บ้านผลบอล สรุปหลังเกม พรีเมียร์ลีกอังกฤษเดือดสนั่น แกรเฟนแบร์กยิงเปิดแต่เชลซีไม่ยอมตาย ลิเวอร์พูลเจ๊าเชลซี 1-1 ลุ้นพื้นที่ยุโรปเข้มข้นต่อ

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง ลิเวอร์พูล 1-1 เชลซี วันนี้ 9/5/69 – บ้านกีฬา

ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่แอนฟิลด์จบลงแบบเดือดเข้มข้น ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเสมอ เชลซี 1-1 ในเกมที่ทั้งสองทีมแลกกันสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ โดย ผลบอลสด คู่นี้เจ้าถิ่นได้เฮก่อนจาก ไรอัน แกรเฟนแบร์ก นาทีที่ 6 ก่อนเชลซีไล่ตีเสมอจากฟรีคิกสุดเฉียบของ เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ นาทีที่ 35

บ้านกีฬา มองว่าเกมนี้เป็นแมตช์ที่รายละเอียดเล็ก ๆ ชี้ชะตาชัดเจน ลิเวอร์พูลมีโอกาสลุ้นชัยจากทั้งเสาและคาน ส่วนเชลซีก็มีจังหวะของ โคล พาลเมอร์ ที่ถูก VAR ริบคืน ทำให้สุดท้ายแบ่งแต้มกันไปแบบค้างคาอารมณ์ทั้งสองฝั่ง

ครึ่งแรก ลิเวอร์พูลเปิดไว เชลซีตอบคืนเฉียบ

เริ่มเกม เชลซีได้ทักทายก่อนจาก ชูเอา เปโดร นาทีที่ 2 แต่ลิเวอร์พูลสวนกลับได้คมกว่า นาทีที่ 6 แกรเฟนแบร์ก ยิงไกลด้วยขวาเสียบมุมบน พาหงส์แดงนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเจ้าถิ่นยังมีโอกาสจากลูกตั้งเตะ โดยเฉพาะจังหวะของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ที่ยิงข้ามคาน

เชลซีค่อย ๆ ตั้งเกมได้ และเริ่มเจาะพื้นที่ฝั่งซ้ายของเขตโทษมากขึ้น ก่อนนาทีที่ 35 เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ ปั่นฟรีคิกเสียบเสาล่างซ้ายอย่างคมกริบ ตีเสมอเป็น 1-1 แล้วช่วงท้ายครึ่งแรกทีมเยือนยังมีจังหวะลุ้นเพิ่ม แต่ มามาร์ดาชวิลี่ ยังช่วยเซฟไว้ได้ จบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1

ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลบุกหนัก แต่ปิดเกมไม่ลง

ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลเร่งเกมทันที นาทีที่ 48 แม็ค อัลลิสเตอร์ ได้โหม่งข้ามคาน ก่อนเชลซีเกือบแซงจากจังหวะ โคล พาลเมอร์ ยิงเข้า แต่ VAR ยืนยันว่าล้ำหน้า สกอร์ยัง 1-1

หลังจากนั้นลิเวอร์พูลกดดันหนักขึ้น ฟริมปง และ โซโบซไล ได้ยิงทดสอบ ยอร์เกนเซ่น หลายครั้ง นาทีที่ 71 โซโบซไล ยิงไกลชนเสา และนาทีที่ 79 ฟาน ไดจ์ค โหม่งชนคานแบบน่าเสียดาย ส่วนเชลซีมีโอกาสสวนจาก ชูเอา เปโดร แต่ยิงข้ามคาน สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ลิเวอร์พูล 1-1 เชลซี

รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนนผู้เล่น

ลิเวอร์พูล

แผนการเล่น 4-2-3-1

  • ผู้รักษาประตู : จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ 6.9
  • กองหลัง : เคอร์ติส โจนส์ 7.2 , อิบราฮิมา โกนาเต้ 6.7 , เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค 6.7 , มิลอส เคอร์เคซ 6.4
  • กองกลาง : ไรอัน แกรเฟนแบร์ก 7.9 , โดมินิก โซโบซไล 6.3 , อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ 6.1
  • กองหน้า : เจเรมี่ ฟริมปง 6.4 , โคดี้ กัคโป 6.2 , ริโอ งูโมฮา 7.3
  • นักเตะเด่น : ไรอัน แกรเฟนแบร์ก 7.9 ยิงประตูขึ้นนำและคุมแดนกลางได้เด่น
  • เปลี่ยนตัว : อเล็กซานเดอร์ อิซัค 6.6 , โจ โกเมซ 6.6 , เฟเดริโก้ เคียซ่า 6.4 , เฟรดดี้ วูดแมน , แอนดี้ โรเบิร์ตสัน , มอร์ ทัลล่า เอ็นดิอาย , เทรย์ เอ็นโยนี่ , คีแรน มอร์ริสัน , วิลล์ ไรท์

เชลซี

แผนการเล่น 4-2-3-1

  • ผู้รักษาประตู : ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น 6.5
  • กองหลัง : จอร์เรล ฮาโต 6.9 , ลีวาย โคลวิลล์ 6.9 , เวสลีย์ โฟฟาน่า 6.6 , มาโล กุสโต้ 6.0
  • กองกลาง : มาร์ก กูกูเรย่า 6.5 , มอยเซส ไกเซโด้ 7.3 , เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ 7.3 , อันเดรย์ ซานโตส 6.4
  • กองหน้า : โคล พาลเมอร์ 7.0 , ชูเอา เปโดร 6.7
  • นักเตะเด่น : เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ 7.3 ยิงฟรีคิกตีเสมอและขับเคลื่อนเกมแดนกลาง
  • เปลี่ยนตัว : รีซ เจมส์ 7.0 , กาเบรียล สโลนิน่า , จอช อาเชียมปง , โทซิน อดาราบิโอโย่ , เทรโวห์ ชาโลบาห์ , โรเมโอ ลาเวีย , มาธิส เอบูเอ้ , เลียม ดีแลป , ไรอัน คาวูม่า-แม็คควีน

วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

ลิเวอร์พูลมาในระบบ 4-2-3-1 ที่ยืดหยุ่นค่อนข้างสูง โดยมี แกรเฟนแบร์ก เป็นแกนสำคัญในการเชื่อมเกมจากแดนกลางขึ้นไปยังพื้นที่ระหว่างไลน์ เชิง วิเคราะห์บอล เกมนี้จะเห็นชัดว่าเจ้าบ้านพยายามใช้การขึ้นบอลเร็วจากด้านข้างและการโจมตีจังหวะสองหน้ากรอบเขตโทษ เมื่อ ฟริมปง และ เคอร์เคซ ดันสูง ลิเวอร์พูลจึงสามารถกดเชลซีให้ถอยลึกได้หลายช่วง โดยเฉพาะหลังประตูนำ 1-0 ที่เจ้าบ้านเล่นด้วยความมั่นใจและพยายามกดดันต่อทันที

จุดเด่นของลิเวอร์พูลอยู่ที่การใช้ โซโบซไล เป็นตัวสร้างโอกาส เขามีบทบาททั้งลูกยิงไกล ลูกเปิด และการเล่นลูกตั้งเตะ หลายจังหวะอันตรายของเจ้าบ้านมาจากเท้าของเขา ไม่ว่าจะเป็นลูกเปิดให้ แม็ค อัลลิสเตอร์ โหม่งข้ามคาน หรือจังหวะเปิดให้ ฟาน ไดจ์ค โหม่งชนคานในครึ่งหลัง นี่คือภาพชัดของลิเวอร์พูลที่ไม่ได้พึ่งแค่การต่อบอลสั้น แต่ยังใช้พลังของลูกตั้งเตะและการโจมตีทางอากาศเป็นอาวุธหลัก

เกมรับของลิเวอร์พูลโดยรวมยังแข็งในจังหวะดวลตัวต่อตัว แต่มีช่วงที่ปล่อยให้เชลซีเจาะพื้นที่ฝั่งซ้ายของเขตโทษได้ง่ายเกินไป โดยเฉพาะโอกาสของ กูกูเรย่า และ เอ็นโซ่ ที่ได้ยิงจากมุมอันตราย ขณะเดียวกันการเสียฟรีคิกบริเวณหน้าเขตโทษก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะลูกยิงของ เอ็นโซ่ แสดงให้เห็นว่าเกมระดับนี้ แค่ฟาวล์หนึ่งจังหวะก็อาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ทันที

ฝั่งเชลซีใช้ระบบ 4-2-3-1 เช่นกัน แต่แนวทางต่างออกไป ทีมเยือนเน้นให้ ไกเซโด้ กับ เอ็นโซ่ คุมสมดุลแดนกลาง โดย ไกเซโด้ รับหน้าที่ปะทะ ตัดเกม และไล่บีบพื้นที่ ส่วน เอ็นโซ่ เป็นตัวออกบอลและเติมขึ้นไปสร้างอันตรายหน้าเขตโทษ การมี พาลเมอร์ ยืนหลัง ชูเอา เปโดร ทำให้เชลซีมีตัวเชื่อมเกมในพื้นที่แคบ และสามารถพาบอลสวนกลับได้เมื่อ ลิเวอร์พูลเสียตำแหน่งจากการดันสูง

เกมรุกของเชลซีอาจไม่ได้มีจำนวนโอกาสมากกว่าเจ้าบ้าน แต่มีความเฉียบในบางจังหวะ โดยเฉพาะลูกฟรีคิกที่เปลี่ยนเป็นประตู และจังหวะที่ พาลเมอร์ ส่งบอลเข้าประตูแต่ถูก VAR ริบคืนเพราะล้ำหน้า อย่างไรก็ตาม จุดที่เชลซียังต้องแก้คือการรับมือกับลูกตั้งเตะและลูกกลางอากาศ เพราะ ฟาน ไดจ์ค ได้โอกาสชัดเจนถึงสองครั้งจากลูกเปิด หากเกมนี้โชคไม่เข้าข้าง เชลซีอาจเสียประตูที่สองไปแล้ว

เมื่อเทียบกันโดยรวม ลิเวอร์พูลดูอันตรายกว่าในแง่จำนวนช็อตลุ้นประตูและจังหวะชนเสาชนคาน ส่วนเชลซีมีความนิ่งในแดนกลางและเล่นเกมรับช่วงท้ายได้อดทนกว่า ผลเสมอ 1-1 จึงสะท้อนเกมที่เจ้าบ้านมีโอกาสปิดบัญชีมากกว่า แต่ทีมเยือนก็มีวินัยพอจะเอาตัวรอดจากแอนฟิลด์กลับไปได้

สถิติการแข่งขัน

ลิเวอร์พูลครองบอล 48% ส่วนเชลซีครองบอล 52% แต่เจ้าบ้านมีจังหวะเข้าทำที่ดูคมกว่าเล็กน้อย โดยลิเวอร์พูลมีค่า xG 0.56 เชลซี 0.50 โอกาสสำคัญเท่ากันทีมละ 1 ครั้ง เจ้าถิ่นยิงทั้งหมด 8 ครั้ง ทีมเยือนยิง 6 ครั้ง และผู้รักษาประตูทั้งสองฝั่งเซฟทีมละ 2 ครั้ง

ลิเวอร์พูลได้เตะมุม 5 ครั้ง มากกว่าเชลซีที่ได้ 2 ครั้ง ขณะที่ฟาวล์เท่ากัน 17 ครั้ง สะท้อนความดุเดือดในแดนกลาง เชลซีผ่านบอลมากกว่า 515 ครั้ง เทียบกับลิเวอร์พูล 473 ครั้ง และเข้าปะทะ 20 ครั้ง มากกว่าเจ้าบ้านที่มี 10 ครั้ง พร้อมใบเหลืองรวมของเชลซี 4 ใบ และลิเวอร์พูล 2 ใบ

เหตุการณ์สำคัญ

  • ⚽ นาทีที่ 6 ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0 จาก ไรอัน แกรเฟนแบร์ก ยิงด้วยขวาจากนอกกรอบเสียบมุมบนขวา โดย ริโอ งูโมฮา มีส่วนร่วมจากจังหวะลูกตั้งเตะ
  • ⚽ นาทีที่ 35 เชลซีตีเสมอ 1-1 จาก เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ ปั่นฟรีคิกด้วยขวาเสียบเสาล่างซ้ายอย่างเฉียบขาด
  • 🚫 นาทีที่ 49 โคล พาลเมอร์ ส่งบอลเข้าประตูให้เชลซี แต่จังหวะของ มาร์ก กูกูเรย่า ถูกจับล้ำหน้า
  • 🖥️ นาทีที่ 50 VAR เช็กแล้วยืนยันว่าเชลซีไม่ได้ประตู สกอร์ยังเสมอ 1-1
  • 🔁 นาทีที่ 63 เชลซีเปลี่ยน รีซ เจมส์ ลงแทน อันเดรย์ ซานโตส
  • 🔁 นาทีที่ 67 ลิเวอร์พูลเปลี่ยน อเล็กซานเดอร์ อิซัค ลงแทน ริโอ งูโมฮา
  • 🟨 นาทีที่ 67 จอร์เรล ฮาโต ของเชลซีได้รับใบเหลือง
  • 🟨 นาทีที่ 73 เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ ของเชลซีได้รับใบเหลือง
  • 🔁 นาทีที่ 77 ลิเวอร์พูลเปลี่ยน เฟเดริโก้ เคียซ่า ลงแทน โคดี้ กัคโป
  • 🔁 นาทีที่ 77 ลิเวอร์พูลเปลี่ยน โจ โกเมซ ลงแทน อิบราฮิมา โกนาเต้
  • 🟨 นาทีที่ 83 มาร์ก กูกูเรย่า ของเชลซีได้รับใบเหลือง
  • 🟨 นาทีที่ 88 โจ โกเมซ ของลิเวอร์พูลได้รับใบเหลืองจากจังหวะมีปากเสียง
  • 🟨 นาทีที่ 89 มอยเซส ไกเซโด้ ของเชลซีได้รับใบเหลืองจากจังหวะแฮนด์บอล
  • 🟨 นาทีที่ 90+4 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ของลิเวอร์พูลได้รับใบเหลืองจากการฟาวล์ต่อเนื่อง

Player of the match

ไรอัน แกรเฟนแบร์ก คือผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม ด้วยคะแนน 7.9 จากการยิงประตูขึ้นนำและบทบาทในแดนกลางที่เด่นชัด เขาไม่เพียงช่วยให้ลิเวอร์พูลเริ่มเกมอย่างดุดัน แต่ยังเป็นตัวเชื่อมเกมที่ทำให้เจ้าบ้านเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้รวดเร็ว

แม้ลิเวอร์พูลจะเก็บได้แค่แต้มเดียว แต่ฟอร์มของ แกรเฟนแบร์ก ถือเป็นจุดบวกสำคัญ เพราะเขาแสดงให้เห็นทั้งพลัง ความนิ่ง และความกล้าเล่นในพื้นที่กดดันสูง

สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ผลเสมอทำให้ ลิเวอร์พูล มี 59 คะแนน จาก 36 นัด รั้งอันดับ 4 แต่ยังถูก แอสตัน วิลล่า ไล่จี้มาเหลือเพียงคะแนนเดียว ทำให้พื้นที่ยุโรปยังไม่ปลอดภัย และทุกเกมที่เหลือมีความหมายหนักมาก

เชลซีมีเพิ่มเป็น 49 คะแนน จาก 36 นัด อยู่ที่อันดับ 9 แต้มเดียวจากแอนฟิลด์ถือว่าไม่เสียหาย แต่ถ้าหวังไต่ขึ้นกลุ่มบน พวกเขายังต้องเด็ดขาดกว่านี้ในจังหวะปิดเกม

ตารางบอลนัดถัดไปของลิเวอร์พูล

ลีกทีม vs ทีมวันที่
พรีเมียร์ลีก อังกฤษแอสตัน วิลล่า vs ลิเวอร์พูล16 พฤษภาคม 2026
พรีเมียร์ลีก อังกฤษลิเวอร์พูล vs เบรนท์ฟอร์ด24 พฤษภาคม 2026
Club Friendly Gamesลิเวอร์พูล vs ซันเดอร์แลนด์26 กรกฎาคม 2026

โปรแกรมบอลของลิเวอร์พูลยังหนัก โดยเฉพาะเกมเยือน แอสตัน วิลล่า ที่มีผลโดยตรงต่ออันดับบนตาราง

ตารางบอลนัดถัดไปของเชลซี

ลีกทีม vs ทีมวันที่
เอฟเอ คัพเชลซี vs แมนฯ ซิตี้16 พฤษภาคม 2026
พรีเมียร์ลีก อังกฤษเชลซี vs สเปอร์ส20 พฤษภาคม 2026
พรีเมียร์ลีก อังกฤษซันเดอร์แลนด์ vs เชลซี24 พฤษภาคม 2026

เชลซีต้องเจองานโหดต่อเนื่อง ทั้งเกมบอลถ้วยกับ แมนฯ ซิตี้ และเกมลีกกับ สเปอร์ส ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ความนิ่งของทีมช่วงท้ายฤดูกาล

ติดตาม บ้านผลบอล ที่ บ้านกีฬา

แฟนบอลที่ต้องการติดตาม บ้านผลบอล แบบครบทุกมิติ ทั้งผลการแข่งขัน รายงานหลังเกม สถิติ รายชื่อนักเตะ และบทวิเคราะห์เข้มข้น บ้านกีฬา พร้อมอัปเดตให้ครบทุกเกมใหญ่ เพราะฟุตบอลไม่ได้มีแค่สกอร์ แต่มีรายละเอียดที่แฟนบอลตัวจริงต้องรู้

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา