รามอสขยับเกมใหญ่ ลุ้นคุมสโมสรบ้านเกิด
เซร์คิโอ รามอส อดีตกองหลังระดับตำนานของเรอัล มาดริด กำลังเดินหน้าแผนสำคัญเพื่อเข้าควบคุมเซบีย่า สโมสรที่ปลุกปั้นเขาขึ้นมา โดยร่วมมือกับ First Eleven Capital เตรียมยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในถิ่นรามอน ซานเชซ ปิซฆวน
ดีลนี้ยังไม่ปิด เพราะต้องรอสถานะของทีมในลีกสูงสุดก่อน หลังเซบีย่ายังต้องดิ้นรนหนีตกชั้น ซึ่งมีผลโดยตรงต่อมูลค่าสโมสรและราคาสุดท้ายของการซื้อกิจการ
ศึกในห้องบอร์ด เดือดไม่ต่างจากเกมนาทีท้าย
รายงานระบุว่า รามอสเข้าสู่ช่วงสำคัญของภารกิจนี้แล้ว หลังผ่านกระบวนการตรวจสอบสถานะการเงินของสโมสรอย่างเข้มข้นร่วมกับกลุ่มทุนที่หนุนหลัง เมื่อทุกตัวเลขเริ่มชัด ข้อเสนออย่างเป็นทางการจึงถูกเตรียมไว้เพื่อเปลี่ยนมือผู้มีอำนาจในสโมสร
นี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของดาวเตะชาวกามัส จากคนที่เคยกลับมารับใช้ทีมรักในฐานะนักเตะ สู่บทบาทใหม่ในฐานะคนที่อาจเป็นผู้กำหนดอนาคตของเซบีย่าโดยตรง
อยู่รอดหรือตกชั้น ตัวแปรชี้ราคาดีล
จังหวะเวลาของการยื่นซื้อยังอ่อนไหว เพราะผลงานในสนามส่งผลต่อมูลค่าของสโมสรแบบเต็มๆ ตามรายงานของ AS ฝั่งรามอสและหุ้นส่วนกำลังอยู่ในสถานะรอ เพื่อให้แน่ใจก่อนว่าเซบีย่าจะไม่ร่วงลงดิวิชันสอง
แม้การตกชั้นอาจทำให้ต้นทุนซื้อสโมสรลดลง แต่ก็จะทำให้ภารกิจฟื้นทีมยากขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะหากต้องเริ่มต้นการสร้างใหม่จากเวทีรอง
เงินทุนพร้อม แต่การปิดดีลยังไม่ง่าย
กลุ่มผู้ซื้อมีงบลงทุนรองรับแล้ว โดยตัวเลขประเมินอยู่ระหว่าง 345 ล้านถึง 520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ปัญหาสำคัญคือผู้ถือหุ้นใหญ่ฝั่งขายยังไม่ได้ตอบรับเต็มที่
ช่วงเวลาจากนี้จนกว่า Letter of Intent หรือ LOI จะหมดอายุ จึงเป็นช่วงชี้ชะตาของดีล เพราะสิ่งที่ยากที่สุดคือการเอาเงินสดวางบนโต๊ะให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่าปฏิบัติการนี้เอาจริง
เป้าหมายคือถือหุ้นเกิน 70 เปอร์เซ็นต์
รามอสต้องการอำนาจตัดสินใจแบบชัดเจน ไม่ใช่แค่มีชื่อในบอร์ด รายงานระบุว่าเขาต้องการถือหุ้นมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อมีสิทธิ์กำหนดทิศทางทั้งด้านฟุตบอลและธุรกิจของสโมสรอย่างเด็ดขาด
ถ้าทำได้จริง เขาจะก้าวขึ้นเป็นผู้คุมทิศทางของเซบีย่าเต็มตัว และวางรากฐานระยะยาวเพื่อพาทีมกลับไปสู่ระดับหัวแถวของยุโรปอีกครั้ง
เจ้าของใหม่ยังต้องแบกภาระฟื้นบัญชีสโมสร
แม้แผนเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่จะชัดเจน แต่ยังมีหุ้นราว 13 เปอร์เซ็นต์ของ A-CAP ซึ่งเดิมเกี่ยวข้องกับ 777 Partners ที่จะไม่ถูกรวมในดีลนี้ อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้ขวางทางรามอสในการขึ้นครองอำนาจ
สิ่งที่หนักไม่แพ้ค่าซื้อหุ้นคือการเพิ่มทุนอีกราว 100 ล้านยูโร เพื่อฟื้นฟูบัญชีของสโมสรที่เสียหาย เงินก้อนนี้ถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญ หากเซบีย่าจะกลับมาตั้งหลักอย่างมั่นคงในระยะยาว
บทต่อไปที่แฟนเซบีย่าต้องจับตา
รามอสไม่ได้กลับมาหาเซบีย่าเพียงเพราะความผูกพัน แต่กำลังมองถึงการสร้างอนาคตใหม่ให้ทีมรักในระดับโครงสร้าง หากทีมรอดตกชั้นได้สำเร็จ ดีลนี้มีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในข่าวใหญ่ของ ลาลีกา ทันที
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวฟุตบอลยุโรป, ลาลีกาสเปน, ข่าวย้ายทีม และประเด็นร้อนวงการลูกหนังได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

