เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือจอมเก๋าวัย 74 ปี กลายเป็นชื่อที่ถูกโยงกับทีมชาติอิตาลีอีกครั้ง หลังเจ้าตัวยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า พร้อมพิจารณาบทบาทกับทัพอัซซูรี่ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งเฮดโค้ชหรือผู้อำนวยการทีมชาติ เพราะตอนนี้เขาไม่ได้ติดภารกิจกับสโมสรใดแล้ว
ประเด็นนี้ทำให้กระแส ทีมชาติอิตาลี ร้อนขึ้นทันที เพราะอัซซูรี่กำลังอยู่ในช่วงต้องการคนมากประสบการณ์เข้ามากอบกู้ศรัทธา หลังพลาดตั๋วฟุตบอลโลกมาแล้วหลายครั้งติดต่อกัน และชื่อของรานิเอรี่ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มีทั้งบารมี ความนิ่ง และประสบการณ์ระดับสูงครบมือ
รานิเอรี่รับเคยปฏิเสธอิตาลี เพราะติดงานกับโรม่า
รานิเอรี่ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sport Italia ระหว่างไปร่วมงาน Gianni Di Marzio Awards โดยยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกปัดโอกาสร่วมงานกับทีมชาติอิตาลี เนื่องจากยังมีหน้าที่กับ โรม่า และไม่สามารถทำงานสองตำแหน่งพร้อมกันได้
“ก่อนหน้านี้ผมปฏิเสธอิตาลี เพราะตอนนั้นผมมีงานกับโรม่าอยู่แล้ว และไม่สามารถทำงานสองอย่างพร้อมกันได้”
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว หลังรานิเอรี่ว่างงานจากบทบาทเดิม ทำให้เจ้าตัวเปิดช่องชัดเจนว่าหากอิตาลีติดต่อเข้ามา ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้
“ตอนนี้ผมว่างแล้ว ดังนั้นถ้ามีใครโทรมา ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? อย่าพูดว่าไม่มีวัน”
รับใช้ชาติคือเรื่องใหญ่ ถ้าโดนเรียกก็ต้องตอบตกลง
เมื่อถูกถามว่า หากสมาคมฟุตบอลอิตาลีติดต่อมา เขาจะรับบทเฮดโค้ชหรือผู้อำนวยการทีมมากกว่ากัน รานิเอรี่ไม่ได้ปิดประตูให้ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง แต่ตอบในแบบที่แฟนบอลอิตาลีฟังแล้วต้องสะดุ้ง เพราะนี่คือคำพูดของคนที่ยังมีไฟในเกมลูกหนังเต็มเปี่ยม
“ผมไม่รู้หรอก แต่เมื่อประเทศของคุณเรียก คุณก็ต้องตอบว่าใช่ แค่นั้นแหละ”
คำตอบนี้ทำให้ภาพของรานิเอรี่กับอัซซูรี่ยิ่งชัดขึ้น เพราะเขาไม่ใช่แค่กุนซือมากประสบการณ์ แต่ยังเป็นบุคคลที่เข้าใจน้ำหนักของคำว่า “ทีมชาติ” อย่างลึกซึ้ง และในวันที่อิตาลีต้องการความมั่นคง เขาคือชื่อที่ถูกหยิบมาพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อิตาลีต้องการคนกู้ศรัทธา หลังพลาดฟุตบอลโลกซ้ำซาก
รายงานระบุว่า มีการพูดถึงโอกาสที่รานิเอรี่อาจเข้ามาช่วยยกระดับอิตาลี หลังทีมพลาดการไปเล่น ฟุตบอลโลก มาแล้ว 3 สมัยติดต่อกัน นี่คือบาดแผลใหญ่ของชาติที่เคยเป็นมหาอำนาจลูกหนัง และทำให้แฟนบอลจำนวนมากเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงแบบจริงจัง
ประสบการณ์ของรานิเอรี่ผ่านมาทั้งงานกู้วิกฤต งานสร้างทีม และงานรับมือแรงกดดันระดับมหาศาล จุดเด่นของเขาไม่ใช่แค่แท็กติก แต่คือการบริหารบรรยากาศในห้องแต่งตัว การดึงศักยภาพนักเตะ และการทำให้ทีมกลับมามีหัวใจนักสู้อีกครั้ง
ตำนานเลสเตอร์ยังเจ็บปวด เห็นจิ้งจอกหล่นสู่ลีกวัน
อีกประเด็นที่รานิเอรี่พูดถึงคือ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรที่เขาพาเขียนเทพนิยายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อราว 10 ปีก่อน แต่ปัจจุบันทีมตกลงไปเล่นในลีกระดับสามของอังกฤษ ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้กุนซือชาวอิตาเลียนรู้สึกเสียดายไม่น้อย
“พวกเขาเคยถูกมองว่าเป็นทีมโยโย่ในอังกฤษ ขึ้นลงระหว่างสองดิวิชั่นบนอยู่ตลอด”
“น่าเสียดายที่พวกเขาตกลงไปถึงลีกระดับสาม ผมจะเดินทางไปเลสเตอร์ในเร็ว ๆ นี้เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีแชมป์พรีเมียร์ลีก และแฟนบอลยังให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศแบบนั้นขึ้นมาอีกครั้ง”
สำหรับแฟนบอลทั่วโลก รานิเอรี่ยังคงถูกจดจำในฐานะผู้พาเลสเตอร์สร้างหนึ่งในปาฏิหาริย์ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลอังกฤษ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ภาพของเขากับถ้วยพรีเมียร์ลีกยังเป็นตำนานที่ลบไม่ออก
ชูมาเรสก้าเป็นกุนซือดาวรุ่งอนาคตไกล
รานิเอรี่ยังถูกถามถึง เอ็นโซ่ มาเรสก้า หลังมีการเปิดเผยว่า มาเรสก้าเคยโทรมาขอคำแนะนำจากเขาก่อนรับงานคุมทีมหลายครั้ง ทั้งช่วงเลสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี ซึ่งรานิเอรี่ก็ให้มุมมองเชิงบวกต่อกุนซือรุ่นน้องรายนี้
“มาเรสก้าเป็นหนึ่งในโค้ชหนุ่มที่น่าจับตามองที่สุดที่เรามี และผมหวังว่าเขาจะอยู่ทำงานในอังกฤษต่อไป”
คำชมนี้สะท้อนให้เห็นว่ารานิเอรี่ยังจับตามองวงการฟุตบอลอย่างใกล้ชิด ไม่ได้เป็นเพียงอดีตกุนซือระดับตำนาน แต่ยังเป็นคนลูกหนังที่เข้าใจทิศทางของโค้ชรุ่นใหม่ และพร้อมส่งต่อประสบการณ์ให้คนรุ่นถัดไป
สรุปสถานการณ์ รานิเอรี่พร้อม ถ้าอิตาลีโทรหา
ภาพรวมตอนนี้ชัดเจนว่า รานิเอรี่ไม่ได้ปิดประตูทีมชาติอิตาลีแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขาพูดเหมือนคนที่พร้อมรับสายทันทีหากประเทศต้องการ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทเฮดโค้ชหรือผู้บริหารทีมชาติ ความเก๋า ความนิ่ง และบารมีของเขาอาจเป็นสิ่งที่อัซซูรี่กำลังขาดในช่วงเวลาสำคัญ
สำหรับแฟนบอลที่อยากตามความเคลื่อนไหว ข่าวบอลอิตาลีล่าสุด เจาะลึกประเด็นกุนซือ ทีมชาติ และตลาดฟุตบอลยุโรปแบบเข้มข้น อย่าลืมติดตามข่าวเด่น ข่าววันนี้ และบทวิเคราะห์ลูกหนังคุณภาพได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

