ฟอร์มแรงก่อนลุยเวิลด์คัพ
ญี่ปุ่นปิดโปรแกรมอุ่นเครื่องเดือนมีนาคมได้อย่างยอดเยี่ยม หลังชนะสกอตแลนด์ 1-0 และต่อด้วยการล้มอังกฤษ 1-0 แบบสร้างประวัติศาสตร์ เป็นครั้งแรกที่ทีมจากเอเชียเอาชนะทีมอันดับ 4 ของโลกได้สำเร็จ ฟอร์มแบบนี้ทำให้ “ซามูไรบลู” ถูกจับตาทันทีในศึก ฟุตบอลโลก 2026
เป้าหมายที่พูดกันชัดๆ
ญี่ปุ่นไม่เคยปิดบังความฝันเรื่องแชมป์โลก
ยูกินาริ ซุกาวาระ เคยพูดไว้ว่า
“อนาคตของเราคือการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก นั่นคือเป้าหมายหลัก”
ส่วน ฮาจิเมะ โมริยาสุ ก็ย้ำชัดว่า
“เราคือทีมที่มุ่งสู่การเป็นเบอร์หนึ่งของโลก”
จุดท้าทายยังอยู่ที่รอบ 16 ทีม
แม้ผลงานจะดีขึ้นต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ญี่ปุ่นยังต้องพิสูจน์คือการผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายให้ได้ หลังเคยไปหยุดอยู่ตรงนั้นมาแล้ว 4 ครั้ง
ปี 2018 แพ้เบลเยียม 2-3 ทั้งที่นำก่อน
ปี 2022 ก็แพ้โครเอเชียด้วยการดวลจุดโทษ
นี่อาจเป็นกำแพงทางใจที่พวกเขาต้องพังให้ได้
เกมรุกใหม่ ดุดันกว่าเดิม
ญี่ปุ่นชุดนี้ไม่ได้เล่นแบบระวังตัวเหมือนในอดีตอีกแล้ว โมริยาสุปรับทีมในระบบ 3-4-2-1 ให้เกมรุกไหลลื่นขึ้น ใช้ คาโอรุ มิโตมะ และ ริตสึ โดอัน เติมเกมจากด้านข้างอย่างดุดัน ขณะที่ ทาเคฟุสะ คุโบะ, เคโตะ นากามูระ และแนวรุกคนอื่นๆ ช่วยกันสร้างจังหวะอันตรายได้ต่อเนื่อง
ประตูชัยใส่อังกฤษของมิโตมะ ก็สะท้อนชัดว่าญี่ปุ่นชุดนี้มีทั้งความเร็ว ความคม และการประสานงานที่อันตรายมาก
เกมรับยังแน่น สถิติก็น่ากลัว
แม้เกมรุกจะเด่น แต่เกมรับก็ยังแข็งแกร่ง ญี่ปุ่นเก็บคลีนชีตมา 4 นัดติด และรับมือแนวรุกอังกฤษได้อยู่หมัด
ในรอบคัดเลือก พวกเขายิง 54 ประตู เสียแค่ 3 จาก 13 นัด เป็นตัวเลขที่บอกชัดว่าทีมนี้สมดุลทั้งรุกและรับ
ปี 2026 อาจเป็นปีของพวกเขา
สิ่งที่ต้องวัดกันจริงๆ อาจไม่ใช่ฝีเท้า แต่คือความเชื่อในตัวเอง หากญี่ปุ่นยังเล่นด้วยความมั่นใจแบบที่ใช้โค่นทีมใหญ่ได้ตลอดช่วงหลัง พวกเขามีลุ้นไปไกลกว่าที่เคย และอาจพัง “กำแพงรอบ 16 ทีม” ได้สำเร็จในที่สุด
ติดตามทุกความเคลื่อนไหว ข่าวฟุตบอลโลก 2026 วิเคราะห์ทีมชาติญี่ปุ่น ตารางบอลวันนี้ และผลบอลสด ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

