนี้ อาวุธสำคัญที่ทำให้โอลิเซ่แตกต่างจากแนวรุกทั่วไปคือเท้าซ้ายอันเฉียบคม โดยฟรอยด์พูดถึงจุดนี้ไว้ชัดเจนว่า
(เท้าซ้ายของเขาและวิถีบอลของเขาน่าประทับใจมากจริงๆ)
คำพูดนี้สะท้อนชัดว่า โอลิเซ่ไม่ได้แค่เล่นดี แต่เขามีคุณสมบัติที่พร้อมตัดสินเกมในระดับสูงได้ทุกเมื่อ
บาเยิร์นเชื่อ โอลิเซ่ยังไปได้ไกลกว่านี้อีก
แม้ผลงานในตอนนี้จะจัดว่าโหดเกินพอสำหรับการเป็นตัวหลักของทีมใหญ่ แต่ฟรอยด์ยังเชื่อว่าโอลิเซ่ยังไม่ได้แตะขีดสุดของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
(เขาเป็นคนทำงานหนักมาก ผมไม่คิดว่าเขาไปถึงขีดจำกัดแล้ว เพราะเขาทุ่มเทอย่างหนักในทุกวัน)
ประโยคนี้อาจเป็นสัญญาณที่อันตรายสำหรับคู่แข่งของบาเยิร์น เพราะถ้านักเตะที่กำลังฟอร์มแรงขนาดนี้ยังพัฒนาได้อีก ระดับความน่ากลัวของเขาอาจทะลุขึ้นไปอีกขั้นในเวลาไม่นาน
ทำลายสถิติร็อบเบนไปแล้ว และอาจสร้างประวัติศาสตร์ได้มากกว่านี้
ในอีกมุมหนึ่ง โอลิเซ่แซงหน้าร็อบเบนไปแล้วในเรื่องของจำนวนแอสซิสต์ หลังทำได้ 17 แอสซิสต์ในบุนเดสลีกา ซึ่งกลายเป็นสถิติใหม่ทันที ที่สำคัญคือเขาทำได้ตั้งแต่ผ่านไปเพียง 26 นัดเท่านั้น
นั่นทำให้มีโอกาสสูงมากที่เขาจะขยับตัวเลขนี้ขึ้นไปอีก และยืดระยะห่างของสถิติออกไปแบบทิ้งห่างคนรุ่นก่อน หากยังรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อเนื่องได้จนจบฤดูกาล
สัญญาณชัดจากมิวนิค ว่าบาเยิร์นได้ปีกตัวเปลี่ยนเกมคนใหม่แล้ว
เวลานี้คำถามอาจไม่ใช่โอลิเซ่จะเก่งพอเป็นตำนานของบาเยิร์นหรือไม่ แต่คือเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนในเส้นทางนี้ เพราะทั้งผลงาน ตัวเลข สไตล์การเล่น และทัศนคติในการพัฒนาตัวเอง ต่างชี้ไปในทางเดียวกันว่า บาเยิร์นกำลังมีปีกระดับพิเศษอยู่ในมือ
ถ้าเขายังเดินหน้าด้วยความกระหายแบบเดิม ชื่อของ ไมเคิล โอลิเซ่ อาจไม่ได้ถูกพูดถึงแค่ในฐานะตัวแทนของยุคใหม่ แต่มีสิทธิ์ก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในแนวรุกที่ทรงอิทธิพลที่สุดของสโมสรได้จริง
แฟนบอลที่กำลังมองหา ข่าวบอลบาเยิร์นล่าสุด บทวิเคราะห์เกมรุกบุนเดสลีกา และเรื่องราวเข้มข้นของดาวดังยุโรป อย่าพลาดติดตามทุกความเคลื่อนไหวแบบถึงแก่นได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

