ธีรภัทรจารึกชื่อ แข้งไทยคนใหม่บนแผ่นดินญี่ปุ่น
วงการลูกหนังไทยได้มีอีกหนึ่งโมเมนต์ให้แฟนบอลได้พูดถึงกันเต็มเสียง เมื่อ ธีรภัทร ปรือทอง หรือ “เปา” ปีกขวาดาวรุ่งวัย 19 ปีของฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ยิงประตูแรกของตัวเองในฟุตบอลลีกอาชีพญี่ปุ่นได้สำเร็จ พร้อมขยับชื่อเข้าไปอยู่ในทำเนียบแข้งไทยที่ฝากสกอร์บนเวทีแดนอาทิตย์อุทัยได้อย่างเป็นทางการ
ประตูดังกล่าวเกิดขึ้นในเกมที่ ซัปโปโร เปิดบ้านเอาชนะ โอมิยะ อาร์ดิจา แบบสุดมัน 4-3 ในศึกฟุตบอลเมจิ ยาสึดะ J2/J3 ฤดูกาลวิสัยทัศน์ลีก 100 ปี โซนตะวันออก B นัดที่ 16 เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา
สำหรับเด็กหนุ่มจากจังหวัดอุบลราชธานี นี่ไม่ใช่แค่ประตูธรรมดา แต่มันคือหมุดหมายสำคัญของเส้นทางอาชีพ เพราะการยิงได้ในลีกญี่ปุ่น โดยเฉพาะกับทีมชุดใหญ่ ถือเป็นบทพิสูจน์ชั้นดีว่าเจ้าตัวเริ่มก้าวข้ามจากดาวรุ่งที่ถูกจับตา ไปสู่ผู้เล่นที่สร้างผลงานเป็นรูปธรรมบนสนามจริงแล้ว
นักเตะไทยคนที่ 6 ที่ยิงในลีกอาชีพญี่ปุ่น
จากประตูนี้ ทำให้ “เปา” ธีรภัทร กลายเป็นนักเตะไทยคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ ที่สามารถทำประตูใน ลีกอาชีพญี่ปุ่น ได้สำเร็จ โดยนับเฉพาะเกมลีกกับทีมชุดใหญ่เท่านั้น
เส้นทางนี้ไม่ใช่ใครจะเดินเข้ามาง่าย ๆ เพราะก่อนหน้าเขามีแต่ชื่อระดับหัวแถวของฟุตบอลไทย ไม่ว่าจะเป็น ธีรศิลป์ แดงดา, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน และ สุภโชค สารชาติ ซึ่งล้วนเป็นผู้เล่นที่แฟนบอลไทยรู้ดีว่าผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาแล้วทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ
การที่ธีรภัทรก้าวขึ้นมาอยู่ในลิสต์เดียวกับรุ่นพี่เหล่านี้ จึงถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของเจ้าตัว รวมถึงภาพรวมของแข้งไทยที่ยังคงมีพื้นที่ให้เติบโตในลีกญี่ปุ่น
ทำเนียบ 6 แข้งไทยที่ยิงประตูในลีกญี่ปุ่น
1. “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา
ธีรศิลป์ แดงดา ทำประตูให้ ซานเฟรชเช่ ฮิโรชิม่า เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ในศึกเจลีก 2018 เกมที่ ฮิโรชิม่า เปิดบ้านชนะ ซัปโปโร 1-0
ประตูนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของนักเตะไทยบนเวทีญี่ปุ่น เพราะ “มุ้ย” ไม่ได้แค่ย้ายไปเล่น แต่ยังยิงได้ทันทีจนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้แฟนบอลไทยทั้งประเทศ
2. “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์
ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำประตูให้ ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2561 ในศึกเจลีก 1 ฤดูกาล 2018 เกมที่ ซัปโปโร บุกเสมอ เซเรโซ่ โอซาก้า 3-3
นี่คือหนึ่งในประตูที่ตอกย้ำว่า “เจ” ไม่ได้ไปญี่ปุ่นเพื่อเป็นสีสัน แต่ไปเพื่อเป็นตัวจริง เป็นกำลังหลัก และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบนเวทีเจลีก
3. “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน
ธีราทร บุญมาทัน ทำประตูให้ โยโกฮาม่า เอฟ. มารินอส เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 ในศึกเจลีก 1 ฤดูกาล 2019 เกมที่ มารินอส เปิดบ้านชนะ กัมบะ โอซาก้า 3-1
ประตูของ “อุ้ม” ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะเขาไม่เพียงยิงได้ แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของทีมที่เดินหน้าไปถึงตำแหน่งแชมป์ลีกในฤดูกาลนั้นด้วย
4. “เช็ค” สุภโชค สารชาติ
สุภโชค สารชาติ ทำประตูให้ ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 ในศึกเจลีก 1 ฤดูกาล 2023 เกมที่ ซัปโปโร บุกชนะ โชนัน เบลล์มาเร่ 4-2
สำหรับ “เช็ค” นี่คือประตูที่ช่วยปลดล็อกความมั่นใจ หลังจากย้ายไปท้าทายตัวเองในญี่ปุ่น และเป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าผู้เล่นเกมรุกไทยยังมีคุณภาพพอจะสร้างความแตกต่างในลีกที่เข้มข้นได้
5. พาตริก กุสตาฟส์สัน
พาตริก กุสตาฟส์สัน ทำประตูให้ นารา คลับ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 ในศึกเจลีก 3 ฤดูกาล 2024 เกมที่ นารา คลับ เปิดบ้านชนะ วันราเล่ ฮาชิโนเฮะ 1-0
แม้จะเป็นเวทีเจลีก 3 แต่ประตูนี้ยังมีความหมาย เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าแข้งไทยเริ่มมีบทบาทกว้างขึ้นในระบบลีกญี่ปุ่น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทีมใหญ่หรือลีกสูงสุดเท่านั้น
6. “เปา” ธีรภัทร ปรือทอง
ธีรภัทร ปรือทอง ทำประตูให้ ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ในศึก J2/J3 ฤดูกาลพิเศษ 2026 เกมที่ ซัปโปโร เปิดบ้านชนะ โอมิยะ อาร์ดิจา 4-3
นี่คือประตูที่ทำให้ชื่อของ “เปา” ถูกจารึกต่อท้ายรุ่นพี่ทีมชาติไทยอย่างเต็มภาคภูมิ และอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ใหญ่กว่านี้ หากเจ้าตัวยังรักษาพัฒนาการและโอกาสลงสนามได้ต่อเนื่อง
ไม่รวม ฐิติพันธ์ และ จักรกฤษณ์ เพราะคนละเงื่อนไข
ทั้งนี้ ยังมีนักเตะไทยบางรายที่เคยยิงประตูในญี่ปุ่นเช่นกัน แต่ไม่ได้ถูกนับรวมในทำเนียบนี้ เนื่องจากเงื่อนไขต่างกัน
ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ เคยทำได้ 1 ประตูกับ โออิตะ ทรินิตะ เมื่อปี 2019 แต่ประตูดังกล่าวเกิดขึ้นในฟุตบอลถ้วย “ลูวาน คัพ” ไม่ใช่เกมลีก ส่วน จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ เคยยิงได้ 2 ประตูในปี 2017 และ 2018 แต่เป็นการทำประตูให้ทีมสำรองของเอฟซี โตเกียว หรือชุด U-23 ไม่ใช่ทีมชุดใหญ่ในเกมลีกอาชีพ
ก้าวสำคัญของดาวรุ่งไทยที่ต้องจับตาต่อ
ประตูแรกของธีรภัทร ปรือทอง อาจยังไม่ใช่บทสรุปของความสำเร็จ แต่เป็นสัญญาณเปิดฉากที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟนบอลไทย เพราะการยิงได้ในลีกญี่ปุ่นตั้งแต่อายุยังน้อย คือแต้มต่อสำคัญทั้งในแง่ความมั่นใจ ประสบการณ์ และโอกาสก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นในอนาคต
จาก “มุ้ย” ถึง “เจ” จาก “อุ้ม” ถึง “เช็ค” และวันนี้มาถึง “เปา” เส้นทางของแข้งไทยในญี่ปุ่นยังไม่หยุดเดินง่าย ๆ แฟนบอลที่อยากติดตามข่าวบอลไทย นักเตะไทยในต่างแดน และความเคลื่อนไหวฟุตบอลเอเชียแบบเข้มข้น อย่าลืมติดตามกันต่อได้ที่ บอลเจลีกบ้านกีฬา

