เส้นทางลูกหนังที่ไม่ธรรมดา
วินิ ซูซ่า เริ่มต้นกับฟลาเมงโก้ แต่โอกาสในทีมชุดใหญ่มีไม่มาก ก่อนย้ายมาโลมเมล และค่อย ๆ สั่งสมประสบการณ์ผ่านการยืมตัวกับเมเคเลนและเอสปันญ่อล จนพัฒนาตัวเองเป็นกองกลางตัวรับที่เล่นได้ทั้งเกมปะทะและเกมสร้างจากแดนหลัง
ช่วงเวลากับเชฟยูฯ ที่แฟนบอลยังจำ
ตอนย้ายมา เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในปี 2023 เขาถูกมองว่าเป็นดีลที่คุ้มค่า และก็พิสูจน์ตัวเองได้ทันทีในพรีเมียร์ลีก แม้ทีมจะเจอฤดูกาลที่หนักหนา แต่ผลงานส่วนตัวของเขายังดูนิ่งและเอาอยู่
สิ่งที่ทำให้แฟนบอลยิ่งให้ความเคารพ คือการอยู่ช่วยทีมต่อในแชมเปี้ยนชิพหลังตกชั้น และกลายเป็นแกนหลักในภารกิจลุ้นเลื่อนชั้นทันที
ย้ายไปโวล์ฟสบวร์ก แต่เจองานหิน
หลังเชฟยูฯ ชวดเลื่อนชั้นในนัดชิงเพลย์ออฟ ซูซ่าตัดสินใจย้ายสู่โวล์ฟสบวร์กในบุนเดสลีกา ซึ่งควรเป็นก้าวต่อไปที่ดีของอาชีพ
แต่ของจริงกลับไม่ง่าย เพราะทีมกำลังจมอยู่ในโซนล่างของตาราง เสี่ยงตกชั้นเต็มตัว และไม่ชนะเกมลีกมาตั้งแต่กลางเดือนมกราคม โดยเหลือโปรแกรมอีกเพียง 7 นัดให้ดิ้นหนีตาย
ฟอร์มยังไม่พัง แต่ยังไม่ถึงคำว่าปัง
ซูซ่าลงเล่นไป 19 นัดรวมทุกรายการ เป็นตัวจริง 17 เกม พร้อมเรตเฉลี่ย 6.76 ซึ่งถือว่าไม่แย่ แต่ปัญหาใหญ่คือเรื่องสภาพร่างกาย ทั้งอาการเจ็บและอาการป่วยที่ทำให้จังหวะต่อเนื่องสะดุด
อีกจุดที่ยังขาดคือเกมรุก เพราะจนถึงตอนนี้เขายังไม่มีส่วนร่วมกับประตูเลย ทำให้ภาพรวมยังเป็นนักเตะที่ช่วยประคองเกมได้ แต่ยังเปลี่ยนเกมไม่ได้จริง ๆ
ภาพจำที่บรามอลล์ เลน
ถ้าวัดในแง่มรดกกับเชฟยูฯ เขาอาจยังไม่ถึงขั้นตำนานสโมสร แต่ก็เป็นนักเตะที่แฟนบอลให้ความนับถือ เขาอาจไม่อยู่ยาวพอจะถูกยกขึ้นชั้นเดียวกับชื่อใหญ่อย่าง บิลลี่ ชาร์ป หรือ จอห์น อีแกน
อย่างไรก็ตาม ซูซ่าคือหนึ่งในแข้งสำคัญของช่วงเปลี่ยนผ่าน เป็นคนที่รักษามาตรฐานตัวเองไว้ได้ทั้งตอนทีมฟอร์มตกและตอนทีมมีลุ้นกลับขึ้นลีกสูงสุด
บทสรุปที่ยังไม่จบ
เส้นทางของซูซ่ากับโวล์ฟสบวร์กยังไม่สวยอย่างที่หวัง แต่ฤดูกาลนี้ยังไม่ปิดฉาก และเขายังมีเวลาพิสูจน์ตัวเองอีก 7 นัดว่า จะพาทีมรอดหรือต้องเผชิญฝันร้ายอีกครั้ง
แฟนบอลที่ติดตาม ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก และสถานการณ์หนีตกชั้นบุนเดสลีกา ติดตามต่อได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

