ปกรณ์วุฒิบุก ป.ป.ช. จี้เปิดหลักฐานคดีศักดิ์สยาม เขย่าปมทรัพย์สินบุรีเจริญฯ

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ปกรณ์วุฒิเดินเกมรุก ขอเปิดสำนวนคดีศักดิ์สยาม

การเมืองไทยร้อนขึ้นอีกระลอก เมื่อ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อยื่นหนังสือขอใช้สิทธิตรวจดูและขอสำเนาเอกสารในคดีของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการจงใจปกปิดทรัพย์สิน กรณีห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญฯ

ประเด็นนี้ถือเป็นคดีที่สังคมจับตาอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองระดับสูง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยปกรณ์วุฒิระบุชัดว่า ต้องการเห็นหลักฐานทั้งหมดที่ ป.ป.ช. ใช้ประกอบการไต่สวน หลังจากคดีนี้ถูกยกคำร้องไปก่อนหน้า

ขอเอกสารครบชุด จี้ดูหลักฐานที่ใช้ไต่สวน

ปกรณ์วุฒิยื่นขอตรวจสอบเอกสารหลายส่วนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริง พยานหลักฐานในสำนวน บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา คำชี้แจงของศักดิ์สยาม ความเห็นของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. รายงานการประชุม รวมถึงคำวินิจฉัยหรือมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

สิ่งที่ถูกจับตาคือ หลักฐานในชั้น ป.ป.ช. เหมือนหรือต่างจากหลักฐานที่เคยปรากฏในชั้นศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร เพราะหากมีหลักฐานบางรายการที่เคยมีน้ำหนักในอีกกระบวนการหนึ่ง แต่กลับไม่ถูกนำมาใช้ในการไต่สวนของ ป.ป.ช. ก็ย่อมทำให้เกิดคำถามถึงความครบถ้วนของการพิจารณาคดี

ตั้งคำถามคดีไม่ชอบมาพากล ปมเจตนายื่นบัญชีทรัพย์สิน

หัวใจของคดีนี้อยู่ที่ประเด็นการยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยเฉพาะคำถามว่า ศักดิ์สยามมีเจตนาปกปิดทรัพย์สินหรือไม่ในช่วงเวลาที่ยื่นบัญชีเมื่อปี 2562 ซึ่งปกรณ์วุฒิมองว่า การพิสูจน์เจตนาควรดูพฤติกรรมก่อนและในขณะเกิดเหตุ ไม่ใช่นำเหตุการณ์ภายหลังมาย้อนอธิบายเจตนาในอดีต

ประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่การตีความเอกสารทางกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของมาตรฐานการตรวจสอบนักการเมือง หากระบบตรวจสอบไม่ชัดเจนหรือไม่เปิดเผยเหตุผลอย่างเพียงพอ ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรอิสระก็อาจถูกสั่นคลอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อ้างแนวคำพิพากษาเดิม ข้อมูลคดีจบแล้วควรเปิดเผยได้

ปกรณ์วุฒิยังหยิบยกกรณีในอดีตที่เคยมีการขอเอกสารลักษณะเดียวกันจาก ป.ป.ช. โดยชี้ว่ามีแนวคำวินิจฉัยและคำพิพากษาที่ระบุว่า ข้อมูลการไต่สวนที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วสามารถเปิดเผยได้ เพราะไม่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่อีกต่อไป

นั่นทำให้การยื่นหนังสือครั้งนี้มีน้ำหนักมากขึ้น เพราะไม่ได้เป็นเพียงการเรียกร้องทางการเมือง แต่เป็นการยืนยันหลักการสำคัญว่า เมื่อคดีสิ้นสุดกระบวนการไต่สวนแล้ว สังคมควรมีโอกาสเห็นเหตุผล หลักฐาน และวิธีคิดขององค์กรตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสอย่างแท้จริง

ความโปร่งใสคือบททดสอบองค์กรอิสระ

คดีศักดิ์สยามกลายเป็นภาพสะท้อนใหญ่ของการเมืองไทย เพราะเมื่อองค์กรอิสระมีหน้าที่ตรวจสอบผู้มีอำนาจ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุดคือความชัดเจน ตรวจสอบได้ และอธิบายได้ทุกขั้นตอน

การเปิดเผยสำนวนไม่ได้หมายถึงการตัดสินใครล่วงหน้า แต่คือการให้สังคมเห็นว่า กระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบหรือไม่ มีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ และคำวินิจฉัยที่ออกมามีน้ำหนักสมเหตุสมผลแค่ไหน เพราะในคดีที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง ความคลุมเครือเพียงเล็กน้อยก็อาจกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนทางความเชื่อมั่นได้ทันที

จับตาก้าวต่อไป หาก ป.ป.ช. ไม่เปิดหลักฐาน

หลังจากนี้ต้องจับตาว่า ป.ป.ช. จะตอบรับคำขอของปกรณ์วุฒิอย่างไร จะเปิดเอกสารตามที่ร้องขอหรือไม่ หรือจะมีเหตุผลใดในการจำกัดการเปิดเผยข้อมูล เพราะคำตอบของ ป.ป.ช. ครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดวัดสำคัญของกระบวนการตรวจสอบในสายตาประชาชน

เกมนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของปกรณ์วุฒิและศักดิ์สยาม แต่เป็นการทดสอบหลักใหญ่ของประเทศว่า องค์กรตรวจสอบพร้อมยืนอยู่ข้างความโปร่งใสเพียงใด ในวันที่สังคมต้องการคำตอบมากกว่าความเงียบ และต้องการข้อเท็จจริงมากกว่าคำอธิบายแบบกว้าง ๆ

สรุปประเด็นร้อนคดีศักดิ์สยาม

การบุกสำนักงาน ป.ป.ช. ของปกรณ์วุฒิครั้งนี้ ทำให้คดีศักดิ์สยามกลับมาอยู่กลางสปอตไลต์ทางการเมืองอีกครั้ง โดยเฉพาะปมการขอเปิดหลักฐานไต่สวนทั้งหมด เพื่อเทียบเคียงว่ากระบวนการพิจารณาของ ป.ป.ช. มีความรัดกุมและโปร่งใสเพียงใด

ท้ายที่สุด ประเด็นนี้อาจไม่ได้จบแค่การขอเอกสารหนึ่งชุด แต่จะกลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญของระบบตรวจสอบไทยว่า สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้จริงหรือไม่ เพราะในสนามการเมืองที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ความโปร่งใสยังคงเป็นคำตอบที่หนักแน่นที่สุด

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา